มีรายงานว่าจีนกำลังใช้ข้อมูลที่รวบรวมมาจากบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ และบริษัทบัตรเครดิตต่างๆ ในการติดตามตรวจสอบความเคลื่อนไหวของประชาชน ซึ่งรวมถึง คนต่างด้าว คนลักลอบทำผิดกฎหมาย ตลอดจนองค์กรต่างชาติ

ที่นิทรรศการด้านเทคโนโลยี Big Data Expo ที่เมืองกุ้ยหยาง ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน พนักงานของบริษัทโทรคมนาคม China Mobile ยอมรับว่า

“เมื่อลูกค้าซื้อซิมการ์ด ลูกค้าต้องลงทะเบียนข้อมูลส่วนตัว เพื่อที่ทางบริษัทจะสามารถวิเคราะห์ข้อมูลนั้น และตรวจสอบว่าแต่ละพื้นที่มีประชากรผู้ชายผู้หญิงมากน้อยแค่ไหน อายุเท่าไร และมาจากที่ไหน”

เมื่อเร็วๆ นี้ จีนได้เปิดตัวระบบตรวจสอบเครดิตของประชาชนใน 40 เมือง และคาดว่าจะขยายไปทั่วประเทศภายในปี ค.ศ. 2020 ซึ่งหมายความถึงการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนตัวของประชากรจีนขนาดใหญ่และกว้างขวางอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

เวลานี้ การเก็บข้อมูลของประชากรขนาดมหาศาลในประเทศจีน กำลังเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง โดยฝ่ายหนึ่งบอกว่าเป็นประโยชน์ในการต่อต้านการคอรัปชั่น เช่น การตรวจสอบข้อมูลการจับจ่ายซื้อสินค้าของบุคคลใดบุคคลหนึ่งว่า ใช้จ่ายไปกับสินค้าหรูหราฟุ่มเฟือยมากน้อยแค่ไหน

รวมทั้งเป็นประโยชน์สำหรับผู้รักษากฎหมาย ในการติดตามจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมาย

ขณะที่อีกฝ่ายโต้เถียงเกี่ยวกับความกังวลเรื่องสิทธิความเป็นส่วนตัว และการตกเป็นเหยื่อของการลอบขโมยข้อมูลออนไลน์

การติดตามและเก็บรวบรวมข้อมูลของประชาชนผ่านระบบตรวจสอบเครดิตนี้ ยังรวมไปถึงตัวตนในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งนักวิเคราะห์เชื่อว่าอาจถูกใช้ในการตรวจสอบการแสดงความคิดเห็นทางโซเชี่ยลมีเดีย ทำให้เกิดความกังวลว่ารัฐบาลจีนอาจใช้เป็นเครื่องมือในการควบคุมเสรีภาพในการแสดงความเห็นของประชาชนได้

ความกังวลอีกอย่างหนึ่งคือ ทางการจีนอาจใช้ระบบเก็บรวบรวมข้อมูลขนาดใหญ่นี้ในการติดตามความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ผู้สื่อข่าว เจ้าหน้าที่เอ็นจีโอ และองค์กรต่างชาติ

คุณเมอร์แจม เมสซิเนอร์ นักวิเคราะห์แห่งสถาบันจีนศึกษา Mercator ในกรุงเบอร์ลิน กล่าวว่า "ระบบตรวจสอบเครดิตของจีนถือเป็นความท้าทายสำคัญของบริษัทต่างชาติในประเทศจีน เพราะอาจถูกดึงเข้าสู่ระบบดังกล่าวผ่านกลไกต่างๆ และอาจส่งผลต่อการตัดสินใจด้านนโยบายของบริษัทต่างชาตินั้นได้"

บริษัทหลายแห่งในจีนยอมรับว่ามีการแชร์ข้อมูลกับหน่วยงานของรัฐบาลจริง ตัวอย่างเช่น หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวของรัฐบาลจีนอาจขอข้อมูลการเดินทางของลูกค้าจากบริษัทขายตั๋วเครื่องบินออนไลน์ เพื่อตรวจสอบว่าประชาชนจีนเดินทางไปที่ไหนกัยบ้าง?

ซึ่งอาจสามารถนำไปวิเคราะห์ต่อได้ว่า มีการหลั่งไหลของเงินทุนออกจากจีนไปยังประเทศอื่นหรือไม่? อย่างไร? รวมทั้งอาจใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อกดดันรัฐบาลต่างชาติด้วย



source ;- http://rferl.c.goolara.net/Click.aspx?id=066991653002811375

แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.