Voice TV

แกนนำราษฎรโชว์ทุบศาลพระภูมิ-เผารายชื่อ 9 ตุลาการ หลังศาล รธน.ชี้ 'ประยุทธ์' รอดคดีบ้านหลวง
.
การชุมนุมของมวลชนคณะราษฎร 2563 ที่ห้าแยกลาดพร้าว เริ่มต้นขึ้นเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 2 ธ.ค. 2563 ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยโดยมติเอกฉันท์ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ไม่สิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรี และไม่มีความผิดทุกข้อกล่าวหา กรณีถูกกล่าวหาเข้าพักอาศัยภายในบ้านพักทางราชการทหาร
.
ทั้งนี้ ครูใหญ่-อรรถพล บัวพัฒน์ จากกลุ่มขอนแก่นพอกันที และแกนนำคณะราษฎรปราศรัยว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีบ้านพักทหาร พล.อ.ประยุทธ์ สะท้อนให้เห็นว่าตุลาการคือสถาบันห่างไกลประชาธิปไตยมากที่สุด ก่อนที่จะทุบศาลพระภูมิที่ตั้งโชว์บนเวที พร้อมประกาศว่าจากนี้จะมีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ด้วยมวลชนจากทุกภูมิภาคเข้าสู่เมืองกรุง เพื่อผลักดันข้อเรียกร้องของราษฎรให้สำเร็จ
.
ด้าน รุ้ง-ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล แกนนำคณะราษฎร 2563 กล่าวรำลึกผู้ถูกอุ้มหายและผู้ลี้ภัยทางการเมือง นับตั้งแต่การยึดอำนาจ คสช. เมื่อปี 2557 และขอให้มวลชนยืนสงบนิ่งไว้อาลัยต่อผู้เสียชีวิต 1 นาที
.
จากนั้น เพนกวิน พริษฐ์ ชิวารักษ์ แกนนำคณะราษฎร 2563 ปราศรัยว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 9 คนไม่ใช่ตุลาการในสายตาประชาชน โดยเสนอต่อประชาชนที่ร่วมรับฟังตนเองอยู่ ตนขอเสนอต่อไปนี้ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องมีศาลรัฐธรรมนูญและต้องยกเลิก ศาลรัฐธรรมนูญพิสูจน์ตัวเอง การร่างรัฐธรรมนูญไม่ใช่แค่ปฏิรูปสถาบัน ให้ตัดศาลรัฐธรรมนูญออกไป พร้อมทั้งฉีกหนังสือวิชาการ ความคิดความรู้ อำนาจการเมืองในการปฏิวัติสยาม 2475 ของสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน ซึ่งเขียนโดย นครินทร์ เมฆไตรัตน์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และเผารูปและรายชื่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน
.
ขณะที่ ไผ่ดาวดิน จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา แกนนำคณะราษฎรได้แสดงการทำหน้าที่ตุลาการศาลราษฎรอ่านคำวินิจฉัยในคดีบ้านหลวงของ พล.อ.ประยุทธ์ โดยพิพากษาในนามศาลราษฎรให้ พล.อ.ประยุทธ์พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
.
เสกสรร โรจนเมธากุล / วิทวัส มณีจักร













Voice TV

เปิดวงจรอุบาทว์ไอโอ
.
ที่อาคารไทยซัมมิท พรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า แถลงข่าว “เปิดวงจรอุบาทว์ไอโอ ผู้มูฟออนเป็นวงกลม” ด้วยการเปิดเผยรายละเอียดข้อมูลการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ ไอโอ ของกองทัพและหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อตอบโต้การแถลงข่าวของกองทัพบกเมื่อวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา
.
พรรณิการ์ กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้มีผู้เปิดเอกสารจำนวน 25 หน้าทางโซเชียลมีเดีย ที่ทางกองทัพออกมาปฏิเสธว่าไม่ใช่ไอโอ แต่ยอมรับว่าเป็นเอกสารจริง
.
แกนนำคณะก้าวหน้า ตั้งข้อสังเกตุว่า เอกสารของกองทัพแสดงให้เห็นระบบปฏิบัติการแบบทหารอย่างชัดเจน มีการแบ่งงานเป็น 2 ฝ่ายคือ สีขาวและสีดำ มีผู้ควบคุมอยู่ศูนย์กลางดังนี้
.
สีขาว คือ หน่วยที่ทำหน้าที่ปล่อยข้อความจงรักภักดีเทิดทูนสถาบัน รวมถึงภาพลักษณ์ที่ดีของกองทัพ
.
สีดำ ซึ่งถือเป็นแกนกลางของปัญหานั้น ทำหน้าที่ตอบโต้ฝ่ายตรงข้าม ซึ่งหมายถึงผู้เห็นต่างรัฐบาลโดยชื่อของผู้ที่อยู่ในปฏิบัติการ เฉพาะ พล ร. 2 รอ. มีถึง 17, 562 บัญชี
.
มีการแบ่งหน่วยรับผิดชอบที่สำคัญคือ 'ซ.1, ซ.2, ซ.3'
.
ซ.1 มีหน้าที่ รีทวีต
.
ซ.2 มีหน้าที่กดไลก์กดถูกใจต่างๆ
.
ซ.3 มีหน้าที่ทวีตข้อความ เน้นสร้างผู้ติดตาม
.
ซ.3.1 เป็นชุดปล่อยข้อมูลเทิดทูนสถาบัน เชิดชูกองทัพ
.
ซ.3.2 เป็นชุดปล่อยข้อมูลสีดำ ที่ด้อยค่าและแพร่มลทินให้ประชาชน โจมตีฝ่ายเห็นต่างจากผู้มีอำนาจ
.
จุดที่สังเกตว่าเป็นไอโอได้ชัดเจนคือ การเปิดทวิต 3 เดือน มีการทวีตข้อความและภาพ รวมถึงติดแฮชแท็กเหมือนในห้วงเวลาเดียวกัน บางคนเปิดหน้าว่าเป็นทหาร บางคนใช้รูปการ์ตูน​ รูปสัตว์
.
พรรณิการ์ ย้ำว่า ที่กองทัพบอกว่า เป็นงานเชิงบวกสร้างภาพลักษณ์ให้กับกองทัพและเทิดทูนสถาบัน จึงไม่ใช่ความจริง เมื่อมีทหารชั้นผู้น้อยถูกบังคับให้เผยแพร่ ทั้งเเพร่ความรักหรือความเกลียด ซึ่งเป็นการใช้งบประมาณจากภาษีประชาชน
.
ก่อนหน้านี้ทวิตเตอร์ยังได้ระงับ 926 บัญชีไอโอ โดยให้เหตุผลว่า เป็นบัญชีทวิตเตอร์ที่ด้อยค่าประชาชน โจมตีฝ่ายตรงข้าม ชื่นชมรัฐบาล ซึ่งมีบัญชีโรงเรียนจิตอาสาพระราชทานถูกระงับในคราวนั้นด้วย
.
"อยากให้กองทัพกลับไปทำหน้าที่ของตนคือปกป้องประชาชน ถ้าท่านยังไม่หยุด เราก็จะไม่หยุดพูดความจริง จนกว่ากองทัพจะเป็นกองทัพของประชาชน เป็นประชาธิปไตยและรบกับศัตรูของประชาชน แทนที่จะรบราฆ่าฟันกับประชาชนของตัวเอง ทั้งในโลกออนไลน์และในสถานที่ชุมนุม" แกนนำคณะก้าวหน้า สรุป
.
อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม :
https://voicetv.co.th/read/SAPnVbZf2
เสกสรร โรจนเมธากุล
#VoiceOnline




ที่ สน.ชนะสงคราม แกนนำและผู้ปราศรัย คณะราษฎร 2563 เข้าทราบข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ประกอบด้วย 1. พริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ "เพนกวิน" 2. ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ "รุ้ง" 3. ภาณุพงค์ จาดนอก หรือ "ไมค์" 4. อานนท์ นำภา และ 5.​ ปฏิวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือ "หมอลำแบงค์" โดยมี กฤษฎางค์ นุตจรัส และ นรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทีมทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย
"ทุกคำพูดชัดเจนในตัวของมันเองว่ามุ่งหมายอะไรและถึงวันที่จะต้องออกมาพูดอย่างตรงไปตรงมา ว่าปัญหาของสถาบันกษัตริย์ตอนนี้เป็นอย่างไร เราหวังว่าทางสถาบันจะรับฟังในตอนแรก แต่ตอนนี้ทำให้รู้แล้วและยังใช้กฎหมายพวกนี้มาปิดปาก เราก็สู้ต่อไปเพื่อให้ราษฎรทุกคนเป็นประจักษ์พยาน" อานนท์ กล่าว
ฉัทดนัย ทิพยวรรณ์
อ่านต่อ https://voicetv.co.th/read/5oF7IvL-b
#VoiceOnline




ความจริงประเทศไทย

ฉาวโฉ่!! ทวิตเตอร์สั่งแบนไอโอ-เพจรักสถาบัน บิดเบือนปลุกปั่นข้อมูล ทั่วโลกแห่ประณามไอโอกองทัพไทย
.
ทวิตเตอร์ สั่งกวาดล้างเครือข่ายไอโอไทย พ่วงสั่งแบนกลุ่มคนรักสถาบัน หลังเด็กไทยลุยทลายรังไอโอกองทัพกว่า 17,000 บัญชี ด้านสื่อต่างชาติแห่เสนอข่าวประจานการบิดเบือนข้อมูลของรัฐบาลไทยและการเลือกปฏิบัติของกระทรวงดิจิทัลฯ (ดีอี) ที่มี รัฐมนตรีซึ่งอดีตเคยเป็น กปปส.
.
สำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่า บริษัทผู้ให้บริการทวิตเตอร์ได้สั่งแบนบัญชีคนรักสถาบันชื่อว่า 'จิตอาสา 904' เนื่องจากเชื่อมโยงกัลบัญชีคนรักสถาบันหลายแห่ง ที่ปล่อยเฟคนิวส์ข้อมูลโจมตีม็อบเด็ก ตลอดจนบิดเบือนข้อมูลเทิดทูนสถาบัน และเผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อเกืนจริงเกี่ยวกับกษัตริย์ไทย
.
ทวิตเตอร์ตรวจสอบพบว่าบัญชีคนรักสถาบันและเพจอวยเจ้าจำนวนมาก 'ถูกจ้าง-ถูกเกณฑ์' มาผลิตเนื้อหาอวยพระมหากษัติรย์ตัดสลับกับข้อมูลใส่ร้ายราษฎร โดยเฉพาะฝ่ายหัวก้าวหน้าและคนรุ่นใหม่ ถูกไอโอใช้เฟคนิวส์ใส่ร้ายแบบไร้หลักฐานหลายครั้ง เช่น สหรัฐเบื้องหลังม็อบ เป็นต้น #เราต้องช่วยกันเอาความจริงออกมา ขณะที่การผลิตเนื้อหาอวยเจ้าส่วนใหญ่เป็นโฆษณาชวนเชื่อเกินจริง และเป็นข้อมูลที่มิได้รับการชำระล้างทางประวัติศาสตร์เพราะไทยมีกฎหมายปิดปากประชาชน
.
ทวิตเตอร์เริ่มปฏิบัติการกวาดล้างบัญชีไอโอกองทัพอย่างเข้มงวด หลังจากสำนักข่าวทั่วโลกตีแผ่เรื่องราว กองทัพไทยอยู่เบื้องหลังไอโอ 1.7 หมื่นบัญชี สอดคล้องกับการแฉของทวิตเตอร์ที่ระบุว่ากองทัพไทยใช้ไอโอนับพันบัญชี เรื่องนี้ถูกตีแผ่ไปทั่วโลกเพื่อประจานรัฐบาลไทย
.
ขณะที่ชาวเน็ตไทยแห่ขุดหลักฐานต้นตอเครือข่ายบริษัทไอโอกองทัพ ตัดสลับกับภาพแคปโพสต์อวยเจ้าที่มีการทำเป็นขบวนการ รวมถึงเอกสารลับทางราชการเรื่องปฏิบัติการไอโอ และภาพการอบรมไอโอของกองทัพ ยิ่งซ้ำเติมความเน่าเฟะของระบบโฆษณาชวนเชื่อและสงครามไซเบอร์สร้างความแตกแยกในชาติโดยน้ำมือกองทัพ
.
การสังแบนของทวิตเตอร์ มีลักษณะคล้ายกับเฟสบุ๊ก ซึ่งสั่งแบนเพจคนรักสถาบัน เช่น ไทยภักดี, วิ่งเชียร์ลุง, เหรียญทอง แน่นหนา เป็นต้น เพราะมีการปล่อยข้อมูลบิดเบือน-ข่าวปลอมโจมตีฝ่ายตรงข้าม และปล่อยข้อมูลอวยเจ้าเกินจริง สอดคล้องกับสำนักข่าวใหญ่ต่างชาติ AFP ที่ลงข่าวประจานข้อมูลบิดเบือนของขบวนการไอโอคลั่งเจ้าในไทยหลายครั้ง เช่น สถาบันทิศทางไทย หรือ ข่าวขบวนเสด็จ เป็นต้น
.
การปล่อยข่าวเฟคนิวส์ของคนรักสถาบันหลายครั้ง นำมาซึ่งประเด็นละเอียดอ่อนของประเทศ โดยเฉพาะกับชาติมหาอำนาจ ซึ่งหลายคนเชื่อว่า การตัดสิทธิ์ GSP จนไทยเสียหายนับแสนล้านบาท สาเหตุหนึ่งมาจากการที่ถูกไอโอไทยโจมตีใส่ร้ายและอาจนำมาสู่มาตรการกดดันจาก EU และ UN ในอนาคตถ้ารัฐบาลไทยยังไม่เลิกบิดเบือนข้อมูลโดยอ้างกฎหมายแบบไทยๆที่ขัดหลักสากลทั่วโลก
.
'ปฏิบัติการไอโอ' ปัจจุบันมิได้อยู่แค่ในโลกออนไลน์ แต่ยังแทรกซึมไปถึงหน่วยงานต่างๆ เช่น การให้ข่าวของตำรวจเรื่องการสลายม็อบที่ค้านกับสายตาทั่วโลกและค้านกับข้อเท็จจริงในสื่อออนไลน์ หรือแม้แจ่การอภิปรายของ สว.ในสภา ที่มีการใช้ข้อมูลบิดเบือนจากไอโอโจมตีฝ่ายตรงข้าม หรือแม้แต่การพ่นวาทกรรมของ สส.รัฐบาลบางคนเรื่องสถาบันที่ถือว่าอวยเกินจริง
.
หลายฝ่ายเริ่มตั้งคำถามถึงการทำหน้าที่ของรัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัล (ดีอี) ซึ่งมีการแจ้งจับ พรบ.คอมผู้เห็นต่างจากรัฐบาล แต่กลับปล่อยไอโอให้ปล่อยข้อมูลบิดเบือนสร้างความแตกแยก รวมถึงปล่อยคนรักสถาบันปล่อยข้อมูลอวยเจ้าเกินจริง เอนเอียงเพราะเคยเป่านกหวีด กปปส.จริงหรือไม่
.
ความจริงประเทศไทย ที่ถูกสื่อต่างชาติเสนอไปทั่วโลกหลายครั้งรัฐไทยกลับบอกว่าบิดเบือน ขณะเดียวกันรัฐไทยก็ประดิษฐ์ความจริงจอมปลอมแล้วบรรจุในหลักสูตรให้เด็กไทยเรียน จึงไม่น่าแปลกใจที่ฝรั่งได้รับรู้หลายเรื่องที่คนไทยไม่เคยได้รู้
หลายเรื่องในไทยถูกสื่อต่างชาติหยิบยกไปประณาม ขณะที่คนไทยไม่มีสิทธิ์รับรู้
.
ดังนั้นไอโอของรัฐบาลล้วนสะท้อนความต่ำตมและความปลอมของจารีตประวัติศาสตร์แบบไทยๆที่กำหนดไว้ในแบบเรียน มากพอๆกับการเกณฑ์ทหารมาใส่ชุดเหลืองเพื่อจัดตั้งมวลชนมินเนี่ยน ไปแสดงลิเกหลวงและม็อบชนม็อบ ทว่าปฏิบัติการเหล่านี้ไม่ได้ผลอีกแล้วในยุค 5G ในวันที่คนรุ่นใหม่ตาสว่างทั้งประเทศ


ขับเคลื่อนโดย Blogger.