แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทนายฉลาด แสดงบทความทั้งหมด

คอลัมน์ : ทนายฉลาด ยามา

ข้อมูลสำคัญที่คนไทยควรรู้
.       ==============
.   (1) การอ่าน-เขียนหนังสือไทย ต้องมีการแปลไทย-ไทย  / เพราะ ตัวหนังสือแต่ละถ้อยคำ ที่เขียนลงไปในเอกสารนั้น เป็นเพียง รหัส ที่ผู้เขียนต้องการใช้แทน ข้อความหนึ่ง หากผู้อ่านหนังสือ ต้องการทราบความหมายของถ้อยคำใด จะต้องมีการถอดรหัส ของถ้อยคำนั้น โดยการนำ ความหมาย ที่ตกลงกันกำหนดไว้ในเอกสารสำคัญ มาถอดรหัสคำนั้นๆ ภาษาราชการ เรียกการถอดรหัสว่า "แปล"

.   (2) ถ้อยคำ ทุกคำ ที่เป็น ภาษาราชการ ภาษากฎหมาย ล้วนมีคำจำกัดความ หรือ คำนิยามความหมายเฉพาะ ที่ ราชบัณฑิตยสถาน บัญญัติไว้ ใน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ซึ่งถือได้ว่าเป็น หนังสือตำราภาษาหนังสือไทยแห่งชาติ. (อาจเรียกเป็นภาษาชาวบ้าน ว่า หนังสือกำหนดรหัสของ ถ้อยคำ)

.   (3) การแปล (ถอดรหัส) ข้อความ ทั้งข้อความ จากภาษาไทย เป็น ภาษาไทย  ภาษากฎหมาย เรียกว่า "ตีความ"

.   (4) การตีความกฎหมาย จึงเป็น กระบวนการแปลภาษาไทย เป็น ภาษาไทย ซึ่งจะต้องทำโดยวิธี นำคำศัพท์ จาก พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน มาแปล ตามหลักวิชาไวยากรณ์ไทย ก็จะได้ความหมาย ของข้อความ ที่ถูกต้องสมบูรณ์

    ผู้ตีความ จะใช้ดุลพินิจ หรือ ความเห็นส่วนตัว นำเอาคำนิยามความหมายส่วนตัวมาใช้ในการตีความ (ถอดรหัส) ไม่ได้. (ดุลพินิจ ใช้ได้เฉพาะการวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริง)

.   (5) อำนาจอธิปไตย คือ อำนาจสูงสุด ที่ใช้ในการปกครองประเทศ ที่มีการปกครองระบอบประชาธิป-ไตย

.  (6) อำนาจอธิปไตย ประกอบด้วยอำนาจ 3 อำนาจ คือ  อำนาจนิติบัญญัติ  อำนาจบริหาร และ อำนาจตุลาการ.

.  (7) รัฐธรรมนูญ ของ ประเทศที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตย จะต้องบัญญัติว่า "อำนาจอธิปไตย เป็นของ ปวงชนชาวไทย"

.   (8) การใช้ อำนาจอธิปไตย ของ ปวงชนชาวไทย จะต้องดำเนินการตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ คือต้องใช้ อำนาจทางอ้อม ผ่านทางองค์กรต่างๆ  โดยใช้ อำนาจนิติบัญญัติ ผ่านทาง "รัฐสภา" ใช้อำนาจบริหาร ทาง "คณะรัฐมนตรี" และ ใช้ อำนาจตุลาการ ทาง "ศาล"
.
.   (9) องค์กร ทั้งสามนี้ รัฐธรรมนูญ บัญญัติให้มี อำนาจหน้าที่ ตรวจสอบ และ คานอำนาจกันและกัน
.  องค์กรแต่ละองค์กร จะใช้อำนาจก้าวก่ายกันไม่ได้.
.
.  (10) องค์กรที่มีชื่ออื่น เข่น "สภานิติบัญญัติแห่งชาติ" มิใช่ "รัฐสภา" ไม่มีอำนาจนิติบัญญัติ.
.
.   (11) ศาลฎีกา มิใช่ รัฐสภา คำพิพากษาศาลฎีกา จึงมิใช่กฎหมาย
ศาลฎีกา ไม่มีอำนาจยกอำนาจอธิปไตย ซึ่งเป็นของ ปวงชนชาวไทย ให้เป็น อำนาจของ ผู้กระทำความผิดฐานเป็นกบฏ/ หรือ ผู้ที่ทำรัฐประหาร.(ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้ทำได้)
.
.   (12) ไม่มีกฎหมายฉบับใด บัญญัติให้ ผู้เป็นกบฏ ที่กระทำการได้สำเร็จได้อำนาจอธิปไตยไปเป็นของตน มีอำนาจออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้แก่ตนเองกับพวกได้
.
.  (13) ไม่มีกฎหมาย บัญญัติให้ ข้าราชการทหาร มีอำนาจหน้าที่ เข้าทำการยึดอำนาจการปกครองประเทศ จาก รัฐบาล ที่มาจากการเลือกตั้งของปวงชนชาวไทย/
.
. (14) กฎหมายไทย ที่มีแระกาศใช้อยู่ในบ้านเมือง ทุกวันนี้ มีทั้ง กฎหมาย ของ ปวงชนชาวไทย (กฎหมายแท้) และ กฎหมาย ของ คณะทหารผู้ทำการยึดอำนาจการปกครองประเทศ จาก รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของปวงชนชาวไทย.(กฎหมายปลอม) (ผู้ใช้กฎหมายไทยมีหน้าที่ต้องตรวจสอบให้ดีก่อนอ้างอิง)
.
.  (15) กฎหมาย ของ ปวงชนขาวไทย ตราโดย รัฐสภา(กฎหมายแท้)  กฎหมายของทหารที่ยึดอำนาจ ตราโดย สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(กฎหมายปลอม)

.  (16)ข้าราชการ และ เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคน มีหน้าที่ต้องปฏิยัติหน้าที่ ตามที่ กฎหมาย บัญญัตืไว้ หากฝ่าฝืน อาจมีความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย หรือ ข้อหาความผิดอื่น


คอลัมน์ : ทนายฉลาด ยามา

บิกตู่...(รักผมอย่าเลือกคนเดิม !!! วาทะเด็ด"บิ๊กตู่"
แต่ถ้าอยากเปลี่ยนแปลง เลือกตั้ง ก็ให้เลือกคนใหม่ อย่าเอาพวกมีปัญหา).....ถ้าเขาไม่รัก บิกตู่ ละเขาจะเลือกคนเดิมนะ....เอ้านี้คือตักกะของผู้นำ....ว่าการเลือกตั้งคราวหน้า..ระหว่างคนรักบิกตู่...กับคนเกลียด บิกตู่ ใครจะมากว่ากัน....คนรักบิกตู่ต้องเลือกคน ของบิกตู่...คนกลุ่มใหม่ๆ...คงพวก กป่สป..กระมั่ง

....หรือพรรคการเมืองใหม่ๆที่หนุนท่าน ...พรรคเพื่อไทย...คงหมดสิทธิ์...เพราะมันเป็นพรรคสร้างแต่ปัญหา...เอ..แล้วพรรค ปชป. ละท่านนายก..หลายคนก็เป็นพวกเก่านะ...แต่เอาเถอะในสายตาท่านเขาไม่เคยสร้างปัญห่า เพราะไม่เคยเห็นท่านเรียกเขามาอบรม..เป็นอาทิตย์ เหมือนคนของพรรคเพื่อไทยเลย....ผมว่าคราวนี้พรรคเพื่อไทยคงหมดสิ้นตระกูล ชินฯ แน่....เพราะโพลทุกโพล...80-90%บอกรักท่านนายกตู่ทั้งนั้น....ดูตัวอย่างเช่นวันศุกร์เวลาท่านออกมาพูด....ทุกคนจดจ้องตั้งใจฟัง...ทีวีทั้งประเทศเปิดรอกันเลย....เปิดไปสถานีใหนก็เจอท่าน บิกตู่หมด...แสดงว่ามีคนรักท่านมากจริงๆ.....ท่านบิกตู้...มั่นใจได้เลย....คนอย่าง เนติวิทย์...มันมีไม่กี่คนหรอก...คราวหน้าท่านกลับมาแน่นอนเลย..เฮ้อ...เหนื่อยใจ....จริงๆ....

คอลัมน์ : ทนายฉลาด ยามา

ผมเคยคิดเหมือนเนติวิทย์.....ไม่เชื่อไม่นับถือใครง่ายๆ....จำใจร้องเพลงชาติ...อยากให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย....คนหายจน...ไม่มีความเหลื่อมล้ำในสังคม....อยากเอาที่ทั้งหมดในประเทศมาแบ่งสรรปั่นสว่นให้เกิดความเท่าเทียม...เคยอยู่กับ...ลุงสมคิด ศรีสังคม...ท่านเตือนผมว่าคุณฟุ้งซ่านไป.......ให้อยู่กับความจริงซิ....พอกาลเวลาผ่านไป....ความคิดก็ถูกความจริงค่อยๆกล่อมเกลา...หล่อหลอม...ว่าความจริงในสังคมมันต้องมีวัฒนธรรม....มีความงามในทุกๆมิติ...ผมเลยกลายเป็นคนละคนไป...ฟังเพลงชาติก็เพราะ....เห็นผู้ใหญ่ก็ไหว้จากใจจริง.....เพียงแต่ที่ผมเปลี่ยนไม่ได้คืออยากเห็นประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย....อยากเห็นคนไทยมีโอกาสลืมตาอ้าปากได้...อยากเห็นคนไทยมีสิทธิ์เสรีภาพในกรอบของกฏหมายที่เป็นประชาธิปไตย....สมัยนั้นลุง สมคิดไม่เคยด่าว่าผมว่า...ทำให้พรรคฯเสียหาย...แต่ท่านเตือนด้วยความเมตตาว่า.....คุณอย่าฟุ้งสร้านนะมันเป็นไปไม่ได้หรอก......สังคมมันมีหลายมิติ....ผมเก็บเอาไปคิด...และก็เข้าใจความจริงและกลับมาอยู่ในกรอบวัฒนธรรมได้......่ลุงประยุทธ์....ก็อย่าด่าเด็กหรือประณามเด็กเลย...เอาอย่างลุงสมคิดซิครับ.....เตือนเขาเหมือนลูกหลาน....เมื่อกาลเวลาผ่านไป...ความคิดคนมันกล่อมเกลาได้.....เพียงแต่ผู้ใหญ่ต้องเป็นตัวอย่างของเด็กคือพูดอย่างไรก็ทำอย่างนั้น .....ถ้าพูดอย่างทำอย่างเด็กมันก็ถอนหงอกเอา.......นิติวิทย์....เขาอยู่ในวัยกำลังแสวงหา...สาระของชีวิต........ความคิดแผลงๆอย่างนี้อาจจะสร้างชื่อให้ จุฬาฯ ในอนาคตก็ได้.......

คอลัมน์ : ทนายฉลาด ยามา

ประยุทธ์ลั่น รบ.วางยุทธศาสตร์ 20 ปี เชื่อไม่มีใครไม่อยากเห็นไทยเป็นประเทศ

มหาอำนาจ.....หมายความว่ายุทธศาสตร์ที่ท่านวางไว้20 ปีนี้....ถ้าทำตามจนครบ 20 ปี ประเทศไทยต้องเป็นมหาอำนาจเหมือน อังกฤษ อเมริกา ...ญี่ปุ่น..แน่นอนใช้ไหมครับ.....โอถ้าเป็นจริง....ตามที่ท่านคุยเอาไว้ผมอยากให้ท่าน นายกประยุทธ์อยู่ต่ออีก 20 ปี...ประเทศจะได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว...มีรัฐสวัสดิการ...เศรษฐกิจก็รุ่งเรือง...ประชาธิปไตยก็เบ่งบาน...คนตกงานก็มีน้อย การศึกษาก็เป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลก....เราจะมีกองกำลังทหารที่ยิ่งใหญ่ มีอาวุธยุทโธปกรณ์แสดงแสนยานุภาพ...เราจะส่งคนไปดาวพลูโต....คนที่สามารถคิดนโยบายและมั่นใจว่านโยบายจะพัฒนาประเทศจนเป็นมหาอำนาจได้อย่างนี้ได้ตั้งแต่ตั้งประเทศไทยมายังไม่เจอเลย เพิ่งมาเจอยุคนี้แหละ....ที่ผมเป็นห่วงก็คือมันจะตรงกันข้ามนะท่านนายก....อย่าลืมว่าโลกมันพัฒนาไปเร์วมาก...ความคิดของคนช่วงหนึ่งมันดูว่าถูกและดีมากๆ...แต่พอเวลาผ่านไป 5-6 ปีความคิดนั้นกลับล้าสมัยไป...เหมือน ทฎษฎี..ของนิวตั้น เราเคยยกย่องว่าเขาคือยอดนักวิทยาศาตร์เอกอุ...เอาความคิดของเขามาพัฒนาด้านกลศาตร์มากมาย....พอถึงยุคไอสไตน์...ความคิดแบบนั้นกลับล้าสมัยไป...ความคิดของท่านนายก ประยุทธ์อาจจะเหมือน นิวยุทธ์.ก็ได้...แต่ใครจะรู้ว่าอีก 10 ปีข้างหน้ามันจะเชย...และตกโลก...และสุดท้ายประเทศเลยเป็นประเทศที่มีแต่ผู้ใหญ่ลีขี่ม้าบักจ้อน....ไป
ขับเคลื่อนโดย Blogger.