แฟ้มภาพโดนัลด์ ทรัมป์ในวันสาบานตนเป็นประธานาธิบดีเมื่อ 21 มกราคม 2560 (ที่มา: Facebook/the white house)

Posted: 12 Aug 2019 07:42 AM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท)
Submitted on Mon, 2019-08-12 21:42


หนึ่งในประเด็นใหญ่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาของสหรัฐฯ คือกรณีการกราดยิงต่อเนื่อง ที่หลังจากนั้นประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และนักการเมืองรีพับลิกันก็ออกมากล่าวโทษเกม แต่ก็มีการวิจารณ์ตอบโต้ว่าแทนที่นักการเมืองอนุรักษ์นิยมจะโทษเกม พวกเขาควรให้ความสนใจอาชญากรรมจากความเกลียดชังเชื้อชาติสีผิวมากกว่า นอกจากนี้เรื่องกฎหมายควบคุมอาวุธปืนกลับมาเป็นข้อถกเถียงอีกครั้ง และจากผลโพลเมื่อไม่นานนี้ระบุว่าชาวอเมริกันต้องการกฎหมายควบคุมอาวุธปืน และกลุ่มตัวอย่างที่เป็นคนดำเป็นฝ่ายสนับสนุนให้ควบคุมอาวุธปืน


12 ส.ค. 2562 หลังจากเหตุการณ์คนก่อเหตุกราดยิงในหลายที่ของสหรัฐฯ เกิดขึ้นติดต่อกันในช่วงไม่นานนี้ ทั้งใน เดย์ตัน โอไฮโอ และในเอลปาโซ ของเท็กซัส ก็ทำให้เกิดข้อถกเถียงในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมความรุนแรงจากอาวุธปืนอีกครั้ง สถานีวิทยุสาธารณะแห่งชาติสหรัฐฯ NPR ระบุว่าหนึ่งในเรื่องที่กลายมาเป็นข้ออภิปรายทางการเมืองคือเรื่องกฎหมายควบคุมอาวุธปืน

โดยในช่วงสัปดาห์ที่แล้วมีกลุ่มประชาชนผู้ไม่พอใจเรียกร้องให้ผู้ว่าการรัฐโอไฮโอจากพรรครีพับลิกันทำอะไรสักอย่างกับกรณีอาวุธปืนหลังเกิดเหตุกราดยิงในเดย์ตัน หลังจากนั้นแม้แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งก่อนหน้านี้พูดโทษวิดีโอเกมที่มีความรุนแรงเริ่มพูดถึงการพิจารณากฎหมายจำกัดการถือครองอาวุธปืนโดยอาศัยการตรวจสอบพื้นเพของบุคคล

ทั้งนี้จากผลโพลหลายสำนักก็เผยว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการควบคุมอาวุธปืนในสหรัฐฯ จากผลโพลของมหาวิทยาลัยควินนิเปียกระบุว่าผู้ทำแบบสอบถามร้อยละ 61 เห็นด้วยกับการที่สหรัฐฯ จะมีกฎหมายควบคุมอาวุธปืนที่เข้มงวดมากขึ้น มีร้้อยละ 34 ที่คัดค้านในเรื่องนี้และที่เหลือระบุว่าไม่ทราบ ข้อมูลที่หน้าสนใจอีกอย่างหนึ่งเกี่ยวกับโพลนี้คือเรื่องที่มีผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครตร้อยละ 91 ระบุว่าเห็นด้วย ส่วนพรรครีพับลิกันมีเพียงร้อยละ 32 เท่านั้นที่เห็นด้วย

นอกจากนี้ยังมีความคิดเห็นแตกต่างกันระหว่างเชื้อชาติสีผิวและเพศของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยที่กลุ่มที่เห็นด้วยกับการควบคุมอาวุธปืนมากที่สุดคือกลุ่มคนดำ มีกลุ่มตัวอย่างคนดำถึงร้อยละ 85 เห็นด้วยในเรื่องนี้เมื่อเทียบกับคนขาวและฮิสแปนิคที่เห็นด้วยร้อยละ 59 นอกจากนี้ผู้หญิงที่ทำแบบสอบถามยังเห็นด้วยกับการควบคุมอาวุธปืนเช้มงวดมากขึ้นร้อยละ 68 เทียบกับชายมีผู้เห็นด้วยร้อยละ 53

มีผลโพลอีกแห่งหนึ่งคือแมสิสต์โพลออกมาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ระบุว่ามีร้อยละ 51 ที่เห็นด้วยกับการควบคุมอาวุธปืนเข้มงวดขึ้น ขณะที่ร้อยละ 36 ระบุว่าควรจะปล่อยกฎหมายให้คงเดิม อย่างไรก็ตามสำหรับคำถามที่ว่าระหว่างการควบคุมความรุนแรงจากอาวุธปืนให้มากขึ้นกับการคุ้มครองสิทธิในการพกพาอาวุธปืนพวกเขาเห็นด้วยกับอย่างใดมากกว่ากัน ร้อยละ 58 ระบุว่าพวกเขาเห็นด้วยกับการควบคุมความรุนแรง ส่วนร้อยละ 37 ระบุว่าควรจะคุ้มครองสิทธิด้านอาวุธปืนมากกว่า

อย่างไรก็ตามท่าทีของวุฒิสภาสหรัฐฯ นำโดย ส.ว.เสียงข้างมากจากพรรครีพับลิกันก็แสดงออกว่าจะสนับสนุนผลักดันให้เกิดกฎหมาย "ธงแดง" ที่อนุญาตให้ตำรวจหรือสมาชิกครอบครัวขอหมายศาลเมื่อยึดอาวุธปืนชั่วคราวจากบุคคลที่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อพวกเขาหรือบุคคลอื่นๆ ได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานแสดงให้เห็นถึงความผิดที่พวกเขาก่อ

ทั้งนี้ ส.ว. รีพับลิกัน มิตช์ แมคคอนเนล ยังเคยให้สัมภาษณ์ต่อสื่อวิทยุในสหรัฐฯ ว่าเขารับทราบเรื่องที่ผู้คนจำนวนมากเรียกร้องให้มีการตรวจสอบพื้นเพของผู้ที่จะพกพาอาวุธปืน เรื่องนี้สะท้อนจากผลโพลของแมริสต์โพลเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาระบุว่าร้อยละ 89 สนับสนุนให้มีการตรวจสอบพื้นเพของผู้คนที่จะซื้ออาวุธปืน ซึ่งในเรื่องนี้แม้กระทั่งผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันก็เห็นด้วยเป็นส่วนใหญ่อยู่ที่ร้อยละ 84 เรื่องนี้ยังสะท้อนในผลโพลของควินนิเปียกเมื่อเดือนพฤษภาคมที่กลุ่มตัวอย่างผู้ทำแบบสอบถามจากทุกฝ่ายทางการเมืองรวมถึงผู้ไม่ฝักใฝ่พรรคใดล้วนแต่เห็นด้วยกับการตรวจสอบพื้นเพ

อย่างไรก็ตามถึงแม้การเคลื่อนไหวเรียกร้องควบคุมอาวุธปืนในสหรัฐฯ จะดำเนินมาตลอดแต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาก็มีการขัดขวางจากกลุ่มสมาคมปืนไรเฟิลแห่งชาติ (NRA) ซึ่งเป็นกลุ่มล็อบบี้เรื่องสิทธิในการถือครองอาวุธปืนในสหรัฐฯ โดยมีการบริจาคให้นักการเมืองหลายคนซึ่งส่วนใหญ่เป็น ส.ส. และ ส.ว. จากพรรครีพับลิกัน

มีสื่อเปิดโปงในเรื่องนี้โดยอาศัยข้อมูลจาก OpenSecrets.org ซึ่งเป็นเว็บไซต์ขององค์กรวิจัยไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดที่ชื่อ Center for Responsive Politics จากข้อมูลดังกล่าวระบุว่าผู้ที่รับบริจาคจาก NRA มากที่สุดคือ เท็ด ครูซ ส.ว. รีพับลิกันจากรัฐเท็กซัส ซึ่งรับเงินจาก NRA ราว 300,000 ดอลลาร์ในปี 2561 ถึงแม้ว่าครูซจะออกมาประณามการก่อเหตุล่าสุดก็ตาม นอกจากนี้ยังมีนักการเมืองรีพับลิกันรายอื่นๆ ที่รับเงินบริจาคจาก NRA ตั้งแต่ 30,000-200,000 ดอลลาร์ในปีเดียวกัน
ฝ่ายซ้ายจวกทรัมป์โทษแต่เกม แต่ไม่สนใจอาชญากรรมจากความเกลียดชัง

นอกจากประเด็นเรื่องการควบคุมอาวุธปืนแล้ว หลายครั้งเมื่อมีการก่อเหตุกราดยิงในสหรัฐฯ นักการเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยมก็มักจะกล่าวโทษว่าสื่อวิดีโอเกมที่มีความรุนแรงเป็นต้นเหตุ และในครั้งนี้เองประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ก็เคยพูดในแบบเดียวกันรวมถึงนักการเมืองรายอื่นๆ ของรีพับลิกันเช่น เควิน แมคคาธี ด้วย

เรื่องนี้ทำให้มีการโต้ตอบจากนักการเมืองฝ่ายซ้ายอย่างอเล็กซานเดรีย โอแคซิโอ-คอร์เทซ ผู้แทนเดโมแครทที่ระบุในทวิตเตอร์โต้ตอบการโทษเกมของแมคคาธีว่าปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่วิดีโอเกม แต่เป็นแนวคิดแบบคนขาวเป็นใหญ่ (white supremacy) ต่างหาก โอแคซิโอ-คอร์เทซ วิจารณ์อีกว่าในเรื่องนี้พรรครีพับลิกันรู้อยู่แก่ใจ เพราะแม้แต่ประธานาธิบดีเองก็เคยกล่าวต่อฝูงชนขับไล่สมาชิกสภาที่ไม่ใช่คนขาวมาก่อน

มีหลักฐานส่วนหนึ่งบ่งชี้ว่าแรงจูงใจของกรณีการกราดยิงที่เอลปาโซนั้นมาจากเรื่องความเกลียดชังทางเชื้อชาติสีผิว โดยที่ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุในเอลปาโซเพิ่งให้การรับสารภาพว่าเขามีแรงจูงใจมุ่งสังหาร "ชาวเม็กซิกัน" ผู้ต้องสงสัยบอกว่าเขาได้วางแผนการก่อเหตุและขับรถเป็นระยะเวลายาวนาน 10 ชั่วโมงจากเมืองอัลเลนในเท็กซัสมาถึงเมืองเอลปาโซที่มีพรมแดนติดกับเม็กซิโก จากนั้นจึงก่อเหตุด้วยการเปิดฉากยิงใส่ผู้คนที่ห้างค้าปลีกวอลล์มาร์ทจนมีผู้เสียชีวิต 22 รายมีอายุตั้งแต่ 15-90 ปี ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นพลเมืองอเมริกัน มีอยู่ 8 รายที่เป็นคนเม็กซิกัน และมีรายหนึ่งเป็นชาวเยอรมัน

เจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐฯ เชื่อว่าช่วงก่อนก่อเหตุในเอลปาโซผู้ก่อเหตุได้โพสต์ข้อความยาว 2,300 ตัวอักษรบนเว็บบอร์ด 8chan ในช่วงก่อนเกิดเหตุเพียง 19 นาที เนื้อหาข้อความยืดยาวของเขาระบุว่า "ชาวฮิสแปนิกรุกรานรัฐเท็กซัส"

โอแคซิโอ-คอร์เทซ เคยวิจารณ์ไว้ว่าเรื่องเหล่านี้มาจากการปลุกปั่นของผู้นำที่เหยียดเชื้อชาติสีผิว โดยที่ประธานาธิบดีทรัมป์เองก็เคยเรียกผู้อพยพว่าเป็น "ผู้รุกราน" ผ่านทางโฆษณาของเขาในเฟสบุก

จากที่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในสาขาหนึ่งของห้างค้าปลีกวอลล์มาร์ท ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้จัดหาอาวุธปืนรายใหญ่ในสหรัฐฯ แทนที่ทางบรรษัทจะพิจารณาเรื่องการควบคุมการค้าอาวุธปืนของตัวเอง พวกเขาก็กลับสั่งให้ลูกจ้างของตัวเองยกเลิกการวางโชว์วิดีโอเกมที่ "มีเนื้อหารุนแรงหรือพฤติกรรมก้าวร้าว" แทน นอกจากนี้ยังสั่งยกเลิกการจัดแสดงตัวอย่างของเกมเครื่องคอนโซลที่นำเสนอเนื้อหารุนแรงจากร้านค้าของพวกเขา 4,750 สาขา แต่พวกเขาก็ไม่ได้พูดถึงว่าจะยกเลิกการขายปืนหรือกระสุนปืนแต่อย่างใด โดยพวกเขายังขายสินค้าเหล่านี้ในห้างของพวกเขาครึ่งหนึ่งจากทุกสาขา

เรื่องนี้ทำให้คนทำงานวอลล์มาร์ทพากันประณามการตัดสินใจของคนใหญ่คนโตในองค์กรที่เน้นโทษวิดีโอเกมแทนที่จะทำให้อาวุธปืนเข้าถึงได้ยากขึ้น โดยที่คนงานร่วมกับองค์กรยูไนเต็ดฟอร์เรสเปกต์ออกแถลงการณ์วิจารณ์ว่าการตัดสินใจของซีอีโอ ดัก มักมิลลัน "ไร้ความรับผิดชอบและเหลาะแหละ"

กลุ่มคนงานแถลงว่านโยบายใหม่นี้ไม่ได้ทำให้พวกเขารู้สึกปลอดภัยในที่ทำงานเลย และสิ่งที่เป็นอันตรายจริงๆ ไม่ใช่วิดีโอเกมแต่คือ "การที่ปืนตกอยู่ในมือของคนที่มีแนวคิดคนขาวเป็นใหญ่" พวกเขาวิพากษ์วิจารณ์อีกว่าการที่ซีอีโอของวอลล์มาร์ทยอมสมรู้ร่วมคิดกับการเหยียดเชื่อชาติสีผิวและการกลัวคนนอกของทรัมป์ทำให้คนงานอย่างพวกเขาต้องเสี่ยงอันตราย

หลังจากเกิดเหตุการกราดยิงหลายครั้งในสหรัฐฯ ช่วงที่ผ่านมา ทรัมป์เริ่มออกมาเรียกร้องให้มีการ "ประณามการเหยียดเชื้อชาติ, การดันทุรังไม่ยอมรับความต่าง และแนวคิดคนขาวเป็นใหญ่" ซึ่งเรื่องนี้นักการเมืองสายห้าวหน้าเรียกร้องมานานแล้ว และตัวทรัมป์เองก็ไม่ได้พูดถึงการใช้โวหารและนโยบายที่เหยียดเชื้อชาติสีผิวของตัวเอง

เรียบเรียงจาก

'I'm The Shooter,' El Paso Suspect Allegedly Told Police, NPR, 09-08-2019

US president Donald Trump blames videogames for fueling violent culture, PC Gamer, 05-08-2019

Ocasio-Cortez Tells Off Kevin McCarthy: Blame White Supremacy, Not Video Games, Huffington Post, 05-08-2019

Americans Largely Support Gun Restrictions To 'Do Something' About Gun Violence, NPR, 10-12-2019

These lawmakers receive the most campaign money from gun-rights backers like the NRA, Market Watch, 10-12-2019

Gun Rights: Top Recipients, OpenSecrets.org

Workers and Shooting Survivors Slam Walmart Plan to Stop Gun Violence by...Wait for It...Displaying Video Games Less Prominently, Common Dreams, 09-08-2019

ข้อมูลเพิ่มเติมจาก

https://en.wikipedia.org/wiki/Red_flag_law



Posted: 12 Aug 2019 08:26 AM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท)
Submitted on Mon, 2019-08-12 22:26


ช่วยกันหาคำตอบที่ พล.อ.อภิรัชต์ ระบุว่ามีพรรคการเมืองตั้งใหม่พยายามให้ความรู้โดยใช้โฆษณาชวนเชื่อและข่าวปลอมกับวัยรุ่นไทยนั้นคือพรรคใด ผ่านข่าวปลอมหรือข่าวเงิบในรอบปีที่ผ่านมา

12 ส.ค.2562 หลังจากที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ระบุผ่านสำนักข่าวต่างประเทศว่ามีพรรคการเมืองตั้งใหม่ที่พยายามให้ความรู้โดยใช้โฆษณาชวนเชื่อและข่าวปลอมกับวัยรุ่นไทยนั้น

ในโอกาสนี้ประชาไทจะรวบรวมแท็ค 'เงิบ' และ 'ความเงิบ' ที่ประชาไทรวบรวมไว้ประมาณ 1 ปีกว่าที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่อาจเรียกได้ว่ามี "มีพรรคการเมืองตั้งใหม่" ขึ้นมาว่ามีการใช้การโฆษณาชวนเชื่อและข่าวปลอมอย่างไรบ้าง


1. #เนชั่นโป๊ะแตก ขึ้นอันดับ 1 เทรนด์ทวิตเตอร์ หลังมีคนแฉ 'กนก' เปิดคลิปตัดต่อเสียงเหมือน 'ทักษิณ-ธนาธร'

ข่าวเมื่อ มี.ค.ที่ผ่านมาภายหลังจากมีผู้อัดวิดีโอคลิปวิเคราะห์คลิปเสียงที่รายการข่าวข้น คนเนชั่น นำโดย กนก รัตน์วงศ์สกุล ซึ่งได้นำคลิปเสียงของคล้ายทักษิณ ชินวัตร กับ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ สนทนากันมาเปิดในรายการ แต่กลับมาผู้วิพากษ์วิจารณ์จำนวนมากถึงการตัดต่อวิดีโอคลิปดังล่าว ส่งผลให้ #เนชั่นโป๊ะแตก ติดอันดับ 1 เทรนด์ในทวิตเตอร์ อย่างไรก็ตาม ผู้อัดวิดีโอวิเคราะห์เสียงดังกล่าว ได้นำคลิปขณะที่ ทักษิณ บรรยายที่ ร.ร.สามเสนวิทยาลัย เมื่อปี 46 มาเปรียบเทียบ พบว่าตรงกัน เพื่อแสดงให้เห็นว่าคลิปเสียงที่ รายการข่าวข้น คนเนชั่น นำมาเผยแพร่นั้นเป็นการตัดต่อขึ้นมา
2. คาถาแยกเงาพันร่าง : พบผู้ฟังเวทีปราศรัย 'พลังประชารัฐ' แยกร่างหลายคนจนแน่นขนัด

ข่าวช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง เฟสบุ๊คแฟนเพจ 'พรรคพลังประชารัฐ' https://www.facebook.com/PPRPThailand/posts/565895497250457 ที่มียอดผู้กดถูกใจ 8 หมื่นคน ขณะนั้น โพสต์ภาพแกนนำพรรคปราศรัยที่ศาลากลางหลังเก่า ทุ่งศรีเมือง จ.อุบลราชธานี โดยภาพดังกล่าวมีจุดน่าสังเกตคือ กลุ่มผู้มาร่วมฟังการปราศรัยมีใบหน้า การแต่กาย และการแสดงท่าทางที่เหมือนกันด้วย

อย่างไรก็ตามมีผู้เข้าไปแสดงความเห็นใต้โพสต์ดังกล่าวเชิงต่อว่าและเสียดสีว่าเป็นการตัดต่อ

ก่อนที่ต่อมาไม่นาน จะไม่สามารถเข้าถึงโพสต์ดังกล่าวได้แล้ว พร้อมปรากฎข้อความแจ้งจากเฟสบุ๊คด้วยว่า "ขออภัย เนื้อหานี้ไม่พร้อมใช้งานในขณะนี้ ลิงก์ที่คุณได้ติดตามอาจหมดอายุไปแล้ว หรือเพจนี้อาจจะมองเห็นได้เฉพาะสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่ไม่ได้รวมถึงคุณด้วย"

รายงาน : รวมปรากฏการณ์ ‘เงิบ’ ระแวงสักนิด ก่อนคิดจะแชร์
'อภิรัชต์' ให้สัมภาษณ์สื่อนอก ยืนยันกองทัพในยุคตน 'ไม่มีรัฐประหาร-ไม่ล้ำเส้นการเมือง'
'อนาคตใหม่' โต้หลัง 'อภิรัชต์' ระบุ 'พรรคตั้งใหม่' ใช้ 'ข่าวปลอม' หลอกเยาวชน
3. 'เหรียญทอง' แจ้งมีคนถูกจับคดีหมิ่นฯกษัตริย์ที่สุวรรณภูมิ ก่อนลบโพสต์ บอก 'เป็นข่าวลวง'

เมื่อ 22 พ.ย. ปีที่แล้ว พล.ต.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊กว่า ตนขอยกเลิกการตรวจสอบข่าวการจับกุมและควบคุมตัวผู้หลบหนีหมายจับคดีหมิ่นประมาทกษัตริย์ ที่สนามบินสุวรรณภูมิเมื่อเช้าวันนี้ 22 พ.ย.61 เมื่อเวลา 9.26 น. เพราะเป็นข่าวลวง ขอขอบพระคุณทุกท่านเป็นอย่างสูง โดยที่ก่อนหน้านั้น พล.ต.เหรียญทอง โพสต์ข้อความแจ้งว่า การจับกุมและควบคุมตัวผู้หลบหนีหมายจับคดีหมิ่นฯ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ก่อนที่ข้อความดังกล่าวจะถูกลบออกไป


4. 'ธนาธร' จ่อดำเนินการทางกฎหมาย หลังเพจ 'เดรัจฉานนิวส์' ทำข่าวปลอมปมวัดตีระฆัง

ช่วง ต.ค.ปีที่แล้ว กรณีข่าวระหว่างคอนโดมิเนียมกับวัดไทรที่มีการเรียกร้องให้หยุดตีระฆัง ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งส่วนใหญ่สนับสนุนให้วัดไทรตีระฆังต่อ ไปจนถึงไล่ตามหาผู้อาศัยที่คอนโดมิเนียมดังกล่าวว่าใครเป็นผู้ร้องเรียนนั้น

ผลกระทบไม่เพียงการตามล่าหาตัวผู้ร้องเรียนการตีระฆังเท่านั้น ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ก็ถูกเฟสบุ๊กแฟนเพจ 'เดรัจฉานนิวส์' (https://www.facebook.com/เดรัจฉานนิวส์-159204968131869/) นำภาพตัวเขา พร้อมใส่ข้อความโพสต์ในเพจเพื่อให้คนเข้าใจผิดว่า ธนาธร มีความเห็นในลักษณะคัดค้านการตีระฆัง

ต่อมาเฟสบุ๊ก 'Thanathorn Juangroongruangkit - ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ' โพสต์ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า "เป็นข่าวปลอม ที่จงใจให้เกิดความเสียหายกับผมและพรรคอนาคตใหม่ ฝากบอกทุกๆ คนด้วยครับ ทางเรากำลังเตรียมดำเนินการทางกฎหมายต่อไป"

จนต่อมาเพจ 'เดรัจฉานนิวส์' ได้ลบโพสต์ที่มีปัญหากับธนาธรออก

เพจใหม่ว่า 'ถูกแฮก' โฆษกกองทัพฯ ว่า 'เพจปลอม' ปมเพจชื่อหน่วยทหารโพสต์ชวนเลือกประยุทธ์


โพสต์ชวนเลือก 'ประยุทธ์' ของหน่วยทหารปลิวทันที หลังโทรถาม
5. เงิบ! 'Gossipสาสุข' จับเท็จ 'ประยุทธ์' หลังพูดปัญหา 'บัตรทอง' ในรายการศาสตร์พระราชาฯ

จากกรณี ก.ย.61 พล.อ.ประยุทธ์ ตอนหนึ่งในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ถึงปัญหาของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือ 30 บาท รักษาทุกโรค ที่ยังคงมีความไม่สมบูรณ์ ในการขอรับบริการด้านสุขภาพ หลายประการ ได้แก่ (1) รักษาได้เฉพาะโรงพยาบาลรัฐ (2) ไม่คุ้มครองการรักษาที่เกินความจำเป็นพื้นฐาน (3) ไม่คุ้มครองการรักษาที่มีงบประมาณจัดสรรโดยเฉพาะ และ (4) ไม่คุ้มครองกรณีโรคเรื้อรัง และโรคที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเป็นผู้ป่วยใน เกินกว่า 180 วัน นั้น

แต่ต่อมา 'Gossipสาสุข' ได้นำข้อมูลมาแย้ง พล.อ.ประยุทธ์ ว่า “มั่ว” ทั้งหมด พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริง ชี้เป็นการแสดงถึงความไม่เป็นมืออาชีพของรัฐบาลชุดนี้ได้ชัดเจน

นอกจากนี้ก่อนเลือกตั้งเฟสบุ๊คแฟนเพจที่ใช้ชื่อว่า 'กองการสื่อสาร หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา' ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ มิ.ย.2558 มียอดคนกดถูกใจประมาณ 1,000 คน โพสต์ภาพพร้อมข้อความนอกจากประชาสัมพันธ์ผลงานของรัฐบาลแล้ว เมื่อวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา ยังโพสต์เชิญชวนให้ไปเลือก พล.อ.ประยุทธ์ โดยภาพดังกล่าวปรากฏตราสัญลักษณ์ของพรรคพลังประชารัฐด้วย อย่างไรก็ตามเมื่อผู้สื่อข่าวติดต่อไป ยังเบอร์ 02-1936085 ซึ่งปรากฎในเว็บไซต์ของ แผนกสารสนเทศ กองการสื่อสาร หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาฯ และปลายสายดังกล่าวให้เบอร์โทรผู้ดูแลเว็บและเฟสบุ๊กแฟนเพจมา จึ่งได้โทรสอบถาม หลังจากนั้นโพสต์ประชาสัมพันธ์ดังกล่าวก็ถูกลบไป จนต่อมาเพจนี้ ซึ่งมี URL ว่า https://www.facebook.com/signalafdc ก็หายไปด้วยนั้น

ต่อมากับปรากฏเฟสบุ๊คแฟนเพจ ชื่อ 'กองการสื่อสารหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา' แทน โดยมี URL คือ https://www.facebook.com/afdccommd ณ เวลา 18.34 น. มีผู้กดถูกใจ 5 คน พร้อมทั้งโพสต์ภาพและข้อความอ้างว่า "ขณะนี้มีผู้ไม่ประสงค์ดี ได้ทำการ Hack Facebook ของกองการสื่อสาร หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เพื่อใช้เป็นเครื่องมือยุยงปลุกปั่น และสร้างความเข้าใจผิดให้กับหน่วยงาน ทางหน่วยได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน พบว่า ผู้ดูแลเพจ/เว็บไซต์ ไม่ได้มีการโพสต์ข้อความตามที่ปรากฏ คาดว่าเป็นการถูก Hack Facebook ซึ่งผู้ดูแลได้ทำการเปลี่ยนรหัสผ่านและเพิ่มมาตรการการเข้าถึงข้อมูล และได้ทำการเปิดเพจใหม่

"เนื่องจากในห้วงสัปดาห์นี้มีผู้ไม่หวังดี มีความพยายามที่จะดิสเครดิตซึ่งกันและกัน โดยการปล่อยข่าวปลอมต่างๆ จึงขอให้ประชาชนระมัดระวังการรับข้อมูลข่าวสาร" เพจ 'กองการสื่อสารหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา' โพสต์เตือน

[full-post]



Posted: 12 Aug 2019 09:04 AM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท)
Submitted on Mon, 2019-08-12 23:04


ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจฯ ม.รังสิต ประเมินผลกระทบเงินหยวนอ่อนค่าและการกลับตัวทางนโยบายเศรษฐกิจของจีนรับมือสงครามการค้าส่งผลอย่างมีนัยยสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย พร้อมเสนอให้มียุทธศาสตร์ทางการค้าเพื่อรับมือความท้าทายดังกล่าว

12 ส.ค.2562 ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อการปฎิรูป สถาบันเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต แจ้งว่า วันนี้ ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจฯ เปิดเผยว่า ผลกระทบเงินหยวนอ่อนค่าและการกลับตัว (U-turn) ของนโยบายเศรษฐกิจของจีนจะส่งผลอย่างมีนัยยสำคัญทั้งบวกและลบต่อเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทยและตลาดการเงินทั่วโลก การอ่อนตัวของเงินหยวนสะท้อนการชะลอตัวของการส่งออกและการขยายตัวทางเศรษฐกิจลดลงของจีนในระดับหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งเป็นการบริหารจัดการให้เงินหยวนอ่อนค่าลง และ ธนาคารกลางของจีนได้ทะยอยปรับลดค่าเงินหยวนลงมาตามลำดับอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อเงินทุนไหลออกจากประเทศจีนหรือการพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อ การดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการกลับตัว (U-turn) ทางนโยบายเศรษฐกิจจีนเพื่อรับมือกับผลกระทบจากสงครามทางการค้าจีนสหรัฐฯ ในช่วงปี พ.ศ. 2549-2556 ธนาคารกลางของจีนได้ปรับค่าเงินหยวนแข็งค่ามาโดยตลอด การปรับค่าเงินหยวนให้อ่อนค่าลงถึง 3 ครั้ง ในช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาโดยล่าสุดมีการปรับค่า midpoint reference มาอยู่ที่ 7.0211 หยวนต่อดอลลาร์ การเจตนาให้ค่าเงินอ่อนค่าลงเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะการค้าสามารถมองได้ว่า จีนกำลังบิดเบือนค่าเงิน (Currency Manipulator) เพื่อตอบโต้การขึ้นกำแพงภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ

เงินหยวนอ่อนค่าลงจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศเอเชียที่มีระดับการเปิดประเทศสูงและพึ่งพาการส่งออก นอกจากนี้ยังมีผลกระทบทางลบเพิ่มเติมต่อภาคส่งออก ภาคการท่องเที่ยวและภาคการลงทุนโดยเฉพาะการไหลออกมาลงทุนของกลุ่มทุนข้ามชาติจีนจะลดลง การลงทุนของกลุ่มทุนจีนในอีอีซีอาจไม่เป็นไปตามที่ตั้งเป้าเอาไว้ จีนมีความจำเป็นในการรักษาระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจไม่ให้ต่ำกว่าเป้าหมายมากเกินไป การขยายตัวของเศรษฐกิจจีนคิดเป็นสัดส่วนกว่า 30% ของการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ขณะที่การเติบโตของสหรัฐอเมริกามีผลต่อเศรษฐกิจโลกประมาณ 17-20% ภาวะถดถอยของเศรษฐกิจโลกในปีหน้าจะมีสาเหตุจากผลกระทบจากสงครามการค้าและมีต้นตอมาจากประเทศสหรัฐฯและจีน

ข้อจำกัดของการดำเนินนโยบายกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศของจีนมีข้อจำกัดจากปัญหาหนี้เสียที่เพิ่มขึ้นในระบบสถาบันการเงิน พร้อมกับ การขยายการลงทุนในโครงการต่างๆจำนวนมากของรัฐวิสาหกิจในช่วงที่ผ่านมาและมีการลงทุนส่วนเกินอยู่จำนวนมาก การกดให้เงินหยวนอ่อนค่าลงเพื่อสนับสนุนการส่งออก คือ ทางออกของจีน แต่จะสร้างปัญหาให้กับหลายประเทศที่เป็นคู่แข่งทางการค้า และ กระตุ้นให้หลายประเทศแข่งขันกันลดค่าเงิน สิ่งนี้จะกดดันให้การขยายตัวของการค้าโลกลดลงอีก เงินหยวนอ่อนค่าจะทำให้เงินทุนจำนวนหนึ่งเคลื่อนย้ายไปถือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯและสินทรัพย์สกุลเงินดอลลาร์ ภาวะดังกล่าวจะกดดันให้สหรัฐฯปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกเพื่อให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง เงินหยวนและเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงเป็นผลทั้งปฏิกิริยาของตลาดการเงินโลกและเป้าหมายทางนโยบายการเงิน ภาวะดังกล่าวจะทำให้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนของโลกไม่มีเสถียรภาพ กระทบต่อเสถียรภาพของระบบการเงินของบางประเทศได้ เศรษฐกิจของหลายประเทศจะมีความเปราะบางและมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ในที่สุด เศรษฐกิจโลกจะเข้าสู่ภาวะถดถอยและปัญหาเศรษฐกิจอาจบานปลายเนื่องจากหลายประเทศไม่ได้มีพื้นที่นโยบายเพียงพอที่จะรับมือโดยเฉพาะประเทศที่มีฐานะทางการคลังอ่อนแอและมีหนี้สาธารณะในระดับสูง

ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจฯ กล่าวอีกว่า เศรษฐกิจไทยต้องชะลอการเพิ่มกำลังการผลิตส่วนเกิน ทบทวนการลงทุนและการใช้จ่ายเกินตัวของภาครัฐโดยเฉพาะการจัดซื้อที่ไม่ใช่ความจำเป็นเร่งด่วน การลงทุนหรือผลิตเกินความต้องการภายในประเทศและอุปสงค์ของตลาดโลกจะสร้างปัญหาฟองสบู่ในอนาคตจากการลงทุน ต้องปรับการลงทุนหรือการผลิตอย่างเหมาะสมเพื่อปรับสมดุลให้สอดคล้องกับอุปสงค์ที่ชะลอตัวลงอย่างชัดเจน การขาดความสมดุลจะนำมาสู่ความยุ่งยากทางเศรษฐกิจและความซับซ้อนต่อการบริหารนโยบายเศรษฐกิจในอนาคต การส่งสัญญาณทางเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ถูกต้องเหมาะสมจะช่วยบรรเทาผลกระทบของปัญหาความถดถอยทางเศรษฐกิจในอนาคตได้ระดับหนึ่ง การกระตุ้นการบริโภค การเพิ่มและการกระจายรายได้มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจในช่วงนี้

ผศ.ดร.อนุสรณ์ เสนอให้ไทยมียุทธศาสตร์การค้าเพิ่มเติมที่จะสามารถรับมือความท้าทายสงครามการค้า และสงครามค่าเงินเริ่มต้นด้วย ยุทธศาสตร์การค้าที่ต้องผลิตสินค้าให้ตรงกับอุปสงค์ที่เปลี่ยนแปลงของโลกซึ่งจำเป็นต้องมีการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมส่งออกใหม่ ยุทธศาสตร์การผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐานและผู้บริโภคมั่นใจในคุณภาพ ยุทธศาสตร์การพัฒนาช่องทางการจำหน่ายสินค้าและบริการทางออนไลน์ด้วย Platform ของตัวเอง และ การสร้าง Brand ในระดับประเทศที่ SME สามารถใช้ประโยชน์ได้ ยุทธศาสตร์การปรับปรุงกฎระเบียบของภาครัฐให้เอื้อต่อการประกอบธุรกรรมการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ รวมทั้ง ปรับจำนวนพิกัดอัตราภาษีศุลกากรให้เหมาะสมกับสถานการณ์ทางการค้า

ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า การลงทุนจากกลุ่มทุนจีนมายังอาเซียนและไทยเพื่อเลี่ยงผลกระทบสงครามการค้าจีนสหรัฐฯเพื่อใช้ประโยชน์จากแหล่งกำเนิดสินค้าและกติกาด้านสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีที่เข้มงวดน้อยกว่าจำเป็นที่ประเทศผู้รับการลงทุนอย่างไทยต้องคัดเลือกโครงการด้วยความละเอียดรอบคอบและละเอียดอ่อนเพื่อไม่ก่อให้เกิดปัญหาการกีดกันทางการค้าต่อประเทศไทยในอนาคต

[full-post]


Voice TV - The Daily Dose โลกการเมือง

ฝ่ายต้องการเอกราชอาจต้องถอยหากไม่อยากตายหมู่

ชมคลิปเต็มรายการได้ที่ https://www.voicetv.co.th/watch/mlFZbxov2

ขับเคลื่อนโดย Blogger.