แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ football แสดงบทความทั้งหมด

(สวมกุญแจมือ) ฮาคิม อัล อาไรบี (ที่มา: Facebook/Banrasdr Photo)

Posted: 25 Jan 2019 03:07 AM PST (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท www.prachatai.com)
Submitted on Fri, 2019-01-25 18:07


องค์กรสิทธิ-อดีตกัปตันทีมชาติออสเตรเลียร้องฟีฟ่าคว่ำบาตรรัฐบาล-สมาคมฟุตบอลบาห์เรนและไทย กรณีขังฮาคีม อัล อาไรบี แข้งบาห์เรนที่ผู้ลี้ภัยอยู่ออสเตรเลียแต่ถูกจับในไทยขณะมาเที่ยว ขอแฟนบอลไทยช่วยกันเรียกร้องให้มีการส่งตัวเขากลับไปยังแดนจิงโจ้ ด้านฟีฟ่าส่งจดหมายถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขอนัดประชุมเพื่อเก็บข้อมูลและความคืบหน้าเรื่องนี้ เน้นย้ำไทยปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ

25 ม.ค. 2562 องค์กรสิทธิ-กีฬานานาชาติแสดงความกดดันมากขึ้นต่อกรณีที่ไทยคุมขังฮาคีม อัล อาไรบี อดีตนักฟุตบอลทีมชาติบาห์เรนขณะเดินทางมาเที่ยวกับภรรยาที่ประเทศไทยเมื่อ 27 พ.ย. 2561 ทั้งที่ฮาคีมได้รับการรับรองและคุ้มครองในฐานะผู้ลี้ภัยโดยรัฐบาลออสเตรเลียแล้ว โดยศาลอาญาได้ฝากขังฮาคีมเป็นเวลา 60 วันนับตั้งแต่วันที่ 11 ธ.ค. 2561 ปัจจุบันนับวันฝากขังได้ 45 วัน หากรวมเวลาที่ถูกขังตั้งแต่วันที่เดินทางถึงไทยก็นับได้ 60 วัน

ฮาคีมได้รับสถานะผู้ลี้ภัยจากออสเตรเลีย สามารถอาศัยในออสเตรเลียได้ไม่จำกัดเวลา หลังเขาหลบหนีการถูกทางการบาห์เรนจับกุม ทรมานและถูกตั้งข้อหาลับหลังเพราะสมาชิกในครอบครัวเคยเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองต่อต้านรัฐบาล เขาถูกจับที่ไทยเพราะมีหมายแดงขององค์การตำรวจนานาชาติหรือ INTERPOL แต่ปัจจุบันหมายดังกล่าวถูกถอนแล้วตามระเบียบเรื่องการไม่ออกหมายต่อผู้ลี้ภัยที่ได้รับการรับรองสถานะแล้ว

ณัฐาศิริ เบิร์กแมน ทนายความของฮาคีมให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันฮาคีมถูกขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จะครบกำหนดฝากขัง 60 ในวันที่ 8 ก.พ. นี้ หากครบ 60 วันแล้วไม่มีการส่งเอกสารผู้ร้ายข้ามแดนจากบาห์เรนมา ศาลก็จะผลักดันกลับประเทศออสเตรเลีย ทั้งนี้ อัยการยังสามารถขอขยายการควบคุมตัวได้อีก 30 วัน ในระหว่างนี้ หากบาห์เรนส่งเอกสารผู้ร้ายข้ามแดนมาแล้ว ก็จะเข้าสู่กระบวนการทำคำคัดค้านในชั้นศาล

สำหรับภรรยาของฮาคีม ปัจจุบันได้กลับไปยังออสเตรเลียแล้ว
องค์กรสิทธิ-อดีตกัปตันทีมชาติออสเตรเลียร้องฟีฟ่าคว่ำบาตรบาห์เรน-ไทย ขอแฟนบอลยืนหยัดเพื่อแข้งบาห์เรน


วันนี้ (25 ม.ค.) มีการแถลงข่าวในกรณีฮาคีมที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทย (FCCT) ผู้ร่วมแถลงข่าวได้แก่ฟิล โรเบิร์ตสัน รักษาการแทนผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชีย องค์กรสิทธิมนุษยชน ฮิวแมนไรท์วอทช์ และเคร็ก ฟอสเตอร์ อดีตกัปตันทีมฟุตบอลทีมชาติออสเตรเลีย ปัจจุบันเป็นนักกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชน

เคร็กกล่าวว่า ฮาคีมเป็นผู้ลี้ภัยที่ได้รับการรับรองสถานะ และคุ้มครองโดยรัฐบาลออสเตรเลียแล้ว ซึ่งการับรองดังกล่าวต้องผ่านขั้นตอนมากมายซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย และรัฐบาลออสเตรเลียก็เห็นด้วยว่าฮาคีมสมควรได้รับการคุ้มครองจากการถูกทรมานซ้ำไปซ้ำมาหากต้องกลับไปยังประเทศต้นทาง จึงขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทยเคารพในอำนาจอธิปไตยของออสเตรเลียด้วยการคุ้มครองแข้งชาวบาห์เรนคนนี้และให้เขาเดินทางกลับออสเตรเลีย

เคร็กกล่าวเพิ่มเติมว่า ในตอนนี้มีการรณรงค์ให้ปล่อยตัวฮาคีมจากหลายที่รอบโลก ทั้งจากอดีตนักฟุตบอลระดับโลกอย่างรอบบี้ ฟาวเลอร์ และผู้รักษาประตูหญิงทีมชาติสหรัฐฯ โฮป โซโล ไปจนถึงสมาพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า - FIFA) ที่ส่งจดหมายถึงประยุทธ์เพื่อขอส่งตัวแทน FIFA เข้าพบเพื่อหารือกับรัฐบาลไทยในกรณีฮาคีม แสดงถึงความหนักหนาสาหัสของสถานการณ์ที่กระทบต่อชื่อเสียงวงการกีฬาไทย เนื่องจากเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคดีความในศาล แต่เป็นเรื่องการส่งคนกลับไปเผชิญอันตราย (Refoulement) ที่ผิดหลักกฎหมายระหว่างประเทศในอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี (CAT) ที่ไทยให้สัตยาบันไว้

อดีตกัปตันทีมชาติออสเตรเลียยังระบุว่า FIFA มีนโยบายใหม่ที่ให้ความสำคัญกับหลักสิทธิมนุษยชนสากล และนโยบายเหล่านั้นต่างก็มีผลให้สมาคมฟุตบอลในระดับนานาชาติอย่างสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (AFC) และระดับประเทศอย่างสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ปฏิบัติตามด้วย ซึ่งฮาคีมก็เป็นหนึ่งในผู้เกี่ยวข้องกับวงการฟุตบอลเพราะเขาเป็นนักฟุตบอลอยู่

เคร็กเรียกร้องให้ FIFA ประสานกับผู้เกี่ยวข้องกับฮาคีมทั้งหมด โดยเฉพาะการทำให้ชีค ซัลมาน อัล คาลิฟา ประธาน AFC คนปัจจุบันผู้เป็นสมาชิกราชวงศ์บาห์เรนและหนึ่งในบุคคลที่ฮาคีมวิพากษ์วิจารณ์ในกรณีการเมืองในวงการฟุตบอล ออกแถลงการณ์ถึงรัฐบาลบาห์เรนไม่ให้มีการส่งตัวฮาคีมกลับ ซึ่งถือเป็นหน้าที่ของประธาน AFC

อดีตนักฟุตบอลทีมชาติออสเตรเลียยังขอให้ทั้ง FIFA และคณะกรรมการโอลิมปิกสากล เดินหน้าหามาตรการคว่ำบาตรทางกีฬาที่ทำได้ต่อทั้งสมาคมฟุตบอลไทยและบาห์เรนในการเป็นสมาชิกและเข้าร่วมกีฬาฟุตบอลในระดับโลกเพราะการคุมขังผู้ลี้ภัยอย่างผิดกฎหมายโดยไม่มีความจำเป็น และในกรณีที่หากบาห์เรนจะขอให้ทางการไทยส่งเอกสารขอตัวฮาคีมกลับบาห์เรน เขาเรียกร้องให้ FIFA เป็นผู้ร่วมสังเกตการณ์อิสระในทุกการประชุมที่เกี่ยวข้องกับฮาคีม

“นี่คือข้อความของผมถึงประชาคมฟุตบอลในเมืองไทย ฮาคีมเป็นนักฟุตบอล ชายหนุ่มผู้บริสุทธิ์ที่ไม่ได้เจอภรรยาเขามาเกินหนึ่งเดือนแล้ว เขาพูดกับผมตอนอยู่ในเรือนจำว่า เขาถูกพรากสองสิ่งที่เขารักไป นั่นคือภรรยาและฟุตบอล เขาเล่นฟุตบอลในเรือนจำ และทีมแชมป์ในการแข่งขันของเรือนจำก็รู้แล้วว่าเขาเป็นนักฟุตบอลระดับสากล แต่เขาก็ถามว่า แล้วทำไมฉันต้องมาเล่นฟุตบอลในคุก”

“ฉันรักฟุตบอลมาก ฉันอยากจะสัมผัสลูกฟุตบอล เป็นเรื่องดีที่ได้เล่นฟุตบอล แต่ทำไมฉันได้มาเล่นอยู่หลังลูกกรง ฉันควรได้กลับไปที่ (สโมสร) ปาสโกเวล ในเมืองที่ออสเตรเลีย ฉันควรจะได้เล่นกับเพื่อนร่วมทีม” เคร็กถ่ายทอดคำบอกเล่าจากฮาคีม

อดีตกัปตันทีมชาติออสเตรเลียยังเน้นย้ำให้แฟนบอลชาวไทยร่วมสนับสนุนให้มีฮาคีมได้กลับไปยังออสเตรเลีย

“ความอยุติธรรมนี้ต้องจบลง นี่คือมนุษย์ นี่คือนักฟุตบอล และสำหรับชาวไทยที่รักในฟุตบอล คุณต้องสนับสนุนผู้เล่นคนนี้ เดี๋ยวนี้ คุณไม่สามารถบอกว่าคุณเป็นคอบอล คุณไม่สามารถบอกว่าคุณรักในเกมฟุตบอลหากเรายังไม่ยืนหยัดเพื่อปกป้องนักฟุตบอลผู้บริสุทธิ์ จิตวิญญาณของกีฬาฟุตบอลกำลังถูกแขวนอยู่บนเส้นด้ายในกรณีนี้”

“ถ้าเราเป็นประเทศพี่น้องในกีฬาฟุตบอล เหตุใดผู้เล่นที่ได้รับการคุ้มครองจากประเทศของเรา และได้รับการเคารพจากชุมชนของพวกเรากลับต้องไปนั่งอยู่ในเรือนจำ มันเกิดขึ้นแบบนี้ไม่ได้ ฟุตบอลดีกว่านี้ได้ ฟุตบอลยิ่งใหญ่กว่านี้ได้ และคุณค่าของกีฬาฟุตบอลก็กำชับให้คุณช่วยเหลือฮาคีม และควรยืนหยัดเพื่อเขาในตอนนี้ เขาต้องการการสนับสนุนจากพวกคุณ”

“มันไม่ใช่เรื่องของทีมทั้งทีม มันเกี่ยวกับคนหนึ่งคน แต่ถ้าชีวิตหนึ่งไม่สำคัญพอ เราก็ต้องมาตั้งคำถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของเรา และต้องตั้งคำถามเกี่ยวกับจิตวิญญาณของฟุตบอลด้วย” เคร็กกล่าว

ฟิลกล่าวว่า การที่ไทยดำเนินการกับฮาคีมทั้งการควบคุมตัวและสั่งฝากขัง เป็นการทรยศต่อคำพูดของประยุทธ์ที่พูดในเวทีสมัชชาใหญ่สหประชาชาติว่าไทยเคารพหลักการสิทธิมนุษยชน เขาตั้งข้อสังเกตว่า ประเทศไทยไม่ได้ปฏิบัติต่อผู้ลี้ภัยสอดคล้องกับที่พูดไว้กับเวทีนานาชาติ ภายใต้รัฐบาล คสช. มีประวัติส่งตัวผู้ลี้ภัยกลับไปเผชิญอันตรายยังหลายประเทศปลายทาง เช่น กัมพูชา ลาว จีน เวียดนาม

ต่อการให้สัมภาษณ์ของนันทนา ศิวะเกื้อ เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศออสเตรเลีย ในรายการวิทยุช่อง ABC เมื่อวานนี้ (24 ม.ค.) ที่บอกว่ากรณีฮาคีมดำเนินตามกระบวนการยุติธรรมตามกฎหมายผู้ร้ายข้ามแดนเนื่องจากเขาถูกหมายแดงจากองค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศหรือ INTERPOL ทนายความของฮาคีมสามารถให้เหตุผลเรื่องการจะถูกทรมานหากส่งตัวฮาคีมกลับบาห์เรน ซึ่งเธอคิดว่าศาลจะตัดสินเข้าข้างฮาคีม ฟิลตอบโต้ว่าหมายแดงของ INTERPOL เป็นโมฆะไปแล้วจากสถานะผู้ลี้ภัยของฮาคีมที่รับรองโดยรัฐบาลออสเตรเลีย ในประเทศที่เคารพกฎหมายระหว่างประเทศ หากพวกเขาพบว่าฮาคีมได้รับการรับรองสถานะผู้ลี้ภัยแล้ว เขาจะส่งฮาคีมกลับขึ้นเครื่องให้กลับไปที่ออสเตรเลียแทน การทรมานเป็นเรื่องปกติในเรือนจำบาห์เรน การส่งฮาคีมกลับไปด้วยข้อหาที่ศาลบาห์เรนทำหน้าที่เป็นตรายางประทับรับรองคดี ถือว่าเป็นการฝ่าฝืนข้อบัญญัติในอนุสัญญาต่อต้านการซ้อมทรมานฯ ที่ไทยให้สัตยาบัน

รักษาการ ผอ.ภูมิภาคเอเชียของฮิวแมนไรท์วอทช์ ตั้งข้อสงสัยว่า ไทยกับบาห์เรนเล่นเกมการเมือง ตั้งแต่จับตัวฮาคีมวันแรก เพราะฟิลได้รับข้อมูลว่า ในตอนแรกที่ฮาคีมถูกควบคุมตัวด้วยหมายแดง เมื่อเครื่องบินถึงเกท เขาเจอตำรวจไทยที่รู้ว่าเขาและภรรยานั่งเบาะไหน โดยตำรวจไทยมีสำเนาพาสปอร์ตของฮาคีมขณะที่เขาอายุ 16 ปี สิ่งเหล่านั้นไปอยู่ในมือเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อย่างไร

ฟิลเรียกร้องให้ประชาคมโลกผลักดันประเด็นฮาคีมให้มากขึ้น ออสเตรเลียสามารถเริ่มได้ด้วยการรณรงค์เพื่อกดดันรัฐบาลไทยและบาห์เรนให้ปล่อยตัวแข้งบาห์เรน สถานทูตออสเตรเลียในกรุงเทพฯ อาจเป็นผู้เริ่มต้นการรณรงค์ดังกล่าวก็ได้ ทั้งนี้ ฟิลกล่าวกับผู้สื่อข่าวประชาไทเพิ่มเติมว่าองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนนานาชาติมีแผนรณรงค์ต่อ โดยได้ประสานไปสโมสรฟุตบอลชื่อดังหลายสโมสรแล้ว
FIFA ออกจดหมายถึงประยุทธ์ ขอประชุมกับผู้แทนเพื่อเก็บข้อมูล ย้ำ ส่งฮาคีมกลับออสเตรเลีย

เมื่อ 23 ม.ค. FIFA ออกจดหมายถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการ (รมว.) กระทรวงการต่างประเทศไทย วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เนื้อความจดหมายแสดงความกังวลต่อการคุมขังฮาคีมเพื่อรอกระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนจากบาห์เรนดำเนินการมา FIFA เน้นย้ำให้ไทยดำเนินการส่งตัวฮาคีมกลับออสเตรเลีย

“พวกเรา(FIFA) เชื่อว่ามาตรการนี้(ส่งฮาคีมกลับออสเตรเลีย) จะทำให้เกิดความยุติธรรม ทั้งต่อการปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศของรัฐไทย และต่อคุณค่าของมนุษย์และมนุษยธรรมขั้นพื้นฐาน ซึ่งพวกเรารู้ว่าประเทศและรัฐบาลของคุณให้ความสำคัญ”

FIFA ยังขอเข้าพบกับตัวแทนระดับสูงจากรัฐบาลเพื่อประชุมเกี่ยวกับสถานการณ์ของฮาคีม เพื่อเก็บข้อมูลและสถานะของกระบวนการต่างๆ โดยทาง FIFA จะส่งตัวแทนจาก FIFA และสหพันธ์วิชาชีพนักฟุตบอนานาชาติหรือฟิฟโปร (FIFPro)

FIFA ออกนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนเมื่อปี 2560 ว่าจะเคารพหลักสิทธิมนุษยชนสากลทั้งหมด ซึ่งรวมถึงการสร้างความปลอดภัยให้กับคนที่เกี่ยวข้องกับ FIFA หลายมุมเช่น เสรีภาพการเดินทาง ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน เป็นต้น

ตามข้อบัญญัติทางวินัย FIFA ที่บังคับใช้กับสมาคมฟุตบอล สโมรสร ผู้เล่น เจ้าหน้าที่และผู้ชม มีระบุเอาไว้ว่า นิติบุคคลสามารถถูกคว่ำบาตรได้ด้วยวิธีการต่อไปนี้

  • แบนการย้ายผู้เล่น
  • แข่งขันแบบไม่มีผู้เข้าชม
  • แข่งขันในพื้นที่กลาง
  • แบนการเล่นในสนามหนึ่งๆ
  • ให้ผลการแข่งขันเป็นโมฆะ
  • ไล่ออกจากสนาม
  • ปรับแพ้
  • ตัดแต้ม
  • ปรับให้ตกชั้น

การทูตระหว่างไทยกับออสเตรเลียกลายเป็นที่จับจ้องในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเนื่องจากกรณีของฮาคีม และในเวลาต่อมายังมีกรณีของราฮาฟ โมฮาเหม็ด แอล-คูนูน 18 ปี หญิงชาวซาอุดิอาระเบีย ที่หลบหนีออกไปยังออสเตรเลียโดยอ้างว่าเธอหลบหนีมาจากการปฏิบัติมิชอบ การทุบตี และการขู่ฆ่าจากครอบครัวของตนเอง แต่เธอถูกจับกุมขณะรอเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิเมื่อ 5 ม.ค. 2562 เหตุการณ์ดังกล่าวนำมาสู่กระแสการเรียกร้องให้มีการช่วยเหลือเธออย่างการติดแฮชแท็ก #Saverahaf ทั้งนี้ ในกรณีของฮาคีมก็มีการติดแฮชแท็ก #SaveHakeem บนโลกโซเชียลเช่นกัน

ปัจจุบัน ราฮาฟได้รับสถานะผู้ลี้ภัยแล้วและกำลังใช้ชีวิตอยู่ในแคนาดา
[full-post]


“แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” ประกาศแต่งตั้ง “โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์” รับหน้าที่กุนซือคนใหม่ของทีมจนจบฤดูกาล

วันนี้ (19 ธ.ค. 61) หลังจากมีคำสั่งประกาศปลด “โชเซ มูรินโญ่” ออกจากตำแหน่งกุนซือไปเมื่อวานนี้ (18 ธ.ค.) ล่าสุดวันนี้ “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” ได้ประกาศแต่งตั้ง “โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์” อดีตนักเตะลูกหม้อเข้ามาเป็นผู้จัดการทีมชั่วคราวไปจนสิ้นสุดฤดูกาลนี้แล้ว โดยงานแรกของอดีตดาวยิงนอร์เวย์คือการนำทีมปีศาจแดงบุกไปเยือน “คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้” ในวันเสาร์ที่ 22 ธ.ค.นี้

อดีตดาวยิงนอร์เวย์ให้สัมภาษณ์หลังได้รับการแต่งตั้งว่า “รู้สึกดีใจและเป็นสิ่งที่ดีมากที่ได้กลับมาภายใต้บทบาทของกุนซือ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ร่วมงานกับทีมงานที่มากความสามารถและนักเตะทุกคนที่เรามี”

สำหรับ “โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์” ปัจจุบันอายุ 45 ปี สร้างชื่อและเป็นที่รู้จักของแฟนบอลแมนฯยูในยุคของ “เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน” ค้าแข้งอยู่กับทีมเป็นเวลา 11 ปี ช่วงระหว่างฤดูกาล 1996-2007 และโดดเด่นในฐานะซูเปอร์ซับที่ลงมาทำประตูได้เสมอ โดยลงเล่นไปทั้งหมด 366 นัด ทำไป 126 ประตู และมีส่วนสำคัญในการช่วยให้ทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษมาครอง 6 สมัย,เอฟเอ คัพ 2 สมัย, รวมไปถึงยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกในปี 1998-99

ทั้งนี้ “โซลชาร์” จะเข้ามาดูแลทีมชุดใหญ่ของ “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” ทันที โดยมีผู้ช่วยคือ “ไมค์ ฟีแลน” ที่เคยทำงานกับ “เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน” รวมถึง “ไมเคิล คาร์ริค กับ คีแรน แม็คเรนน่า” คอยช่วยงาน ขณะเดียวกันบอร์ดบริหารจะสรรหากุนซือถาวรต่อไป

source :- Line


เสือใต้ หมดความอดทนกับการทำงานของ นิโก โควัช และคาดจะสั่งปลดในอีกไม่นานนี้ โดยมีแผนทาบทาม อาร์แซน เวนเกอร์ เข้ามาช่วยกู้วิกฤติแทน


สำนักข่าวบิลด์รายงานว่า “เสือใต้”บาเยิร์น มิวนิค แห่งบุนเดสลีกา เยอรมนี กำลังเล็งทาบทาม อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือชาวฝรั่งเศส เข้ามาเป็นเทรนเนอร์คนใหม่แทน นิโก โควัช เฮดโค้ชชาวโครแอต ที่กำลังเก้าอี้ร้อน

ฤดูกาลนี้บาเยิร์นทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐาน ลงเตะไปแล้ว 12 นัด เก็บได้แค่ 21 แต้ม ตามหลังจ่าฝูงโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 9 แต้ม แถมตอนนี้ไม่ชนะเกมลีกมา 3 นัดติดกัน โดยเฉพาะนัดล่าสุดที่เปิดบ้านได้แค่เสมอทีมรองบ่อนฟอร์ตูนา ดุสเซลดอร์ฟ 3-3


ด้วยเหตุนี้จึงคาดว่าโควัชคงเหลือเวลาทำงานอีกไม่มาก โดยรายงานระบุว่าบาเยิร์นเตรียมจะทาบทามเวนเกอร์มารับงานแทน เนื่องจากยังว่างงานอยู่ในขณะนี้ แถมกุนซือวัย 69 ปี ยังมีจุดเด่นที่สามารถพูดภาษาเยอรมันได้ดีด้วย

สำหรับเวนเกอร์สร้างชื่อเสียงสมัยคุม “ปืนใหญ่”อาร์เซนอล ของอังกฤษ มาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1996 ก่อนจะแยกทางกันเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งเวลานี้ทุกคนยังคงจับตาดูว่ากุนซือรายนี้จะตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของตัวเองอย่างไร

source :- Line


เป๊ป กับ ซิตี้ จะน่ากลัวกว่าเดิมถ้าได้แข้งคนนี้ไปครอง l บิ๊ก 5 ต้องภาวนาอย่าให้มันเกิดขึ้นจริง




จบครึ่งแรกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิง เรอัล มาดริด ส่งบอลไปสู่ก้นตาข่ายลิเวอร์พูลได้ แต่ผู้ตัดสินปฏิเสธ เนื่องจากคริสเตียโน โรนัลโด ยืนในตำแหน่งล้ำหน้า 45 นาทีแรกเสมอกันไป 0-0


















[right-side]


Posted: 04 Mar 2018 11:03 PM PST (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท)

‘แค่จับมือก็ผูกมัด’ พบนักฟุตบอลหลายแห่งในโลกไม่มีสัญญาจ้างและข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร โดยเฉพาะในแอฟริกา และอีกหลายแห่งพบไม่มีสำเนาสัญญาจ้างเก็บไว้กับตนเอง-ทำ ‘สัญญาสีดำ’ ช่วยสโมสรเลี่ยงภาษี เรียกร้องทางกฎหมายและสวัสดิการไม่ได้

แค่ ‘จับมือ’ ก็ผูกมัดพบนักฟุตบอลหลายแห่งในโลกไม่มีสัญญาจ้างและข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร ตัวอย่างที่มอนเตเนโกรมีถึง 46% เปรู 20% แต่กระนั้นส่วนใหญ่แล้วแพร่หลายในแอฟริกามากที่สุด pic.twitter.com/5NpkPBvlFi

— วารสาร คนทำงาน (@workazine) 5 มีนาคม 2561

เมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา เฮริต้า อิลุงก้า อดีตผู้เล่นเวสต์แฮมและแซงเอเตียน เป็นตัวตั้งตัวตีในการผลักดันการบังคับทางกฎหมายให้นักฟุตบอลมีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร หลังจากการสำรวจของ FIFPro พบว่านักฟุตบอลอาชีพหลายร้อยคนในแอฟริกาไม่มีสัญญาจ้างและข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร

ข้อมูลจากรายงาน 2016 FIFPro Global Employment Report ที่ได้ทำการสำรวจสถานภาพและสภาพการจ้างนักฟุตบอลผ่านแบบสอบถาม 13,876 คน ใน 87 ลีก จาก 53 ประเทศ พบว่าประมาณร้อยละ 89 ของนักฟุตบอลอาชีพในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกไม่มีข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร

“โดยปกติข้อตกลงจะผูกมัดด้วยแค่การจับมือ” อิลุงก้า ซึ่งตอนนี้เป็นรองประธานสหภาพแรงงานนักฟุตบอลคองโกระบุ

“นักเตะในคองโกอาจจะมีรายได้ 400 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน (ประมาณ 12,000 บาท) แต่เขาก็ไม่มีอะไรที่จะพิสูจน์ได้ว่าเขาควรจะได้รับค่าจ้างนั้น ... ทุกวันนี้มีความเสี่ยงมากขึ้นว่าพวกเขาจะไม่ได้รับค่าจ้าง มันเป็นปัญหาใหญ่ในประเทศของเรา” อิลุงก้า ระบุ

รายงานของ FIFPro พบว่าร้อยละ 41 ของนักฟุตบอลที่ตอบแบบสอบถามไม่ได้รับการชำระเงินตรงเวลาโดยมีจำนวนเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 55 ในแอฟริกา ทั้งนี้ค่าจ้างเฉลี่ยสำหรับนักฟุตบอลแอฟริกันนั้นน้อยกว่า 300 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน (ประมาณ 9,400 บาท)

นักฟุตบอลที่ไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรยังพบเห็นในประเทศอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน ตัวอย่างที่มอนเตเนโกรมีถึงร้อยละ 46 และเปรูร้อยละ 20 แต่กระนั้นส่วนใหญ่แล้วแพร่หลายในแอฟริกามากที่สุด

FIFPro ยังพบว่าร้อยละ 13 ของผู้เล่น 849 คนในแอฟริกาที่ย้ายออกสโมสรเดิม ไม่มีข้อตกลงค่าธรรมเนียมการโอนย้ายสู่สโมสรอื่นเป็นลายลักษณ์อักษรอีกด้วย เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าสโมสรในแอฟริกาพุ่งเป้าที่จะ ‘ขายนักเตะให้ได้กำไรมากที่สุด’ โดยเฉพาะ

ไม่มีสัญญาจ้างเก็บไว้กับตนเอง

ข้อมูลจากรายงาน 2016 FIFPro Global Employment Report ยังระบุว่าในภาพรวม (จากนักฟุตบอลที่ทำแบบสอบถาม 13,876 คน ใน 87 ลีก จาก 53 ประเทศ) พบว่าร้อยละ 15.70 ไม่มีสำเนาสัญญาเก็บไว้ที่ตัวเองหรือตัวแทนเลย และร้อยละ 6.60 มีเก็บไว้ที่ตัวแทนเท่านั้น เมื่อพิจารณาระดับทวีปในส่วนของผู้เล่นที่ไม่มีสำเนาสัญญาเก็บไว้ที่ตัวเองหรือตัวแทนเลยนั้นอยู่ในทวีปแอฟริกาสูงสุดร้อยละ 31 ทวีปอเมริการ้อยละ 28.10 และทวีปยุโรปร้อยละ 5.70

เมื่อลงรายละเอียดในรายประเทศ พบว่านักฟุตบอลในแคมารูนที่ตอบแบบสอบถามมีสัดส่วนสูงสุดที่ร้อยละ 65.4 ตามมาด้วยกาบองร้อยละ 60.2 ไอเวอร์รีโควสต์ร้อยละ 59.9 กัวเตมาลาร้อยละ 57.6 นามิเบียร้อยละ 56.3 และที่น่าตกใจคือประเทศที่ฟุตบอลคือลมหายใจอย่างบราซิลก็มีถึงร้อยละ 47.4 เลยทีเดียว

สัญญาฉบับสีดำ


"น่าเสียดายที่ผู้เล่นบางคนเห็นด้วยเมื่อสโมสรเสนอให้เซ็นสัญญาฉบับสีดำนี้ ... พวกเขาสนใจเฉพาะค่าตอบแทนสุทธิที่จ่ายให้กับพวกเขาและไม่สนใจว่าสโมสรจะจ่ายภาษีที่ต่ำลง หรือไม่สนแม้ว่าในอนาคตจะเกิดความเสียหายแก่พวกเขา"

รอย เวอร์มีร์ ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายของยุโรปของ FIFPro

นอกจากนี้ FIFPro ยังระบุถึงกรณีตัวอย่างนักฟุตบอลอาชีพในไซปรัสที่กำลังมีปัญหาเรื่องการทำสัญญา 2 ฉบับ ที่ส่งผลต่อการได้รับค่าจ้างอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย โดย FIFPro ได้รับการร้องเรียนหลายครั้ง และให้คำแนะนำแก่นักฟุตบอล (และตัวแทน/ผู้แทน) ให้ขอสำเนาสัญญาทุกฉบับที่เซ็นลงชื่อกับสโมสรไว้

การลงนามสัญญามากกว่าหนึ่งฉบับสำหรับระยะเวลาจ้างงานเดียวกัน คือการปฏิบัติที่เห็นได้ทั่วไปในวงการฟุตบอลไซปรัส ซึ่งเป็นเทคนิคการลดต้นทุนด้านภาษีของสโมสร ทำให้ผู้เล่นมีหลายสัญญา โดยฉบับที่หนึ่งเป็นการลงทะเบียนอย่างเป็นทางการกับสมาคมฟุตบอล และฉบับที่สองซึ่งไม่ได้ลงทะเบียนกับสมาคม ในความเป็นจริงนั้นสโมสรจะจ่ายภาษีเฉพาะสัญญาฉบับแรกเท่านั้น แต่ค่าตอบแทนของผู้เล่นสัญญาฉบับที่สองจึงมักจะสูงกว่า (ฉบับที่เลี่ยงภาษี)

"บนเกาะแห่งนี้เรียกมันว่า 'สัญญาฉบับสีดำ' เนื่องจากการจ่ายเงินไม่ได้รับการเปิดเผยต่อหน่วยงานที่มีอำนาจ เพื่อเลี่ยงภาษีต่างๆ" รอย เวอร์มีร์ ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายของยุโรปของ FIFPro กล่าว

ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อสโมสรไม่ปฏิบัติตามข้อผูกพันของสัญญาฉบับที่สอง หนำซ้ำผู้เล่นก็ไม่มีสำเนาสัญญาฉบับนี้อีกต่างหาก

"ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะพิสูจน์ค่าตอบแทนของนักฟุตบอลว่าถูกต้องตามกฎหมาย รวมทั้งค่าชดเชยใด ๆ จากสัญญาฉบับสีดำนี้" เวอร์มีร์ ระบุ

ผลกระทบอื่น ๆ ของการลงนามในสัญญาที่ไม่ได้ลงทะเบียนคือ ไม่สามารถดำเนินคดีอาญากับสโมสรได้ และไม่ได้รับสวัสดิการเมื่อได้รับบาดเจ็บและเมื่อถูกเลิกจ้างกระทันหัน

จากรายงาน 2016 FIFPro Global Employment Report ระบุว่านักฟุตบอลอาชีพในไซปรัสกว่าร้อยละ 49 ได้เซ็นสัญญาฉบับที่สอง หรือ ‘สัญญาฉบับสีดำ’ ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น

"น่าเสียดายที่ผู้เล่นบางคนเห็นด้วยเมื่อสโมสรเสนอให้เซ็นสัญญาฉบับสีดำนี้ ... พวกเขาสนใจเฉพาะค่าตอบแทนสุทธิที่จ่ายให้กับพวกเขา โดยไม่สนใจว่าสโมสรจะจ่ายภาษีที่ต่ำลง หรือไม่สนแม้ว่าในอนาคตจะเกิดความเสียหายแก่พวกเขา" เวอร์มีร์ กล่าว

ปัจจุบัน FIFPro ยังคงได้รับการร้องเรียนจากผู้เล่นที่ไม่ได้ลงชื่อในสัญญาและกำลังประสบปัญหาด้านการชำระเงินจากสโมสรอยู่เรื่อย ๆ

เวอร์มีร์ อธิบายว่าผู้เล่นมีสิทธิตามกฎหมายที่จะได้รับสำเนาสัญญาฉบับที่ลงนามไว้ "เป็นการละเมิดกฎหมายถ้าสโมสรไม่ยอมให้สัญญาเดิมและข้อตกลงเพิ่มเติมใด ๆ ข้อตกลงทั้งหมดที่ลงนามจะต้องแบ่งออกเป็นสามฉบับมีสำเนาหนึ่งชุดสำหรับแต่ละฝ่าย- สมาคมฟุตบอล ผู้เล่น และสโมสร "

อนึ่ง FIFPro ซึ่งเป็นสหภาพแรงงานนักฟุตบอลระดับโลก ได้ตั้งความหวังไว้ว่ากีฬาฟุตบอลนั้นต้องมีกฎหมายที่แข็งแรงและการกำกับดูแลที่ดีขึ้น เพื่อปรับปรุงสภาพการทำงานสำหรับนักฟุตบอลทั่วโลก



ที่มาเรียบเรียงจาก
2016 FIFPro Global Employment Report
AFRICAN FOOTBALL'S 'HANDSHAKE' DEALS (FIFPro, 19/1/2017)
FIFPRO WARNING ON DOUBLE CONTRACTS (FIFPro, 9/1/2018)

แมนซิตี้ เปิดบ้านเฉือนชนะสิงห์โตน้ำเงินครามเชลซี หวุดหวิด 1-0 ทำให้แมนเชสเตอร์ซิตี้ นำเป็นจ่าฝูงต่อไปแบบไร้เทีียมทาน...


[right-side]


Posted: 18 Feb 2018 04:11 AM PST (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท)

FIFPro สหภาพแรงงานนักฟุตบอลระดับโลกเผยแพร่รายงานสำรวจสถานภาพและสภาพการจ้างนักฟุตบอลหญิง 3,600 คน พบร้อยละ 49.5 เล่นฟุตบอลโดยที่ไม่ได้รับค่าจ้าง และเกือบ 2 ใน 3 ได้รับค่าจ้างต่ำกว่า 600 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน (ประมาณ 18,700 บาท)

17 ก.พ. 2561 FIFPro สหภาพแรงงานนักฟุตบอลระดับโลกได้เผยแพร่รายงาน 2017 FIFPro Women Football Global Employment Report เมื่อปลายปี 2560 ที่ผ่านมา รายงานชิ้นนี้ได้ทำการสำรวจสถานภาพและสภาพการจ้างนักฟุตบอลหญิง 3,600 คน ที่เป็นสมาชิกของ FIFPro จากทวีปยุโรป อเมริกา แอฟริกา และเอเชีย ข้อค้นพบที่น่าสนใจของรายงานชิ้นนี้พบว่าร้อยละ 49.5 ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าพวกเธอเล่นฟุตบอลโดยที่ไม่ได้รับค่าจ้างจากสโมสร และประมาณร้อยละ 60 ได้รับค่าจ้างต่ำกว่า 600 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน (ประมาณ 18,700 บาท) ประมาณร้อยละ 30 ได้รับค่าจ้างระหว่าง 600-2,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน (ประมาณ 18,700-62,500 บาท) และมีเพียงจำนวนเล็กน้อย (ร้อยละ 1) เท่านั้นที่ได้รับค่าแรงมากกว่า 8,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน (ประมาณ 250,000 บาท)

นอกจากนี้ร้อยละ 37 ระบุว่าพวกเธอได้รับการจ่ายค่าแรงที่ล่าช้าไม่ตรงต่อเวลา โดยร้อยละ 9 ได้รับค่าจ้างล่าช้ากว่า 3 เดือนเลยทีเดียว สำหรับผู้เล่นที่ติดทีมชาติพบว่ากว่าร้อยละ 35 ไม่ได้รับค่าตอบแทนจากการเล่นให้ทีมชาติ นอกจากนี้ยังมีข่าวคราวที่สมาคมฟุตบอลไม่จ่ายเงินรางวัลให้กับทีมชาติหญิงหลายครั้งด้วย

ข้อได้เปรียบอย่างเดียวของนักฟุตบอลหญิงเมื่อเทียบกับชาย คือนักฟุตบอลหญิงจะมีการศึกษาที่ดีกว่านักฟุตบอลชาย โดยร้อยละ 84 จบการศึกษาในระดับมัธยม และกว่าร้อยละ 30 จบการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ร้อยละ 46 ยังเล่นฟุตบอลควบคู่กับการเป็นนักศึกษาไปด้วย ส่วนในรายงาน 2016 FIFPro Global Employment Report ระบุว่าส่วนใหญ่นักฟุตบอลชายจบการศึกษาในระดับมัธยม ร้อยละ 72 และจบในระดับมหาวิทยาลัยแค่ร้อยละ 12 เท่านั้น

สถานะทางอาชีพ = ครึ่ง ๆ กลาง ๆ และไม่มั่นคงเป็นอย่างมาก


"ยังคงมีการเลือกปฏิบัติบางอย่างอยู่รอบกายนักฟุตบอลหญิง, ถ้าคุณบอกว่าคุณเล่นฟุตบอลในระดับอาชีพ บางคนจะหัวเราะใส่คุณ พวกเขาบอกว่าคุณไม่สามารถทำเงินได้, นั่นไม่ใช่สิ่งที่จับต้องได้"

เชีย กรูม นักฟุตบอลหญิงจากทีมแคนซัส ซิตี้

จากการสำรวจสถานภาพและสภาพการจ้างนักฟุตบอลหญิง 3,600 คน ของ FIFPro ครั้งนี้พบว่าส่วนใหญ่เป็นผู้เล่นในระดับสมัครเล่นร้อยละ 43.8 ตามมาด้วยผู้เล่นกึ่งอาชีพร้อยละ 32.1 และผู้เล่นอาชีพเพียงร้อยละ 24.1 ทั้งนี้ในระดับสมัครเล่นและระดับกึ่งอาชีพนั้นนักฟุตบอลหญิงถือว่ามีสถานะที่ ‘คลุมเครือ’ ผู้เล่นบางคนมีสัญญา บางคนไม่มีสัญญา และหลายคนไม่ทราบว่าตนเองมีหรือไม่มีสัญญา

และเมื่อพิจารณาสภาพการจ้างในภาพรวมพบว่ามีเพียงร้อยละ 47 เท่านั้นที่มีสัญญาจ้าง ร้อยละ 34 มีสัญญาจ้างแบบสมัครเล่น และผู้เล่นที่มีสัญญาจ้างระยะเวลาสัญญาส่วนใหญ่เฉลี่ยเพียง 12 เดือน เท่านั้น

นักฟุตบอลอาชีพหญิงในอังกฤษที่ไม่ระบุชื่อคนหนึ่งให้ข้อมูลกับ FIFPro ว่ามีทีมระดับชั้นนำในลีกเพียง 3 อันดับแรกเท่านั้นที่ได้รับการเอาใจใส่ที่ดี สำหรับเธอนั้นเธอฝึกซ้อม 4-5 วันต่อสัปดาห์ไม่ได้ทั้งเงินเดือนและค่าเดินทางมาซ้อม เธอต้องทำงานพาร์ทไทม์ (หรืองานหลักกันแน่?) ไปด้วยให้มีรายได้จุนเจือเพื่อที่เธอจะได้เล่นฟุตบอล

ยังไงก็เลิกเล่น


"ในรอบสองทศวรรษที่ผ่านมา ฉันเห็นสุดยอดนักฟุตบอลอาชีพ(หญิง) ทยอยหันหลังให้กับเกมกีฬานี้"

โฮป โซโล อดีตผู้รักษาประตูฟุตบอลหญิงทีมชาติสหรัฐอเมริกา

พบว่าอายุเฉลี่ยของนักฟุตบอลหญิงในรายงานชิ้นนี้ส่วนใหญ่ร้อยละ 69 อยู่ระหว่าง 18-23 ปี โดยผู้เล่นในระดับอาชีพต้องการที่จะเลิกเล่นฟุตบอลก่อนวัยอันสมควรร้อยละ 90.4 ส่วนในระดับสมัครเล่นอยู่ที่ร้อยละ 88.3

ผู้ที่ตอบแบบสอบถามของ FIFPro ที่ระบุว่าพวกเธอต้องการที่จะเลิกเล่นฟุตบอลก่อนวัยอันสมควร ให้เหตุผลว่าต้องการที่จะมีครอบครัวร้อยละ 47.4 ตามมาด้วยเหตุผลด้านการเงินร้อยละ 46.8 การไปหาโอกาสในหน้าที่การงานที่ดีกว่าร้อยละ 39.2 การหาจุดลงตัวไม่ได้ระหว่างชีวิตส่วนตัวและการเล่นฟุตบอร้อยละ 29.4 ไปศึกษาต่อร้อยละ 27.7 ให้เหตุผลว่าระบบโครงสร้างของกีฬาฟุตบอลหญิงไม่ค่อยดีนักร้อยละ 25.9 เลิกเล่นเพราะว่าเกิดความเครียดร้อยละ 13.1 และเลิกเล่นเพราะถูกเลือกปฏิบัติร้อยละ 5.9

ในประเด็นการเลือกปฏิบัติทางเพศนั้น ร้อยละ 17.5 ระบุว่ามีประสบการณ์การถูกเลือกปฏิบัติทางเพศ ร้อยละ 5.4 มีประสบการณ์การถูกกลัวและเกลียดชังทางเพศอย่างไม่มีเหตุผล (Homophobia) ร้อยละ 4.5 มีประสบการณ์การถูกเหยียดเชื้อชาติ และร้อยละ 3.5 มีประสบการณ์การถูกล่วงละเมิดทางเพศ (ทุกกรณีการทั้งจากแฟนบอลในวันแข่งขันและวันที่ไม่มีการแข่งขัน, ฝ่ายจัดการทีม, ผู้เล่นด้วยกัน และสต๊าฟโค้ช)

มีเพียงร้อยละ 2 เท่านั้นที่มีบุตร และอีกร้อยละ 47 ระบุว่าพวกเธอจะเลิกเล่นฟุตบอลเร็ว ๆ นี้เพื่อเริ่มต้นมีครอบครัว ข้อค้นพบที่น่าสนใจอีกประการในรายงานฉบับนี้ของ FIFPro ก็คือร้อยละ 5 ระบุว่าพวกเธอเคยถูกติดต่อให้เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการกำหนดผลการแข่งขันหรือการล้มบอล (match-fixing) ทั้งในระดับสมัครเล่นและอาชีพ โดยผู้ที่ถูกติดต่อให้ล้มบอลนั้นมักจะได้รับค่าจ้างต่ำ มีประสบการณ์การที่สโมสรจ่ายค่าจ้างล่าช้าและมีอายุอยู่ช่วงท้ายของการเล่นฟุตบอล



ผลการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนที่ผ่านมา ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑  เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านรับการมาเยือนของ จิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ ซิตี้ ผลการแข่งขัน แมนซิตี้ ยิงสลุตถล่ม เลสเตอร์ ซิตี้เละ 5-1 นำเป็นจ่าฝูงต่อไป โดยในนัดนี้ กุน อากูเอโร่ เป็นฮีโร่ เหมาคนเดียว ๔ ประตู...




Goalclub


บอลลีกทีมชาติยุโรป!!!

ผลจับสลากแบ่งกลุ่ม ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ทัวร์นาเม้นต์ใหม่แกะกล่องของทีมชาติในยุโรปออกมาแล้ว เห็นแต่ละกลุ่มน่าสนใจไม่น้อยเลย มีใครกันบ้าง ส่วนรายละเอียดของรายการนี้มีอะไรบ้าง แอดสรุปมาให้ตามแคปชั่นเลย กำไรคนดูแน่นอนงานนี้

ลีก A
กลุ่ม 1: เนเธอร์แลนด์, ฝรั่งเศส, เยอรมนี
กลุ่ม 2: ไอซ์แลนด์, สวิทเซอร์แลนด์, เบลเยี่ยม
กลุ่ม 3: โปแลนด์, อิตาลี, โปรตุเกส
กลุ่ม 4: โครเอเชีย, อังกฤษ, สเปน


ลีก B
กลุ่ม 1: เช็ค, ยูเครน, สโลวาเกีย
กลุ่ม 2: ตุรกี, สวีเดน, รัสเซีย
กลุ่ม 3: ไอร์แลนด์เหนือ, บอสเนีย & เฮอร์เซโกวิน่า, ออสเตรีย
กลุ่ม 4: เดนมาร์ก, ไอร์แลนด์, เวลส์

ลีก C
กลุ่ม 1: อิสราเอล, อัลแบเนีย, สก็อตแลนด์
กลุ่ม 2: เอสโตเนีย, ฟินแลนด์, กรีซ, ฮังการี
กลุ่ม 3: ไซปรัส, บัลแกเรีย, นอร์เวย์, สโลวีเนีย
กลุ่ม 4: ลิธัวเนีย, มอนเตเนโกร, เซอร์เบีย, โรมาเนีย

ลีก D
กลุ่ม 1: อันดอร์ร่า, คาซัคสถาน, ลัตเวีย, จอร์เจีย
กลุ่ม 2: ซาน มาริโน่, มอลโดว่า, ลักเซมเบิร์ก, เบลารุส
กลุ่ม 3: โคโซโว, มอลต้า, หมู่เกาะฟาโร, อเซอร์ไบจาน
กลุ่ม 4: ยิบรอลตาร์, ลิคเทนสไตน์, อาร์เมเนีย, มาเซโดเนีย
---------
ถาม: ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก คืออะไร?
ตอบ: ทัวร์นาเมนท์ใหม่ระดับทีมชาติที่ยูฟ่ามีมติจัดขึ้นทุกๆ 2 ปี โดยไม่ให้ชนกับรายการที่มีอยู่แล้วอย่างศึกยูโรรอบสุดท้ายและฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย เกมแรกจะเริ่มฟาดแข้งในวันที่ 6 กันยายน 2018
---------
ถาม: แบ่งกลุ่มอย่างไร และแข่งกันแบบไหน?
ตอบ: ทั้ง 55 ชาติสมาชิกจะถูกแบ่งออกเป็น 4 ลีก A–B–C–D ตามค่าสัมประสิทธิ์ยูฟ่าของชาตินั้นๆ และจะมีการแข่งกลุ่มแข่งขันในแต่ละลีก เพื่อหาทีมเลื่อนชั้นตกชั้น และหาทีมแชมป์ในแต่ละฤดูกาลที่มีการแข่งขัน
---------
ถาม: มีขึ้นเพื่ออะไร?
ตอบ: เพื่อความเป็นเลิศและเพิ่มการแข่งขันที่เข้มข้นจริงจังในเกมระดับทีมชาติแทนที่นัดกระชับมิตร และยังมีโควต้าเข้าไปเล่นรายการยูโร 2020 บางส่วนเป็นเดิมพันด้วย[full-post]
ขับเคลื่อนโดย Blogger.