Loy Chunpongtong

ในเชิงคณิตศาสตร์ สูตร กกต คำนวณไม่คงเส้นคงวา ที่ตำแหน่งนี้ใน Excel คือ ไม่อยากปัดเศษ ส.ส.พึงของพรรคอื่น ๆ ทิ้ง แต่ดันไปทำให้ ส.ส.พึงมีของพรรคเพื่อไทยที่ได้ -25.53 (ค่าติดลบ) ปรับเป็นจำนวนเต็ม 0 ทำให้ผลรวมของ ส.ส.พึงมี จึงได้ 175.53 แทนที่จะได้ 150 พอดี
ตำแหน่งสูตรใน Excel ที่ผมยกมาแสดง อยู่ในคอมลัม E โดยเฉพาะ E7 = Max(0, D7) ถ้าตัด Max ออกจะกลายเป็นทศนิยม
ต้องแก้เป็นโดยปัดเศษทิ้งก่อน ใช้ Max(0, INT(D7)) และก๊อปปี๊ให้ cell อื่นในคอลัม E




Loy Chunpongtong‎ to ดาราศาสตร์+STEM

ตรรกะคณิตศาสตร์ การคำนวณ ส.ส. ของ ก.ก.ต. น่ากลัวอย่างไร?

เหตุใดจึงได้ถึง 27 พรรค? ไม่ยุติธรรมอย่างไร? อันตรายอย่างไร?

เปรียบเทียบการตีความตามรัฐธรรมนูญ กับวิธีที่ได้ 16 พรรค

ดาวน์โหลด Excel ไฟล์ได้ที่

https://www.dropbox.com/s/5z2jwcta…/%E0%B8%AA%E0%B8%AA.xlsb…
หรือชมผ่าน https://youtu.be/CxyQ1MoE7Us



iLaw

การกลับมาของศาลทหารหลังการเลือกตั้ง

6 เมษายน 2562 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ถูกแจ้งข้อกล่าวหา 3 ข้อ คือ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ฐานยุยงปลุกปั่นฯ, มาตรา 189 ฐานให้ความช่วยเหลือพาผู้ต้องหาหลบหนี และ มาตรา 215 มั่วสุมชุมนุมเกิน 5 คน
.
สำหรับคดีนี้มีความเป็นไปได้ที่จะต้องพิจารณาใน 'ศาลทหาร' เนื่องจาก เหตุในคดีสืบเนื่องจากเหตุการณ์ชุมนุมของนักศึกษาเมื่อปี 2558 คดีนี้จึงจะอยู่ในอำนาจพิจารณาคดีของศาลทหารกรุงเทพ ตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 37/2557
.
โดยประกาศ คสช. ฉบับที่ 37/2557 เรื่อง ความผิดที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลทหาร โดยในข้อที่ 1 (2) กำหนดให้ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ตั้งแต่มาตรา 113 ถึงมาตรา 118 อยู่ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลทหาร
.
อย่างไรก็ดี แม้ว่า คสช. จะเคยยกเลิกการให้พลเรือนขึ้นศาลทหารแล้ว ตามคำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 55/2559 แต่คำสั่งดังกล่าวมีเงื่อนไขอยู่ว่าต้องเป็นการกระทําความผิดตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 37/2557 ซึ่งได้กระทําตั้งแต่วันที่คําสั่งนี้ใช้บังคับ ให้อยู่ในอํานาจการพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
.
หรือหมายความว่า หากเป็นการกระทำความผิดตามประกาศคสช. ฉบับที่ 37/2557 ที่กระทำก่อนคำสั่งหัวหน้าคสช. ฉบับที่ 55/2559 ให้คดีดังกล่าวอยู่ในอำนาจศาลทหาร
.
ทั้งนี้ ในการพิจารณาคดีในศาลทหาร เมื่อเสร็จจากชั้นตำรวจ จะเป็นชั้นการพิจารณาของอัยการในการสั่งฟ้องคดี หรือไม่ฟ้องคดี ซึ่งคดีของ 'ธนาธร' จะเป็นอำนาจของ 'อัยการทหาร' ซึ่ง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 มาตรา 12 กำหนดคุณสมบัติอัยการทหารไว้ว่า ให้ผู้ที่สอบความรู้ทางกฎหมายได้ปริญญาตรี หรือเทียบได้ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี ฝึกหัดดำเนินคดีในศาลทหารได้ และเมื่อแจ้งให้ศาลทราบแล้ว ก็ให้ผู้นั้นดำเนินคดีได้ดั่งอัยการทหาร
.
นอกจากนี้ พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 มาตรา 5 ระบุว่า ศาลทหารอยู่ภายใต้สังกัดกระทรวงกลาโหม และมาตรา 10 และ มาตรา 30 ระบุว่าอำนาจในการแต่งตั้ง ถอดถอนตุลาการศาลทหารเป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมหรือผู้บังคับบัญชา หรือหมายความว่าในทางกฎหมายแล้ว ตุลาการศาลทหารไม่ได้แยกขาดจากอำนาจฝ่ายบริหาร หรือ งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมหรือผู้บังคับบัญชา
.
อีกทั้ง มาตรา 27 ระบุว่า ศาลมณฑลทหาร ศาลทหารกรุงเทพ และศาลประจำหน่วยทหาร ต้องมีตุลาการสามนายเป็นองค์คณะพิจารณาพิพากษา คือ นายทหารชั้นสัญญาบัตรสองนาย ตุลาการพระธรรมนูญหนึ่งนาย หรือหมายความว่า กฎหมายบังคับให้ตุลาการสามคนต่อหนึ่งคดี มีหนึ่งคนที่ต้องมีความรู้นิติศาตร์ ส่วนอีกสองคนไม่ต้อง

.
ดูข้อมูลเกี่ยวกับศาลทหารทั้งหมดได้ที่ https://freedom.ilaw.or.th/blog/court-martial


#MilitaryCourt #Savethanathorn


ยูดีดีนิวส์ - UDD news

‘สหบาทา กกต.’ ชื่อผลงานศิลปะ ‘เนติวิทย์’ ชู 3 นิ้วพร้อมเพื่อนนิสิตจุฬาฯ หลังเรียงรองเท้าที่ ’ยืมเพื่อนมา’ เป็นถ้อยคำ ‘กกต.’ หน้าหอศิลป์กทม. โดยใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยืนเฝ้ากดดันขอให้ยุติกิจกรรม ขณะอดีตประธานนิสิตจุฬาฯ บอก ‘ขอเวลาอีกไม่นาน’

นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล อดีตประธานสภานิสิตจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย นิสิตปี 3 คณะรัฐศาสตร์ พร้อมเพื่อนนิสิตจุฬาฯ

จัดกิจกรรม ‘งานศิลปะ​ มหกรรมรวมรอง​เท้าเรียงเป็น​คำว่า 'กกต.'​ หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร’ โดยใช้เวลาประมาณ 20 กว่านาทีไม่ถึง 1 ชั่วโมง เนื่องจากเจ้าหน้าที่มายืนเฝ้ากดดันขอให้ยุติกิจกรรม โดยเนติวิทย์ บอกกับเจ้าหน้าที่ว่า ‘ขอเวลาอีกไม่นานครับ’


นอกจากนั้น ยังได้ยืนเรียงแถวชู 3 นิ้ว เมื่อเรียงรองเท้าสำเร็จ

รวมเวลาจัดกิจกรรมระหว่าง 9.45 - 10.10 น.

เพื่อสะท้อนความรู้สึกต่อกกต.

สำหรับรองเท้าที่จะนำมาเรียง เป็นการยืมมาจากเพื่อนๆ และประชาชนมาประมาณ 100 คู่
















บทความเขียนตั้งแต่วันอังคาร ตอนยังไม่มีหมายเรียกธนาธร แต่พอเห็นข่าวหมายค้างปี 58 ศรีวราห์ไม่ใช่ลูกกระเป๋งใคร หัวร่อกลิ้งเลย พวกเมริงเนียนเหลือเกิน เด็กอมมือยังรู้ว่าเจตนาอะไร
กระแสถล่มธนาธร เรื่องหุ้นสื่อ ที่จริงน่าหนักใจ เพราะมันปั้นเรื่องเป็นตุเป็นตะ จากสำนักข่าวอิศรา สู่พวกยานเกราะ ดาวสยาม ถึงธนาธรมีหลักฐาน หรือจะสู้สองมาตรฐาน ก็รู้กันว่าความยุติธรรมในประเทศนี้เป็นของใคร
ส่วนกระแสปลุกความเกลียดชังปิยบุตร ก็น่าเป็นห่วงว่าจะถูกทำร้าย จากพวกสมองปิด มีแต่กระโหลกกะลา มองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์

แต่นั่นละครับ พอตู่-แดง มันเก็บปากไม่อยู่ ตู่ออกมาบอกพ่อแม่ครูข้าราชการให้สอดส่องลูกศิษย์ลูกหลาน บักแดงก็กล่าวหาซ้ายดัดจริตคิดเปลี่ยนระบอบ มันก็ชัดเจนว่าหมายถึงอนาคตใหม่ ถึงดูเหมือนยิ่งร้าย แต่ก็ยิ่งหง่ายไพ่ การเมืองชัดๆ เลยใช่ไหม พวกเมริงกลัวธนาธร ปิยบุตร อนาคตใหม่ ที่กวาด ส.ส.ไป 80 กว่าคน ได้เสียงประชาชน 6.2 ล้าน คือตอนแรกมันก็ปรามาส หาเสียงโซเชียล จะมีน้ำยาอะไร จะสู้กระสุนพรรคดูดได้ไง อย่างเก่งก็ได้ 10 คน โพลล์ทหารโพลล์สันติบาล โพลล์ความมั่นคง มันคงบอกนายอย่างนั้น ที่ไหนได้ ชักตาตั้ง เพราะอนาคตใหม่กลายเป็นกว้างขวางคอ เป็นปีศาจที่มีพลังยิ่งกว่าทักษิณ เอาง่ายๆ เข้าสภา ธนาธรคือผู้นำฝ่ายค้านโดยปริยาย เพราะเพื่อไทยไม่มี ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ไม่มีหัว
เรื่องนี้ใครก็อ่านออก ยิ่งมาออกหมายเรียก ทั้งธนาธร ปิยบุตร ยิ่งไม่ต้องสงสัย ที่แม่-ฮาไปใหญ่คือเสือกปลุกคนแก่มารบกับเด็ก คือพ่อแม่ครูอาจารย์ทั้งหลาย ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะเป็นฝ่ายขวาทุกคน แต่มันพุ่งเป้า หาว่าคนรุ่นใหม่โง่ ตกเป็นเหยื่อ ความคิดบ่อนทำลายสถาบัน เท่ากับประกาศตัวเป็นปฏิปักษ์กับคนรุ่นใหม่ ผนึกพลังไดโนใกล้ตาย
รบกับโซเชียลแล้วแพ้ ยังสะเออะมาอวดเก่ง


Netiwit Ntw

บ่ายวันนี้ ผมได้รับโอกาสจากผู้ค้ารายย่อยที่ห้างจามจุรีสแควร์ให้ทำหน้าที่รับฟังและช่วยเจรจาแก้ไขปัญหากรณีสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาฯ เพิ่มอัตราค่าเช่าพื้นที่สูงมากกว่าสองเท่า (จากเริ่มต้น 10,000 บาท ขึ้นมาเป็น 14,700 บาท และล่าสุด สำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาฯ จะเพิ่มขึ้นเป็น 30,000 บาท) และกรณีผู้ค้ารายย่อยอ้างว่าถูกกลั่นแกล้งและได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมจากผู้จัดการ
.
ย้อนกลับไปเมื่อวาน ผู้ค้ารายย่อยที่ประสบปัญหาพยายามติดต่อผม เนื่องจากเขาเห็นผมเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนในเรื่องต่าง ๆ ทั้งนอกและในจุฬาฯ เขามารอเพื่อดักเจอผมที่คณะรัฐศาสตร์ แต่โชคร้ายที่เมื่อวานผมไปต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ที่หน่วยตรวจเลือกทหารเกณฑ์ ไม่ได้เข้าคณะ อย่างไรก็ตาม ด้วยความพยายามอันน่านับถือของผู้ค้าเหล่านี้ เขามาดักรอผมอีกครั้งในวันนี้และได้พบเจอกัน เขาไม่ได้เป็นคนอื่นคนไกลจากผมเลย เขาเป็นผู้ค้าที่ห้างจามจุรีสแควร์ซึ่งผมแวะไปกินไปเที่ยวอยู่แทบทุกอาทิตย์ เขาเข้ามาคุย เล่าเรื่องราว พร้อมทั้งระบายความอัดอั้นและความไม่พอใจต่อผู้จัดการและสำนักงานจัดการทรัพย์สินฯ และขอให้ผมช่วยเข้าไปเจรจากับสำนักงานจัดการทรัพย์สินฯ ให้
.
ถึงแม้ผมจะไม่มีความรู้ความเชี่ยวชาญที่จะไปช่วยอะไรผู้ค้าเหล่านี้ได้ แต่ครั้งแรกที่ได้ฟังผู้ค้าเหล่านี้เล่าเรื่องราวของเขา ทำให้ผมในฐานะนิสิตจุฬาฯ คนหนึ่ง และเป็นคนที่เคยเที่ยวเคยซื้อของในห้างจามจุรีสแควร์ ชวนเพื่อนร่วมอุดมการณ์อีกสามคน เราทั้งสี่คนเชื่อว่าต่อไปนี้เป็นหน้าที่ของนิสิตจุฬาฯ ที่ควรจะทำ โดยเราเข้าไปรับฟังปัญหาและเดินทางไปสำนักงานจัดการทรัพย์สินฯ เพื่อขอเข้าไปเจรจากับผู้อำนวยการของสำนักงานจัดการทรัพย์สินฯ
.
เมื่อถึงที่หมาย เราเข้าไปติดต่อขอพบ ผ่านไปประมาณ 20 นาทีเขาจึงเปิดห้องประชุมให้เราเข้าไปนั่งรอ และผ่านไปอีก 25 นาที ผู้อำนวยการสำนักงานจัดการทรัพย์สินฯ ผู้จัดการ และเจ้าหน้าที่ก็เข้ามาในห้องประชุม ในช่วงแรกบรรยากาศค่อนข้างดุเดือด ทั้งสองฝ่ายต่างมีข้อเรียกร้องและชี้แจงข้อมูลคนละทิศทางกัน ผ่านไปพักหนึ่งก็เริ่มสัมผัสได้ถึงบรรยากาศการเจรจา ผู้อำนวยการสำนักงานจัดการทรัพย์สินฯ รับฟังปัญหาจากผู้ค้ามากขึ้น ส่วนผู้ค้ารายย่อยก็พูดคุยเจรจา บอกกล่าวปัญหา และพยายามหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน และเราทั้งสี่คนก็ช่วยจดบันทึกประเด็น เสนอแนวทางที่เป็นไปได้ และเราช่วยกันเจรจาให้ข้อเรียกร้องของผู้ค้าได้รับการพิจารณา ในที่สุด เมื่อผ่านไปอีก 50 นาที การประชุมก็สิ้นสุดลง การเจรจาถือว่าผ่านไปด้วยดี และหลายคนบอกว่า ดีกว่าการพูดคุยในครั้งก่อน ๆ
.
กรณีนี้ไม่ใช่กรณีแรก เมื่อสมัยที่ผมเป็นประธานสภานิสิตจุฬาฯ ผมเกือบถูกจุฬาฯ ตัดคะแนนความความประพฤติ จากกรณีที่ผมขอเปิดพื้นที่ให้ผู้ค้ารายย่อยบริเวณสวนหลวงสแควร์ (ชุมชนหลังจุฬาฯ) มาบอกกล่าวถึงปัญหาระหว่างเขากับสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาฯ เรื่องระยะสัญญาการใช้ที่ดินของเขา ในขณะนั้น มีอาจารย์ท่านหนึ่ง (ปัจจุบันได้ดำรงตำแหน่งใหญ่กว่าเดิมแล้ว) บอกผมว่า “เนติวิทย์แน่ใจหรือที่จะจัดงานนี้ จะจัดรับฟังได้แน่หรือเปล่า เตือนแล้วนะ” แต่ผ่านไปไม่นาน เขาคงเล็งเห็นว่าสังคมจะไม่พอใจกับเรื่องนี้จึงเปลี่ยนคำพูดเป็น “สิ่งที่เนติวิทย์คิดจะทำนั้นดีแล้ว” สุดท้ายก็ไม่ได้จัด และเกือบจะถูกคะแนนความประพฤติด้วย
.
ผมขอฝากทิ้งท้ายไว้ตรงนี้ว่า เจตนารมณ์ของทั้งในหลวงรัชกาลที่หก และจอมพล ป. พิบูลสงคราม ต่างต้องการให้ผู้บริหารจุฬาฯ ใช้ที่ดินบริเวณนี้เพื่อประโยชน์ทางการศึกษาและเพื่อประโยชน์ของประชาราษฎร ดังนั้น การดำเนินกิจการใด ๆ บนพื้นที่ของจุฬาฯ ควรคำนึงถึงเจตนารมณ์เหล่านี้ไว้ให้มั่น กรณีนี้ผมและเพื่อนอีกสามคนดีใจเป็นอย่างมากที่ได้ทำหน้าที่นิสิตจุฬาฯ ให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของการใช้ที่ดินจุฬาฯ และได้ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อคนและสังคมรอบ ๆ จุฬาฯ
------
สนับสนุนผมและเพื่อนผ่านการซื้อหนังสือของพวกเราได้ที่
https://samyanpress.bentoweb.com/
------
[รูปภาพผม เพื่อนนิสิต และผู้ค้ารายย่อย ในห้องประชุมของสำนักงานทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]


การเมืองไทย ในกะลา

จากเหตุการณ์ที่ กกต. เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชนที่ร่วมกันลงชื่อและเผยแพร่การลงชื่อปลด กกต. ในเพจ Change.org อันมาจากการทำหน้าที่ที่น่าเคลือบแคลงจนส่อให้เห็นถึงความบกพร่องและหลายกรณีส่อไปในทางทุจริต

วันนี้มีประชาชนถูกแจ้งความดำเนินคดีแล้วหลายคนเพียงเพราะใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ลงชื่อและเผยแพร่กิจกรรมดังกล่าว

การกระทำของ กกต. เป็นเรื่องน่าละอายโดยมุ่งหมายใช้กฎหมายปิดปากให้สังคมเกิดความกลัว จนไม่ให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ตรวจสอบการทำหน้าที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะผู้ใช้กฎหมายย่อมเป็นเรื่องน่าละอายและอัปยศที่สุด

กระผมในฐานะนักกฎหมายสิทธิ์ฯ ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของ กกต. ที่ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ ขอแสดงการประท้วงต่อการกระทำดังกล่าว โดยการสวมชุดครุยเนติบัณฑิตอันเป็นเครื่องแบบของนักกฎหมาย ไปยืนอย่างสงบเพื่อไว้อาลัยต่อการกระทำของ กกต. ในครั้งนี้

ณ เกาะกลางอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (ฝั่งดินแดง) ตั้งแต่เวลา 17.30 - 18.00 น. ของ “ทุกวัน” โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2562 ทั้งนี้ จนกว่า กกต. จะถอนแจ้งความประชาชนทั้งหมด

ด้วยความเชื่อมั่นในความยุติธรรมและสิทธิมนุษย์ชน

อานนท์ นำภา
5 เมษายน 2562


Larpbun Ponsomboonกลุ่มต่อต้านเผด็จการ S-CLASS1.9

.คุณเห็นอะไรหลังจากการ...แพ้เลือกตั้งของฝังพวกเผด็จการ...ทีหวังสืบทอดอำนาจยาวๆตามแผนยุทธศาสตร์ชาติยึดประเทศ 20 ปี...ของกลุ่มอำมาตย์ชั่วร่วมกับพวกทหารเลว...ทีคอยจะหยุดหยั้งประเทศไม่ให้เปนประชาธิปไตย โดยมีพวกเลวทีอาศัยเครื่องแบบและมีอาวุธอยู่ในมือคอยรับคำสั่งจากพวก..ขันทีหรืออำมาตย์ชั่วทีแอบอ้างเปนพวกรักษาสถาบันกษัตริย์..คอยใส่ร้ายกลุ่มคนทีเห็นต่างว่าเปนพวก..ล้มเจ้า..บ้างละ เปนพวกล้มล้างสถาบันกษัตริย์บ้างละ..86 ปีทีประเทศกะลานี้วนเวียนอยู่แบบนี้ทุกๆ 4-5 ปีและทุกๆ 4-5 ปีทีรัฐบาลทีมาจากประชาชนจะถูกทำลายลง โดยเหตุการณ์คล้ายๆกันคือ..ถูกใส่ร้ายโดยอ้าง ล้มเจ้าล้มสถาบันกษัตริย์..มาตลอดหลังจากปี 2475 เปนต้นมา

.....พอมาวันนี้หลังจากไอ้กลุ่มทหารเลวอำมาตย์ชั่ว...จัดการรัฐบาล..อีปูว์..สำเร็จก็ร่วมกันปิดประเทศ..แดก..โกง..คอร์รัปซั่นแบบโจ่งครึ่ม..มา ..5..ปีพอประชาชนมาทวงสัญญาทีพวกโจรเลวบอกจะอยู่อีกไม่นานมันกับ..ปิดปากประชาชนด้วย..จับยัดเข้าคุกบ้างเข้าค่ายทหารบ้าง...เมื่อไอ้พวกโจรเผด็จการ..ทนแรงบีบคั้นจากนานาประเทศจากสัญญาว่าจะอยู่อีกไม่นานไม่ได้ก็..ลากเอาการเลือกตั้งออกมาโดยวางกฎให้เลือกตั้งตามแผนกลอุบายและกฎกติกาของ..กรู..ถึ่งแม้จะมีการโกงตั้งแต่เริ่มต้นจนถึ่งมีผลการเลือกตั้งออกมา...คิคว่าจะชนะการเลือกตั้งเพือสืบทอดอำนาจโจรเอาไว้...แต่ทีผลออกมากับไม่เปนไปตามแผนชั่วทีวางไว้..ทั้งๆทีแผนทีวางไว้ตั้งแต่แรกทำสำเร็จด้วยการจัดการพรรคการเมืองทีมาแรงทีเปนพรรคสำรองของพรรคเพือไทย ด้วยการยุบพรรคตั้งแต่เริ่มตั้งไข่ แต่มาวันนี้ผลการเลือกตั้งออกมากับพลิกอย่างพรรคน้องใหม่อย่างพรรคอนาคตใหม่ ทีใหม่ในทุกๆเรื่องใหม่แม้แต่ผู้สมัคร350เขตหัวหน้าพรรคก็เด็กละอ่อน..แต่ทีไหนได้เด็กละอ่อนกับสร้างกระแสพรรคกระหึ่มดังชั่วข้ามคืน..มาแรงแซงพรรคของพวกโจรเผด็จการอย่างพรรคพลังประชารัฐ อย่างพรรคประชาธิปัตย์เกือบล่มสลายอย่างทีไม่คาคคิค

######...นี้จึ่งเปนทีมาของผลของการออกมา...ของพวกขี้แพ้ชวนตี..ด้วยการใส่ร้าย..ป้ายสี..ด้วยการ..ล้มเจ้า..ล้มสถาบันกษัตริย์..เปนภัยต่อความมั่นคงกระด้างกระเดืองปุกปันถือเปนภัย...เมื่อ..ธนาธร-ปิยะบุตร..ประกาศชัดเจนว่า..

จะจัดการเผด็จการให้สิ้นซาก นำประเทศให้เปนประชาธิปไตย..จัดการทหารเลวให้อยู่ภายใต้กฎหมายไม่ให้มายุ่งกับการเมืองลดงบประมาณลดนายพล...ทำให้รัฐบาลโจรเผด็จการทีมาจากทหารและพรรคพวกอำมาตย์ สะเทือนมาวันนี้จึ่งเปนทีมาของพวก...กลัวเสียอำนาจจึ่ง..นำเจ้ามาแอบอ้างยัดเหยียดให้แก่...ธนาธร-ปิยะบุตร....ไงละครับ 86 ปีผู้มีบารมีและกลุ่มทุนกับทหารชั่ว ทีคอยสูบเลือดสูบเนื้อจากประชาชนทียังอยากเปน...ทาส..โดยเอา..สถาบันมาบังหน้าเพื่อกดหัวประชาชน

.........ตื่นเถืดประชาชน..ประชาธิปไตย..คงไม่ได้มาจากการ..ร้องขอ..นอกจากจะลุกมาจัดการเองโดยประชาชนเพื่อประชาชน ...เท่านั้นจริงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


Larpbun Ponsomboon

(haha)เมื่อลมเปลี่ยนทิศ

กระแสตีกลับ...วาทกรรมที่พวกอำมาตย์ มันมักเอามาใช้ ทำลาย คนที่เห็นต่าง พรรคการเมือง ที่เปนฝ่ายตรงข้ามกับพวก อนุรักษ์นิยม

นั้นคือ หมิ่นเบื้องสูง...เปนอันตรายต่อความมั่นคงของ ปท.นี้คือวงจรอุบาทว์ ที่กลุ่มอนุรักษ์นิยม นำมาใช้ เพื่อไม่ให้คนที่ทำ ผปย.สู่ ปชช. ได้ผุดได้เกิด

ตั้งแต่ปรีดี พนมยงค์ถึงทักษิณชินวัตรและกำลังมาถึง ธนาธร ปิยะบุตร สองนักสู้ผู้ทรนง

จากรุ่นคนสูงอายุส่งไม้ต่อมายังเด็กรุ่นใหม่ไฟแรง

จากยุคนี้เอง ที่ทำความเสทือนเลือนลั่นสั่นสะท้านเหมือน แผ่นดินจะล่มสลาย

ธนาธรและปิยะบุตร คงติดตาม ประวัติศาสตร์ การต่อสู้ของชนชั้นปกครองผู้กระทำและ ปชช.คนชั้นล่างที่เป็นผู้ถูกกระทำ มานานพอควร

วันนี้การสรุปบทเรียนการต่อสู้ จึงเปลี่ยนรูปแบบไป...

ชนิดที่กลุ่มอนุรักษ์นิยม ปรับกลยุทธไม่ทันเด็ก

ความปั่นป่วนจึงเกิดขึ้นในหมู่คณะของชนชั้นปกครองที่มีอำนาจเหนือรัฐ

วาทกรรมล้มเจ้าใช้ไม่ได้ผลเสียแล้ว...เมื่อทักษิณ+บัวทูบี ชี้เบาะแส ให้เห็นกันฉะฉะ หลายต่อหลายครั้ง

และตัวทักษิณเอง ยังถูกพวกแดงฮากคอร์ หาว่าสู้ไปกราบไป นั้นแสดงให้เห็นบริบทอันแท้จริงของทักษิณ ว่าไม่เคยคิดล้มเจ้าหละ

ยุคทักษิณบริหาร ปท.ไม่มีเรยที่ทำให้สถาบันเบื้องสูงได้ระคายเคือง แต่ตรงกันข้ามกลับเพิ่มบารมีให้สถาบันโดยจัดงานเฉลิมฉลองครบวันเกิดที่ยิ่งใหญ่และไม่เคยมีมาก่อน...

ทักษิณได้เชิญชวนอารยะ ปท.มาร่วมงานอย่างคับคั่ง....ทั่วโลก ...มึงทำได้มั้ยพวกรักเจ้า(แต่ปาก)มึงคือพวกชนชั้นปากว่าตาขยิบดีดีนี้เอง

ใครทำได้ถ้าไม่ใช่ ทักษิณ คนที่ปากกับใจไม่ตรงกัน อย่างพวกอนุรักษ์นิยม ทั้งหลาย เคยทำได้หรือไม่

ครั้นเมื่อ อ.ปิยบุตรเปนอาจารย์สอนอยู่ธรรมศาสตร์ ท่านเคยเอาความจริงของสถาบันมาชี้แจง จำแนกแยกแยะ ประเด็นข้อถูกต้องทั้งในชั้นเรียนและ ต่อสาธาระณะชนในการสัมนาแต่ละครั้งอย่างต่อเนื่อง...แต่พวกสมองหมาป้ญญาควย(ภาษาอีสานเด้อ)

จับเอาบางประเด็นที่ไม่ต่อเนื่อง ออกมาฉีกปากโพทนาใส่ใคล้ให้เสียๆหายๆต่อแนวคิดที่เปนจริงของท่านว่า คิดไม่ดีต่อสภาบัน....คนระดับนี้แล้ว เขาใช้มันสมองของเขาเอง ที่เรียนรู้มาขยายความจริงที่ถูกต้องต่อสาธาระณะชน....เขาคงไม่โง่พอที่จะพูดอะไรออกมาแบบ โง่ๆที่ถูกยุยงมาอย่างใครหลายคน

สิ่งที่ ปิยะบุตรพูดนั้นชี้ให้เห็นว่าพวกชนชั้นปกครอง อนุรักษ์นิยม ได้เอาไปหากิน เช่นคดี 112 ที่อิงแอบสถาบัน มาทุกยุคทุกสมัย

นั้นคือเปนการทำลายสถาบันชัดๆ ที่ดึงเอาสถาบันเบื้องสูงมาเล่น มาคลก กับการเมือง ซึ่งเปนเรื่องที่ไม่บังควร

ตรงกันข้ามพวกอนุรักษ์นิยมทุกแขนงงาน กลับรู้เห็นเปนใจ กับการทำลายสถาบันเบื้องสูง

ทั้งที่พวกรู้เท่าไม่ถึงการและพวกเส แสร้ง เพื่อเอาสถาบันมาเปนเครื่องมือ ทำลายคนรุ่นใหม่ที่มีหัวก้าวหน้า

วันนี้จากการเรียนรู้ของยุวชนคนรุ่นใหม่ทั้งทางตรงและทางอ้อม ได้แสดงออกให้เห็นกันแล้ว

เมื่อพรรคอนาคตใหม่ ที่มีสองหนุ่มน้อยเปนแกนหลัก นำพาพรรค ร่วมกับมวลชน ลุกขึ้นขานรับ กระแส ความต้องการเปลี่ยนแปลงของคนยุคใหม่

จึงได้บังเกิดเปนลมสลาตันขึ้นในใจกลางเมืองกรุง...พัดเอากระแสลมเก่าๆลงทะเลไปหลายศพ อิอิ

ในจีนเมื่อเดือนที่แล้ว ได้เกิดไฟป่าขึ้น แต่ลมได้เปลี่ยนทิศอย่างกระทันหัน ทำให้ นักผจญเพลิงต้องล้มหายตายจากไปร่วม 30ศพ

ในนั้นมีหัวหน้าร่วมอยู่ด้วย2-3ศพ เหอะๆๆๆๆ ไม่ได้หัวเราะเยาะเย้ยนะ แต่ยกตัวอย่างให้เห็นกันครับ

อำนาจนอกระบบกับมือที่มองไม่เห็น ประกอบด้วยกลุ่มอนุรักษ์นิยมสามานย์ ศักดินา(เชื้อเจ้าทั้งหลาย) นายทุนผูกขาด ขุนโจร(ส่างเขียว)ร่วมมือกันทำลายล้างประชาธิปไตยมาโดยตลอดเพื่อรักษาผลประโยชน์ในกลุ่มของตน กดขี่ประชาชนให้ยากจนตลอดกาล รัฐบาลของประชาชนที่ทำให้ประชาชนลืมตาอ้าปากได้ จะถูกไอ้พวกนี้ทำลาย ยัดข้อหาล้มเจ้าเป็นหลัก ประชาชนตาสว่างแล้ว ช่วยกันตัดวงจรอุบาทว์นี้ให้สิ้นซากโดยเร็ว เพื่อความอยู่ดีกินดีของประชาชน มิฉะนั้นจะเป็นทาสของมันตลอดไป พร้อมหรือยังประชาชน...

***ลุงลี สีบ่จ่าง***


iLaw

มาตรา 116 เพื่อความมั่นคงฯหรือผลประโยชน์ทางการเมือง ?

เช้าวันนี้(3 เมษายน 2562) มีรายงานข่าวว่า ฝ่ายกฎหมาย คสช. แจ้งความดำเนินคดีกับธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ฐานยุยงปลุกปั่นฯตามมาตรา 116 และให้ที่พักพิงผู้ต้องหารายอื่น ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 189

ทั้งนี้เจ้าตัวก็โพสต์เฟซบุ๊กยืนยันว่า จะเดินทางไปพบพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาล (สน.) ปทุมวัน ตามหมายเรียก เวลา 10.00 น. วันที่ 6 เมษายน 2562 เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

ปรากฎการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกของผู้ถูกดำเนินคดี 116 จากการออกมาแสดงตัวอยู่ฝ่ายตรงข้าม คสช.

ไอลอว์ขอย้อนพาผู้อ่านไปรู้จักกับ มาตรา 116 ว่าด้วยเรื่องยุยงปลุกปั่น และการบังคับใช้กฎหมายลักษณะนี้หลังรัฐประหารฯ

“มาตรา 116 ผู้ใดกระทำให้ปรากฎแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันไม่ใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือไม่ใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต
(1) เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจ หรือใช้กำลังประทุษร้าย
(2) เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือ
(3) เพื่อให้ประชาชน ล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี”

ทั้งนี้ มาตรา 116 เขียนอยู่ในประมวลกฎหมายอาญาภาค 2 ลักษณะที่ 2 ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร เป็นความผิดอาญาที่มุ่งเอาผิด “การทำให้ปรากฎแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่น” หมายความว่า กฎหมายนี้เป็นกรอบกำกับการแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะไม่ให้กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ

หากเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ไม่ว่าจะเป็นการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล วิพากษ์วิจารณ์กฎหมายที่เห็นว่าไม่ชอบธรรม หรือ สำหรับยุคที่มีรัฐธรรมนูญ หากเป็นการใช้เสรีภาพการแสดงความคิดเห็นตามสิทธิขึ้นพื้นฐานในรัฐธรรมนูญ ย่อมไม่เป็นความผิดตามมาตรา 116 และที่สำคัญเมื่อกฎหมายนี้อยู่ในหมวด “ความมั่นคง” การกระทำที่จะถือว่าผิดมาตรา 116 ผู้กระทำต้องมีเจตนาให้กระทบต่อความมั่นคงด้วย

โดยหลังรัฐประหารพฤษภาคม 2557 มีปรากฎการณ์บังคับใช้ กฎหมายมาตรา 116 และมีผู้ถูกดำเนินคดีในรูปแบบต่างๆอย่างน้อย 66 ราย (http://freedom.ilaw.or.th/politically-charged)

มาตรานี้ถูกยังถูกตั้งคำถามอย่างมากว่า เป็นไปเพื่อความมั่นคงหรือเพียงผลประโยชน์ทางการเมือง ?

จากการเก็บข้อมูลของไอลอว์ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ผู้ที่ถูกดำเนินคดีตามมาตรา 116 นั้นมีพฤติการณ์แสดงออกเป็นขั้วตรงข้ามต่อ คสช.อย่างชัดเจน ในลักษณะการถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดที่ต่างกันออกไป ดังต่อไปนี้

-คดีของจาตุรนต์ ฉายแสง จากการให้สัมภาษณ์นักข่าวโจมตีคสช.ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2557 ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาที่ศาลทหารกรุงเทพ

-คดีของสมบัติ บุญงามอนงค์ ซึ่งถูกจับเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2557 จากการโพสเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์นัดหมายให้ประชาชนออกมาชุมนุมต่อต้าน คสช. ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาที่ศาลทหารกรุงเทพ

-คดีของชาวเชียงราย 3 คน ได้แก่ ออด ถนอมศรี และสุขสยาม ถูกจับเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2557 จากการติดป้ายมีข้อความขอแบ่งแยกเป็นประเทศล้านนา

-คดีของชัชวาลย์ นักข่าวอิสระจากจังหวัดลำพูน ที่รายงานข่าวการชุมนุมต่อต้านการรัฐประหารผิดวัน จากวันที่ 26 พฤษภาคม 2557 เป็นวันที่ 1 มิถุนายน 2557 ต่อมาศาลทหารจังหวัดเชียงใหม่พิพากษายกฟ้อง เนื่องจากจำเลยเพียงนำเสนอข่าวเหตุการณ์ประจำวัน และโจทก์ไม่อาจนำสืบจนสิ้นสงสัยได้ว่า จำเลยมีเจตนาสร้างความกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน

- คดีของสิทธิทัศน์ และวชิร จากการโปรยใบปลิว ที่มีข้อความต่อต้านคสช. ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ปัจจุบันคดีนี้ยังไม่ทราบความคืบหน้า

-คดีของพลวัฒน์ จากการโปรยใบปลิวต่อต้านคสช. 4 แห่งในอำเภอเมือง จังหวัดระยอง ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างสืบพยาน

- คดีของพันธุ์ศักดิ์ จากการจัดกิจกรรม “พลเมืองรุกเดิน” เพื่อเดินเรียกร้องความเป็นธรรมเมื่อวันที่ 14-16 มีนาคม 2558 ปัจจุบัน คดีพิจารณาที่ศาลทหารในชั้นสืบพยาน

- คดีของกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ 14 คน จากการชุมนุมต่อต้านคสช. และเรียกร้องหลักการ 5 ข้อ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ปัจจุบันคดียังอยู่ระหว่างการสรุปสำนวนสอบสวน

-คดีโพสต์เฟซบุ๊กหมิ่นประมาทนายกรัฐมนตรของรินดา ถูกดำเนินคดีจากการโพสต์เฟซบุ๊กกล่าวหาว่า พล.อ.ประยุทธ์ โอนเงินหมื่นล้านไปสิงคโปร์ ปัจจุบันคดีอยู่ในชั้นพิจารณาของศาลทหารกรุงเทพ และศาลระงับการพิจารณาคดีไว้ หลังเห็นว่าไม่เข้าข่ายความผิดยุยงปลุกปั่น ให้เกิดความกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน เป็นเพียงการหมิ่นประมาทโดยโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 ศาลทหารจึงไม่มีอำนาจพิจารณาคดีนี้ กระทั้งมาสู้กันต่อในศาลอาญาและศาลพอพิพากษายกฟ้องเธอไป

------------------------------------------------------

อ่าน บทวิเคราะห์การใช้มาตรา 116 เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ได้ที่http://freedom.ilaw.or.th/blog/116NCPO


การเมืองไทย ในกะลา

‘ปิยบุตร’ มาแล้ว! แจงหลัง ‘อุ๊ หฤทัย’ ท้าดีเบตเดือด ชี้ถูกปั่น สร้างความเกลียดชัง!

จากกรณีที่ อุ๊ หฤทัย ม่วงบุญศรี นักร้องชื่อดัง โพสต์ภาพ และข้อความวิพากษ์วิจารณ์ พรรคอนาคตใหม่ และนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ได้โพสต์ข้อความสุดเดือดในเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยเป็นการชักชวน นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ มาดีเบต พร้อมกับว่า “ระวังนรกจะมีจริง” ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น


ล่าสุด นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ได้ชี้แจงในกรณีดังกล่าว ผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า

การชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการนำคลิปและภาพไปบิดเบือน
ตามที่มีการเผยแพร่คลิปการบรรยายของผมและรูปของผมพร้อมคัดบางประโยคมาประกอบจนทำให้ประชาชนเข้าใจผิดและนำมาซึ่งความเกลียดชังต่อกันนั้น ผมขอชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้

1. คลิปที่ถูกตัดมาบางตอนนั้น เป็นส่วนหนึ่งของการบรรยายของผม โดยผมได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “การเมือง ความยุติธรรม สถาบันกษัตริย์” เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2556 จัดขึ้นที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ในขณะนั้นผมยังคงดำรงตำแหน่งเป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทำงานวิชาการ บรรยาย ศึกษาค้นคว้า เรื่องกฎหมายรัฐธรรมนูญ สถาบันการเมือง ประวัติศาสตร์การเมืองของประเทศไทยและประเทศต่างๆ หัวข้อหนึ่งที่ผมสนใจคือ สถาบันกษัตริย์กับประชาธิปไตย การปรับตัวของสถาบันกษัตริย์ในประเทศไทย และประเทศต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับประชาธิปไตย

2. ข้อความในท่อนที่ตัดมานั้น ผมไม่ได้พูดถึงสถาบันกษัตริย์ในราชอาณาจักรไทย แต่ผมบรรยายถึงหลักการตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ โดยผมอธิบายว่า หากพิจารณาจากระบอบประชาธิปไตยตามสากลแล้ว พระมหากษัตริย์ต้องอยู่เหนือการเมือง ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง และโดยธรรมชาติของตำแหน่งพระมหากษัตริย์ที่มาจากการสืบทอดทางสายโลหิต ไม่ได้มาจากการเลือก จึงจำเป็นต้องจัดวางตำแหน่งแห่งที่ให้สอดคล้องกับประชาธิปไตย ซึ่งประเทศต่างๆ ที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตย และยังคงรักษาสถาบันกษัตริย์ไว้ได้อยู่สามารถทำเรื่องนี้ได้สำเร็จ

3. การนำข้อความที่ผมบรรยายเมื่อ 6 ปีก่อน เมื่อครั้งผมยังเป็นนักวิชาการ มาตัดใช้บางตอน โดยไม่ระบุว่าบรรยายในโอกาสใด เมื่อไร และยังใส่ตำแหน่งใต้ชื่อผมว่า “เลขา พรรคอนาคตใหม่” พร้อมกับนำสัญลักษณ์พรรคอนาคตใหม่ ไปติดในรูปภาพด้วย เป็นการแสดงเจตนาอันไม่สุจริตของผู้กระทำ ต้องการทำให้ผมเสียหาย ถูกเกลียดชัง

นอกจากนั้นคลิปและรูปภาพชุดนี้ถูกนำมาเผยแพร่ในช่วงรณรงค์หาเสียง เพื่อทำให้คนเข้าใจผิดและไม่ลงคะแนนให้พรรคอนาคตใหม่ เมื่อพรรคอนาคตใหม่ได้รับเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย ก็รีบนำกลับมาเผยแพร่กันอีก เพื่อต้องการสร้างความเกลียดชังกันในหมู่ประชาชน วิญญูชนผู้มีจิตใจเป็นธรรมย่อมพิจารณาได้เองว่าการกระทำของคนกลุ่มนี้ ยุติธรรมต่อผมและพรรคอนาคตใหม่หรือไม่

4. ตลอดระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา มีขบวนการใส่ร้ายป้ายสี กล่าวหาโจมตีโดยใช้ข้อหา “ไม่จงรักภักดี” หรือ “ล้มเจ้า” จนนำมาซึ่งความเกลียดชังกันเองในหมู่ประชาชน ทำให้สังคมแตกแยก จนเผด็จการทหารฉวยโอกาสเข้ายึดและครองอำนาจมาอย่างยาวนาน การเมืองไทยติดขัดอยู่ในความขัดแย้ง สังคมไทยถูกแบ่งขั้วอย่างร้าวลึกจนประชาชนไม่อาจหาฉันทามติในการอยู่ร่วมกันได้ การนำสถาบันกษัตริย์มาใช้โจมตีกันทางการเมืองของคนเหล่านี้ ไม่เพียงแต่สร้างความแตกแยกในสังคมแล้ว ยังไม่เป็นคุณต่อสถาบันกษัตริย์ด้วย

5. ในสังคมประชาธิปไตย เราชอบพรรคการเมือง นักการเมือง แตกต่างกันได้ เราสามารถแข่งขันทางการเมืองตามกติกาได้ โดยไม่จำเป็นต้องอ้างสถาบันกษัตริย์มาใช้โจมตี ทำลายล้าง หรือสร้างความเกลียดชังต่อกัน

6. ผมตัดสินใจก่อตั้งพรรคการเมืองและลงสมัครรับเลือกตั้ง เพราะต้องการฟื้นความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยกลับมาอีกครั้ง ต้องการยุติวงจรรัฐประหาร นำกองทัพออกไปจากการเมือง สถาปนาหลักการรัฐบาลพลเรือนอยู่เหนือกองทัพ นำประเทศไทยออกจากวิกฤตความขัดแย้ง และเดินหน้าไปสู่อนาคตแบบใหม่ร่วมกัน มีแต่การปกครองในระบอบประชาธิปไตยเท่านั้นที่สามารถช่วยธำรงรักษาสถาบันกษัตริย์ให้ดำรงอยู่ต่อไปด้วยพระเกียรติยศ พระบารมี และสง่างามทัดเทียมกับนานาอารยะประเทศ

ปิยบุตร แสงกนกกุล
เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่


ยูดีดีนิวส์ - UDD news

อานนท์ มาถึงแล้ว ขณะนี้เตรียมทำกิจกรรมชูป้าย

.
2 กิจกรรม ในบริเวณเดียวกัน สกายวอล์คสถานีรถไฟฟ้า ‘อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ’
.
อานนท์ นำภา ทนายความ นัดหมายทำกิจกรรมชูป้ายข้อความ ‘หยุดโกงเลือกตั้ง’ ‘หยุดแทรกแซงทางการเมือง’ เพื่อปกป้องคะแนนเสียง ไม่ให้มีการบิดเบือน จากกรณีการนับคะแนนเลือกตั้งที่ผิดปกติ

โดยอานนท์ใช้แฮชแท็ก #เห็นหัวกูบ้าง
.
ขณะเดียวกันแนวร่วมประชาชนเพื่อการเลือกตั้งที่เป็นธรรม นำโดยนายธนวัฒน์ วงศ์ไชย หรือ บอล นิสิตจุฬาฯ ปี 3 คณะเศรษฐศาสตร์ อดีตประธานสภานิสิตจุฬาฯ และนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว

ตั้งโต๊ะรวบรวมรายชื่อ ยื่น ป.ป.ช. เพื่อให้ถอดถอน กกต.

ประชาชนที่สนใจ เตรียมสำเนาบัตรประชาชนมา 2 ชุด



ยูดีดีนิวส์ - UDD news

(คลิป1/2)

2 กิจกรรม ในบริเวณเดียวกัน ‘อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ’

.
เวลา 16.00 น. แนวร่วมประชาชนเพื่อการเลือกตั้งที่เป็นธรรม นำโดยนายธนวัฒน์ วงศ์ไชย หรือ บอล นิสิตจุฬาฯ ปี 3 คณะเศรษฐศาสตร์ อดีตประธานสภานิสิตจุฬาฯ และนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว


ตั้งโต๊ะรวบรวมรายชื่อ ยื่น ป.ป.ช. เพื่อให้ถอดถอน กกต.

ประชาชนที่สนใจ เตรียมสำเนาบัตรประชาชนมา 2 ชุด
.

เวลา 17.00 น. อานนท์ นำภา ทนายความ นัดหมายทำกิจกรรมชูป้ายข้อความ ‘หยุดโกงเลือกตั้ง’ ‘หยุดแทรกแซงทางการเมือง’ เพื่อปกป้องคะแนนเสียง ไม่ให้มีการบิดเบือน จากกรณีการนับคะแนนเลือกตั้งที่ผิดปกติ

โดยอานนท์ใช้แฮชแท็ก #เห็นหัวกูบ้าง



[right-side]


การเมืองไทย ในกะลา

'ณัฐวุฒิ' 'โพสต์ 'บัตรเขย่ง'ฉุดเชื่อมั่นกกต.ทรุดโทรม เหน็บเลือกตั้งอาจมี'บัตรซบ'

29 มี.ค. 62 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตย และอดีตประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า

คือ คนรับบัตรเลือกตั้งไปแล้วไม่ใช้ลงคะแนน อาจเป็นเพราะ รอคิวนาน หรือ มีเหตุอื่นกะทันหัน

อธิบายแบบนี้ก็ได้เหรอ ?

ทุกหน่วยเลือกตั้ง จะคิวยาวแค่ไหนไม่เคยได้ยินว่ามีการเอาบัตรไปเดินแจกให้ยืนถือไว้ ต้องเดินตามคิวไปเรื่อยๆจนถึงโต๊ะเจ้าหน้าที่ แล้วเซ็นชื่อในบัตรเขาถึงจะฉีกจากเล่มมาให้ ขั้นตอนต่อจากนั้นคือเดินเข้าคูหาลงคะแนนเลย

ใครจะมาตัดสินใจเลี้ยวกลับเอาตรงนั้น แล้วถ้ามีจริงเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยคงต้องเป็นอัมพาต จึงไม่ทักท้วงถามไถ่ ปล่อยให้คนมาเซ็นชื่อแล้วเอาบัตรเลือกตั้งเดินจากไปต่อหน้าต่อตา

จำนวนคลาดเคลื่อนอาจไม่มาก แต่อธิบายแบบนี้เรื่องจะไปกันใหญ่ ความน่าเชื่อถือที่ทรุดโทรมลงเป็นลำดับจะยิ่งพังเร็ว

ตอนนี้สงสัยกันใหญ่แล้วว่าจำนวนผู้ใช้สิทธิ์ที่อยู่ๆเพิ่มขึ้น 4 ล้านกว่าคนมายังไง

หรือการเลือกตั้งครั้งนี้จะมี “บัตรซบ”

หมายถึงบัตรเลือกตั้งที่ถูกจัดการโดยคนที่ซบแนบแอบอิงกับผู้มีอำนาจ

เอาดีๆนะครับกกต. อย่าดูแคลนความรู้สึกประชาชน


การเมืองไทย ในกะลา

‘ภูมิธรรม’ จวกยับ เลือกตั้ง62 สกปรกที่สุด ซัด ‘ราคาค่าสืบทอดอำนาจ แพงเหลือกิน’

29 มี.ค. นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย(พท.) โพสต์เฟชบุ๊กแฟนเพจ “Phumtham Wechayachai” วิพากษ์วิจารณ์ ปัญหาการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยระบุว่า

“ราคาที่ต้องจ่าย เพื่อการต่อท่ออำนาจ ของใครบางคน…แพงเหลือเกิน”

ภายหลังจากการเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม 2562 มีปรากฎการณ์ที่ผิดปกติหลายอย่างเกิดขึ้น โดยเฉพาะผลคะแนนการเลือกตั้ง ที่แปรเปลี่ยน สับสน จนหาข้อสรุปไม่ได้ ทั้งที่การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาสามารถจัดการผลคะแนนได้ภายในเวลาเพียง 3-4 ชั่วโมงหลังปิดหีบคะแนน ก็ทราบผลอย่างไม่เป็นทางการแล้ว

ผมอยากตั้งคำถามว่าการออกแบบกลไกการเลือกตั้งวันนี้กำลังสร้างผลกระทบอะไรกับประเทศ…ทำไมสังคมไทยเราต้องยอมจ่ายราคาแพงมากมายขนาดนี้ เพื่อแลกกับการต่อท่ออำนาจให้บุคคลคนหนึ่งได้นั่งในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป ประชาชนไทยเราจะได้อะไรจากการลงทุนขนาดนี้หรือ?

ตั้งแต่การตีความแบบมหัศจรรย์กับนิยามคำว่า “เจ้าหน้าที่รัฐ” ที่คนใกล้ชิดต่างให้ความหมายปกป้องกันไปมา และสลับกันใช้ตำแหน่งในรัฐบาลไปทำกิจกรรมที่เกื้อหนุนประโยชน์กลุ่มตน การจัดการเลือกตั้งที่ เสมือน ”ไร้การจัดการ “บิดเบี้ยว ผิดเพี้ยนอย่างมโหฬารของ กกต.จนผู้คนหลายแสนคนพร้อมใจกันตั้งคำถามต่อ ความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพของ กกต. ครั้งนี้

การใช้”กลไกรัฐ”เข้าคุกคามนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามในหลายพื้นที่รวมถึงการสร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชนเพื่อยุติความสนับสนุนพรรคการเมืองที่เขาไว้วางใจ ยังไม่นับรวมข้อมูลที่ว่อนในโซเชียล มีเดีย ถึงการใช้เงินจำนวนมากก่อนวันเลือกตั้ง แม้ไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ แต่ข้อมูลที่บอกเล่ากันมาก็ส่งสัญญาณความไม่ปกติให้สังคมรับรู้

สิ่งที่”ผู้คุมอำนาจ” ใช้อำนาจกระทำการทั้งหมดในเวลานี้ เป็นการส่งผลกระทบด้านลบอย่างยิ่งต่อศักดิ์ศรีของประเทศ หลังจากการเลือกตั้งส่งผลให้”ต่างชาติ”ขาดความเชื่อมั่นในการลงทุน ดัชนีตลาดหุ้นตก นานาประเทศกล่าวถึงการเลือกตั้งว่าส่อแสดงถึงความไม่ปกติและเรียกร้องให้มีการจัดการอย่างโปร่งใสเป็นธรรม แม้จะแสดงออกว่าไทยมีการจัดการเลือกตั้ง แต่ผลที่ออกมาก็ไม่ได้สร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน อันรวมถึงรัฐบาลจากประเทศต่างๆที่แสดงความห่วงใยและส่งข้อเรียกร้องมายัง กกต.

การกระทำใดๆ ที่ผู้มีอำนาจทั้งหลายได้ดำเนินการในวันนี้ กำลังเป็นการนำเอาต้นทุนความน่าเชื่อถือของประเทศและความมั่นคงของประชาชน ไปแลกกับการยึดพื้นที่เพื่อต่อท่ออำนาจ เป็นการเลือกตั้งที่จ่าย”ราคาแพง” ไม่ใช่เพียงงบประมาณแผ่นดินเท่านั้น แต่หมายถึงการสูญเสียเวลาและโอกาสที่ประชาชนจะสร้างทางเลือกใหม่ให้แก่อนาคตตนเอง

การเลือกตั้งปี 2562 จึงเป็นความทรงจำในหน้าประวัติศาสตร์ที่ต้องจารึกไว้ ซ้ำรอยเฉกเช่นเดียวกับ การเลือกตั้งในปี 2500 ที่ถูกบันทึกไว้ว่า เป็นการเลือกตั้งที่สกปรกที่สุดครั้งหนึ่งของการเมืองไทย

https://www.khaosod.co.th/election-2019/news_2360128


การเมืองไทย ในกะลา

อาจารย์ ม.เกษตร โต้มหาลัย ห้ามล่าชื่อถอด กกต. ทีตอนเป่านกหวีด ไม่เห็นต้องขอ!

จากกรณี ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้น โดยเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ไม่ยอมให้นิสิตทำกิจกรรมลงชื่อถอดถอน กกต. อ้างว่ากิจกรรมต้องได้รับการอนุญาตจากผู้บริหารมหาวิทยาลัยก่อน โดย ดร.ชลิตา บัณฑุวงศ์ รองหัวหน้าภาควิชาสังคมวิทยา และมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ โพสต์ภาพและคลิปวิดีโอ ระบุว่า

ตามที่นิสิต ม.เกษตร จัดเตรียมให้เพื่อนนิสิตและประชาชนมาลงชื่อเพื่อเรียกร้องการตรวจสอบการทำงานของ กกต. โดยนัดหมายที่อาคาร ศร. 1 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เวลา 11.30 น. นั้นปรากฎว่าได้มีหน่วยรักษาความปลอดภัยของมหาวิทยาลัย และเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบจำนวนหนึ่งมาที่นี่ และทางมหาวิทยาลัยก็ปิดประกาศห้ามมิให้นิสิตทำกิจกรรมที่ไม่ได้รับอนุญาตจากทางผู้บริหารมหาวิทยาลัย

ดร.ชลิตา บัณฑุวงศ์ รองหัวหน้าภาควิชาสังคมวิทยา และมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ได้ตอบโต้ถึงกรณีนี้ ผ่านทางเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า

คืบหน้าของนิสิต ม. เกษตรที่ทำกิจกรรมรวบรวมรายชื่อถอดถอน กกต.

หลังจากที่ทางมหาวิทยาลัยส่ง รปภ. จำนวนหนึ่ง (จำนวนมากกว่านิสิตที่ริเริ่มทำกิจกรรม) มาประจำอยู่ที่อาคารศูนย์เรียนรวม 1 (ศร.1) เพื่อห้ามไม่ให้นิสิตทำกิจกรรม นิสิตก็ย้ายมาที่ม้าหินอ่อนหน้าหอสมุดกลาง และก็ถูกเจ้าหน้าที่กองอาคารสถานที่ฯ ตามมาไล่

และเจ้าหน้าที่กองกิจการนิสิตตามมาบันทึกภาพ นิสิตจึงย้ายมานั่งพักเหนื่อยที่ใต้อาคารคณสังคมศาสตร์ (ซุ้มภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา หรือ “ซุ้มสัง-มา”) และก็โดนเลขานุการคณะและเจ้าหน้าที่มาขับไล่อีก สุดท้ายนิสิตจึงระเห็จมาตั้งโต๊ะ (จริงๆ คือ ตั้งพื้น เพราะไม่มีโต๊ะ) ที่นอกรั้วมหาวิทยาลัยบริเวณประตูพหลโยธิน ขณะนี้ก็กำลังรวบรวมรายชื่ออยู่ค่ะ และมีคนทยอยมาลงชื่อตลอด

เหตุผลที่ทางเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยบอกแก่นิสิต ถึงการไม่ยอมให้นิสิตทำกิจกรรม คือ 1) นิสิตไม่ได้ขออนุญาตจากทางมหาวิทยาลัยก่อน (ถ้าขอ จะได้รับอนุญาตมั้ยยยย) ทั้งนี้ ทรัพย์สิน โต๊ะ เก้าอี้ ม้าหินอ่อน แม้แต่พื้นดินที่นิสิตยืนก็เป็นสมบัติของมหาลัย

ดังนั้น จึงต้องได้รับอนุญาตก่อน (เหรอ นึกว่าเป็นของประชาชน) และ 2) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นกลางทางการเมือง จึงห้ามใช้สถานที่ของมหาวิทยาลัยแสดงออกทางการเมือง

(เอ่อ แล้วตอนเป่านกหวีดหล่ะ 555 และยังไม่นับรวมว่านี่ไม่ใช่เรื่องของการเมืองฝ่ายไหน แต่เป็นการเรียกร้องให้ กกต.ทำงานอย่างโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม เพื่อที่สังคมจะมีความเชื่อมั่นต่อการเลือกตั้ง และเพื่อประเทศไทยจะสามารถเดินต่อได้อย่างสันติ)

https://www.khaosod.co.th/election-2019/news_2359594


4289 วิสัยทัศน์Follow

อ.ปิยบุตร แสงกนกกุล - เลขาธิการพรรค #อนาคตใหม่ แถลงเงื่อนไขตั้งรัฐบาล 3 ข้อ ดังนี้ 1. แก้ รธน. 2560 เพื่อเพิ่มเติมบทบัญญัติหมวดใหม่ว่าด้วยการจัดทำร่าง รธน.ใหม่ทั้งฉบับ 2. แก้ไข รธน. เพื่อยกเลิกมาตรา 279 3. ปฎิรูปกองทัพให้สอดคล้องกับประชาธิปไตย


คำนวณให้แล้ว! จำนวน ส.ส. เขต และปาร์ตี้ลิสต์ล่าสุด 

VOTE62 เข้าสู่เฟสที่ 3 คือการเปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะ
หลังจากต้องเวียนว่ายกับความสับสนของตัวเลขและไฟล์ที่ผิดพลาดจากคณะกรรมการการเลือกตั้งมาหลายรอบ ล่าสุด เมื่อเวลาราว 17.00 น. เว็บไซต์ของ กกต. อัปโหลดไฟล์ที่ว่าเป็นคะแนน 100% เราได้นำข้อมูลมาคำนวณ ส.ส. 350 เขต และ ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ 150 เขต เผยแพร่แล้วบนเว็บ VOTE62.com เป็นที่เรียบร้อย
VOTE62 เป็นความร่วมมือกันของ 4 องค์กร ได้แก่ The Momentum, a day BULLETIN, iLaw และ opendream กำลังเดินหน้าเข้าสู่เฟสต่อไปของพวกเรา โดยมีองค์กรเข้ามาร่วมงานกับเราเพิ่มขึ้นอีก คือ TDRI
หลังจากเฟสหนึ่ง ตลอดเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เราให้บริการค้นหาหมายเลขผู้สมัครและพรรคการเมืองในเขตต่างๆ ตามมาด้วยเฟสสอง เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เราสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ให้มาช่วยกันรวบรวมข้อมูล crowdsourcing และแสดงผลแบบ Real Time
จากกิจกรรมเมื่อวันอาทิตย์ ทำให้เรามีข้อมูลดิบเป็นภาพถ่ายกระดานนับคะแนนส่วนหนึ่ง ที่เตรียมจะเผยแพร่ต่อสาธารณะ เพื่อเข้าสู่เฟสที่สามของ vote62 คือการร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องของการนับคะแนนโดย กกต. โดยจะมีการเผยแพร่ภาพถ่ายทั้งหมดในเร็วๆ นี้
ในเบื้องต้น ข้อมูลล่าสุดจาก กกต. เมื่อคำนวณคะแนนออกมาก็เป็นที่เซอร์ไพรส์ว่า มีผู้มาใช้สิทธิสูงถึง 74.69% หรือคิดเป็น 38,268,375 คน จากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 51,239,638 คน บัตรเสีย 2,130,327 ใบ หรือคิดเป็น 5.57% บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน (โหวตโน) 605,392 ใบ (1.58%) โดยสรุปแล้ว มีบัตรดี 35,532,647 ใบ
เว็บไซต์ VOTE62 คำนวณตัวเลขที่นั่งส.ส.ออกมา ปรากฏผลดังนี้
1. เพื่อไทย ได้ ส.ส. เขต 137 ที่นั่ง ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ 0 ที่นั่ง รวมเป็น 137 ที่นั่ง
2. พลังประชารัฐ ได้ ส.ส. เขต 97 ที่นั่ง ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ 21 ที่นั่ง รวมเป็น 118 ที่นั่ง
3. อนาคตใหม่ ได้ ส.ส. เขต 30 ที่นั่ง ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ 57 ที่นั่ง รวมเป็น 87 ที่นั่ง
4. ประชาธิปัตย์ ได้ ส.ส. เขต 33 ที่นั่ง ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ 21 ที่นั่ง รวมเป็น 54 ที่นั่ง
5. ภูมิใจไทย ได้ ส.ส. เขต 39 ที่นั่ง ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ 13 ที่นั่ง รวมเป็น 52 ที่นั่ง
6. เสรีรวมไทย ได้ ส.ส. เขต 0 ที่นั่ง ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ 11 ที่นั่ง รวมเป็น 11 ที่นั่ง
7. ชาติไทยพัฒนา ได้ ส.ส. เขต 6 ที่นั่ง ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ 5 ที่นั่ง รวมเป็น 11 ที่นั่ง
8. เศรษฐกิจใหม่ ได้ ส.ส. เขต 0 ที่นั่ง ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ 6 ที่นั่ง รวมเป็น 6 ที่นั่ง
9. ประชาชาติ ได้ ส.ส. เขต 6 ที่นั่ง ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ 0 ที่นั่ง รวมเป็น 6 ที่นั่ง
10. เพื่อชาติ ได้ ส.ส. เขต 0 ที่นั่ง ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ 5 ที่นั่ง รวมเป็น 5 ที่นั่ง
11. รวมพลังประชาชาติไทย ได้ ส.ส. เขต 1 ที่นั่ง ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ 4 ที่นั่ง รวมเป็น 5 ที่นั่ง
12. ชาติพัฒนา ได้ ส.ส. เขต 1 ที่นั่ง ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ 2 ที่นั่ง รวมเป็น 3 ที่นั่ง
13. พลังท้องถิ่นไทย ได้ ส.ส. เขต 0 ที่นั่ง ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ 2 ที่นั่ง รวมเป็น 2 ที่นั่ง
14. รักษ์ผืนป่าประเทศไทย ได้ ส.ส. เขต 0 ที่นั่ง ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ 1 ที่นั่ง รวมเป็น 1 ที่นั่ง
15. พลังปวงชนไทย ได้ ส.ส. เขต 0 ที่นั่ง ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ 1 ที่นั่ง รวมเป็น 1 ที่นั่ง
16. พลังชาติไทย ได้ ส.ส. เขต 0 ที่นั่ง ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ 1 ที่นั่ง รวมเป็น 1 ที่นั่ง




Peace News

แจงขึ้นรถบัสเดินทางลำบากเป็นชั่วโมง
ใช้สิทธิ์ลงคะแนนแต่ กกต.ทำเสียงไร้ค่า


นศ.ไทยในกีวี เปิดเผยการเดินทางอย่างลำบากยากเข็ญนับชั่วโมงกว่าจะได้ใช้สิทธิ์ลงคะแนน แจงต้องนั่งรถบัสนานชั่วโมง เดินเท้าเข้าคูหาเลือกตั้งอีก 3 กม. แต่ กกต.กลับทำเสียงไร้ค่า กลายเป็นบัตรเสีย ขนส่งกลบไทยไม่ทันเวลาปิดหีบ


เมื่อ 27 มี.ค. 2562 ข่าวสดออนไลน์ รายงานว่า จากกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้พิจารณาเรื่องการส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักรจากประเทศนิวซีแลนด์ จำนวน 1,542 ใบ ล่าช้า ไม่สามารถจัดส่งไปที่หน่วยเลือกตั้งได้ทันก่อนปิดหีบบัตรเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยมีมติเอกฉันท์ว่าบัตรทั้ง 1,542 ใบถือเป็นบัตรเสีย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด น.ส.ธัญกร ปิยะพัฒนกุล อายุ 20 ปี นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยโอคแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ หนึ่งในผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งนอกราชอาณาจักร เปิดเผยกับ“ข่าวสดออนไลน์”ว่า ตนเดินทางมาเรียนต่อยังประเทศนิวซีแลนด์เมื่อปี 2557 จนถึงปัจจุบัน โดยอาศัยอยู่ที่เมืองโอคแลนด์ สำหรับการเดินทางไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งนั้น สถานที่จัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรตั้งอยู่ที่วัดไทยภายในพื้นที่ของนิวแลนด์

น.ส.ธัญกร กล่าวต่อว่า โดยสถานที่จัดการเลือกตั้งดังกล่าว อยู่ห่างจากที่พักของตน ถ้าขับรถยนต์ส่วนตัวจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที แต่ถ้านักศึกษาหรือคนไทยที่ไม่มีรถส่วนตัวต้องเดินทางด้วยรถบัสโดยใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง เมื่อลงจากรถบัสก็จะต้องเดินเท้าต่อเข้าไปยังจุดที่ใช้จัดการเลือกตั้งอีกประมาณ 3 กิโลเมตร หรือบางคนอาจจะนั่งอูเบอร์เข้าไป ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 30 ดอลลาร์ ซึ่งการเดินทางค่อนข้างเป็นไปด้วยความยากลำบาก

น.ส.ธัญกร กล่าวอีกว่า ตนและเพื่อนๆที่มาเรียนอยู่ที่นี่ ได้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งนอกราชอาณาจักรผ่านเว็บไซด์ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดไว้ก่อนวันที่ 19 ก.พ. 2562 และได้เดินทางมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งเมื่อวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยบรรยากาศที่วัดไทยที่ใช้จัดเลือกตั้งนั้น พบว่ามีคนไทยทั้งนักศึกษาที่เพิ่งใช้สิทธิ์เลือกตั้งเป็นครั้งแรก และผู้ใหญ่มาใช้สิทธิ์เป็นจำนวนมาก ซึ่งตนรู้สึกดีใจที่เห็นบรรยากาศแบบนี้

“แต่หลังจากทราบข่าวเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้งของประเทศนิวซีแลนด์ที่ยังเดินทางไปไม่ถึงประเทศไทย ต่อมาทาง กกต.ก็มีมติว่าบัตรดังกล่าวกลายเป็นบัตรเสีย ก็ทำให้รู้สึกไม่ดีและเสียใจ เพราะพวกเราไม่ได้เพิกเฉยในการใช้สิทธิ์ อีกทั้งยังเป็นคะแนนบริสุทธิ์ พวกเราไม่ได้ทำอะไรผิดตามขั้นตอนหรือกฎหมายแต่อย่างใด จึงคิดว่าเสียงของเราควรจะถูกนำเข้าไปนับเป็นคะแนนด้วย” น.ส.ธัญกร กล่าว

น.ส.ธัญกร กล่าวว่า ตนคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้น กกต.ต้องรับผิดชอบมากกว่านี้ เพราะเกิดจากความบกพร่อง และการทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพของ กกต. จึงขอให้มีการตรวจสอบแก้ไขเรื่องที่เกิดขึ้นด้วย ซึ่งในมุมของตนขอเรียกร้องให้ กกต.ชุดนี้ลาออกจากตำแหน่ง เพราะเสียงของพวกเรากว่า 1,500 เสียงนั้น สามารถเปลี่ยนแปลง ส.ส.ได้เลย และจะแสดงให้เห็นถึงความแตกต่าง

“รู้สึกว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่โปร่งใส ทั้งเรื่องการหยุดนับคะแนน และจากการติดตามข่าวสารทราบว่า มีชื่อคนที่เสียชีวิตไปแล้วกลับมีชื่อเป็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดการสวมสิทธิ์ได้ ทั้งนี้ ประชาธิปไตยในประเทศแทบจะไม่มีเลย การคาดหวังที่ได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรก คาดว่าจะดีกว่านี้ แต่ก็ต้องผิดหวัง”

น.ส.ธัญกร กล่าวด้วยว่า หลังจากกรณีที่ กกต.มีมติให้บัตรเลือกตั้งนิวซีแลนด์ไม่สามารถนำมานับคะแนนได้ หรือบัตรเสียนั้น ทางกลุ่มนักศึกษาและคนไทยในประเทศนิวซีแลนด์ได้มีการหารือ และกำลังจะดำเนินการเขียนจดหมายเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อส่งให้กับสื่อต่างประเทศได้มีการเผยแพร่เพื่อให้ทั่วโลกได้รับรู้ว่าเสียงของพวกเราถูกเมิน

(ขอบคุณเนื้อหาจากข่าวสดออนไลน์)

PEACE NEWS[right-side]


การเมืองไทย ในกะลา

งัดเอกสารยันเสียงนิวซีแลนด์ถึงไทย 23 มี.ค.
ย้ำแจ้ง กต.มารับ แต่ดันมาทุ่มหนึ่งของ 24 มี.ค.


งานนี้เอาจริง มีเรื่องได้คุกแน่!! การบินไทยไม่ยอม แถลงด่วนอีกครั้ง โชว์หลักฐานถุงเมล์บัตรเลือกตั้งนิวซีแลนด์ ถึงไทย 23 มี.ค. งัดเอกสารแย้งข้อมูล กต.หน้าแหก เงิบซ้ำสอง เผยมารับตอนทุ่มหนึ่งของ 24 มี.ค. เลยเวลาปิดหีบแล้ว

เมื่อ 27 มี.ค. 2562 ข่าวสดออนไลน์รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 01.22 น. ของวันที่ 27 มี.ค. นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทยจำกัด (มหาชน) ได้ออกแถลงการณ์ด่วนอีกครั้ง เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีมีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับความล่าช้า ในการขนส่งบตัรเลือกตั้งที่ประเทศนิวซีแลนดม์ายังกรุงเทพฯประเทศไทย เนื่องจากยังมีบางประเด็นที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง

นายสุเมธ เปิดเผยว่า สำหรับลำดับเหตุการณ์การขนส่งบัตรเลือกตั้งเป็นไปดังนี้ 1.สถานทูตไทย ณ กรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ ได้ส่งพัสดุซึ่งเป็นบัตรเลือกตั้ง จากกรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ มายังประเทศไทย โดยสายการบิน แอร์นิวซีแลนด์ ในเที่ยว บินที่ NZ448 ในวันที่ 18 มีนาคม 2562 ตามที่ปรากฎในข่าวก่อนหน้านี้

2.พัสดุบัตรเลือกตั้งถูกขนส่งมาถึง เมืองออกแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ ในวันที่ 18 มีนาคม 2562 เวลา 18.44 น. (เวลาท้องถิ่น ) แต่ไม่ได้มีการนำพัสดุบัตรเลือกตั้งดังกล่าวมาส่งต่อเพื่อขนไปกับเที่ยวบินของการบินไทยในวันที่ 19 มีนาคม 2562 แต่พัสดุนั้นได้ถูกเก็บไวใน คลังสินค้าของสายการบินแอร์นิวซีแลนด์ตั้งแต่วันที่ 18-21 มีนาคม 2562 ซึ่งข้อเท็จจริงนั้นไม่ตรงกับข่าวจากแหล่งข่าวจากแหล่งข่าวอื่นที่ปรากฎไปก่อนหน้านี้

3.พัสดุดังกล่าวไม่ได้อยู่ที่คลังสินค้าของการบินไทย ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏเป็นข่าวจากแหล่งข่าวอื่น

4. สายการบิน แอร์นิวซีแลนด์ ทำเอกสารส่งพัสดุต่อให้การบินไทย เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2562 ซึ่งขณะนั้นการบินไทยยังไม่ได้รับมอบพัสดุดังกล่าวจากสายการบินแอร์นิวซีแลนด์

5.วันที่ 22 มีนาคม2562 เจ้าหน้าที่คลังสินค้าของการบินไทยประจำเมืองออกแลนด์ได้ติดต่อสอบถามถึงพัสดุดังกล่าวไปยังสายการบิน แอร์นิวซีแลนด์ ซึ่งหลังจากนั้นทางสายการบิน แอร์นิวซีแลนด์ จึงนำพัสดุมาส่งให้กับฝ่ายคลังสินค้าของการบินไทยในวันเดียวกัน ตามเอกสารหลักฐานการรับพัสดุที่แนบมานี้ แต่กว่าจะนำสินค้าออกมาจากคลังสินค้าของสายการบินแอร์นิวซีแลนด์ต้องใช้เวลา จึงทำให้การส่งพัสดุต่อไปยังกรุงเทพฯ ไม่ทันไปกับเที่ยวบินของการบินไทยในวัน ที่ 22 มีนาคม 2562

6. ในวันที่ 23 มีนาคม 2562 การบินไทยได้นำส่งพัสดุดังกล่าวไปกับเที่ยวบินที่ TG 492 ออกเดินทางเวลา 14.50 น. (เวลาท้องถิ่น ) และมาถึงคลังสินค้าการบินไทย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในวันเดียวกันเวลา 20.50 น. ซึ่งในเวลา 17.00 น.เจ้าหน้าที่ของการบินไทยได้ติดต่อประสานงานแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้มารับพัสดุดังกล่าวได้ในเวลาประมาณ 22.00 – 22.30 น.

7.เจ้าหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศได้รับแจ้งจากการบินไทย แต่บอกว่าไม่สะดวกที่จะมารับในเวลาดังกล่าว และจะมารับในวันรุ่งขึ้น คือวันที่ 24 มีนาคม 2562

8.การบินไทยจึงนำพัสดุดังกล่าวเก็บรักษาไว้ที่สำนักงานของคลังสินค้า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

9. ในวันที่ 24 มีนาคม 2562 เจ้าหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศมารับพัสดุในเวลาประมาณ 19.30 น.

บริษัทการบินไทยฯ ขอยืนยันว่าบริษัทฯได้ทำหน้าที่รับผิดชอบขนส่งพัสดุบัตรเลือกตั้งตามขั้นตอนการปฏิบัติที่เป็นมาตรฐาน ทั้งนี้บริษัทฯขอเรียนว่า บริษัทฯมิได้มีหน้าที่นำพัสดุบัตรเลือกตั้งไปส่งให้กับกระทรวงการต่างประเทศ หรือคณะกรรมการการเลือกตั้ง แต่การมารับพัสดุจะต้องเป็นผู้รับที่ระบุไว้ในเอกสารซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนปกติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การออกแถลงการณ์ของบริษัทการบินไทยครั้งนี้ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องวันที่รับพัสดุบัตรเลือกตั้ง เนื่องจากก่อนหน้านี้ กระทรวงการต่างประเทศได้ออกมาชี้แจงว่า สถานเอกอัครราชทูตฯได้ตรวจสอบสถานะการติดตามของสายการบิน Air New Zealand พบว่าถุงเมล์การทูตพิเศษดังกล่าวถูกส่งต่อให้กับแผนก Cargo ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่นครออกแลนด์ ในวันที่ 21 มีนาคม 2562

แต่การบินไทยไม่ได้นำถุงเมล์จัดส่งไปยังเมืองไทยทั้งในวันที่ 21 และ 22 มี.ค. รวมทั้งยังไม่สามารถตรวจสอบสถานะเพิ่มเติมได้เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่แผนก Cargo ปิดทำการแล้ว โดยการบินไทยได้นำจัดส่งไปกลับไทยในวันที่ 23 มี.ค. แทน

ในการชี้แจงครั้งล่าสุด การบินไทย ได้จัดส่งส่งเอกสารหลักฐานการรับพัสดุมาให้สื่อมวลชนด้วย โดยยืนยันว่าใน วันที่ 21 มี.ค. ยังไม่ได้รับพัสดุบัตรเลือกตั้งจากสายการบินแอร์นิวซีแลนด์ และหลังจากการบินไทยได้ทำการสอบถามไป ทางสายการบินนิวซีแลนด์จึงนำพัสดุบัตรเลือกตั้งมาส่งให้กับฝ่ายคลังสินค้าของการบิน ในวันที่ 22 มี.ค.

[right-side]


Atukkit Sawangsuk

สถานการณ์วันนี้ พรรคฝ่ายประชาธิปไตยไม่ต้องกลัวใบเหลืองใบส้ม ที่เคยวิตกว่า กกต.จะแจกว่อนจนเปลี่ยนผลคะแนน ทำไม่ได้อีกต่อไป
ไม่ใช่เพียง กกต.ไร้เครดิต จนถูกล่าชื่อไล่จะครบล้าน แต่ทำจริงก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะ

1.พรรคเสรีรวมไทย เพื่อชาติ เศรษฐกิจใหม่ ได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ไม่มี ส.ส.เขตเลย
2.พรรคอนาคตใหม่ ได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ส่วนใหญ่ และเป็นคนหน้าใหม่ ข้าวนอกนา ไม่ได้ใช้หัวคะแนน ไม่ได้ใช้วิธีหาเสียงเดิมๆ
3.พรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.137 เขต แจกใบอะไรก็ไม่กระทบปาร์ตี้ลิสต์ ถ้าแจกใบส้มเพื่อไทย สั่งเลือกตั้งใหม่ คนก็เฮไปเลือกอนาคตใหม่ ซึ่ีงชนะแหง เพราะคะแนนเทไปรวมกันมากกว่าเดิมอีก 
4.กกต.จะมาด้านๆ แจกข้างเดียวไม่ได้ ถ้าอ้างว่ามีทุจริตขนานใหญ่ เรื่องร้องเรียน พปชร ก็จะโดนไม่น้อยเหมือนกัน ซึ่งถ้าถูกกดดันให้ต้องแจกบ้าง คราวนี้จะเกิดยุทธศาสตร์โดยไม่ต้องไปบอก ประชาชนจะรู้โดยอัตโนมัติ สมมติเขตอีสานเพื่อไทยได้ที่สอง แพ้ไม่กี่พัน คนก็จะช่วยกันเลือกเพื่อไทย สมมติแถวสมุทรปราการ อนาคตใหม่มาที่สอง เพื่อไทยที่สาม คนเลือกเพื่อไทยก็จะเทให้อนาคตใหม่ โอกาสชนะเยอะเลย

ล้มเลือกตั้งก็ไม่ได้นะเมริง เว้นแต่จะรัฐประหารยาวไป เพราะถ้าล้มเลือกตั้งแล้วเลือกใหม่ แพ้เลย






Sirote Klampaiboon (ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์)

การเลือกตั้งครั้งนี้มีพรรคการเมืองประกาศไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายก 7 พรรค คือเพื่อไทย ประชาธิปัตย์ อนาคตใหม่ ภูมิใจไทย เสรีรวมไทย เพื่อชาติ และประชาชาติ ถ้าผลเลือกตั้งเป็นไปตามนี้ พรรคอันดับ 1 คือเพื่อไทยมีสิทธิจัดตั้งรัฐบาล และฝ่ายไม่เอานายกคนนอกมี ส.ส.รวมราวๆ 300 เป็นเสียงส่วนใหญ่ในสภา ที่ผ่านมาแต่ละพรรคชิงกันเป็นนายกจนร่วมงานกันยาก ถ้าเจ็ดพรรคสามารถตกลงกัน มีพรรคที่ยอมถอย โอกาสจะเกิดรัฐบาลของฝ่ายไม่เอาพลเอกประยุทธ์ตามมติประชาชนจะมีสูงทันที

ถามว่าเรื่องนี้ยากมั้ย คำตอบคือยากครับ ถามว่าเรื่องนี้เป็นไปได้มั้ย คำตอบคือได้ครับ เราอาจต้องการแค่พรรคสักหนึ่งหรือสองพรรคที่ "ใจใหญ่" พอจะถอยคนละก้าวเพื่อสร้่าง "ย่างก้าวที่ใหญ่กว่า" เพื่อประเทศ เพราะอย่างที่ผมเคยพูดหลายครั้งว่าปัญหาของประเทศในปี 62 ไม่ใช่เรื่องใครควรเป็นนายก แต่คือทำอย่างไรที่หยุดยั้งอำนาจนอกระบบจากการทำลายประชาธิปไตย

ย้ำนะครับว่าพรรคหนุนประยุทธ์ที่ได้ ส.ส.เป็นกอบเป็นกำคือพลังประชารัฐพรรคเดียว คนเลือกพรรคนี้มีราว 7 ล้าน ส่วน ส.ส.พรรคมีแค่ 100 กว่าๆ ฝ่ายเอาประยุทธ์คือคนส่วนน้อยในแง่จำนวนพรรค, จำนวน ส.ส. และจำนวนคนลงคะแนน ใครหนุนประยุทธ์เป็นนายกคือคนทรยศเสียงส่วนใหญ่ทันที

วันนี้เพื่อไทยแถลงเริ่มเจรจาตั้งรัฐบาลกับฝ่ายไม่้เอาประยุทธ์แล้ว คุณหญิงพูดเรื่องนึงว่าตัวเองเป็นนายกหรือไม่ ไม่ใช่เงื่อนไขในการตั้งรัฐบาล ประตูสู่การไม่เอาคนรัฐประหารเป็นนายกกำลังเปิดครับ และหากมีผู้นำพรรคไหนใจใหญ่อย่างคุณหญิงพูด ประเทศจะค่อยๆ กลับมาเป็นของประชาชน
https://www.facebook.com/1551751431783222/posts/2104392053185821/



Ketsirinya ThanasrisatitFollow

บรรยากาศการจัดตั้งพรรคร่วมรัฐบาล บอกตรงๆ ถ้าได้รัฐบาลชุดนี้ รู้สึกมีความหวัง แต่ละคนมีความรู้ มีผลงาน มีความเป็นมืออาชีพ สมาร์ท สง่า ภาษาอังกฤษได้ ผรั่งเศษได้ ไม่ใช่เฉพาะแค่คนที่เป็นระดับผู้นำ เลขา โฆษก และคนอื่นๆในพรรค มีทั้งฝีปากกล้า มีทั้งการศึกษาดี มีทั้งความอ่อนโยน ติดดิน และมีความเด็ดขาด มีสายลุย มีสายฮา รับรู้ได้จากเวทีดีเบต ไม่มีชี้หน้าดุด่านักข่าว ไม่มีใครไม่ให้เกียรติใคร ดูเป็นครอบครัวด้วยซ้ำ


นั่งดูภาพแล้วมันเผลอยิ้มตาม เหนื่อยกันมาเยอะและคงหนักต่อไปอีกเยอะ สามัคคีกันไว้แบบนี้นะคะ เป็นที่พึ่งของชาวบ้าน ของประชาชนให้เค้าลืมตาอ้าปากได้ ให้เค้าไม่ถูกกดขี่จากเผด็จการ ให้กำลังใจทุกพรรคที่รักประชาชน #รักกันไว้นะคะ

2-3 ภาพหลังๆ ดาวเห็นน่ารักเลยแนบมาด้วยค่ะ ❤️
เก็บภาพมาจากทวิต อยากให้เพื่อนๆยิ้ม มีกำลังใจ ถึงต่อไปจะถูกกลั่นแกล้งอย่างไร มั่นใจเถอะว่าตัวแทนประชาชนชุดนี้ เค้าแข็งแกร่งพอ เค้าสู้ยิบตาแน่นอน












[right-side]
ขับเคลื่อนโดย Blogger.