แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ war แสดงบทความทั้งหมด

เทียนในกิจกรรมไว้อาลัยเหตุการณ์เทียนอันเหมิน ภาพถ่ายเมื่อปี 2553 (ที่มา:flickr/Timothy Tsui)
กลุ่มญาติของคนที่ถูกสังหารโดยกองทัพจีนในเหตุการณ์เทียนอันเหมินปี 2532 ร่วมกันเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับผู้เสียชีวิตอีกครั้ง หลังจากที่เหตุการณ์นี้เพิ่งครบรอบ 31 ปี เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
5 มิ.ย. 2563 ในคืนระหว่างวันที่ 3-4 มิ.ย. ของเมื่อ 31 ปีที่แล้ว มีประชาชนจีนจำนวนมากนำโดยกลุ่มนักศึกษาชุมนุมที่จัตุรัสเทียนอันเหมินเพื่อเรียกร้องการปฏิรูปทางการเมือง แต่สุดท้ายกองทัพจีนสังหารด้วยการนำกำลังรถถังและพลติดปืนกลเข้าไปปราบปรามประชาชนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก
โดยในปี 2563 กลุ่มมารดาแห่งเทียนอันเหมินซึ่งเป็นครอบครัวของผู้เสียชีวิตเรียกร้องให้รัฐบาลสีจิ้นผิงเปิดเผยข้อมูลบันทึกของทางการในช่วงที่มีการปราบปรามผู้ชุมนุมต่อสาธารณะ รวมถึงให้มีการอธิบายลำดับเหตุการณ์ที่ส่งผลให้คนที่พวกเขารักเสียชีวิตซึ่งทางการจีนปิดปากเงียบในเรื่องนี้มาโดยตลอดเป็นเวลาหลายปี
ในปีนี้ซึ่งครบรอบ 31 ปี เหตุการณ์เทียนอันเหมิน ทางการก็ยังคงสั่งห้ามไม่ให้มีการชุมนุมรำลึกในฮ่องกง ซึ่งเป็นพื้นที่ๆ ผู้คนจะมาชุมนุมรำลึกเหตุการณ์นี้เป็นประจำทุกปี ทางการอ้างเรื่องโรคระบาดโควิด-19 ในการห้ามการชุมนุมในครั้งนี้ แต่ผู้ชุมนุมในฮ่องกงก็ไม่สนใจคำสั่งของตำรวจ ยังคงจัดการชุมนุมรำลึกต่อไป  อนึ่ง ในฮ่องกงมีอัตราผู้ติดเชื้อน้อยลงมากเหลือเพียงไม่ถึงหลักสิบในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
ในช่วงเย็นวันที่ 4 มิ.ย. มีผู้คนหลายพันคนฝ่าฝืนคำสั่งยังคงชุมนุมต่อไป สื่อ CNN ตั้งข้อสังเกตว่าถึงแม้จะมีจำนวนผู้ชุมนุมลดลงกว่าเดิมเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่ก็ยังคงมีการจัดการที่ดี มีการวางแผนล่วงหน้า และก็ยังคงเป็นการแสดงออกในเชิงต่อต้านทางการจีนอย่างมีนัยสำคัญ
กลุ่มมารดาแห่งเทียนอันเหมินส่งจดหมายเปิดผนึกถึงที่มีลายเซ็น 124 รายชื่อให้กับกลุ่มผู้นำจีน เรียกร้องให้มีการเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ รวมถึงเรียกร้องให้มีการชดเชยและความรับผิดชอบของพรรคคอมมิวนิสต์จีนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ผู้ก่อตั้งกลุ่มมารดาแห่งเทียนอันเหมินคือจางเซียนหลิง ลูกชายของเธอเสียชีวิตจากการปราบปรามโดยทหารที่เทียนอันเหมินเมื่อมีอายุ 19 ปี เธอบอกว่าคนในกลุ่มของเธอต้องทนทุกข์มาตลอด 31 ปี จากการที่รัฐบาลไม่สนใจใยดีความสูญเสียของพวกเขา
จางบอกว่ารัฐบาลติดหนี้ที่จะต้องอธิบายให้กลุ่มญาติผู้สูญเสียเข้าใจว่าใคร หน่วยงานรัฐหน่วยงานใดที่มีส่วนรับผิดชอบ และด้วยสถานการณ์แบบใดทำให้พวกเขาตัดสินใจปฏิบัติการรุนแรงดั่งฆาตกรได้เช่นนี้ ในจดหมายเปิดผนึกของกลุ่มมารดาแห่งเทียนอันเหมินระบุว่าประชาชนต่างก็ชุมนุมอย่างสันติภายใต้รัฐธรรมนูญจีนประชาชนได้รับการคุ้มครองให้มีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เสรีภาพในการชุมนุม และเสรีภาพในการประท้วง รัฐบาลจึงควรจะยึดมั่นในเจตจำนงดั้งเดิมและทำตามกฎหมายอย่างถูกต้อง
จางกล่าวถึงเรื่องนี้โดยพูดถึงความมือถือสากปากถือศีลของรัฐบาลสีจิ้นผิงว่า สีจิ้นผิงมักจะเรียกร้องให้พรรครัฐบาลตัวเองอย่าลืมเจตจำนงดั้งเดิมและขอให้ยึดมั่นในหลักนิติธรรมมากขึ้น แต่สิ่งที่สีจิ้นผิงทำกับญาติผู้สูญเสียจากเหตุการณ์เทียนอันเหมินนั้นราวกับว่ารัฐธรรมนูญจีนไม่มีค่าอะไร จางยังเรียกร้องให้ประชาคมนานาชาติร่วมกันรำลึกถึงเหตุการณ์เทียนอันเหมินในวันครบรอบด้วย
นอกจากจะมีการฝ่าฝืนคำสั่งของตำรวจไม่ให้ชุมนุมแล้ว ผู้จัดการชุมนุมในฮ่องกงยังบอกอีกว่าพวกเขาจะจัดให้ผู้คนร่วมจุดเทียนรำลึกจากที่พักของแต่ละคนเองด้วยการถ่ายทอดสดลไลฟ์สตรีมในระบบออนไลน์ มีการดำเนินกิจกรรมอย่างการสงบนิ่ง อ่านแถลงการณ์ ฉายวิดีโอเกี่ยวกับมารดาแห่งเทียนอันเหมินและร้องเพลงร่วมกัน จางเชื่อว่าถึงแม้ในปีนี้จะมีอุปสรรคแต่ประชาชนก็จะแสดงการรำลึกถึงผู้สูญเสียจากความรุนแรงในแบบของตัวเอง
มอร์แกน ออร์ตากัส โฆษกการต่างประเทศของสหรัฐฯ แถลงการณ์ชื่นชมผู้ชุมนุม แสดงความเสียใจต่อผู้สูญเสีย และเรียกร้องให้มีการรับผิดชอบต่อสาธารณะต่อผู้เสียชีวิตและผู้หายสาบสูญจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น
source : e-mail news from www.prachatai.com
[full-post]


ประธานาธิบดีสหรัฐสั่งการให้ทีมที่ปรึกษาด้านความมั่นคงวางแผน "จัดการ" สถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลี เพื่อปลดอาวุธนิวเคลียร์ของรัฐบาลเปียงยาง ด้านจีนปฏิเสธตรึงกำลังทหารตามแนวชายแดน ขณะที่รัฐบาลเกาหลีใต้ขอประชาชนอย่ากังวลกับสถานการณ์ในตอนนี้ 

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 เม.ย.ว่าพล.ท.เฮอร์เบิร์ต แมคมาสเตอร์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงประจำทำเนียบขาว เผยว่าได้รับคำสั่งจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้เสนอ “ทางเลือก” สำหรับการหาทางปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี แม้พล.ท. แมคมาสเตอร์ปฏิเสธลงลึกในรายละเอียด แต่หลายฝ่ายเชื่อว่าทางเลือกที่จะมีการเสนอให้ผู้นำสหรัฐพิจารณา น่าจะรวมถึงการใช้ปฏิบัติการหน่วยรบพิเศษ และการเปิดฉากโจมตีก่อนเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบ

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของสหรัฐเกิดขึ้นในเวลาเดียวกับที่กองเรือพิฆาตนำโดยเรือบรรทุกเครื่องบินชั้นนิมิตซ์ “ยูเอสเอส คาร์ล วินสัน” ซึ่งเดินทางออกจากสิงคโปร์เมื่อวันอาทิตย์ ใกล้ถึงน่านน้ำของคาบสมุทรเกาหลี เรียกเสียงประณามอย่างหนักจากเกาหลีเหนือ ซึ่งประกาศด้วยว่า รัฐบาลเปียงยางพร้อมสู้ยิบตากับภัยคุกคามทางทหารจากสหรัฐ ขณะที่มีการวิเคราะห์ด้วยว่า โครงสร้างอุโมงค์ “ที่ซับซ้อน” ภายใต้กรุงเปียงยาง ถือเป็นแผนยุทธศาสตร์ทางทหารของเกาหลีเหนือที่ “น่าจับตา”


ขณะที่น.ส.หัว ชุนอิง โฆษกหญิงกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวถึงรายงานของสื่อบางแห่งในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ที่ระบุว่ากองทัพจีนเสริมกำลังทหาร 150,000 นาย อารักขาตามแนวพรมแดนทางตะวันออกเฉียงเหนือที่ติดกับเกาหลีเหนือ ว่า “เป็นเพียงนิยาย” ด้านกระทรวงกลาโหมสหรัฐยังสงวนท่าทีต่อรายงานดังกล่าว ในเวลาเดียวกัน นางฮวาง คโย-อัน รักษาการประธานาธิบดีเกาหลีใต้ กล่สวขอให้ประชาชนอย่างตื่นตระหนกกับสถานการณ์ตามแนวชายแดน.


คลิปประกอบ : Arirang News


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวว่า ตุรกีและรัสเซียคือ 2 ประเทศหลักของการเจรจาสันติภาพซีเรีย 2 รอบใหม่ ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นที่คาซัคสถาน ในวันที่ 23 มกราคมนี้ ขณะที่พวกเขาหยุดพักความเห็นต่างเกี่ยวกับชะตากรรมทางการเมืองของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด ในความพยายามขยายข้อตกลงซีเรียให้กว้างขวางขึ้น

ที่ประชุมสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) มีมติเป็นเอกฉันท์ในการประชุมรับรองข้อตกลงหยุดยิงในซีเรียตามการผลักดันของรัสเซียและตุรกี เพื่อไปสู่การเจรจาสันติภาพระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายกบฏ ที่กรุงอัสตานา

พล.ท. เซอร์เก รุดสคอย เจ้าหน้าที่ระดับสูงกระทรวงกลาโหมรัสเซีย บอกว่าเครื่องบินรบรัสเซีย จำนวน 9 ลำและเครื่องบินรบตุรกี อีกจำนวน 8 ลำ ร่วมโจมตีอัล บับ ด้วยกัน ขณะที่เมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากเมืองอเลปโป ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 40 กิโลเมตร

ทางด้านผู้นำตุรกี อย่าง เรเซป เทอร์ยิบ เออร์โดกัน ต้องการให้กบฏที่หนุนหลังโดยตุรกี เข้าควบคุมอัล บับ เพื่อป้องกันเมืองแห่งนี้จากการถูกยึดครองโดยพวกนักรบเคิร์ด

ภารกิจร่วมครั้งนี้ดำเนินการตามข้อตกลงกับรัฐบาลซีเรีย พร้อมเผยว่ากองทัพอากาศรัสเซียยังมอบการสนับสนุนทางอากาศแก่กองทัพซีเรีย ที่กำลังพยายามต่อสู้ขจัดการจู่โจมของพวกไอเอสรอบๆเมืองเดอีร์ อัล ซอร์ เครื่องบินรบของรัสเซียยังให้การสนับสนุนกองกำลังซีเรียที่กำลังปฏิบัติการจู่โจใกล้เมืองพัลไมรา พร้อมเผยว่าพวกไอเอสวางแผนที่จะระเบิดอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ในเมืองโบราณมรดกโลกแห่งนี้เพิ่มเติม



บีบีซีไทย - BBC Thai

กลุ่มกบฏโหมโจมตีพื้นที่ฝ่ายรัฐบาลในเมืองอเลปโป ไม่สนข้อเสนอรัสเซียเปิดทางถอยให้ออกจากเมืองวันนี้

กลุ่มกบฏต่อต้านรัฐบาลซีเรีย เร่งระดมโจมตีพื้นที่ฝั่งตะวันตกของเมืองอเลปโปซึ่งอยู่ภายใต้การยึดตรองของรัฐบาลหนักขึ้น เพื่อทำลายวงล้อมของกองกำลังร่วมระหว่างรัสเซียและรัฐบาลซีเรีย โดยไม่สนใจข้อเสนอของฝ่ายตรงข้ามที่จะเปิดทางถอยให้ออกจากเมืองได้เป็นเวลา 10 ชั่วโมงในวันนี้ (4 พ.ย.)

ก่อนหน้านี้ กระทรวงกลาโหมรัสเซียแจ้งว่า จะเปิดทางออกให้กองกำลังกลุ่มกบฏในเมืองอเลปโปฝั่งตะวันออก ระหว่างเวลา 9.00 - 19.00 น.โดยจะรับประกันความปลอดภัยและอนุญาตให้นำอาวุธเบาติดตัวไปด้วยได้ ทั้งยังมีการเปิดทางหนีภัยอีก 6 ช่องทาง ให้แก่พลเรือนด้วย แต่กลุ่มกบฏได้ปฏิเสธไม่รับข้อเสนอดังกล่าว เนื่องจากเกรงว่ากองกำลังรัสเซียจะเข้ายึดเอาพื้นที่ฝั่งตะวันออกของตนไปได้

สื่อของทางการซีเรียรายงานว่า ในเขตตะวันตกของเมืองอเลปโปมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 200 ราย จากการโจมตีด้วยจรวด ปืน และระเบิดรถยนต์ของกลุ่มกบฏวานนี้

ภาพประกอบ: แนวร่วมฟาตาห์ อัล ชาม หนึ่งในกลุ่มกบฏที่ต่อสู้กับรัฐบาลซีเรีย ได้เผยแพร่ภาพกลุ่มควันจากการโจมตีด้วยระเบิดในพื้นที่เขตตะวันตกของเมืองอเลปโป


จีนจะจัดซ้อมรบใหญ่ในทะเลจีนใต้ ก่อนศาลโลกตัดสินกรณีพิพาทเส้นเขตแดน
จีนจะจัดการซ้อมรบครั้งใหญ่เป็นเวลา 7 วันในทะเลจีนใต้ โดยสำนักงานความมั่นคงปลอดภัยทางทะเลของจีนได้แจ้งว่า จะมีการซ้อมรบโดยรอบหมู่เกาะต่าง ๆ ที่ตกเป็นกรณีพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์และเส้นเขตแดนระหว่างจีนและประเทศต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจีนจะเริ่มปฏิบัติการซ้อมรบในวันอังคารที่จะถึงนี้ ไปจนถึงวันที่ 11 ก.ค.
ทั้งนี้ พื้นที่การซ้อมรบจะรวมตั้งแต่น่านน้ำทางตะวันออกของเกาะไหหลำของจีน ไปจนถึงโดยรอบหมู่เกาะพาราเซล และได้ประกาศห้ามการสัญจรผ่านไปมาในบริเวณและวันเวลาดังกล่าว
การซ้อมรบครั้งนี้จะมีขึ้น ก่อนที่ศาลอนุญาโตตุลาการถาวรที่กรุงเฮกของเนเธอร์แลนด์ จะพิจารณาตัดสินคดีที่ฟิลิปปินส์ยื่นฟ้องจีนในวันที่ 12 ก.ค. นี้ โดยฟิลิปปินส์ได้ทักท้วงถึงความไม่ชอบธรรม ในการที่จีนกำหนดเส้นเขตแดนขึ้นมาอ้างกรรมสิทธิ์ของตนในทะเลจีนใต้ ซึ่งที่ผ่านมาจีนได้ประกาศไม่ยอมรับอำนาจการตัดสินของศาลอนุญาโตตุลาการในเรื่องนี


ไอเอสระเบิดโจมตีเมืองหลวงอิรัก 2 จุด มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 79 คน
เจ้าหน้าที่อิรักเปิดเผยว่า กลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลาม (ไอเอส) ก่อเหตุโจมตีด้วยระเบิดในพื้นที่ 2 จุดของกรุงแบกแดดเมื่อวานนี้ (2 ก.ค.) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 79 คน และบาดเจ็บอีกราว 100 คน
เหตุโจมตีระลอกแรกเป็นระเบิดรถยนต์ฆ่าตัวตายใกล้กับร้านอาหารและย่านการค้าในเขตคาร์ราดา ใจกลางกรุงแบกแดด ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้คนออกมาจับจ่ายหลังพระอาทิตย์ตกดินและเป็นช่วงละศีลอดในเดือนรอมฎอน ส่วนเหตุระเบิดอีกจุดเกิดขึ้นในย่านชุมชนชาวชีอะห์ ทางตอนเหนือของกรุงแบกแดด ซึ่งในเวลาต่อมากลุ่มไอเอสได้ออกมายอมรับว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีทั้งสองจุด
เหตุระเบิดครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์หลังจากกองทัพอิรักสามารถชิงเมืองฟัลลูจาห์คืนจากไอเอสได้สำเร็จ ซึ่งทางการอิรักระบุว่า ไอเอสใช้เมืองนี้เป็นฐานปฏิบัติการโจมตีฝ่ายรัฐบาลอิรัก




เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. เอเอฟพีรายงานว่า บรรดาผู้บัญชาการกองทัพอิรักกล่าวว่า กองกำลังรัฐอิสลามหรือไอเอสถูกถล่มซ้ำระหว่างแตกกระสานซ่านเซ็นออกจากเมืองฟัลลูจาห์ ด้วยการโจมตีทางอากาศอย่างดุเดือดของกองทัพสหรัฐอเมริกาและอิรัก จนทำลายพาหนะกว่า 260 คัน และประเมินว่า นักรบไอเอสเสียชีวิตกว่า 150-250 ราย นับเป็นการโจมตีทางอากาศต่อไอเอสครั้งรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่ง



 นายยาห์ยา ราซูล โฆษกศูนย์ปฏิบัติการร่วมปราบปรามไอเอส กล่าวว่า เครื่องบินทหารของอิรักทำลายพาหนะของไอเอสได้กว่า 200 คัน ระหว่างฝ่ายศัตรูมุ่งหน้าลงไปทางใต้ และยังเข้ายึดอาวุธและยุทธภัณฑ์ในเมืองไว้ได้จำนวนมหาศาล



ส่วนนายอิสมาอิล มาฮลาวี ผู้บัญชาการศูนย์บังคับการเมืองอันบาร์ กล่าวว่า การโจมตีทางอากาศบริเวณฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของฟัลลูจาห์ยังทำลายพาหนะไอเอสได้อีก 60 คัน ระหว่างไอเอสพยายามหนีเข้าไปยังเมืองอัลเคม ใกล้ชายแดนซีเรีย และที่ธาร์ธาร์ ทะเลสาบทางเหนือของแม่น้ำยูเฟรติสที่ล้อมรอบทะเลทราย อันเป็นเส้นทางที่นักรบไอเอสยังเดินทางไปยังเมืองโมซูลที่ไอเอสยังยึดครองอยู่แห่งสุดท้ายในอิรัก



บีบีซีไทย - BBC Thai ·
ตุรกีสั่งเปิดท่าอากาศยานนานาชาติอตาเติร์กในนครอิสตันบูลแล้วเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (29 มิ.ย.) หลังเกิดเหตุคนร้ายบุกโจมตีท่าอากาศยานเมื่อวาน ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 36 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 147 คน ก่อนหน้านี้ สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ ได้สั่งยกเลิกเที่ยวบินที่เดินทางระหว่างสหรัฐฯกับนครอิสตันบูลทั้งหมด แต่ภายหลังได้สั่งระงับคำสั่งดังกล่าว
สภาพภายในตัวอาคารท่าอากาศยานในวันนี้ยังเต็มไปด้วยเศษกระจกและร่องรอยจากกระสุนปืน ทางการสั่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยบริเวณรอบสนามบิน โดยมีการตรวจค้นสัมภาระและค้นตัวผู้โดยสารอย่างละเอียด เที่ยวบินราว 1 ใน 3 ถูกยกเลิก และหลายเที่ยวบินล่าช้ากว่ากำหนด
ทั้งนี้ สนามบินอตาเติร์กเคยถูกวิจารณ์มาก่อนว่าตกเป็นเป้าโจมตีได้ง่าย เพราะมีเครื่องเอ็กซเรย์ตรวจสอบอาวุธที่บริเวณประตูทางเข้าอาคารผู้โดยสารเท่านั้น แต่มาตรการตรวจสอบรถยนต์ที่เข้าและออกในอาคารไม่มีความเข้มงวดเพียงพอ
นายกรัฐมนตรีบินาลี ยิลดิรีม ของตุรกี ระบุว่า เบาะแสเบื้องต้นบ่งชี้ว่าเหตุการณ์นี้อาจเป็นฝีมือของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลาม (ไอเอส) แต่ล่าสุดยังไม่มีกลุ่มใดออกมายอมรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุ โดยช่วงที่ผ่านมาตุรกีเผชิญเหตุก่อการร้ายหลายครั้ง ซึ่งทางการมักเชื่อมโยงว่าเป็นฝีมือของกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนชาวเคิร์ด และกลุ่มไอเอส ผู้สื่อข่าวระบุว่านี่เป็นครั้งแรกที่เกิดเหตุโจมตีท่าอากาศยานนานาชาติในตุรกี‪#‎IstanbulAttack‬ ‪#‎AtaturkAirport‬ ‪#‎Turkey‬


เกาหลีเหนือยิงจรวดรอบใหม่ เกาหลีใต้หารือสหรัฐฯ ด่วน

วันนี้ (22 มิ.ย.) คณะเสนาธิการร่วมระหว่างกองทัพเกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกา เตรียมประชุมหารือกรณีเกาหลีเหนือทดสอบยิงจรวดนำวิถีพิสัยกลาง “มูซูดาน” รอบใหม่ รวม 2 ลูก โดยตัวแทนทั้งสองประเทศจะร่วมมือกันวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เพื่อพิสูจน์ว่าการทดสอบยิงจรวดมูซูดานของเกาหลีเหนือครั้งนี้ประสบความสำเร็จหรือไม่ หลังการทดสอบยิง 4 ครั้งที่ผ่านมาล้มเหลว

รายงานข่าวระบุว่าจรวดมูซูดานลูกแรกถูกยิงได้ไกลราว 150 กม. ก่อนจะตกลงในทะเลทางฝั่งตะวันออกของเกาหลีเหนือ ส่วนจรวดลูกที่สองไปได้ไกลกว่า 400 กม. ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าจรวดมูซูดานที่ผ่านการทดสอบจะสามารถยิงได้ไกลถึง 1,500 กม. หรือโจมตีได้ไกลถึงเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และเกาะกวม
ขณะเดียวกัน น.ส.ปัก กึน เฮ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เตรียมจัดประชุมคณะรัฐมนตรีและสภาความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อดำเนินการกับเกาหลีเหนือซึ่งยิงทดสอบจรวดขีปนาวุธ ละเมิดข้อตกลงระหว่างประเทศของสหประชาชาติ (UN) ส่วนนายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวด้วยว่าการทดสอบยิงจรวดขีปนาวุธของเกาหลีเหนือครั้งนี้เป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้

ด้านนายจอห์น เคอร์บี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ประณามการทดสอบยิงจรวดขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ และระบุว่าสหรัฐฯ จะหารือข้อกังวลดังกล่าวกับนานาประเทศเพื่อเตรียมตอบโต้การก่อเหตุยั่วยุของเกาหลีเหนือ แต่ศูนย์บัญชาการป้องกันอากาศยานอเมริกาเหนือ (NORAD) ระบุว่าการยิงจรวดดังกล่าวจะไม่ส่งผลคุกคามต่ออเมริกาเหนือ


กองทัพอิรักชิงเมืองฟัลลูจาห์คืนจากไอเอสได้เกือบทั้งหมด
กองทัพรัฐบาลอิรักสามารถชิงพื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองฟัลลูจาห์ได้แล้ว หลังจากที่เมืองนี้ตกอยู่ภายใต้การยึดครองของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลาม (ไอเอส) มานานกว่า 2 ปี
กองทัพอิรักเผยว่า ขณะนี้สามารถควบคุมพื้นที่ 80% ของเมืองฟัลลูจาห์ได้สำเร็จ โดยสามารถชิงที่ทำการรัฐบาลหลัก ตลอดจนพื้นที่ตอนใต้และตะวันออกของเมืองกลับคืนมาได้ ภารกิจครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนปฏิบัติการโจมตีทางอากาศจากสหรัฐฯ
นายกรัฐมนตรีไฮเดอร์ อัล-อาบาดี ของอิรักแสดงความยินดีต่อความสำเร็จครั้งนี้ และว่านี่เป็น “การปลดปล่อย” เมืองฟัลลูจาห์ ขณะที่นายทหารระดับสูงของอิรักคาดว่าไอเอสจะต้องเผชิญความพ่ายแพ้อย่างราบคาบในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ซึ่งกองทัพอิรักจะปล่อยให้นักรบไอเอสล่าถอยออกไปจากเมืองเพื่อป้องกันไม่ให้มีการสู้รบรุนแรงบริเวณแหล่งชุมชน ส่วนนายแอชตัน คาร์เตอร์ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า จะต้องเดินหน้าสู้รบต่อไป เพราะไอเอสยังคงควบคุมบางพื้นที่ของเมืองเอาไว้อยู่
ทั้งนี้ เมืองฟัลลูจาห์ ซึ่งห่างจากกรุงแบกแดดไปทางตะวันตกเพียง 50 กม. ตกอยู่ภายใต้การยึดครองของไอเอสมาตั้งแต่เดือน ม.ค. 2557 ถือเป็นเมืองที่ถูกไอเอสยึดครองนานที่สุดในบรรดาเมืองในอิรักและซีเรีย
ผู้สื่อข่าวบีบีซีบอกว่า การที่กองทัพอิรักชิงเมืองฟัลลูจาห์คืนกลับมาได้ครั้งนี้จะส่งผลกระเทือนครั้งใหญ่ต่อขวัญกําลังใจ ความสามารถในการระดมเงินทุนและการหาสมาชิกใหม่ของไอเอส ในทางกลับกันก็ช่วยสร้างขวัญและกำลังใจให้กองทัพอิรักที่เดินเกมรบอย่างเชื่องช้าแต่สุขุม โดยได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯและชาติพันธมิตร แต่ขณะเดียวกันก็จะเป็นบททดสอบครั้งสำคัญของรัฐบาลอิรักว่าจะสามารถดูแลกองทัพซึ่งทหารส่วนใหญ่เป็นมุสลิมนิกายชีอะห์ไม่ให้ข่มเหงรังแกคนท้องถิ่นซึ่งเป็นสุหนี่ได้หรือไม่ โดยเป้าหมายต่อไปของกองทัพอิรักคือการแย่งชิงเมืองโมซูล ที่ถูกไอเอสยึดครองมาตั้งแต่ปี 2557



'ไอเอส'เผาหญิงทาสกามรมณ์19คนทั้งเป็น เหตุปฏิเสธไม่ยอมร่วมรักด้วย

เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. สำนักข่าว'อินดิเพนเดนท์'รายงานอีกหนึ่งวีรกรรมสุดโหดเหี้ยมจากโมซูล ประเทศอิรัก เมื่อกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) ได้ก่อเหตุจับผู้หญิงชาว'ยาซีดิ'จำนวน 19 คนมาเผาทั้งเป็นกลางเมือง โทษฐานปฏิเสธไม่ยอมมีเพศสัมพันธ์ด้วยกับสมาชิกกลุ่มไอเอส

รายงานจากกลุ่มนักเคลื่อนไหวท้องถิ่นระบุว่า หญิงจำนวน 19 คนถูกจับตัวใส่กรงและเผาทั้งเป็นกลางเมือง ท่ามกลางสายตาของชาวเมืองนับร้อยซึ่งจ้องมองดูอย่างไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้เลย
อนึ่ง ชาว'ยาซีดิ' (Yazidi) เป็นกลุ่มที่มีความเชื่อทางศาสนาเก่าแก่ราว 4,000 ปีในยุคก่อนอิสลาม รากเง้าความเชื่อมาจากศาสนาโซโรอัสเตอร์ ศาสนาเทวนิยมในอาณาจักรเปอร์เซียโบราณ ต่อมาผสมผสานพิธีกรรมบางอย่างจากศาสนาคริสต์ อิสลามและยูดาย มักถูกกดดันให้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามเพิ่มขึ้นเรื่อยมา และในปัจจุบันมักตกเป็นเหยื่อกลุ่มไอเอส

ที่มา independent


Five people have been killed in an attack on Jordanian intelligence officers at a Palestinian refugee camp near the capital, Amman, government officials say.
They described the incident, rare in Jordan, as a "terrorist attack".
Three of the five people killed were intelligence officers, the officials said.
The attack took place at the sprawling Baqaa camp north of Amman at about 07:00 local time (04:00 GMT).
The Baqaa camp was one of six set up in 1968 for Palestinian refugees fleeing the West Bank and Gaza Strip as a result of the 1967 Arab-Israeli war.

สหรัฐฯ เผยสถิติก่อการร้ายลดลง แต่กลุ่มไอเอสยังเป็นภัยคุกคามร้ายแรง
เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาเผยแพร่ผลสำรวจสถิติเหตุการณ์ก่อการร้ายทั่วโลกตลอดปี 2558 พบว่ามีจำนวนลดลง 13 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับสถิติที่รวบรวมได้เมื่อปี 2557 ทั้งนี้ สถิติการก่อการร้ายลดลงใน 3 จาก 5 ประเทศที่เคยมีสถิติการก่อเหตุสูงติดอันดับต้นๆ ของโลกในปี 2557 ได้แก่ อิรัก ปากีสถาน และไนจีเรีย ส่วนอีก 2 ประเทศที่เหลือ ได้แก่ อินเดียและอัฟกานิสถาน ยังมีสถิติการก่อการร้ายสูงเช่นเดิม โดยการก่อเหตุในสองประเทศรวมกันตลอดปีที่ผ่านมา มีจำนวนกว่า 11,000 ครั้ง และเป็นเหตุก่อการร้ายที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดนเป็นส่วนใหญ่
นายจัสติน ซีเบอร์เรล รักษาการผู้ประสานงานต่อต้านการก่อการร้าย กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุด้วยว่าแม้สถิติการก่อการร้ายโดยรวมทั่วโลกจะลดลง แต่การก่อเหตุและจำนวนผู้เสียชีวิตในประเทศอัฟกานิสถาน บังกลาเทศ อียิปต์ ฟิลิปปินส์ ซีเรีย และตุรกี กลับเพิ่มสูงขึ้น
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ สรุปว่าภัยคุกคามจากการก่อการร้ายเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในปี 2558 เป็นผลจากการกระจายอำนาจของกลุ่มก่อการร้าย ทำให้การก่อเหตุต่างๆ ขยายวงกว้าง และกลุ่มเหล่านี้ฉวยโอกาสก่อเหตุในประเทศที่กำลังเผชิญเหตุการณ์ไม่สงบ ถูกปิดกั้นสิทธิเสรีภาพและช่องทางในการแสดงความคิดเห็น
อย่างไรก็ตาม กองกำลังของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลาม หรือไอเอส ถือเป็นภัยคุกคามร้ายแรงที่สุด เพราะเป็นกลุ่มเดียวที่สามารถแทรกซึมเข้าไปถึงแนวร่วมกลุ่มต่างๆ ในหลายภูมิภาค ทั้งตะวันออกลาง แอฟริกา และเอเชีย แม้ปีที่ผ่านมากลุ่มไอเอสจะสูญเสียฐานที่มั่นที่เคยยึดครองในอิรักและซีเรีย แต่ขณะเดียวกันก็สามารถเพิ่มกำลังและฐานที่มั่นได้ในลิเบียและอียิปต์
ขณะที่มหาวิทยาลัยแมรี่แลนด์ของสหรัฐฯ เปิดเผยสถิติผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุก่อการร้ายทั่วโลกตลอดปีที่ผ่านมา พบว่ามีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 28,300 ราย ลดลงราว 14 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับสถิติผู้เสียชีวิตในปี 2557 ส่วนสถิติผู้บาดเจ็บจากเหตุก่อการร้ายเมื่อ 2558 มีจำนวนราว 35,300 ราย จากการก่อเหตุร้ายทั้งหมด 11,774 ครั้ง

เมืองดารายยาของซีเรียเพิ่งได้รับความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมครั้งแรกในรอบ 4 ปี
เมืองดารายยาของซีเรีย ซึ่งตั้งอยู่ชานกรุงดามัสกัส เพิ่งจะมีขบวนรถขนส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์เข้าไปถึงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2012 โดยหลายปีที่ผ่านมา การสู้รบทำให้ชาวเมืองขาดแคลนอาหาร น้ำ และสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็น รวมทั้งยังไม่มีไฟฟ้าใช้มาเป็นเวลากว่าสามปีแล้ว
เจ้าหน้าที่ของหน่วยกาชาดซีเรียบอกว่า ขบวนรถขนส่งความช่วยเหลือจากองค์การสหประชาชาติและกาชาดสากล เพิ่งจะสามารถเข้าถึงตัวเมืองดารายยาได้ เนื่องจากข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 48 ชั่วโมง เพิ่งมีผลบังคับใช้ในพื้นที่ดังกล่าว ตั้งแต่ช่วงเช้าของวานนี้ (1 มิ.ย.) โดยขบวนรถขนส่งความช่วยเหลือ ได้นำนมสำหรับทารก ยา วัคซีน และอาหารเสริมมาแจกจ่ายให้กับชาวเมือง หลังกองกำลังรัฐบาลซีเรียซึ่งปิดล้อมเมืองอยู่ยอมรับข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว และอนุญาตให้ขบวนรถขนส่งความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมเข้าไปในเมืองได้
ส่วนที่เมืองใกล้เคียงคือเมืองมูอัดฮามิยาซึ่งถูกยึดครองโดยกลุ่มกบฎ มีการนำแป้งข้าวสาลีและถุงอาหารสำเร็จรูปไปแจกจ่ายให้ชาวเมืองเช่นกัน
เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา สหประชาชาติคาดการณ์ว่ายังมีพลเรือนติดอยู่ในวงล้อมของการสู้รบที่เมืองดารายยาอีกอย่างน้อย 4,000 คน ซึ่งที่ผ่านมา กองกำลังรัฐบาลซีเรียเมินเฉยต่อเสียงเรียกร้องให้เปิดทางเพื่อส่งความช่วยเหลือแก่ชาวเมือง


The chief negotiator of Syria's main opposition umbrella group, Mohammed Alloush, has resigned over what he called the failure of peace talks.
Mr Alloush, from the High Negotiations Committee (HNC), said the talks had not brought a political deal or eased the plight of Syrians in besieged areas.
The HNC suspended its involvement in the UN-brokered "proximity" negotiations with a Syrian government delegation in Geneva in April.
No date has been set for a resumption.
"The three rounds of talks were unsuccessful because of the stubbornness of the regime and its continued bombardments and aggressions against the Syrian people," Mr Alloush said.

กองกำลังอิรักเริ่มปฏิบัติการบุกยึดเมืองฟัลลูจาห์ขั้นเด็ดขาด
กองกำลังรัฐบาลอิรักแถลงว่า ได้เริ่มปฏิบัติการบุกยึดคืนเมืองฟัลลูจาห์ขั้นเด็ดขาด และจะไม่หยุดการโจมตี จนกว่าจะสามารถยึดเมืองคืนจากกลุ่มที่เรียกตนเองว่ารัฐอิสลาม (ไอเอส) ได้
ทั้งนี้ กองกำลังรัฐบาลอิรักกำลังรุกคืบเข้าเมืองฟัลลูจาห์จากหลายด้าน โดยไอเอสพยายามโจมตีตอบโต้ด้วยระเบิดรถยนต์และระเบิดฆ่าตัวตายในบริเวณทางตอนเหนือของเมือง
อย่างไรก็ตาม คาดว่ามีพลเรือนราว 50,000 คนที่ยังติดอยู่ในวงล้อมของการสู้รบ ซึ่งกลุ่มติดอาวุธชีอะห์ที่ร่วมรบกับกองกำลังรัฐบาลอิรักเผยว่า อาจมีการหยุดยิงระยะหนึ่งก่อนบุกโจมตีขั้นเด็ดขาด เพื่อเปิดทางให้ชาวเมืองหลบหนีออกมา
ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่าชาวเมืองฟัลลูจาห์ที่ติดอยู่ในวงล้อมต้องประสบกับความอดอยาก และมีหลายคนถูกไอเอสสังหาร เพราะไม่ยอมจับอาวุธขึ้นต่อสู้ร่วมกับไอเอส


จีนสกัดเครื่องบินสอดแนมสหรัฐฯ เหนือทะเลจีนใต้
วันนี้ (19 พ.ค.) กระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกาเปิดเผยว่าเครื่องบินรบของจีน 2 ลำบุกสกัดเครื่องบินสอดแนมของสหรัฐฯ เหนือน่านน้ำสากลในทะเลจีนใต้เมื่อวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งสหรัฐฯ ระบุว่าเครื่องบินสอดแนมดังกล่าวถูกสกัดทั้งที่เป็นการบินลาดตระเวนเส้นทางตามปกติ
ขณะที่สำนักข่าวเอพีรายงานอ้างอิงแหล่งข่าวในกองทัพสหรัฐฯ ซึ่งกล่าวว่านักบินของสหรัฐฯ ถูกบังคับให้ลดเพดานบินลงประมาณ 60 เมตรเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกับเครื่องบินของจีน และกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้เจรจาเรื่องดังกล่าวผ่านทั้งช่องทางด้านการทูตและการทหารกับจีนเรียบร้อยแล้ว
สถานการณ์ในทะเลจีนใต้ทวีความตึงเครียดขึ้นเมื่อจีนและสหรัฐฯ กล่าวหาซึ่งกันและกัน โดยสหรัฐฯ กล่าวว่าจีนใช้กำลังทางทหารเข้าแทรกแซงทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญ ขณะที่จีนตอบโต้ด้วยการวิจารณ์ว่าสหรัฐฯ เองก็ได้สั่งยกระดับการตรวจตราทางทะเลและการฝึกซ้อมทางทหารในภูมิภาคเอเชียเพิ่มขึ้นเช่นกัน
หลายประเทศพยายามแย่งชิงกรรมสิทธิ์เหนือน่านน้ำทะเลจีนใต้มาหลายศตวรรษ ไม่ว่าจะเป็นจีน เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย บรูไน และไต้หวัน เพราะทะเลจีนใต้เป็นแหล่งทรัพยากรที่สมบูรณ์ แต่ความตึงเครียดทวีขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่องช่วงหลายปีที่ผ่านมาหลังจีนสร้างเกาะและสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ในน่านน้ำข้อพิพาท เพื่อสนับสนุนข้ออ้างว่าจีนเป็นผู้มีสิทธิ์เหนือพื้นที่ดังกล่าว ทั้งยังมีการเพิ่มกำลังลาดตระเวนทางทะเล
ขณะที่สหรัฐฯ คัดค้านการอ้างสิทธิ์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายของคู่ขัดแย้งทุกฝ่าย โดยย้ำว่าทะเลจีนใต้เป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญ จึงไม่ควรมีการจำกัดเสรีภาพในการเดินเรือ และหลายฝ่ายเกรงว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นชนวนให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้างในระดับโลกตามมา


ภัยสงครามติดตามผู้อพยพซีเรียไม่ลดละ แม้เข้ามาลี้ภัยในตุรกีแล้ว
ชาวเมืองคิลิสทางตอนใต้ของตุรกีกำลังตกอยู่ภายใต้ความหวาดกลัว เนื่องจากถูกกลุ่มที่เรียกตนเองว่ารัฐอิสลาม (ไอเอส) ซึ่งอยู่อีกฝั่งของแนวพรมแดนในซีเรียโจมตีด้วยจรวดอย่างหนักทั้งเช้าเย็น ผู้สื่อข่าวบีบีซีรายงานว่า ในเมืองมีชาวซีเรียที่หนีภัยสงครามมาอาศัยอยู่กว่า 100,000 คน แต่ดูเหมือนสงครามจะไม่ยอมปล่อยให้พวกเขาอยู่กันอย่างสงบสุข ติดตามรายละเอียดได้จากรายงานของเซลิน กิริต ในวิดีโอนี้ค่ะ



Three Spanish journalists who were kidnapped while working in Syria last year have been released and are due to return to Spain, the government says.
Antonio Pampliega, Jose Manuel Lopez and Angel Sastre disappeared from the northern city of Aleppo 10 months ago.
Parts of Aleppo are controlled by rebel groups including so-called Islamic State (IS), who have kidnapped and killed journalists in the past.
It is not yet clear who kidnapped Mr Pampliega, Mr Lopez and Mr Sastre.
The Spanish government statement said that the men were safe and well, and waiting in Turkey to be brought back to Spain.
The statement said allies including Turkey and Qatar were instrumental in freeing them.

พบหลุมฝังศพหมู่กว่า 50 แห่งในพื้นที่ที่เคยถูกไอเอสยึดครองในอิรัก
นายยาน คูบิส ผู้แทนพิเศษของสหประชาชาติ ประจำอิรัก เปิดเผยว่า พบหลุมฝังศพหมู่กว่า 50 แห่งในหลายพื้นที่ของอิรักซึ่งเคยตกอยู่ภายใต้การยึดครองของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลาม (ไอเอส)
นายคูบิส กล่าวต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติว่า หลุมศพเหล่านี้เป็นหลักฐานแสดงถึงการก่ออาชญากรรมอันโหดเหี้ยมของกลุ่มไอเอส โดยหลุมศพเหล่านี้ถูกพบในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ในจำนวนนี้เป็นหลุมศพที่ถูกพบในเมืองรามาดี ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายหลุมและมีศพถูกฝังอยู่ราว 40 ศพ โดยเมืองแห่งนี้ถูกไอเอสยึดครองเมื่อเดือน พ.ค.ปีที่แล้ว ก่อนที่กองทัพอิรักจะชิงเมืองกลับมาได้อย่างสมบูรณ์ในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ยังมีการพบหลุมศพหมู่ใกล้กับเมืองซินจาร์ และเมืองติกรีตทางภาคเหนือของอิรัก รวมทั้งบริเวณใกล้กับจังหวัดอันบาร์ทางภาคตะวันตก โดยผู้ที่ตกเป็นเหยื่อส่วนใหญ่ได้แก่บรรดาชนเผ่า ทหารอิรัก ผู้หญิงและชนกลุ่มน้อยชาวยาซิดี ขณะเดียวกันมีรายงานว่า มีการพบหลุมศพหมู่อีกหลายแห่งในหลายพื้นที่ของซีเรียที่เคยตกอยู่ภายใต้การยึดครองของไอเอส
นายคูบิส เรียกร้องให้ประชาคมโลกเพิ่มความพยายามมากขึ้นเพื่อให้แน่ใจว่าสมาชิกไอเอสจะถูกนำตัวมาลงโทษ พร้อมชี้ว่าไอเอสยังคงเป็นกลุ่มก่อการร้ายที่มีอิทธิพลและปรับเปลี่ยนกลยุทธ์อยู่เสมอ ซึ่งการใช้กำลังทหารเพียงอย่างเดียวไม่สามารถกำจัดไอเอสได้อย่างสิ้นซาก ทว่าจะต้องแก้ปัญหาที่ต้นตอที่ทำให้เกิดลัทธิสุดโต่งและใช้ความรุนแรง นอกจากนี้ นายคูบิส ยังขอให้นานาชาติช่วยบริจาคเงินสำหรับนำไปช่วยเหลือชาวอิรัก โดยระบุว่า วิกฤติด้านมนุษยธรรมในอิรักยังอยู่ในขั้นเลวร้ายที่สุดแห่งหนึ่งในโลก และชาวอิรักกว่า 10 ล้านคน หรือราว 1 ใน 3 ของประชากรยังต้องการความช่วยเหลือจากนานาชาติ
ขับเคลื่อนโดย Blogger.