Voice TV - Overview

LIVE! #Overview พบกับ Sirote Klampaiboon (ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์) ที่จะมาวิเคราะห์ในประเด็น

- เด็ก มธ.เปิดหน้าสู้คดีรุ่นพี่คุกคามทางเพศ
- แจ้งความ จุดอ่อนที่ต้องปรับเพื่อปกป้องเหยื่อ





Peace News

กรมชลฯสั่งรับมือพายุโซนร้อนฮาโตะ
คาดฝนหนัก 23-28 ส.ค. เหนือ-อีสานระวัง


กรมชลฯ สั่งโครงการชลประทานทั่วประเทศเตรียม รับมืออิทธิพลจาก "พายุโซนร้อน ฮาโตะ" คาดทำเกิดฝนตกหนัก ระหว่าง 23-28 ส.ค.60 ส่วนอุตุฯประกาศใน 1-2 วันยังไม่มีผลกระทบกับไทย

นายสัญชัย เกตุวรชัย อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความห่วงใยอาจจะประสบปัญหาอุทกภัย ในช่วงฤดูฝนนี้ ได้กำชับ ให้กรมชลประทานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และให้การช่วยเหลือประชาชน ให้ได้รับความเดือดร้อนน้อยที่สุด

ทั้งนี้ จากการติดตามสภาวะอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าในช่วงวันที่ 23-28 สิงหาคม 2560 อิทธิพลของพายุโซนร้อน“ฮาโตะ” จะทำให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก จะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่

กรมชลประทานได้ให้โครงการชลประทานทุกโครงการ โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมเดิม เตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจจะเกิดขึ้น ด้วยการกำชับเจ้าหน้าที่ ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ของตนอย่างใกล้ชิด

พร้อมทั้งให้ตรวจสอบระบบและอาคารชลประทาน ให้สามารถรองรับสถานการณ์น้ำได้อย่างเต็มศักยภาพ และให้บริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำ ให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุมอย่างเคร่งครัด สำหรับพื้นที่ที่เกิดน้ำท่วมเป็นประจำ ให้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ประจำไว้ในพื้นที่อย่างน้อย 1 เครื่อง

สำหรับ กรณีที่เกิดสภาวะวิกฤติ โครงการชลประทานในพื้นที่ จะรายงานสถานการณ์น้ำ ต่อผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อให้แจ้งเตือนประชาชนเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำที่เกิดขึ้นอย่างทันท่วงที นอกจากนี้ ยังได้ให้ทุกโครงการชลประทาน เตรียมความพร้อมในด้านเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องสูบน้ำ และเครื่องผลักดันน้ำ เข้าไปประจำพื้นที่เสี่ยงภัยที่จะเกิดน้ำท่วม เพื่อให้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันต่อเหตุการณ์

ด้าน กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเมื่อเช้าวันที่ 22 ส.ค. 2560 ว่า พายุโซนร้อน“ฮาโตะ” บริเวณด้านเหนือเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็ว 14 นอต หรือ 25 กม./ชม. คาดว่า จะเคลื่อนตัวลงสู่ทะเลจีนใต้ในวันนี้ (22 ส.ค. 2560) และจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเกาะฮ่องกง และประเทศจีนตอนใต้ ในช่วงวันที่ 23-24 ส.ค. 2560 โดยจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันและหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในระยะต่อไป

“ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย ในระยะ 1-2 วันนี้ พายุโซนร้อน “ฮาโตะ” ยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย

PEACE NEWS


Pavin Chachavalpongpun

ที่ผมเกริ่นไปแล้ว บางคน ไม่มีความรู้ความเข้าใจการเมืองเลย แต่อยากแสดงความเห็นทางการเมือง ถ้าเป็นคนทั่วไปก็ไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นคนที่มีผู้คนตามมากๆ ในโซเชี่ยลมีเดีย หรือเป็นอาจารย์ อันนี้อาจอันตราย พูดอย่างนี้ผมอาจถูกด่าว่า อ้าว ต้องเป็นนักรัฐศาสตร์อย่างเดียวหรือที่วิจารณ์การเมือง ชาวบ้านทั่วไปวิจารณ์ได้ไหม แน่นอน ได้ซิครับ เพราะการเมืองมันเกิดรอบตัวเรา แต่ผมก็ไม่ได้คาดหวังว่าคนทั่วไปที่วิจารณ์การเมืองจะเข้าใจ complexities ของการเมือง มันถึงมี field เฉพาะของมัน ผมไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์ หากจะวิจารณ์เรื่องเศรษฐกิจ ผมต้องระวังมากๆ กลัวพลาด เพราะมันข้ามสาขาที่เราถนัดไป
...อย่างในกรณีนักวิทยาศาสตร์คนนี้ เรื่องดักไม่ดัก ผมไม่สน ออกจะเบื่อ พอปิยบุตรวิจารณ์ว่าการช่วยโฆษณามันห่วยแตก ฉวยโอกาสจับกระแสเพื่อเพิ่มมูลค่าตัวเอง เลยต้องออกมาบอกว่าดัก แล้วพูดสวยๆ ว่า จะทดสอบว่า "ฝ่ายที่เรียกตัวเองว่าประชาธิปไตย" จะรับฟังความเห็นคนต่างได้ไหม แน่นอน ได้สิครับ แต่ "ฝ่ายที่เรียกตัวเองว่าประชาธิปไตย" ต้องมีความกล้าหาญทางจริยธรรมในการตำหนิ ติเตียน วิจารณ์ฝ่ายตัวเองและฝ่ายตรงข้ามด้วย นั่นคือสิ่งที่ปิยบุตรทำ มันไม่เกี่ยวเลยว่าเราปฏิเสธความเห็นคนคิดต่าง ถ้าเราไม่มี action สังคมมันก็ไม่ขยับเขยื้อน ทั้งคนที่อยู่ฝ่ายประชาธิปไตย รวมถึงอาจารย์ การขับเคลื่อนทางสังคมมันมีความหมาย มันต้อง take action จะใช้คำพูดงามๆ เช่น เคารพความคิดต่าง นั่นคือ วิ่งเล่นในทุ่งลาเวนเดอร์อีกละครับ ผมเป็นตัวอย่างของคนที่ถูกกระทำจากรัฐ กลับบ้านไม่ได้ ผมต้องการ action ไม่เหมือนคุณที่ยังมีชีวิตที่สุขสบาย
...ถ้าการวิจารณ์คือการผลักให้เป็นศัตรู นั่นคือปัญหาของคุณ ไม่ใช่ปัญหาของคนวิจารณ์ ถ้าคิดแบบนี้ ไม่อยากสร้างศัตรู ก็ไม่ต้องวิจารณ์ อยู่กันไปอย่างนี้ เกรงใจกัน ใครทำผิดห่าเหวอะไร ได้รับภูมิคุ้มกันจากวาทกรรมอย่าสร้างศัตรู นี่มันเป็นแง่คิดที่ naive มากๆ ไม่น่าเชื่อว่าจะมาจากคำพูดอาจารย์​ ในทุกสังคม มันมีการต่อสู้ทางความคิดมาตลอด ในบางสังคม การต่อสู้เผ็ดร้อน ตราบใดที่มันไม่กลายมาเป็นความรุนแรง เป็นศัตรูทางความคิดจึงเป็นเรื่องโอเค ตัวผู้พูดเองเห็นอาจารย์ทำร้ายลูกศิษย์กลับมาบอกว่าลูกศิษย์ป่วน (เลยทำให้คน imply ว่า สมควรแล้วที่ถูกล็อคคอ) อันนี้ป่วยมากๆ คนแบบนี้กลับมาบอกว่าไม่ควรผลักใครให้เป็นศัตรู
...อ่านข้อล่างสุด คุณจะเป็นสีอะไรก็ช่าง ชาวบ้านอย่างผมไม่สนใจปัญหา self-importance ของคุณ





An Indonesian policeman checks crystal methamphetamine from China after a raid at Anyer beach in Serang, Banten province, Indonesia, July 13, 2017. Antara Foto/Asep Fathulrahman via REUTERS

ประธานาธิบดี Jokowi สั่งกร้าวให้ตำรวจใช้กำลังปราบผู้ค้ายาเสพติด

ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย Joko Widodo หรือที่คนรู้จักกันดีในนาม Jokowi ได้สั่งการให้ตำรวจยิงผู้ต้องหาค้ายาเสพติดชาวต่างชาติที่ขัดขืนการจับกุม โดยอ้างว่าประเทศกำลังตกอยู่ใน “สถานการณ์ฉุกเฉินด้านยาเสพติด”หลังจากนั้นกระทรวงกฏหมายและสิทธิมนุษยชนได้ประกาศแผนการนำตัวนักโทษค้ายาเสพติดไปขังรวมกันในคุกสี่เเห่ง ต่อมา ผู้บัญชาการตำรวจกรุงจาการ์ต้า พลตำรวจเอก Idham Aziz ออกมาบอกว่าจะไล่ออกตำรวจทุกคนที่ไม่ปราบปรามการค้ายาเสพติดอย่างจริงจัง

คำกล่าวของประธานาธิบดี Jokowi เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา มีขึ้นหลังจากเหตุการณ์ตำรวจยิงผู้ต้องหาค้ายาเสพติดชาวไต้หวันที่ขัดขืนการจับกุมขณะพยายามลักลอบนำยาแอมเฟตามีนน้ำหนักรวม 1 ตันเข้าไปในอินโดนีเซีย

Phelim Kline เจ้าหน้าที่ขององค์การ Human Rights Watch วิจารณ์ประธานาธิบดีอินโดนีเซียในเรื่องนี้โดยกล่าวในแถลงการณ์ขององค์การว่า ประธานาธิบดี Jokowi ควรชี้เเจงอย่างชัดเจนและอย่างเป็นทางการต่อตำรวจว่าเจ้าหน้าที่ต้องเคารพต่อสิทธิ์ขั้นพื้นฐานของคนทุกคนในการจัดการปัญหายาเสพติดที่ซับซ้อน ไม่ควรมุ่งสังหารผู้ต้องหา

ยาแอมเฟตามีนที่ตำรวจอินโดนีเซียยึดได้เมื่อเดือนที่ผ่านมาถือว่าเป็นยาล็อตใหญ่ที่สุดที่เคยยึดได้ในประเทศ และหัวหน้าสำนักงานปราบปรามยาเสพติด พลเอก Budi Waseso ได้เร่งเร้าให้อินโดนีเซียเอาอย่างฟิลิปปินส์ที่ใช้มาตรการทางอาวุธปราบปรามยาเสพติด

พลเอก Budi กล่าวกับสำนักข่าวเอบีซีนิวส์ออสเตรเลียว่าตลาดยาเสพติดที่เคยอยู่ในฟิลิปปินส์กำลังย้ายเข้ามาในอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นผลจากมาตราการปราบปรามตามนโยบายของประธานาธิบดีดูเตอเต้และทำให้มีการลักลอบยาเสพติดเข้ามาในอินโดนีเซียมากขึ้น

อินโดนีเซียมีบทลงโทษประหารชีวิตแก่ผู้มีความผิดฐานลักลอบค้ายาเสพติด เป็นบทลงโทษเดียวกับคนที่มีความผิดในข้อหาฆาตรกรรมและก่อการร้าย ประมาณว่าราว 70 เปอร์เซ็นต์ของนักโทษในอินโดนีเซียเป็นผู้มีความผิดที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดสถานเบา

ด้าน Edo Nasution ผู้ประสานงานระดับชาติของหน่วยงานไม่หวังผลกำไร Solidarity for Indonesian Drug Victims กล่าวว่ากังวลต่อวาทศิลป์ของผู้นำอินโดนีเซียที่ใช้สนับสนุนการใช้ความรุนแรงในการปราบปรามผู้ลักลอบค้ายาเสพติด เขากล่าวว่าอินโดนีเซียต้องมีนโยบายยาเสพติดที่ตั้งขึ้นบนหลักฐาน ไม่ใช่นโยบายที่ตั้งอยู่บนค่านิยมด้านวัฒนธรรมหรือเเนวคิดทางอุดมคติ

Edo เคยเป็นผู้ใช้ยาเสพติดมาก่อน เขาผ่านการจองจำในคุกอินโดนีเซียนาน 13 ปี เขายกตัวอย่างว่ามีโครงการลดอันตรายหลายโครงการในอินโดนีเซียที่มีมานานไม่ว่าจะเป็นการเเจกเข็มฉีดยาใหม่แก่ผู้ใช้ยาเสพติดเเละมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันว่าโครงการเหล่านี้ประสบความสำเร็จ เเทนที่จะมุ่งปราบปรามการใช้ยาเสพติดให้หมดไปเท่านั้น

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่ยอมผ่อนปรนบทลงโทษแก่ผู้กระทำผิดฐานใช้ยาเสพติดเเละลักลอบค้ายาเสพติด ทั้งอินโดนีเซีย สิงคโปร์และฟิลิปปินส์ต่างยืนยันเสมอมาว่าบทลงโทษที่รุนแรงเป็นวิธีกำจัดปัญหายาเสพติดที่เป็นปัญหาสังคมปัญหาสำคัญ ส่วนประเทศไทย ก็ดูเหมือนว่าอาจจะทบทวนการลงโทษทางอาญาเเก่ผู้ต้องหาใช้หรือค้ายาแอมเฟตามีนเพราะมีนักโทษเเน่นเรือนจำ แต่อินโดนีเซียยังไม่มีท่าทีเดียวกันนี้

หลังสาบานตนเข้ารับตำเเหน่งเพียงสองเดือนในปี 2015 ประธานาธิบดี Jokowi ใช้มาตรการดุเดือดกับผู้กระทำผิด โดยเขาได้สั่งประหารชีวิตนักโทษข้อหายาเสพติดถึง 14 คน

ด้าน Claudia Stoicescu นักวิจัยมหาวิทยาลัยอ็อกฟอร์ดกล่าวว่าการประหารชีวิตนักโทษยาเสพติดไม่มีผลให้ปัญหายาเสพติดในอินโดนีเซียลดลงเเต่กลับมีเหตุอาชญากรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดเพิ่มมากขึ้นในช่วงหลายเดือนต่อจากนั้น

การเพิ่มงบประมาณเเก่งานด้านการจับกุมผู้กระทำผิด ทำให้เงินสนับสนุนศูนย์ฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดลดลงซึ่งหลายคนมองว่างบประมาณนี้น่าจะมีประโยชน์ต่อการฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดในอินโดนีเซียจำนวนเกือบล้านคนเเละเมื่อไม่ได้รับการบำบัดในศูนย์ฟื้นฟู ผู้เสพติดที่ยากจนจำนวนมากหันไปใช้การบำบัดด้วยยาสมุนไพรและการรักษาตามความเชื่อทางศาสนา ซึ่งไม่มีหลักฐานยืนยันว่าจะได้ผล

Erasmus Napitupulu แห่ง Institute for Criminal Justice ในกรุงจาการ์ต้ากล่าวว่าอินโดนีเซียจะเรียนรู้จากประสบการณ์ของสหรัฐฯ ที่ใช้มาตรการที่อ่อนข้อลงต่อยาเสพติดประเภทกัญชา

เขากล่าวว่านโยบายด้านยาเสพติดของสหรัฐฯที่ถือว่าผู้ใช้ยาเสพติดเป็นอาชญากร ได้ล้มเหลวถึงเเม้จะไม่ใช้โทษประหารชีวิตก็ตาม ส่งผลให้สหรัฐฯ ค่อยๆ ปรับทิศทางของนโยบายต่อยาเสพติดประเภทกัญชา โดยไม่ถือว่าผิดกฏหมายอีกต่อไป เขาชี้ว่าหากอินโดนีเซียยังคงการลงโทษด้วยการประหารชีวิตเพื่อแก้ปัญหายาเสพติด ตนถือว่าเป็นการตัดสินใจทางการเมืองเพื่อรักษาหน้าของนักการเมืองเท่านั้นโดยไม่ได้มุ่งปกป้องเหยื่อของยาเสพติดเเต่อย่างใด

(รายงานโดย Krithika Varagur เรียบเรียงโดยทักษิณา ข่ายแก้ว วีโอเอภาคภาษาไทยกรุงวอชิงตัน)

source ;- http://rferl.c.goolara.net/Click.aspx?id=066994959807712878


นักวิเคราะห์เชื่อว่าการลาออกของอดีตที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์ฯของ'ทรัมป์' จะช่วยปลดล็อคการเคลื่อนไหวทางการเมืองฝ่ายขวาได้สะดวกมากขึ้นขณะที่สตีฟ แบนนอนประกาศชัด 'เข้าสู่สงคราม' กำจัดฝ่ายตรงข้ามให้ ปธน. ทรัมป์

นายสตีฟ แบนนอน อดีตที่ปรึกษาประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ทันทีกับสำนักข่าวบรูมเบิร์ก เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังออกจากตำแหน่งในทำเนียบขาวเพื่อแสดงความชัดเจนถึงการออกจากทำเนียบขาว

นายสตีฟ แบนนอน กล่าวว่า เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนเกี่ยวกับการลาออก เขาจะจึงอยากประกาศให้ชัดเจนว่า การลาออกจากทำเนียบขาวในครั้งนี้ก็เพื่อที่เขาจะได้เดินหน้าทำสงครามจัดการฝ่ายตรงข้ามให้กับประธานาธิบดีทรัมป์ ทั้งในรัฐสภาสหรัฐฯ ในวงการสื่อ และในวงการธุรกิจของอเมริกา

ก่อนหน้านี้ รายงานข่าวจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงในทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ได้บอกกับเจ้าหน้าที่ภายในทำเนียบว่าการตัดสินใจปลดนายสตีฟ แบนนอน มาจากคำสั่งของตัวเอง

แต่นายสตีฟ แบนนอน อดีตที่ปรึกษาฯที่เพิ่งถูกปลดกลับประกาศว่าเขาเป็นคนตัดสินใจออกจากตำแหน่งด้วยการยื่นใบลาออกมาแล้ว 11 วันก่อนหน้านี้ แต่ต้องถูกชะลอออกไปเพราะมีเหตุการณ์ความวุ่นวายในเมืองชาร์ล็อตสวิลล์ เข้ามาเกี่ยวข้องก่อน

ด้านซารา ฮัคเคอร์บี้ โฆษกทำเนียบขาวออกมาแถลงว่า การพ้นจากตำแหน่งของสตีฟ แบนนอน เกิดจากการทำข้อตกลงร่วมกันระหว่าง พลเอกจอห์น แคลลี่ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวคนใหม่ ที่จะให้ที่ปรึกษาคนสำคัญของทรัมป์ ทำงานถึงวันที่ 18 สิงหาคม เป็นวันสุดท้าย

FILE - White House Chief Strategist Steve Bannon listens at right as President Donald Trump speaks during a meeting on cyber security in the Roosevelt Room of the White House in Washington.

นายสตีฟ แบนนอน ผู้บริหารสำนักข่าว Breibart News สื่อฝ่ายอนุรักษ์นิยมขวาจัด ที่มุ่งเน้นการสร้างชาตินิยมแบบอเมริกัน ถือเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เรียกคะแนนนิยมจากชาวอเมริกันอนุรักษ์นิยมจนมีส่วนทำให้ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากสโลแกน 'อเมริกาต้องมาก่อน'(America First) หรือ 'ทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง' (Make America Great Again)จนได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาคนสำคัญ และได้ชื่อว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังนโยบายสำคัญต่างๆของทรัมป์

Trump

ขณะที่มุมมองของฝ่ายเดโมแครตหลายคนมองว่า การออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาประธานาธิบดีจะทำให้นายแบนนอน สามารถเคลื่อนไหวกับฝ่ายอนุรักษ์นิยมขวาจัดได้สะดวกและคล่องตัวมากขึ้นโดยไม่ต้องไปกังวลกับตำแหน่งเพราะสามารถเข้าร่วมได้เต็มที่ กับกลุ่ม นีโอนาซี หรือกลุ่มคนผิวขาวสุดโต่ง หรือกลุ่ม KKK หรือกลุ่มอนุรักษ์นิยมเหยียดผิว ที่เพิ่งชุมนุมประท้วงจนเกิดเหตุรุนแรงและมีผู้เสียชีวิตที่เมืองชาร์ล็อตสวิลล์ เมื่อสัปดาห์ผ่านมา

ขณะที่ Evan Siegfried นักวิเคราะห์ด้านยุทธศาสตร์การเมือง ของพรรคริพับลิกัน มองว่าจะไม่น่าแปลกใจนักที่จะเห็นสำนักข่าวขวาจัดอย่าง Breitbartเขียนโจมตีเจ้าหน้าที่ของทำเนียบขาวบางคนที่ได้ชื่อว่าเป็นคู่ขัดแย้งกับนายแบนนอนมาก่อน ด้วยเช่นกัน


source ;- http://rferl.c.goolara.net/Click.aspx?id=066994959807712879


FILE - EU chief Brexit negotiator Michel Barnier, right, welcomes British Secretary of State David Davis for a meeting at the EU headquarters in Brussels, July 17, 2017. The British government is fighting back against criticisms that it is divided and unp

การเจรจา “Brexit” ไม่คืบ

ที่อังกฤษ รัฐมนตรีที่ดูแลการแยกตัวของอังกฤษจากสหภาพยุโรปหรือ Brexit นาย David Davis เมื่อวันอาทิตย์ได้เรียกร้องให้สหภาพยุโรป ผ่อนปรนจุดยืนของอียูลงที่ต้องการให้ทั้งสองฝ่าย คือ ฝ่ายอังกฤษและฝ่ายอียู มีความคืบหน้าในข้อตกลงเกี่ยวกับการแยกตัว ก่อนหน้าที่จะพูดคุยกันถึงความสัมพันธ์ในอนาคต

นายเดวิส กล่าวว่า ในสัปดาห์นี้ รัฐบาลอังกฤษจะออกข้อเสนอต่างๆ ที่เกี่ยวกับการสร้างสัมพันธ์ในอนาคตระหว่างอังกฤษกับอียู ซึ่งรวมถึงการแก้ปัญหาขัดแย้งในอนาคตที่อาจจะเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ของอียูได้เน้นมาตลาดว่าทั้งสองฝ่ายจะต้องมีความคืบหน้าที่ชัดเจน ในขั้นแรกของการเจรจากันเพื่อตกลงกันให้ได้ในรายละเอียดของสิทธิ์ต่างๆของชาวอังกฤษที่อาศัยในประเทศสมาชิกอียูและชาวต่างประเทศจากชาติอียูที่อาศัยในอังกฤษ ตลอดจนเกี่ยวกับชายแดนระหว่างอังกฤษกับประเทศไอร์แลนด์ ซึ่งเป็นสมาชิกอียู ตลอดจนข้อตกลงกันทางการเงินก่อนที่จะเดินหน้าการเจรจาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในอนาคต

ทางเจ้าหน้าที่ของอียูกล่าวว่าจำเป็นต้องมีการรับประกันสิทธิ์ของคนจากชาติอียูที่อาศัยในอังกฤษหรือทำงานในอังกฤษหลัง Brexit

ความน่าเชื่อถือทางการเงินของกรีซกระเตื้องเล็กน้อย

ที่ กรีซ บริษัท Fitch Ratings เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ได้ปรับความน่าเชื่อถือทางการเงินของกรีซขึ้นมาเล็กน้อย จาก ระดับ CCC ไปอยู่ที่ระดับ B+ ซึ่งแม้จะเป็นระดับที่ดีขึ้นแต่ก็ยังทำให้พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกรีซ ที่ยังตกอยู่ในวิฤติทางเศรษฐกิจ ยังอยู่ต่ำกว่าระดับที่น่าลงทุน

บริษัทจัดอันดับความเชื่อถือทางการเงินแห่งนี้ชี้ว่าการคาดการณ์ด้านเศรษฐกิจในอนาคตของกรีซ ค่อนข้างดีและทางบริษัทคาดว่าการเจรจาต่างๆ ระหว่างกรีซกับผู้ให้กู้ระดับนานาชาติ น่าจะได้ผลที่น่าพอใจ โดยไม่สร้างความไม่มั่นคงทางการเงินแก่ประเทศ

แถลงการณ์ของบริษัท Fitch Ratings กล่าวเสริมว่าประเทศยุโรปชาติอื่นๆ ที่ใช้เงินยูโร น่าจะให้เงินกู้จำนวนมากพอสมควรเพื่อช่วยเหลือทางการเงินแก่กรีซ ในปีหน้า ซึ่งจะช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นทางการตลาดและช่วยกรีซพึ่งตนเองได้ทางการเงินโดยตรง ด้วยการออกพันธบัตรรัฐบาลหลังจากโครงการช่วยเหลือจะจบลงในปลายปีนี้

นักลงทุนลาตินอเมริกาตื่นเต้นกับการเยือนของ “เพ็นส์”

ที่สหรัฐฯ บรรดานักลงทุนระหว่างชาติในลาตินอเมริกา หวังกันว่า การเดินทางไปเยือนลาตินอเมริกาของรองประธานาธิบดีไมค์ เพ็นส แห่งสหรัฐสัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อส่งเสริมความมั่งคั่ง ความมั่นคงและประชาธิปไตยในภูมิภาค จะมีผลช่วยกระตุ้นความมั่นใจแก่นักธุกริจท้องถิ่นให้เกิดความกระตือรืนร้นทางลงทุน การประกอบการ และการตั้งบริษัท startups ใหม่ๆขึ้นในประเทศลาตินอเมริกา

เท่าที่ผ่านมา ชาวละตินอเมริกา ยังขาดความมั่นใจว่าจะสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ แต่นักวิเคราะห์หลายคนบอกว่าการเดินทางไปเยือนลาตินอเมริกาของนายเพ็นส์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯนี้น่าจะช่วยย้ำให้คนเห็นถึงผลประโยชน์ของการค้าระหว่างประเทศและการแข่งขัน

นายเพ็นส์ กล่าวที่งานเลี้ยงอาหารค่ำนักธุรกิจที่ซานติอาโก้เมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า การค้าระหว่างสหรัฐฯ กับลาตินอเมริกามีมูลค่ารวมสูงมากที่ 1.6 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐเมื่อปีที่แล้วและกล่าวว่าสหรัฐฯ ต้องการเห็นมูลค่าการค้านี้เพิ่มขึ้นไปอีกและชี้ว่าสหรัฐฯ ต้องการนำวัฒนธรรมการทำธุรกิจ การลงทุนและการสร้างนวัตกรรมมาสู่ลาตินอเมริกา
Liliana Valleta ชาวโคลัมเบียที่ได้สัญชาติอเมริกันซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทการตลาดในนิวยอร์กกล่าวว่าการเดินทางไปเยือนลาตินอเมริกาของนายเพ็นส์เป็นข่าวดีและช่วยส่งเสริมการค้าทวิภาคี

ในปีค.ศ. 2010 รัฐบาลประเทศชิลีได้เริ่มต้นโครงการส่งเสริมการทำธุรกิจแนวบริษัท startups เพื่อส่งเสริมนักธุรกิจและพัฒนาประเทศให้กลายเป็นศูนย์กลางของนวัตกรรมทางเทคโนโลยี

Valleta กล่าวว่าสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมแก่การทำธุรกิจควรมีความพร้อมด้านทรัยพ ากรบุคคลที่มีความสามารถ พี่เลี้ยงที่มีความเชี่ยวชาญและนักลงทุนที่เต็มใจที่จะลงทุน เธอกล่าวว่าชาวต่างชาติย้ายถิ่นฐานเป็นแหล่งหนึ่งของทรัพยากรที่มีความสามารถ Valleta กล่าวว่าตนเองเป็นผู้แรงงานย้ายถิ่นจากโคลัมเบียที่ เดินทางมายังสหรัฐฯ เมื่ออายุ 17 ปี ด้วยกระเป๋าเดินทางติดตัวมาเพียงใบเดียว มีวีซ่านักเรียนและยังพูดภาษาอังกฤษไม่ได้แม้แต่คำเดียว

สุริยคราสเต็มดวงกับผลกระทบต่อผลผลิตทางเศรษฐกิจในสหรัฐฯ

ในสหรัฐฯ เกิดความตื่นเต้นและฮือฮาต่อการเกิดสุริยคราสเต็มดวง เหตุการณ์ทางธรรมชาติที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าตามเวลาท้องถิ่นในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นวันทำงานปกติของที่นี่

บริษัท Challenger, Gray & Christmas ประมาณว่าปรากฏการณ์ธรรมชาตินี้จะก่อให้เกิดการสูญเสียผลผลิตทางเศรษฐกิจเป็นระยะเวลานานรวม 20 นาที ซึ่งคิดเป็นมูลค่าตัวเงินอย่างน้อย 694 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯเพราะคนงานในสหรัฐฯอาจจะแว็บออกจากที่ทำงานเพื่อไปดูสุริยคราสเต็มดวงที่จะกินเวลานานทั้งหมดราว 2 นาทีครึ่ง

Andy Challengers แห่งบริษัทแห่งนี้ซึ่งมีสำนักงานอยู่ที่ชิคาโก้ กล่าวว่าการสูญเสียผลผลิตทางเศรษฐกิจนาน 20 นาทีเป็นเพียงแค่ตัวเลขโดยประมาณเท่านั้น เขากล่าวว่าจะมีคนงานจำนวนมากที่จะใช้เวลานานกว่านั้นในการตระเตรียมอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็นกล้องส่องดูดาวหรืออุปกรณ์พิเศษอื่นๆ หรือ บางคนอาจจะลางานไปทั้งวัน

Challengers กล่าวว่าจะมีคนทำงานในสหรัฐฯไม่มากนักที่จะยังนั่งทำงานต่อไปในขณะที่เกิดปรากฏการณ์นี้ โดยคาดว่าจะมีคนงานราว 87 ล้านคนยังอยู่ในที่ทำงานขณะเกิดสุริยคราสเต็มดวง

อย่างไรก็ตามเขากล่าวว่าสุริยคราสเต็มดวงจะกระทบต่อบริษัทขนาดเล็กรุนแรงกว่าบริษัทขนาดใหญ๋เพราะหากบริษัทขนาดเล็กมีคนงานขาดงาน สามถึงสี่คนในวันเดียวกัน ผลผลิตทางเศรษฐกิจก็จะลดลงอย่างเห็นได้ชัด


(เรียบเรียงโดยทักษิณา ข่ายแก้ว วีโอเอภาคภาษาไทยกรุงวอชิงตัน)

source; - http://rferl.c.goolara.net/Click.aspx?id=066994959807713870


พิลาทิสแก้โรคไหล่ห่อคอตกจากการใช้สมาร์ทโฟน

ที่นิวยอร์ก มีคลาสเรียนพิลาทิสเพื่อแก้อาการปวดคอจากการก้มหน้าดูสมาร์ทโฟนนานๆ จนทำให้กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นตึงจนเกิดอาการบาดเจ็บ โดยเฉพาะส่วนคอและกระดูกสันหลัง จะรับบทหนักที่สุด ซึ่งนำไปสู่โรค “ไหล่ห่อคอตก”

การออกกำลังกายแบบ “พิลาทิส” ที่มีมาเกือบ 100 ปี กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง และตอนนี้ที่มหานครนิวยอร์ก ได้นำรูปแบบการออกกำลังกายชนิดนี้ มาช่วยแก้ปัญหาและลดความเสี่ยงของการเป็นโรค ไหล่ห่อคอตก อันเป็นผลมาจากการใช้โทรศัพท์มือถือในยุคสังคมก้มหน้าเช่นนี้ได้

ที่นิวยอร์ก มีคลาสเรียนพิลาทิสเพื่อแก้อาการปวดคอจากการก้มหน้าดูสมาร์ทโฟนนานๆ จนทำให้กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นตึงจนเกิดอาการบาดเจ็บ โดยเฉพาะส่วนคอและกระดูกสันหลัง จะรับบทหนักที่สุด ซึ่งนำไปสู่โรค “ไหล่ห่อคอตก” หรือที่เรียกว่า Text Neck


Kimberly Fielding ผู้ดูแลคลาสพิลาทิสใน Gramercy Pilates NYC บอกว่า ยิ่งเราก้มหน้าแชทหรือนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์และมือถือนานเท่าไหร่ จะนำไปสู่ผลเสียต่อร่างกายมากเท่านั้น โดยเมื่อเราก้มหน้านานๆ จะทำให้กระดูกคอและกระดูกสันหลังโค้งผิดรูปได้ ส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บในระบบประสาท เส้นประสาทเคลื่อนที่ผิดปกติ กล้ามเนื้อตึงในหลายจุดจนทำให้ปวดศีรษะได้

ที่น่าตกใจกว่านั้น คือ ลูกค้าที่เข้าคลาสพิลาทิสกับ Kimberly จะมีอาการที่คล้ายกัน คือ คอยื่นจนเสียบุคลิก จากการก้มหน้าดูสมาร์ทโฟน แทนที่จะตั้งเป็นแนวตรงกับกระดูกสันหลัง

หากไม่สะดวกในการหาคลาสเรียนพิลาทิส Kimberly ก็แนะนำวิธีการลดความเสี่ยงภาวะไหล่ห่อคอตกจากสมาร์ทโนที่ทำได้ที่บ้าน ด้วยการปรับพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์ เมื่อต้องแชทหรืออ่านข้อความในมือถือก็ให้ยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูในระดับสายตาแทนการก้มหน้า



source :- http://rferl.c.goolara.net/Click.aspx?id=066994959807713871
ขับเคลื่อนโดย Blogger.