A person believed to be Otto Warmbier is transferred from a medical transport airplane to an awaiting ambulance at Lunken Airport in Cincinnati, Ohio, U.S., June 13, 2017.

โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประณามการเสียชีวิตของนักศึกษาชาวอเมริกันที่ถูกรัฐบาลเกาหลีเหนือจับตัวเป็นนักโทษว่าเป็น “เรื่องน่าเสื่อมเสีย”

พร้อมระบุว่าเป็นเหตุการณ์ที่หลีกเลี่ยงได้หากได้รับความช่วยเหลือเร็วกว่านี้

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวระหว่างการต้อนรับประธานาธิบดีเปโตร โปโรเชงโก แห่งยูเครน ที่ทำเนียบขาว ว่าการเสียชีวิตของนายอ็อตโต้ วอร์มเบียร์ นักศึกษาชาวอเมริกันที่เป็นอดีตนักโทษในเกาหลีเหนือ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (19) เป็นเรื่องที่ “น่าเสื่อมเสีย” และเหตุการณ์นี้ไม่ควรเกิดขึ้นหากนายอ็อตโต้ได้รับความช่วยเหลือที่รวดเร็วกว่านี้

แม้ถ้อยแถลงของทรัมป์ จะไม่ได้กล่าวถึงรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่เป็นผู้นำสหรัฐฯ ในช่วงที่นายวอร์มเบียร์ถูกจับกุม แต่ความเห็นของประธานาธิบดีทรัมป์ ถูกตีความว่าเป็นการวิจารณ์ความพยายามของคณะทำงานในยุคนั้นเพื่อช่วยเหลือนายอ็อตโต้

ด้านโฆษกของอดีตประธานาธิบดีโอบามา ออกมาให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ ลอสแองเจลีส ไทมส์ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับนายอ็อตโต้เป็นสิ่งที่เจ็บปวด และคณะทำงานของโอบามาไม่ได้นิ่งเฉยกับเรื่องนี้ และพยายามช่วยเหลือจนถึงที่สุดแล้ว แม้จะถึงช่วงท้ายของการบริหารประเทศก็ตาม

นายอ็อตโต้ วอร์มเบียร์ ถูกจับกุมฐานขโมยโปสเตอร์การเมืองที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเกาหลีเหนือ และถูกจำคุกนานถึง 17 เดือน ก่อนจะถูกส่งกลับมายังเมืองซินซินเนติ รัฐโอไฮโอ้ บ้านเกิดของเขา เมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้ว ด้วยอาการป่วยหนักจากภาวะสมองถูกทำลายอย่างรุนแรง และเสียชีวิตลงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

ทว่าทางรัฐบาลเกาหลีเหนือ ระบุว่า นายวอร์มเบียร์ล้มป่วยด้วยภาวะอาหารเป็นพิษในช่วงแรกที่ถูกตัดสินจำคุก และได้รับยานอนหลับมาตลอด 17 เดือนในเกาหลีเหนือ

แต่ครอบครัวของนายวอร์มเบียร์เชื่อว่าเขาถูกปฏิบัติอย่างทารุณจนนำไปสู่การเสียชีวิต


source :- http://rferl.c.goolara.net/Click.aspx?id=066992650803218875


นักการเมืองระดับผู้นำไม่ว่าจะเป็นที่ใดในโลกมักถูกสอดส่องและตัดสินด้วยมาตรฐานที่สูงเป็นพิเศษ

ผู้นำโลกที่กำลังเผชิญกับเหตุการณ์ภายในประเทศที่สะเทือนอารมณ์คนจำนวนมากติดต่อกันที่สุดคนหนึ่งขณะนี้ น่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี เธเรซ่า เมย์ ของอังกฤษ

ที่ผ่านมาเหตุก่อการร้ายหลายครั้งสร้างความตื่นตระหนกให้ชาวอังกฤษ และล่าสุดยังเกิดโศกนาฏกรรมไฟไหม้ตึกอพาร์ตเมนต์ Grenfell ในกรุงลอนดอน ซึ่งมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 79 ราย

นายกรัฐมนตรีเมย์ถูกวิจารณ์จากผู้สันทัดกรณีบางรายว่า เธอไม่แสดงอารมณ์ร่วมกับความโศกเศร้าเท่าที่ควร

ประชาชนจำนวนหนึ่งจึงเห็นว่าเธอมีท่าทีเหินห่างและเข้าถึงยาก คล้ายหุ่นยนต์จนโดนตั้งชื่อล้อเลียนว่า “Maybot”


Britain's Prime Minister Theresa May, center, speaks with firefighters after arriving at Grenfield Tower in London, June 15, 2017, following a deadly fire in the apartment block.

​แม้สื่อสายอนุรักษ์นิยมที่มักสะท้อนแนวทางเดียวกับพรรค Conservative ของเธเรซ่า เมย์ ยังกลับลำมาเป็นผู้วิจารณ์ โดย Simon Heffer เจ้าของคอลัมน์ของสื่อ Conservative กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเมย์ ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในการเข้าถึงประชาชน

อย่างไรก็ตาม คนใกล้ชิดนายกรัฐมนตรีเมย์ปฏิเสธเสียงแข็งในเรื่องนี้ และว่าผู้วิจารณ์ไม่เป็นธรรมต่อนายกรัฐมนตรีเมย์

ที่ผ่านมาสื่อสังเกตเห็นการพัฒนาของนายกรัฐมนตรีเมย์เรื่องการตอบสนองกับเหตุการณ์คับขัน หลังจากที่เธอโดนตำหนิว่าให้เวลานานถึง 6 ชั่วโมงกว่าที่จะมีถ้อยแถลงต่อการโจมตีที่สะพานเวสต์มินสเตอร์ในกรุงลอนดอนเมื่อเดือนมีนาคม

แต่ผู้นำอังกฤษออกแถลงการณ์เร็วขึ้น คือภายใน 4 ชั่วโมงหลังการใช้รถพุ่งชนที่มุ่งเป้าไปที่ชาวมุสลิมเมื่อวันจันทร์ และเธอยังเดินทางไปที่มัสยิดที่ที่เกิดเหตุด้วย


Police officers attend to the scene after a vehicle collided with pedestrians in the Finsbury Park neighborhood of North London, Britain June 19, 2017. MANDATORY CREDIT Thomas Van Hulle/Social Media via REUTERS ATTENTION EDITORS - THIS IMAGE HAS BEEN SUP

ปฏิเสธไม่ได้ว่านักการเมืองระดับผู้นำมักถูกสอดส่องและตัดสินด้วยมาตรฐานที่สูงเป็นพิเศษ โดยที่สื่อ The Economist กล่าวถึงคุณภาพของนักการเมืองในสภาอังกฤษที่ลดลง

สาเหตุหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงตามความเห็นของนิตยสารฉบับนี้ อาจจะมาจากเรื่องที่ว่า ในอดีตการเมืองอังกฤษในอดีตเต็มไปด้วยบุคคลที่นำประสบการณ์ที่หลากหลายมาทำงานการเมือง

แต่ในปัจจุบันคนที่เล่นการเมืองคือคนที่มีอาชีพและหากินกับการเมือง ซึ่งขาดความหลากหลายด้านประสบการณ์ชีวิต

หากพิจารณาถึงผู้นำยุโรปที่เข้าถึงประชาชนได้ดี นายกรัฐมนตรีอิตาลี นายเมททิโอ เร็นซี่ (Matteo Renzi) ได้รับคำชมในเรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาแสดงความเป็นผู้นำในเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อปีที่แล้วในตอนกลางของประเทศอิตาลี ซึ่งคร่าชีวิตประชาชนไปเกือบ 300 คน


FILE - Former Italian prime minister Matteo Renzi gestures during a TV program, in Milan, Italy, Feb. 26, 2017.

เขาเข้าถึงพื้นที่ความเสียหายได้อย่างรวดเร็ว และยกระดับมาตรการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที นอกจากนั้นประชาชนได้เห็นภาพของนายกฯ อิตาลีผู้นี้ สวมกอดเจ้าหน้าที่กู้ภัยและแสดงอารมณ์โศกเศร้าร่วมกับญาติผู้เสียชีวิต

ตัวอย่างเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ในยุคที่ข่าวสารเดินทางอย่างรวดเร็ว และเกิดความคิดสุดโต่งซึ่งคอยฉวยโอกาสในสถานการณ์ร้าย ผู้นำประเทศที่ดีควรมีทักษะหลายด้าน

กล่าวคือต้องสามารถเข้าถึงใจของประชาชน แสดงสุนทรพจน์ที่สร้างความเชื่อมั่นได้ทันเวลา และจะต้องบริหารจัดการเหตุการณ์คับขันหลังฉากได้ดี อีกด้วย


source :- http://rferl.c.goolara.net/Click.aspx?id=066992650803218876


นายอ็อตโต้ วอมเบียร์ นีกศึกษาอเมริกันและอดีตนักโทษในเกาหลีเหนือ ผู้ถูกส่งตัวกลับมายังสหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากที่ถูกกักขังในเรือนจำที่เกาหลีเหนือเป็นเวลาเกือบหนึ่งปีครึ่ง เสียชีวิตแล้วในวันจันทร์

ครอบครัวของนายวอมเบียร์ประกษสข่าวนี้ในช่วงบ่ายวันจันทร์ตรามเวลาในสหรัฐฯ

นายวอมเบียร์มีอาการป่วยขั้นโคม่าขณะถูกส่งตัวกลับบ้าน โดยแพทย์ที่เมืองซินซินเนติ รัฐโอไฮโอ้ บ้านเกิดของเขา ระบุว่านายวอมเบียร์เจ็บป่วยจากการที่สมองถูกทำลายอย่างรุนแรงขณะถูกคุมขังในเกาหลีเหนือ แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเกิดขึ้นเพราะเหตุใด

ทางการเกาหลีเหนือระบุว่า นายวอมเบียร์มีอาการป่วยไม่นานหลังจากถูกตัดสินว่ามีความผิดข้อหาขโมยโปสเตอร์การเมืองที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเกาหลีเหนือ เมื่อเดือนทีนาคมปีที่แล้ว

แต่ครอบครัวของนายวอมเบียร์โต้แย้งว่า การปฏิบัติอย่างป่าเถื่อนของเจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือ คือสาเหตุที่แท้จริงของการเสียชีวิตของนักศึกษาวัย 22 ปีผู้นี้


source :- http://rferl.c.goolara.net/Click.aspx?id=066992650803218


FILE - A Super Hornet takes off from the flight deck of the U.S. Navy aircraft carrier USS Nimitz, Oct. 29, 2016. A Super Hornet reportedly downed a Syrian SU-22 fighter jet Sunday.

สหรัฐฯ ตอบโต้อย่างเกรี้ยวกราดต่อคำขู่ของรัสเซีย ที่ว่าจะปฏิบัติต่อเครื่องบินของกองกำลังพันธมิตรที่นำโดยสหรัฐฯ เหนือน่านฟ้าซีเรีย ในลักษณะที่เป็น "เป้าหมาย" หลังจากที่สหรัฐฯ ได้ยิงเครื่องบินของกองทัพซีเรียเมื่อวานนี้

นายฌอน สไปเซอร์ โฆษกทำเนียบขาว แถลงต่อผู้สื่อข่าวว่า สหรัฐฯจะปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐฯในซีเรีย และยังได้ปกป้องการตัดสินใจของกองทัพสหรัฐฯ ที่ยิงเครื่องบินของกองทัพซีเรียที่โจมตีกองกำลังผสมของฝ่ายพันธมิตรที่เมืองแทบกาห์ (Tabqah)ของซีเรีย เมื่อวันอาทิตย์ (18 มิ.ย.)

ทางด้านนายเซอร์เก รียาฟคอฟ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซีย กล่าวว่า การที่สหรัฐฯ ยิงเครื่องบินซีเรียตกนั้น ถือเป็นการกระทำที่ 'ก้าวร้าวรุนแรง'

ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียได้มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเตือนว่า ต่อจากนี้ไปเครื่องบินทุกลำของกองกำลังพันธมิตรที่นำโดยสหรัฐฯ จะถูกกำหนดให้ตกเป็น 'เป้าหมายการโจมตี'

นอกจากนี้ทางการรัสเซียระบุด้วยว่าจะหยุดใช้สายโทรศัพท์ ฮอทไลน์ ที่รัสเซียและสหรัฐฯ กำหนดเพื่อเป็นช่องทางสื่อสารพูดคุยเพื่อประนีประนอมในกรณีที่เกิดความตึงเครียดรุนแรงอีกด้วย

แต่ทางโฆษกทำเนียบขาวยังยืนยันว่า จะพยายามให้ช่องทางการสื่อสารสายด่วนฮอทไลน์นี้ใช้การได้ต่อไป


source :- http://rferl.c.goolara.net/Click.aspx?id=066992650803218878


FILE - Employees are seen working on their computers at an office in Singapore May 24, 2012. Singapore placed first in a list of technologically advanced countries as ranked by a just released World Economic Forum report.

คาดว่าระบบเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียนจะโตขึ้น 500 เป็นราวสองแสนล้านดอลลาร์ในอีก 8 ปี

รายงานของสภาธุรกิจสหรัฐฯ - อาเซียน หรือ US-Asean Business Council ระบุว่า ตลาดอินเทอร์เน็ตในกลุ่มประเทศอาเซียนขยายตัวเร็วที่สุดในโลก จากจำนวนผู้เข้าใช้เพิ่มกว่าสี่ล้านคนต่อเดือน เนื่องจากการใช้โทรศัพท์ประเภทสมาร์ทโฟน

โดยเหตุผลหลักที่ช่วยผลักดันเรื่องนี้ คือกลุ่มประชากรวัยหนุ่มสาวที่คล่องแคล่วและคุ้นเคยกับเทคโนโลยี รวมทั้งการพร้อมรับกับนวัตกรรมใหม่ๆ ด้วย

ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะช่วยเป็นพลวัตรผลักดันให้ระบบเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียนขยายตัวขึ้นถึง 500 % คิดเป็นมูลค่าราวสองแสนล้านดอลลาร์ในอีก 8 ปีข้างหน้า และคาดว่าในอีกสามปีต่อจากนี้ จะมีประชากรในกลุ่มประเทศอาเซียนราว 480 ล้านคนเข้าทำกิจกรรมออนไลน์เมื่อเทียบกับ 260 ล้านคนในปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม นาย Alexander Feldman ประธานและ CEO ของสภาธุรกิจสหรัฐฯ - อาเซียน เตือนว่า ปัญหาท้าทายสำคัญที่สุดของกลุ่มประเทศอาเซียนขณะนี้ คือการรักษาความปลอดภัยด้านข้อมูล และการทำธุรกรรมออนไลน์เพื่อช่วยสร้างความมั่นใจ

และแสดงความหวังว่าการปรับเปลี่ยนระเบียบกฎเกณฑ์ต่างๆ ในเรื่องข้อมูลและเทคโนโลยีสารสนเทศในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนให้สอดคล้องกัน จะช่วยส่งเสริมให้มีการไหลเวียนและแลกเปลี่ยนข้อมูลได้ง่ายขึ้น

นาย Alexander Feldman ยอมรับว่า การที่รัฐบาลสหรัฐฯ ถอนตัวจากข้อตกลงการค้า TPP จะส่งผลต่อการค้าในระบบดิจิทัลของกลุ่มประเทศอาเซียนได้

แต่สหรัฐฯ ก็ไม่ควรยึดติดกับอุตสาหกรรมเดิมๆ ในอดีต และควรมุ่งเน้นความสนใจในธุรกิจที่สหรัฐฯ มีความเข้มแข็งทั้งในปัจจุบันและอนาคต คือเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบเศรษฐกิจดิจิทัล เป็นต้น

source ;- http://rferl.c.goolara.net/Click.aspx?id=066992650803218879


President Donald Trump walks from Marine One to board Air Force One for a trip to Miami to deliver a speech on Cuba policy, June 16, 2017, at Andrews Air Force Base, Md.

เครือข่ายโทรทัศน์ CBS ในสหรัฐฯ จัดทำผลสำรวจคะแนนนิยมในตัวของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พบว่า ระดับการยอมรับในตัวผู้นำสหรัฐฯ ลดลงต่ำสุดไปอยู่ที่ร้อยละ 36 จากที่เคยอยู่ในระดับร้อยละ 41 เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

ซึ่งถือเป็นระดับต่ำที่สุดในหลังเข้าทำงานในรอบ 5 เดือนหลังการเข้าทำเนียบขาว ขณะที่ระดับของการไม่ยอมรับนั้นเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 53 ไปอยู่ที่ร้อยละ 57 แล้ว

CBS Poll ระบุว่า สาเหตุที่ความนิยมในตัวนายโดนัลด์ ทรัมป์ ลดลง อาจจะมาจากปฏิกิริยาของผู้นำสหรัฐฯ ในการสืบสวนกรณีการเกี่ยวพันของรัสเซียในการเลือกตั้งสหรัฐฯ เมื่อปี ค.ศ. 2016

ซึ่งที่ผ่านมา นายโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมากล่าวบ่อยครั้งว่า เปรียบเสมือนการล่าแม่มด และเป็นข้ออ้างของพรรคเดโดโมแครตในการที่จะพยายามหาคำอธิบายให้กับความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งของนางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต ที่หลายคนยังอยู่ในอาการช็อค

ขณะเดียวกัน ประชาชนที่ตอบแบบสอบถามระบุว่า ให้ความเชื่อมั่นในการสืบสวนในเรื่องนี้ของนายโรเบิร์ต มุลเลอร์ อัยการพิเศษอิสระที่ทำหน้าที่สืบสวนความเกี่ยวโยงของรัสเซียในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

โดยผู้ตอบแบบสอบถามเกินครึ่งระบุว่า อัยการพิเศษผู้นี้น่าจะมีความเป็นกลาง

อย่างไรก็ตาม มีผู้ตอบแบบสอบถามเพียงร้อยละ 28 เท่านั้นที่เห็นด้วยกับการทำงานของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนความเกี่ยวโยงของรัสเซียกับการเลือกตั้งของสหรัฐฯ โดยที่ร้อยละ 63 ไม่เห็นด้วยกับ ปธน.ทรัมป์ในเรื่องนี้

ผลสำรวจยังระบุว่า กว่าร้อยละ 32 ที่มองว่าการสืบสวนในเรื่องรัสเซียนั้นเป็นการบิดเบือนทางการเมืองและไม่ควรจะนำมาเกี่ยวข้อง ขณะที่ร้อยละ 27 เห็นว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่ไม่มากไปกว่าเรื่องอื่นๆ ขณะที่กว่าร้อยละ 39 เห็นว่าเป็นประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ

นอกจากนี้ ผลสำรวจเครือข่ายโทรทัศน์ CBS ยังแสดงให้เห็นว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ สูญเสียเสียงสนับสนุนจากฐานสมาชิกพรรคริพับลิกันเหลือเพียงร้อยละ 72 ลดลงกว่าเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมากว่าร้อย 11

ด้านเสียงสนับสนุนจากกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครตนั้นมีเพียงร้อยละ 9 เท่านั้น ขณะที่ร้อยละ 35 ของกลุ่มอิสระยังคงให้ความสนับสนุนการทำงานของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์

source :-l http://rferl.c.goolara.net/Click.aspx?id=066992650803219870



ken barbie

ราคาน้ำมันดิบในสหรัฐฯ ลดลงอยู่ในภาวะซบเซา / Uber ปรับนโยบายให้ผู้ขับขี่รับทิปผ่านแอพฯ ได้

ราคาน้ำมันดิบในสหรัฐฯ ลดลงอยู่ในภาวะซบเซา

ราคาน้ำมันดิบในสหรัฐฯ ลดต่ำลงอีกครั้งลงไปอยู่ที่ภาวะซบเซา หลังจากเกิดความกังวลเรื่องปริมาณน้ำมันสำรองที่สูงเกินกว่าความต้องการน้ำมันทั่วโลก

ราคาน้ำมันดิบประเภท Light, Sweet ลดลง 2.2% ในการซื้อขายที่ตลาดนครนิวยอร์กในวันอังคาร ไปอยู่ที่ระดับ $43.23 ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบ Brent ลดลง 1.9% อยู่ที่ระดับ $46.02 ต่อบาร์เรล

ถือเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 1 ปีที่ราคาน้ำมันในสหรัฐฯ ลดลงจนถึงภาวะซบเซา หรือ Bear Market ซึ่งยิ่งก่อความกังวลต่อบรรดาประเทศผู้ผลิตน้ำมันทั่วโลก ทั้งในและนอกกลุ่มโอเปก

Uber ปรับนโยบายให้ผู้ขับขี่รับทิปผ่านแอพฯ ได้

บริษัทผู้ให้บริการรถยนต์ร่วมโดยสารผ่านแอพฯ Uber ประกาศปรับนโยบายใหม่ โดยจะอนุญาตให้ผู้ขับขี่รถยนต์ Uber สามารถรับเงินทิปผ่านทางแอพฯ ในสมาร์ทโฟนได้เป็นครั้งแรก ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความพยายามของ Uber ที่จะรักษาความสัมพันธ์กับบรรดาผู้ขับรถยนต์ของ Uber เอาไว้

ที่ผ่านมา Uber มีนโยบายที่ผู้โดยสารไม่จำเป็นต้องจ่ายทิป ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ขับขี่จำนวนมากที่ได้ค่าจ้างน้อยลง

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันอังคารนี้ผู้ขับขี่รถ Uber ในนครฮุสตั้น นครมินนีอาโพลิส และนครซีแอตเติ้ล จะสามารถรับทิปผ่านแอพฯ ได้ ก่อนที่จะขยายไปยังเมืองอื่นๆ ภายในเดือนกรกฎาคม

‘ตุ๊กตาเคน’ เพิ่มเวอร์ชั่นใหม่หลายสีผิว เน้นความหลากหลายด้านเชื้อชาติ

หลายสิบปีที่ผ่านมา ‘ตุ๊กตาเคน’ ซึ่งเป็นตุ๊กตาคู่ขวัญของตุ๊กตาบาร์บี้ ต้องถูกบาร์บี้กลบรัศมีมาตลอด แต่ขณะนี้เคนกำลังจะได้รับการชุบชีวิตใหม่ให้มีความน่าสนใจมากกว่าเดิม

บริษัท Mattel ผู้ผลิตตุ๊กตาบาร์บี้ & เคน กำลังเปิดตัวตุ๊กตาเคนรุ่นใหม่ 15 แบบ ซึ่งมีความแตกต่างในด้านสีผิว รูปร่าง และทรงผม ซึ่งเป็นหนึ่งในความพยายามของ Mattel ที่จะทำให้ตุ๊กตาบาร์บี้ & เคน ตอบสนองความหลากหลายทางเชื้อชาติมากขึ้น

ตุ๊กตาเคนเปิดตัวครั้งแรกเมื่อ 56 ปีก่อนเพื่อเป็นคู่เดทของบาร์บี้ ในรูปลักษณ์หนุ่มหล่อ ตาสีฟ้า และแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดหลายปีที่ผ่านมา

แต่เคนในเวอร์ชั่นล่าสุดนี้มีให้เลือกทั้งแบบ หุ่นผอม หุ่นล่ำ และหุ่นธรรมดา รวมทั้งสีผิว สีผมและสีดวงตา ให้เลือกถึง 7 แบบด้วยกัน เรียกได้ว่าบาร์บี้จะไม่รู้สึกจำเจอีกต่อไป


source ;- http://rferl.c.goolara.net/Click.aspx?id=066992650803219871

ขับเคลื่อนโดย Blogger.