แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตางประเทศ แสดงบทความทั้งหมด


Posted: 26 Dec 2018 12:15 AM PST (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท www.prachatai.com)
Submitted on Wed, 2018-12-26 15:15


ใจ อึ๊งภากรณ์

ขบวนการเสื้อกั๊กเหลืองในฝรั่งเศส เป็นขบวนการที่ดูเหมือนระเบิดขึ้นอย่างกระทันหันจนสามารถท้าทายการปกครองของประธานาธิบดีมาครง

มีนักวิเคราะห์บางคน รวมถึงอดีตผู้นำนักศึกษาคนหนึ่งจากยุค 1968 ที่มองว่าขบวนการเสื้อกั๊กเหลืองเป็นขบวนการของชาวชนบทที่มี่นำโดยพรรคฟาสซิสม์ “รวมพลังชาติ” ของ เลอ แปน

แต่พวกที่มองแบบนี้เป็นคนที่มองอะไรแบบตื้นเขิน ไม่ติดดิน และไม่ทันกับสถานการณ์โลกจริง เพราะขบวนการเสื้อกั๊กเหลืองซับซ้อนกว่านั้นมากและกลายเป็นขบวนการทางชนชั้นที่เอียงไปทางซ้าย

ในตะวันตกพอมาครงชนะการเลือกตั้งในปี2017 พวกเสรีนิยมทั้งหลายพากันตื่นเต้นและเชียร์เขาสุดขีด หลายคนมองว่าเขาคือความหวังใหม่และจะปฏิรูปฝรั่งเศสและยุโรปให้ทันสมัย

ในไทยตอนที่มาครงเข้ามาใหม่ๆ นสพใไทยรัฐ เขียนชมไว้ว่า “หลายคนเห็นหน้าประธานาธิบดีฝรั่งเศสคนใหม่แล้ว กรี๊ดกร๊าดในความหล่อ ทั้งยังฉลาด รู้สึกหลงรักอย่างบอกไม่ถูก” ส่วน MThaiNews ก็มีบทความ “เปิดประวัติ ‘มาครง’ ผู้นำหล่อคนใหม่แห่งเมืองน้ำหอม”

ยิ่งกว่านั้น ความ “หน้าใหม่หน้าหล่อ” ของมาครงทำให้สำนักข่าวรอยเตอร์สเสนอว่าบางคนเปรียบเทียบเขากับ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ สื่อไทยชื่อ The Momentum ก็พูดทำนองนี้เหมือนกัน [ดู https://bit.ly/2G3SQIP และ https://bit.ly/2S3MSto ] แต่ที่สำคัญคือธนาธรเองไม่เคยเปรียบเทียบตัวเองกับมาครง


อย่างไรก็ตามตั้งแต่มาครงขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีในเดือนพฤษภาคม 2017 ก็มีการประท้วงอย่างต่อเนื่องที่ต่อต้านนโยบายเสรีนิยมกลไกตลาดสุดขั้วของเขา โดยแนวร่วมสหภาพแรงงานเป็นแกนหลัก สาเหตุคือความพยายามของมาครงที่จะทำลายสิทธิแรงงานเพื่อเพิ่มผลประโยชน์ให้กับกลุ่มทุน อีกสาเหตุหนึ่งคือการพยายามนำรัฐวิสาหกิจในภาคขนส่งออกขายให้เอกชน

นอกจากนี้ในไม่นานมาครงได้ชื่อว่าเป็น “ประธานาธิบดีของคนรวย” เพราะลดภาษีให้คนรวยทันที และใช้เงินรัฐเพื่อการเสพสุขของตนเอง เช่นซื้อของใช้ราคาแพงสำหรับบ้านพักประธานาธิบดี และเขายังผลักดันนโยบายรัดเข็มขัดที่ทุกรัฐบาลในอียูทำกัน ซึ่งมีผลกระทบต่อคนจนมาก


ขบวนการเสื้อกั๊กเหลืองเกิดขึ้นจากการประท้วงนโยบายของมาครงที่ประกาศขึ้นภาษีน้ำมัน โดยที่มาครงใช้ข้ออ้างเท็จว่าจะช่วยแก้ปัญหาโลกร้อน ในความจริงมันมีผลกระทบกับคนจนและคนชั้นกลางมากกว่า ในช่วงแรกพรรคฟาสซิสม์ “รวมพลังชาติ” ของ เลอ แปน พยายามจะฉวยโอกาสด้วยการสนับสนุน แต่เมื่อขบวนการเริ่มชูประเด็นของชนชั้นกรรมาชีพ เช่นข้อเรียกร้องให้เพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ และให้เก็บภาษีเพิ่มจากคนรวย เลอ แปน ก็ถอยออกไป ในไม่ช้าขบวนการนักศึกษาก็มาร่วมโดยนำข้อเรียกร้องของตนเองเกี่ยวกับการเก็บค่าเล่าเรียนและการกีดกันนักศึกษาจำนวนมากออกจากระบบมหาวิทยาลัย สหภาพแรงงานก็มาสนับสนุนและประกาศนัดหยุดงานด้วย แต่แกนนำสหภาพระดับชาติยังสองจิตสองใจอยู่ท่ามกลางการต่อสู้ที่ดุเดือดมากขึ้น ประเด็นเรื่องสิทธิทางเพศและเรื่องสิทธิของผู้ลี้ภัยและคนผิวดำก็ถูกชูขึ้นอีกด้วย และเวลาเกิดการทำลายทรัพย์สิน มักจะเป็นร้านค้าและรถยนต์ของเศรษฐีคนรวยที่ถูกเผา แต่ความรุนแรงส่วนใหญ่มากจากตำรวจของรัฐที่พยายามปราบผู้ประท้วงที่ไม่ได้ใช้ความรุนแรง

กลุ่มล่าสุดที่เข้ามามีส่วนร่วมคือกลุ่มคนพิการที่ไม่พอใจกับกฏหมายของรัฐบาลที่ลดมาตรฐานในการสร้างบ้านใหม่ นอกจากนี้มีนักเคลื่อนไหวในสหภาพแรงงานที่ร่วมกันเขียนจดหมายเปิดผนึกลงในหนังสือพิมพ์เพื่อเรียกร้องให้ผู้นำแรงงานออกมาประสานการนัดหยุดงาน


นักมาร์คซิสต์จะมองว่าขบวนการมวลชนที่เป็นขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม เป็นขบวนการที่เต็มไปด้วยการถกเถียงเสมอ และเป็นพื้นที่สำหรับการช่วงชิงการนำโดยพรรคการเมืองต่างๆ ทั้งฝ่ายซ้ายปฏิวัติ ฝ่ายซ้ายปฏิรูป และฝ่ายขวารวมถึงฟาสซิสต์ด้วย ตอนนี้ดูเหมือนฝ่ายซ้ายสามารถชิงการนำได้ [ดูhttps://bit.ly/2cvlmCk]

นอกจากนี้นักมาร์คซิสต์จะมองว่าถ้าจะเข้าใจขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมในยุคใดยุคหนึ่ง ต้องดูบริบททางประวัติศาสตร์ คือดูว่าการต่อสู้ก่อนหน้านั้นมีหน้าตาอย่างไร มันไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ การต่อต้านมาครงระเบิดขึ้นโดยไม่มีที่มาที่ไป

มาครง กับ นางเทเรสซา เมย์ นายกฯ อังกฤษ

วิกฤตเศรษฐกิจโลกที่เกิดขึ้นในปี 2008 นำไปสู่นโยบายรัดเข็มขัดอย่างรุนแรงในทุกประเทศของยุโรปและหลายประเทศของลาตินอเมริกา มันทำให้คนจนเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก และความเดือดร้อนดังกล่าวนำไปสู่ความโกรธแค้นที่สะสมในหัวใจคนจำนวนมาก มันแค่รอวันที่จะแสดงตัวเท่านั้น มันอธิบายได้ว่าทำไปประชาชนอังกฤษจึงลงคะแนนเสียงเพื่อออกจากอียูซึ่งก่อให้เกิดวิกฤตรุนแรงสำหรับชนชั้นปกครอง มันอธิบายได้ว่าทำไมประชาชนใน บราซิล เยอรมัน อิตาลี่ ฯลฯ เบื่อหน่ายกับพรรคกระแสหลัก และมันอธิบายความโกรธแค้นอย่างรุนแรงของ “ผู้ที่ถูกลืม” ในฝรั่งเศส


นักสหภาพแรงงานร่วมประท้วงกับเสื้อกั๊กเหลือง

ทุกวันนี้ชนชั้นปกครองในประเทศต่างๆ ของยุโรป เกรงกลัวว่าเสื้อกั๊กเหลืองจะลามจากฝรั่งเศสไปสู่ประเทศของตนเอง เหมือนกับคลื่นประท้วงอาหรับสปริงเมื่อไม่นานมานี้

ชัยชนะของขบวนการเสื้อกั๊กเหลืองในฝรั่งเศส ที่จะล้มมาครงและเปลี่ยนนโยบายของรัฐบาล จะขึ้นอยู่กับการเชื่อมโยงมวลชนกับพลังของชนชั้นกรรมาชีพและนักศึกษา แต่ถ้าผู้นำแรงงานหมูอ้วนระดับชาติพยายามจะประนีประนอมมันก็จะไม่ไปถึงจุดนั้น อย่างไรก็ตามกรณีเสื้อกั๊กเหลืองแสดงให้เห็นว่าการต่อสู้ทางชนชั้นของกรรมาชีพและคนจนมีผลสำคัญในการผลักพวกฟาสซิสม์ออกจากเวทีการเมืองของมวลชน และมันมีผลทำให้รัฐบาลมาครงหมดความชอบธรรม



เผยแพร่ครั้งแรกใน: Turnleft-Thailand turnleftthai.wordpress.com/2018/12/23


อัลจาซีรารายงานสถานการณ์ที่ฉนวนกาซา (ที่มา: Youtube/Aljazeera)

Posted: 14 May 2018 11:31 AM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท www.prachatai.com)

ชาวปาเลสไตน์ประท้วงเพื่อเรียกร้องสิทธิการกลับคืนถิ่นหลังถูกอิสราเอลทำให้พลัดถิ่นเป็นเวลา 70 ปี แต่ถูกตอบโต้ด้วยกระสุนจริง เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 52 บาดเจ็บกว่า 2,400 สหรัฐฯ เปิดสถานทูตที่เยรูซาเล็ม 33 ประเทศร่วมงานรวมถึงไทย

เมื่อ 14 พ.ค. 2561 สำนักข่าวอัลจาซีรา รายงานว่า ชาวปาเลสไตน์ซึ่งกระจายตัวประท้วงตามรั้วติดกับประเทศอิสราเอลที่ฉนวนกาซา ถูกทหารอิสราเอลสังหารไปแล้วอย่างน้อย 52 คน และบาดเจ็บอีกกว่า 2,400 คน โดยทางทหารอิสราเอลได้ใช้กระสุนจริง แก๊สน้ำตา และระเบิดไฟใส่กลุ่มผู้ชุมนุม

การประท้วงเป็นหนึ่งในกิจกรรมเพื่อเรียกร้องสิทธิในการเดินทางกลับสู่พื้นที่ที่ถูกอิสราเอลขับไล่ออกมาตั้งแต่ปี 1948 ซึ่งจะดำเนินเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ โดยในวันเดียวกันนี้เป็นวันที่สหรัฐฯ ย้ายสถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศอิสราเอลที่เดิมตั้งอยู่ในเมืองเทล อาวีฟ ไปยังกรุงเยรูซาเล็ม หลังจากประธานาธิบดีของสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศเมื่อเดือน ธ.ค. ปี 2560 ว่ากรุงเยรูซาเล็มคือเมืองหลวงของอิสราเอล

ตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค. ที่ผ่านมา ทหารอิสราเอลสังหารชาวปาเลสไตน์ไปแล้วอย่างน้อย 90 คน และทำให้บาดเจ็บไปแล้วกว่า 10,500 คน

การประท้วงมีขึ้นก่อนที่จะถึงวันรำลึกประจำปีที่ชาวปาเลสไตน์เรียกว่า นัคบา หรือแปลว่า “หายนะ (catastrophe)” ในวันที่ 15 พ.ค. ซึ่งเป็นวันที่อิสราเอลประกาศตัวเป็นประเทศเมื่อปี 1948 และเริ่มดำเนินการขับไล่ชาวปาเลสไตน์จากถิ่นที่อยู่เดิมอย่างรุนแรงเป็นจำนวนราว 7 แสนคน จนบัดนี้เป็นเวลา 70 ปีที่ชาวปาเลสไตน์ต้องพลัดถิ่น

ปัจจุบันชาวปาเลสไตน์จำนวน 2.6 ล้านคนอาศัยอยู่ในพื้นที่ฉนวนกาซา ทางทิศตะวันตกของอิสราเอล อีกจำนวนหนึ่งอาศัยอยู่ในเขตเวสต์แบงก์ทางทิศตะวันออกของอิสราเอล ทั้งสองพื้นที่ปัจจุบันเป็นดินแดนที่อิสราเอลยึดครองอยู่ จนปัจจุบัน เว็บไซต์ข่าว VOX รายงานว่ามีผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ทั้งสิ้นมากกว่า 7 ล้านคน มากกว่าประชากรชาวยิวที่มีอยู่ในประเทศอิสราเอลในปัจจุบันเสียอีก หากวันหนึ่่งอิสราเอลเปิดประเทศให้ชาวปาเลสไตน์กลับเข้ามาตั้งถิ่นฐานในประเทศ ชาวยิวจะเป็นชนกลุ่มน้อยของประเทศทันที

อิสราเอล-ปาเลสไตน์ 101: เปิดปูมดราม่า เหตุผลที่โลกขยับเพราะประเทศเล็กๆ

เมื่อ 14 พ.ค. ประธานาธิบดีของปาเลสไตน์ มาห์มูด อับบาส กล่าวระหว่างแถลงข่าวว่าเหตุการณ์ที่ทหารอิสราเอลใช้ความรุนแรงต่อชาวปาเลสไตน์เป็นหนึ่งในวันที่ทารุณที่สุดที่ประชาชนชาวปาเลสไตน์เคยพบเจอ รวมทั้งระบุว่า การที่สหรัฐฯ ตั้งสถานทูตในเยรูซาเล็มส่งผลให้สหรัฐฯ ไม่สามารถเป็นตัวกลางในกระบวนการสันติภาพในภูมิภาคตะวันออกกลางได้อีกต่อไป

ในวันเดียวกัน ริยาด มันซูร์ ทูตปาเลสไตน์ประจำสหประชาชาติประณามอิสราเอลที่โจมตีชาวปาเลสไตน์ที่ไร้อาวุธ รวมทั้งให้ความเห็นในประเด็นสถานทูตสหรัฐฯ ในอิสราเอลว่าเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามาก

“เป็นเรื่องน่าเศร้าที่พวกเขา (สหรัฐฯ) เฉลิมฉลองการกระทำที่ผิดกฎหมาย ในขณะที่อิสเราเอลกำลังเข่นฆ่าและทารุณชาวปาเลสไตน์จำนวนนับพัน”

“เป็นวันที่เศร้าโศกของชาวปาเลสไตน์ และเป็นที่น่าละอายใจสำหรับผู้ที่เมินเฉยต่อความเจ็บปวดของชาวปาเลสไตน์” ริยาดกลาว

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขของปาเลสไตน์ได้เรียกร้องผ่านทวิตเตอร์ ให้ประชาชนในฉนวนกาซาไปยังศูนย์บริจาคเพื่อบริจาคเลือด

ในวันเดียวกันนี้ สหรัฐฯ และอิสราเอลได้มีพิธีเปิดสถานทูตสหรัฐฯ ประจำอิสราเอลในกรุงเยรูซาเล็ม ท่ามกลางกระแสการประณามในภูมิภาค รวมถึงปาเลสไตน์ที่เป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง อย่างไรก็ดี มีหลายประเทศส่งตัวแทนไปร่วมพิธีเปิดสถานทูตใหม่รวมถึงไทย ทางกระทรวงการต่างประเทศของอิสราเอลระบุว่า ได้เชิญตัวแทนจาก 86 ประเทศที่มีทูตประจำอยู่ในอิสราเอล และประเทศที่ตอบรับว่าจะเข้าร่วมมีจำนวน 33 ประเทศ ได้แก่ อัลเบเนีย แองโกลา ออสเตรีย แคเมอรูน สาธารณรัฐคองโก สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ไอวอรี โคสท์ สาธารณรัฐเช็ค สาธารณรัฐโดมินิกัน เอลซัลวาดอร์ เอธิโอเปีย กัวเตมาลา จอร์เจีย ฮอนดูรัส ฮังการี เคนยา เมียนมาร์ ไนจีเรีย ปานามา เปรู ฟิลิปปินส์ โรมาเนีย รวันดา เซอร์เบีย ซูดานใต้ ไทย มาซิโดเนีย ยูเครน เวียดนาม ปารากวัย แทนซาเนีย และแซมเบีย

เยรูซาเลมคืออะไร

เยรูซาเลมเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ตรงชายแดนระหว่างอิสราเอลกับเขตเวสต์แบงก์ เป็นเมืองที่มีศาสนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของศาสนายูดายและอิสลาม จึงเป็นเมืองที่ทั้งอิสราเอลและปาเลสไตน์ต่างก็หมายปองจะใช้เป็นเมืองหลวง

แนวคิดเรื่องการแบ่งเมืองเยรูซาเลมอย่างยุติธรรมที่สุดยังคงเป็นปัญหาที่คุยกันไม่จบ ในช่วง 20 ปีแรกหลังอิสราเอลก่อตั้งประเทศ จอร์แดนเป็นเจ้าของพื้นที่เยรูซาเลมตะวันออกซึ่งเป็นที่ตั้งของเทมเปิลเมาท์ หน้าผาที่เป็นที่ตั้งของกำแพงเวสเทิร์นวอลล์อันเป็นกำแพงโบราณจากวัดยิวที่ยังเหลืออยู่ ถือเป็นศาสนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งของศาสนายูดาย และยังเป็นที่ตั้งของมัสยิดอัล-อัคซา และโดมทองแห่งเยรูซาเลม (Dome of the Rock) ที่เป็นทั้งศาสนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของทั้งสองศาสนาที่กล่าวมา แต่หลังสงครามกับชาติอาหรับที่มีขึ้นอีกครั้งในปี 1967 อิสราเอลก็ได้เยรูซาเลมตะวันออกมาเป็นของตัวเอง

ทุกวันนี้อิสราเอลใช้เยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงแต่เพียงผู้เดียว แต่ก็แทบไม่มีประเทศไหนให้การยอมรับ สะท้อนจากการตั้งสถานทูตของหลายประเทศในเมืองเทล อาวีฟ แทนที่จะเป็นเยรูซาเลม ที่ผ่านมาสหรัฐฯ เองก็ไม่ได้ประกาศยอมรับสถานภาพเยรูซาเลมในฐานะเมืองหลวงของอิสราเอล เนื่องจากท่าทีเช่นว่าอาจส่งผลกระทบต่อสถานะการเป็นตัวกลางสานสันติภาพ และอาจทำให้เกิดความรุนแรงตามมา กระนั้นก็ตาม แม้ท่าทีของทรัมป์ในปัจจุบันจะค้านสายตานานาประเทศอย่างไร แต่ก็ยังคงเหลือพื้นที่ให้เจรจาแบ่งกรุงเยรูซาเลมกันได้อยู่ เพราะทรัมป์เองก็ไม่ได้พูดชัดๆ ว่าเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงที่แบ่งให้ปาเลสไตน์ไม่ได้

แปลและเรียบเรียงจาก

US opens embassy in Jerusalem: Which countries attended?, Aljazeera, May 15, 2018

Gaza protests: All the latest updates, Aljazeera, May 14, 2018


การเมืองไทย ในกะลา

​ทรัมป์ขู่ยุติการค้ากับทุกประเทศที่ทำธุรกิจกับเกาหลีเหนือ

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯประกาศผ่านข้อความในทวิตเตอร์ส่วนตัวว่าสหรัฐฯกำลังพิจารณายุติความสัมพันธ์ด้านการค้ากับทุกประเทศที่ทำธุรกิจกับเกาหลีเหนือ เพื่อเป็นหนึ่งในมาตรการตอบโต้เกาหลีเหนือที่เพิ่งทำการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ครั้งที่ 6 เมื่อวานนี้ (3 กันยายน 2017) และอ้างว่าสามารถนำหัวรบระเบิดนิวเคลียร์ไปติดตั้งกับขีปนาวุธได้แล้ว

นายสตีเฟน มนูชิน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของสหรัฐฯเคยกล่าวก่อนหน้านี้ว่า กระทรวงการคลังของสหรัฐฯกำลังเตรียมร่างแผนมาตรการคว่ำบาตรต่อเกาหลีเหนือฉบับใหม่เพื่อส่งให้นายโดนัลด์ ทรัมป์พิจารณาอย่างจริงจัง ซึ่งมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือฉบับใหม่นี้ จะทำให้ประเทศที่ทำการค้าหรือทำธุรกิจกับเกาหลีเหนือไม่สามารถทำการค้าหรือทำธุรกิจกับสหรัฐฯได้ ซึ่งเขาเชื่อมั่นว่าจะทำให้เกาหลีเหนือถูกตัดความสัมพันธ์ทางการค้ากับทั่วโลก

แผนคว่ำบาตรดังกล่าวจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อจีนซึ่งเป็นพันธมิตรกับเกาหลีเหนือและนำเข้าสินค้าจากเกาหลีเหนือสูงร้อยละ 90 ของสินค้าที่เกาหลีเหนือส่งออกทั้งหมด ซึ่งทรัมป์เคยพูดย้ำหลายครั้งว่าเขาต้องการให้จีนเพิ่มแรงกดดันให้เกาหลีเหนือหยุดทำการทดสอบขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์


ขับเคลื่อนโดย Blogger.