แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ NASA แสดงบทความทั้งหมด

เมื่อวานนี้ (28 มิ.ย.) องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือนาซา ทดสอบระบบขับดันของจรวดสเปซ ลอนช์ ซิสเต็ม หรือ เอสแอลเอส เป็นครั้งที่ 2 ที่เมืองโพรมอนโทรีในรัฐยูทาห์ของสหรัฐฯ การทดสอบเครื่องยนต์ของระบบขับดันในครั้งนี้กินเวลาราว 2 นาที นาซาคาดว่าจะนำข้อมูลที่ได้มาประมวลสำหรับการทดสอบในครั้งต่อไป ก่อนที่จะทำการปล่อยจรวดเอสแอลเอส เพื่อทดลองส่งยานแคปซูลโอไรอันสู่อวกาศโดยที่ไม่มีผู้โดยสารเป็นเที่ยวแรกในปี 2561
ทั้งนี้ จรวดเอสแอลเอส ถูกออกแบบมาทดแทนพันธกิจของกระสวยอวกาศในภารกิจส่งมนุษย์ไปโคจรรอบดวงจันทร์ ดาวเคราะห์น้อย รวมถึงดาวอังคาร จรวดมีระบบขับดันขนาดใหญ่และทรงพลังที่สุดเท่าที่นาซาเคยสร้างมา โดยเป็นระบบขับดันที่ปรับปรุงมาจากโครงการกระสวยอวกาศที่ใช้เชื้อเพลิงแข็ง
ก่อนหน้านี้ นาซาใช้งบประมาณราว 317,000 ล้านบาทในโครงการคอนสเตลเลชันที่ตั้งขึ้นมาในช่วงปี 2548-2553 เพื่อพัฒนาระบบและยานแบบใหม่สำหรับการส่งนักบินอวกาศไปสำรวจพื้นผิวดวงจันทร์อีกครั้งภายในปี 2563 แต่ประธานาธิบดี บารัค โอบามา ได้ประกาศยุติโครงการดังกล่าว อย่างไรก็ตาม รัฐสภาสหรัฐฯ ได้อนุมัติโครงการสำรวจดาวอังคารและดาวเคราะห์น้อยในวงโคจรดาวอังคารในระดับสูงแทน‪#‎NASA‬ ‪#‎SLS‬ ‪#‎Booster‬



นาซาเผยโฉมกระจกปฐมภูมิของกล้องโทรทรรศน์อวกาศ "เจมส์ เว็บบ์" เป็นครั้งแรก
องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือนาซา เผยแพร่ภาพของส่วนกระจกปฐมภูมิที่จะติดตั้งในกล้องโทรทรรศน์อวกาศ เจมส์ เว็บบ์ ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการประกอบสร้างที่รัฐแมริแลนด์ของสหรัฐฯ เพื่อเตรียมนำกล้องนี้มาใช้งานแทนที่กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลในปี 2018
ส่วนกระจกปฐมภูมิของกล้องโทรทรรศน์อวกาศ เจมส์ เว็บบ์ มีความพิเศษคือทำจากเบริลเลียมเคลือบด้วยทองคำ มีความกว้างถึง 6.5 เมตร ซึ่งใหญ่กว่ากระจกปฐมภูมิของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลถึง 7 เท่า แต่สามารถพับให้แบนราบได้
กระจกปฐมภูมิขนาดใหญ่ของกล้องโทรทรรศน์อวกาศ เจมส์ เว็บบ์ จะทำให้สามารถตรวจจับแสงที่ส่งมาจากห้วงอวกาศลึกได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งบรรดานักดาราศาสตร์คาดว่า กล้องโทรทรรศน์อวกาศตัวใหม่นี้จะสามารถตรวจจับแสงของดาวดวงแรกในจักรวาลได้


ขับเคลื่อนโดย Blogger.