แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ซีเรีย แสดงบทความทั้งหมด


ซีเรียประกาศหยุดยิงชั่วคราวบางพื้นที่ ยกเว้นเมืองอเลปโปที่สถานการณ์รุนแรง
กองทัพรัฐบาลซีเรียประกาศหยุดยิงชั่วคราวในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ ยกเว้นเมืองอเลปโป เมืองสำคัญอันดับสองของประเทศที่กำลังอยู่ท่ามกลางการสู้รบที่ดุเดือดระหว่างฝ่ายรัฐบาลซีเรียกับกลุ่มกบฏ
การประกาศหยุดยิงชั่วคราวของกองทัพซีเรียเริ่มมีผลตั้งแต่เวลา 01.00 น. ของวันนี้ (30 เม.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยจะหยุดยิงเป็นเวลา 24 ชั่วโมงในกรุงดามัสกัส และเขตกูตาตะวันออก นอกจากนี้จะหยุดยิงเป็นเวลา 72 ชั่วโมงในจังหวัดลาตาเกีย ทางตอนเหนือของประเทศ อย่างไรก็ตาม กองทัพซีเรียไม่ได้ชี้แจงว่าเหตุใดจึงประกาศหยุดยิงเป็นเวลาชั่วคราวเท่านั้น อีกทั้งการประกาศหยุดยิงนี้ยังไม่มีผลบังคับใช้ในเมืองอเลปโปซึ่งสถานการณ์ย่ำแย่
เมื่อวานนี้มีรายงานว่าจรวดที่ยิงโดยกลุ่มกบฏได้คร่าชีวิตชาวบ้าน 15 คนที่ไปร่วมการละหมาดวันศุกร์ที่มัสยิดแห่งหนึ่งในพื้นที่ยึดครองของกองทัพซีเรียในเมืองอเลปโป สถานีโทรทัศน์ซีเรียรายงานว่าเหตุโจมตีดังกล่าวสร้างความเสียหายอย่างหนักมีผู้บาดเจ็บเสียชีวิตหลายคน ขณะที่ผู้บาดเจ็บบางคนมีอาการสาหัสและน่าจะเสียชีวิตในที่สุด
ส่วนในพื้นที่ยึดครองของกลุ่มกบฏทางฝั่งตะวันออกของเมืองอเลปโป ก็ตกเป็นเป้าโจมตีทางอากาศของกองทัพซีเรีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตไปอย่างน้อย 11 คนและทำลายสถานพยาบาลอีกแห่ง ซึ่งถือเป็นการถล่มสถานพยาบาลครั้งที่สองในรอบหนึ่งสัปดาห์ นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่ามีการโจมตีย่านที่พักอาศัยด้วยระเบิดถังน้ำมันด้วย
ผู้สื่อข่าวบีบีซีบอกว่า การประกาศหยุดยิงชั่วคราวในบางพื้นที่ครั้งนี้เป็นผลจากการเจรจาระดับสูงระหว่างสหรัฐฯและรัสเซีย ตามคำเรียกร้องขององค์การสหประชาชาติ และอีกหลายฝ่ายที่พยายามยับยั้งไม่ให้ข้อตกลงหยุดยิงที่รัฐบาลซีเรียทำกับบรรดากลุ่มกบฏเมื่อวันที่ 27 ก.พ. ต้องพังครืนลง
สหรัฐฯหวังว่าการหยุดยิงชั่วคราวครั้งนี้จะช่วยให้บรรยากาศการสู้รบบรรเทาความรุนแรงลง และอาจขยายเขตหยุดยิงให้ครอบคลุมไปถึงเมืองอเลปโปต่อไปได้ด้วย ทั้งนี้ มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 240 คนในช่วงที่การสู้รบทวีรุนแรงใน 9 วันที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวระบุว่า ความรุนแรงที่ปะทุขึ้นทำให้หลายฝ่ายเกรงว่าการสู้รบจะยืดเยื้อ และอาจดับความหวังที่ว่าฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับปัญหาความขัดแย้งในซีเรียจะกลับเข้าสู่การเจรจาสันติภาพในนครเจนีวา ของสวิตเซอร์แลนด์



ความขัดแย้งในซีเรีย : ยูเอ็นชี้สถานการณ์ในเมืองอเลปโปเข้าขั้น “หายนะ” หลังการโจมตีโรงพยาบาล
นายยาน อีเกอลันด์ หัวหน้าหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในซีเรียของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เปิดเผยว่า สถานการณ์ในเมืองอเลปโป ในช่วง 24-48 ชั่วโมงที่ผ่านมาเข้าขั้น “หายนะ” แล้วหลังจากที่มีการโจมตีทางอากาศหลายจุดในเมือง หนึ่งในนั้นรวมถึงการโจมตีโรงพยาบาล ส่งผลให้ชาวบ้าน แพทย์และเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์เสียชีวิตจำนวนมาก
กลุ่มแพทย์ไร้พรมแดนหรือเอ็มเอสเอฟเองบอกว่า เหตุโจมตีที่โรงพยาบาลอัล-กุดส์ ทำให้คนไข้ตายไป 14 คน แพทย์ตายไป 3 คน รวมทั้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเด็กคนสุดท้ายของเมือง และเมื่อรวมแล้วจำนวนผู้เสียชีวิตจากการโจมตีที่โรงพยาบาลมีอย่างน้อย 27 คน ส่วนอีก 30 คนเสียชีวิตในการโจมตีจุดอื่นๆในเมืองอเลปโป
นายอีเกอลันด์ ระบุว่า การโจมตีที่เกิดขึ้นนอกจากจะทำให้เจ้าหน้าที่แพทย์ และเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์จำนวนมากได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตแล้ว อีกทั้งยังทำให้ประชาชนอีกหลายล้านคนตกอยู่ในความเสี่ยงอย่างมากในช่วงไม่กี่วันข้างหน้านี้
แหล่งข่าวในพื้นที่ระบุว่า การโจมตีโรงพยาบาลครั้งนี้เป็นฝีมือของเครื่องบินกองทัพซีเรีย หรือเครื่องบินรัสเซียที่ให้การสนับสนุนรัฐบาลของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด แต่กองทัพซีเรียและรัสเซียต่างปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว
ขณะที่นายจอห์น แคร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ แสดงความไม่พอใจอย่างยิ่งต่อการโจมตีโรงพยาบาลครั้งนี้ และบอกว่าดูเหมือนจะเป็นการโจมตีโดยจงใจ ด้านนายบัน คี-มูน เลขาธิการยูเอ็นเรียกร้องให้สหรัฐฯและรัสเซียเพิ่มแรงกดดันเพื่อหยุดยั้งความรุนแรงในซีเรีย และขอให้มีการสอบสวนที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับเหตุถล่มโรงพยาบาลครั้งนี้
ด้านนายสตาฟฟาน เดอ มิสตูรา ทูตพิเศษด้านกิจการซีเรียของยูเอ็น เตือนว่า ข้อตกลงหยุดยิงที่รัฐบาลซีเรียทำกับบรรดากลุ่มกบฏซึ่งไม่ใช่กลุ่มนักรบจีฮัดเมื่อวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมาแทบจะไม่เป็นผล
ทั้งนี้ ปัญหาความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นนี้มีขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวว่ากองทัพซีเรียซึ่งได้รับการสนับสนุนปฏิบัติการโจมตีทางอากาศจากรัสเซียกำลังเดินหน้าโจมตีครั้งใหญ่ต่อกลุ่มกบฏในเมืองอเลปโป
ผู้สื่อข่าวบีบีซีบอกว่า หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ข้อตกลงหยุดยิงไม่เป็นผลเนื่องจากข้อตกลงนี้ไม่ได้ครอบคลุมถึงกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับปัญหาความขัดแย้งในซีเรียอีกหลายกลุ่ม อาทิ กลุ่มแนวร่วมอัล-นุสรา ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธในเครือข่ายของกลุ่มอัลไคด้า ด้วยเหตุนี้จึงยังมีการสู้รบอยู่ในหลายพื้นที่ และทำให้รัฐบาลซีเรียสามารถอ้างความชอบธรรมในปฏิบัติการโจมตีที่เกิดขึ้นครั้งนี้


ขับเคลื่อนโดย Blogger.