แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไอเอส แสดงบทความทั้งหมด


แก้ไขคำผิด 14.20 น.
หลายฝ่ายเตือนโบโกฮารามเป็นภัยโดยเฉพาะเมื่อจับมือกับกลุ่มไอเอส
นายฟรองซัวส์ โอลองด์ ประธานาธิบดีฝรั่งเศสออกมาเตือนเรื่องนี้ในขณะที่ไนจีเรียจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมสุดยอดเพื่อรับมือกับกลุ่มโบโกฮาราม ซึ่งก่อเหตุร้ายในภูมิภาคและประกาศตัวสนับสนุนกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลามหรือกลุ่มไอเอสเมื่อปีที่แล้ว
ก่อนหน้านั้นคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ก็ได้แสดงความวิตกกังวลต่อกรณีที่กลุ่มติดอาวุธโบโกฮารามในไนจีเรียจับมือผนึกกำลังกับกลุ่มไอเอสด้วย โดยในแถลงการณ์ของคณะมนตรีความมั่นคงระบุว่า กลุ่มโบโกฮารามยังคงเป็นภัยคุกคามสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาคแอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกลุ่มจับมือเป็นพันธมิตรกับไอเอส
ประธานาธิบดีมูฮัมมาดู บูฮารี ของไนจีเรียจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดเพื่อต่อสู้กับกลุ่มโบโกฮารามเมื่อ 14 พ.ค.ที่กรุงอาบูจา โดยมีผู้นำจากเบนิน แคเมอรูน ชาด และไนเจอร์เข้าร่วม พร้อมด้วยประธานาธิบดีโอลองด์ของฝรั่งเศส นายฟิลิป แฮมมอนด์ รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ และนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ
โดยนายบลิงเคน แสดงความวิตกกังวลต่อรายงานที่ระบุว่ามีสมาชิกโบโกฮารามเดินทางไปเข้าร่วมกลุ่มไอเอสในลิเบีย ซึ่งเป็นประเทศที่ไอเอสได้แผ่ขยายอิทธิพลเข้าไปเป็นอย่างมากในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา และพบว่าทั้งสองกลุ่มมีการติดต่อประสานงานกันมากขึ้น ซึ่งถือเป็นประเด็นที่ที่ประชุมให้ความสนใจและต้องการตัดสายสัมพันธ์นี้
ด้านนายแฮมมอนด์ ระบุว่า อังกฤษกำลังช่วยฝึกฝนทหารไนจีเรีย 1,000 นายเพื่อต่อสู้กับโบโกฮารามในฐานที่มั่นของกลุ่มทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไนจีเรีย โดยนายแฮมมอนด์ ชี้ว่าขณะนี้โบโกฮารามเริ่มอ่อนกำลังลง ทำให้ต้องเร่งเดินหน้าโจมตีอย่างหนักเพื่อกำจัดผู้ก่อการร้ายกลุ่มนี้ให้ราบคาบ และสร้างสภาพที่เหมาะสมเพื่อให้ภูมิภาคนี้มีเสถียรภาพอีกครั้งหลังเกิดปัญหาความไม่สงบ
ทั้งนี้กลุ่มโบโกฮารามได้โจมตีเป้าหมายที่เป็นพลเรือนในช่วงที่กองทัพไนจีเรียพยายามแย่งชิงพื้นที่ยึดครองของกลุ่ม ซึ่งในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา โบโกฮาราม สังหารผู้คนไปแล้วราว 20,000 คน และทำให้ประชาชนกว่า 2 ล้านคนต้องละทิ้งบ้านเรือน


บทวิเคราะห์: ชี้เบลเยี่ยมเป็นแหล่งบ่มเพาะนักรบจีฮัดให้กับไอเอส การโจมตีเบลเยี่ยมคือการสร้างเงื่อนไขความแตกแยกและคับแค้นเพื่อผลในการหาสมาชิกเพิ่ม
22 มี.ค. กรุงบรัสเซลส์ถูกโจมตี 2 จุดภายในระยะเวลาเพียงชั่วโมงเศษ โดยจุดแรกเกิดขึ้นที่ท่าอากาศยานในกรุงบรัสเซลส์ ส่วนอีกจุดเกิดขึ้นที่สถานีรถไฟใต้ดินมาลเบค “ปีเตอร์ ฟาน ออสเตเยน” นักวิเคราะห์เกี่ยวกับนักรบจีฮัด บอกว่า สาเหตุที่ทำให้เบลเยียมตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลาม (ไอเอส) มีอยู่ด้วยกันหลายประการ หนึ่งในนั้นคือการที่เบลเยียมเป็นแหล่งบ่มเพาะกลุ่มนักรบจีฮัดที่มีความคับแค้นใจเพราะรู้สึกว่าตนได้รับการปฏิบัติเยี่ยงพลเมืองชั้นสองของประเทศ
ช่วงก่อนเกิดเหตุก่อการร้ายในบรัสเซลส์เพียงไม่กี่วัน กองกำลังฝ่ายความมั่นคงของเบลเยียมได้บุกทลายแห่งกบดานของเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับเหตุก่อการร้ายในกรุงปารีสเมื่อวันที่ 13 พ.ย.ปีก่อน และได้วิสามัญฆาตกรรมนายโมฮัมเหม็ด เบลกาอิด ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นหัวหน้ากลุ่ม จากนั้นก็สามารถตามจับกุมตัวนายซาลาห์ อับเดสลาม ผู้ต้องสงสัยคนสำคัญในเหตุโจมตีที่ปารีส ความสำเร็จครั้งนี้สร้างความยินดีแก่รัฐบาลเบลเยียมเป็นอย่างมากและคิดว่าสามารถจัดการเครือข่ายก่อการร้ายที่ปารีสได้ในที่สุด โดยไม่คาดคิดว่าบรัสเซลส์จะตกเป็นเป้าหมายการโจมตีในเวลาต่อมา
ออสเตเยน ระบุว่า หลังจากนายอับเดสลามถูกจับ มีกระแสข่าวแพร่สะพัดออกมาว่าเขาอาจให้ความร่วมมือกับกระทรวงยุติธรรมเบลเยียม ด้วยเหตุนี้จึงทำให้คาดว่าเครือข่ายของกลุ่มไอเอสที่วางแผนโจมตีกรุงปารีส และวางแผนจะโจมตีเบลเยียมอาจตัดสินใจชิงลงมือก่อเหตุให้เร็วขึ้น โดยวิธีการก่อเหตุในบรัสเซลส์มีรูปแบบเดียวกับเหตุโจมตีครั้งก่อนๆของไอเอส เช่น การโจมตีในตูนิเซีย การโจมตีเครื่องบินโดยสารรัสเซียบนคาบสมุทรไซนาย และการโจมตีที่ปารีส ที่คนร้ายมีเป้าหมายสำคัญในการสังหารผู้คนให้ได้มากที่สุด เพื่อสร้างความวุ่นวายแล้วฉกฉวยประโยชน์จากเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งในกรณีของเบลเยียมนั้นคือการสร้างความแตกแยกระหว่างมุสลิมและผู้ที่ไม่ใช่มุสลิม
ออสเตเยน บอกว่า กลุ่มไอเอสหวังจะสร้างความขัดแย้งระหว่างตะวันตกกับมุสลิม การยั่วยุให้เกิดความรู้สึกหวาดกลัวและต่อต้านอิสลามนั้นจะทำให้กลุ่มไอเอสสามารถฉวยโอกาสใช้เบลเยียมเป็นแหล่งบ่มเพาะกลุ่มนักรบจีฮัดของตนได้ เพราะหากดูจากการทำงานของบรรดาเครือข่ายกลุ่มหัวรุนแรงในเบลเยียม จะเห็นได้ว่ากลุ่มเหล่านี้มักใช้ข้ออ้างเรื่องถูกปฏิบัติราวกับพลเมืองชั้นสองของประเทศ เช่น การถูกห้ามสวมผ้าคลุมที่ปิดบังใบหน้าทั้งหมด มาเป็นข้ออ้างในการไปเข้าร่วมกลุ่มไอเอส ส่งผลให้ปัจจุบันเกิดกลุ่มหัวรุนแรงขึ้นในเบลเยียมหลายกลุ่ม และทำให้เบลเยียมกลายเป็นประเทศที่มีสัดส่วนนักรบจีฮัดต่อประชากรมากที่สุดในแถบยุโรปตะวันตก ซึ่งคนร้ายที่ก่อเหตุในกรุงปารีสและบรัสเซลส์ ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกไอเอสที่มาจากเบลเยียม
ออสเตเยน เชื่อว่า ภัยก่อการร้ายที่คุกคามประเทศในยุโรปยังไม่หมดไป พร้อมชี้ว่ามีความเป็นไปได้สูงที่เครือข่ายไอเอสกลุ่มอื่นๆกำลังเฝ้ารอสัญญาณที่จะออกมาก่อเหตุร้ายอีกครั้งไม่ว่าจะเป็นในเบลเยียม ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ หรือสหราชอาณาจักร
ในภาพ สนามบินซาเวนเท่มของเบลเยี่ยมหลังถูกโจมตีเมื่อเวลาประมาณ 8 น.


ขับเคลื่อนโดย Blogger.