พบหลุมฝังศพหมู่กว่า 50 แห่งในพื้นที่ที่เคยถูกไอเอสยึดครองในอิรัก
นายยาน คูบิส ผู้แทนพิเศษของสหประชาชาติ ประจำอิรัก เปิดเผยว่า พบหลุมฝังศพหมู่กว่า 50 แห่งในหลายพื้นที่ของอิรักซึ่งเคยตกอยู่ภายใต้การยึดครองของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลาม (ไอเอส)
นายคูบิส กล่าวต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติว่า หลุมศพเหล่านี้เป็นหลักฐานแสดงถึงการก่ออาชญากรรมอันโหดเหี้ยมของกลุ่มไอเอส โดยหลุมศพเหล่านี้ถูกพบในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ในจำนวนนี้เป็นหลุมศพที่ถูกพบในเมืองรามาดี ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายหลุมและมีศพถูกฝังอยู่ราว 40 ศพ โดยเมืองแห่งนี้ถูกไอเอสยึดครองเมื่อเดือน พ.ค.ปีที่แล้ว ก่อนที่กองทัพอิรักจะชิงเมืองกลับมาได้อย่างสมบูรณ์ในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ยังมีการพบหลุมศพหมู่ใกล้กับเมืองซินจาร์ และเมืองติกรีตทางภาคเหนือของอิรัก รวมทั้งบริเวณใกล้กับจังหวัดอันบาร์ทางภาคตะวันตก โดยผู้ที่ตกเป็นเหยื่อส่วนใหญ่ได้แก่บรรดาชนเผ่า ทหารอิรัก ผู้หญิงและชนกลุ่มน้อยชาวยาซิดี ขณะเดียวกันมีรายงานว่า มีการพบหลุมศพหมู่อีกหลายแห่งในหลายพื้นที่ของซีเรียที่เคยตกอยู่ภายใต้การยึดครองของไอเอส
นายคูบิส เรียกร้องให้ประชาคมโลกเพิ่มความพยายามมากขึ้นเพื่อให้แน่ใจว่าสมาชิกไอเอสจะถูกนำตัวมาลงโทษ พร้อมชี้ว่าไอเอสยังคงเป็นกลุ่มก่อการร้ายที่มีอิทธิพลและปรับเปลี่ยนกลยุทธ์อยู่เสมอ ซึ่งการใช้กำลังทหารเพียงอย่างเดียวไม่สามารถกำจัดไอเอสได้อย่างสิ้นซาก ทว่าจะต้องแก้ปัญหาที่ต้นตอที่ทำให้เกิดลัทธิสุดโต่งและใช้ความรุนแรง นอกจากนี้ นายคูบิส ยังขอให้นานาชาติช่วยบริจาคเงินสำหรับนำไปช่วยเหลือชาวอิรัก โดยระบุว่า วิกฤติด้านมนุษยธรรมในอิรักยังอยู่ในขั้นเลวร้ายที่สุดแห่งหนึ่งในโลก และชาวอิรักกว่า 10 ล้านคน หรือราว 1 ใน 3 ของประชากรยังต้องการความช่วยเหลือจากนานาชาติ

แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.