Posted: 30 Apr 2018 09:46 AM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท www.prachatai.com)

30 เม.ย. 2561 ดิเรกเสวนา และ book talk "ประชานิยมในโลก(ไร้)ประชาธิปไตย" พร้อมเปิดตัวหนังสือ ประชานิยม: ความรู้ฉบับพกพา (Populism: A Very Short Introduction) โดยสำนักพิมพ์ bookscape โดยช่วงแรกเป็นการนำเสนอของ ศ.ดร.เกษียร เตชะพีระ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักวิชาการ ผู้แปล “ประชานิยม: ความรู้ฉบับพกพา”


[right-side]


ครูบาทอง ขอลำดับเวลาตั้งแต่แรกเริ่ม จนถึงวันนี้ ของหมู่บ้านป่าแหว่ง เอาแบบย่อๆสั้นๆแต่ถูกต้องชัดเจนได้ใจความนะครับ(รายละเอียดปลีกย่อยไปหาอ่านกันเอาเองครับ)

จะได้เลิกใส่ร้ายทางการเมืองกันซะที ว่า ใครอนุญาต ใครให้ที่ดิน ใครให้เงิน ตามครูบาทองมาครับ

เริ่มเลยครับ

25 กค. 2540 ศาลขอใช้ที่ดินจากทหาร

12 เมย. 2542 ทหาร ให้ศาล ยืนยันการขอใช้ที่ดินอีกครั้ง

21 เมย. 2542 ศาลยืนยันการขอใช้ที่ดินกลับไปที่ทหาร

20 สค. 2543 ศาลแยกตัวออกจากกระทรวงยุติธรรม เป็นองค์กรอิสระ

31 มค 2546 ศาลอุทธรณ์ ภาค 5 ขอใช้ที่ดิน 106 ไร่ ตรงจุดนี้ กับทหารอีกครั้ง(เนื่องจากครั้งก่อน ทหารมอบให้กระทรวงยุติธรรม)

13 มีค. 2546 ศาลอุทธรณ์ภาค 5 เสนอแบบแปลนในการใช้ที่ดินแก่ มทบ.33 และสอบถามว่า ที่ดินนี้ อยู่ในเขตอะไรกันแน่

10 มิย. 2546 มทบ.33 แจ้งศาลอุทธรณ์ภาค 5 ว่า ที่ดินผืนนี้ อยู่นอกอุทยานสุเทพ-ปุย เป็นที่ราชพัสุที่มอบให้ทหารใช้งาน ทหารมอบต่อให้ศาลใช้งานตามที่ศาลขอมาได้

4 มีค. 2547 มทบ.33 แจ้งศาลว่า แบบแปลนที่เสนอมานั้น ไม่ติดหรือขัดข้องไม่กระทบกับหน่วยทหาร ยอมรับแบบ

และเพิ่มพื้นที่ให้ศาลจากเดิมขอมา 106 ไร่ เพิ่มเป็น 147-3-41 ไร่

19 กย. 2548 ศาลอุทธรณ์ภาค 5 มีหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ (นายสุวัฒน์ ตันติพัฒน์) ขอใช้ที่ดินราชพัสดุ หมายเลขที่ดิน 1723 จำนวนเนื้อที่ 147-3-41 ไร่ ผู้ว่าราชการจังหวัด เห็นว่าทหารเจ้าของสิทธิการใช้ที่ดินผืนนี้ไม่ขัดข้อง จึงทำหนังสือถึงธนารักษ์

21 กค. 49 ธนารักษ์แจ้งผู้ว่าฯ อนุญาตตามศาลขอมา

14 พย. 49 ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ (นายวิชัย ศรีขวัญ)ทำหนังสือแจ้งศาล ว่าธนารักษ์อนุมัติให้ใช้ที่ดินตามขอได้ ศาลฯ จึงเริ่มโครงการ และเริ่มขบวนการ ตั้งงบประมาณ เพื่อดำเนินการสร้างโครงการนี้

20 พค. 2557 คสช.ทำการปฏิวัติรัฐประหารรัฐบาลนายกปู

8 กย .2557 ศาลฯ ได้รับงบประมาณการก่อสร้างโครงการ 955,064,056.28 บาท (เก้าร้อยห้าสิบห้าล้านหกหมื่นสี่พันห้าสิบหกบาทยี่สิบแปดสตางค์)

และได้ทำสัญญาก่อสร้างกับ บริษัท พี.เอ็น.เอสไซน์ จำกัด โดยมี บริษัท เอ็นจิเนียร์ริ่งดีไซน์ จำกัด เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง เริ่มเข้าทำลายป่า

กลุ่มจักรยานเสือภูเขา เข้าไปเห็นการใช้รถไถ รถแมคโคร เข้าไถ-ถางป่า ปรับพื้นที่ จึงแจ้งให้กลุ่มร่มบิน ขึ้นบินสำรวจ

27 เมย. 58 นายธีรศักดิ์ รูปสุวรรณ ประธานชมรมร่มบินเชียงใหม่ ทำหนังสือ ประท้วง คัดค้าน โครงการ ขอระงับและตรวจสอบโครงการนี้ ถึงอุทยานสุเทพ-ปุย แต่ จนท.อุทยานยืนยันกับนายธีรศักดิ์ ว่า พื้นที่นี้ อยุ่นอกเขตอุทยาน จึงไม่มีอำนาจไประงับโครงการได้

นี่ก็เป็นอีกคำตอบหนึ่งสำหรับคำถาม "มาคัดค้านอะไรเวลานี้" เขาคัดค้านมาตั้งแต่เริ่มทำลายป่าโน่นแล้วครับ ท่านฟังแต่ไม่ได้ยิน ท่านดูหนังสือคัดค้านแต่ท่านไม่เห็น ท่านดื้อตาใส ลุยสร้างโดยยืนยันกระต่ายขาเดียว ว่าท่านถูกกฏหมาย

จนมาถึงวันนี้ 2561 ชาวบ้านเขาทนไม่ไหวแล้ว เขาจึงต้องออกมาทำอะไรซักอย่างให้ท่านได้ยิน ให้ท่านเห็น


จากปี พศ. 2540 ถึง ปี พศ. 2561 เป็นเวลา 21 ปี โครงการนี้ ผ่านนายกรัฐมนตรี มาถึง 9 คน (ไม่นับนายกรักษาการนะครับ เอานายกฯจริงๆนะ) ผ่านคณะปฏิวัติมาถึง 2 คณะ ทั้ง คมช.บิ๊กบัง และ คสช. ลุงตู่



1.ชวลิต ยงใจยุทธ (25 พย. 39- 9 พย.40)

2.ชวน หลีกภัย (9 พย.40-9 กพ.44)

3.ทักษิณ ชินวัตร (9 กพ.44-11 มีค.48) และ สมัยที่2 (11 มีค.48 - 19 กย.49)

คมช.ปฏิวัติ โดยบิ๊กบัง (19 กย 49 - 1 ตค. 49)

4.สรยุทธ จุลานนท์ (1 ตค. 49 - 29 มค. 51)

5.สมัคร สุนทรเวช (29 มค. 51 - 9 กย. 51) ถูกปลดเพราะผัดข้าวออกทีวี.

6.สมชาย วงศ์สวัสดิ์ (9 กย. 51 - 17 ธค. 51)

7.อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (17 ธค. 51 - 5 สค. 54)

8.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (5 สค. 54 - 22 พค. 57)

คสช ปฏิวัติ โดยลุงตู่ (22 พค .57 - 24 สค. 57)

9.ประยุทธ จันทร์โอชา (24 สค. 57 - ปัจจุบัน)

ก็ลองไปไล่เทียบกันเอานะครับว่า บ้านป่าแหว่งแห่งนี้ อยู่ในยุคใคร ใครให้ที่ดิน ใครให้เงินงบประมาณมาสร้าง ซึ่งจริงๆประเด็นนี้ ชาวบ้านเขาไม่สนใจเลย มีแต่ไอ้พวกบ้าไอ้พวกการเมืองขึ้นสมองไอ้พวกไร้เหตุผลเท่านั้น ที่มันพยายามจะเอาเรื่องนี้ไปเป็นเกมส์การเมืองให้ได้ ซึ่งเป็นเรื่องไร้สาระมาก

ทั้งหมดนี้ คือข้อมูลจริง นำมาจากหนังสือรายงายการประชุมของ หน่วยงานศาล (ก.บ.ศ.)

ฉะนั้น หยุดใส่ร้าย หยุดลากการเมืองมายุ่งกับเรื่องนี้ได้แล้วครับ

ครูบาทองก็หวังว่า หลังจากท่านอ่านโพสนี้จบแล้ว ได้รับข้อมูลจริงทั้งหมด ทั้งวัน เวลา ปีพศ. และรายนามนายกรัฐมนตรีที่ถูกต้อง ชัดเจนแล้ว ท่านก็คงเลิกที่จะลากประเด็นป่าแหว่งนี้ ไปเป็นประเด็นการเมืองกันซะทีนะครับ

กราบวิงวอนล่ะครับ ขอให้การต่อสู้ของประชาชนในครั้งนี้ เป็นพลังที่บริสุทธิ์ ปราศจาคเกมส์การเมืองซักเรื่องเถอะครับ กราบล่ะครับ ผูกริบบิ้นสีเขียว แสดงสัญญลักษณ์การทวงคืนผืนป่าศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้ร่วมกันนะครับ

ขอบคุณครับ

นายพยุงศักดิ์ อัครเกื้อกูล (อาจารย์ต๋อง) (ครูบาทอง)

30/4/61

หมายเหตุ....อนุญาตให้แชร์ได้เลย โดยไม่ต้องขออนุญาตผมอีกครับผม


ที่มาของภาพประกอบ: GMR Akash/Wikipedia/UNESCO

Posted: 30 Apr 2018 12:29 PM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท www.prachatai.com)

กลุ่มนักวิจัยจาก ม.มิชิแกนและโรงพยาบาลเด็กในสหรัฐฯ ศึกษาพบว่าเด็กที่มี 'ความสงสัยใคร่รู้' จะสามารถทำผลการเรียนได้ดีกว่าในด้านคณิตศาสตร์และการอ่าน ไม่ว่าเด็กคนนั้นจะมาจากครอบครัวที่ฐานะดีหรือไม่ก็ตาม แต่ทว่าคนที่ครอบครัวฐานะดีกว่าก็ยังได้เปรียบในแง่มีทรัพยากรหรือสิ่งกระตุ้นให้เด็กเรียนรู้มากกว่า

30 เม.ย. 2561 ก่อนหน้านี้เคยมีการสำรวจปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลต่อความสามารถในชั้นเรียนของเด็กนักเรียน ไม่ว่าจะเป็นรายได้ของครอบครัว การเข้าถึงการศึกษาตั้งแต่วัยเด็กตอนต้น และสภาพแวดล้อมภายในบ้าน แต่จากผลวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ใน 'วารสารการวิจัยกุมารเวชศาสตร์' (Pediatric Research) ระบุว่าหนึ่งในสิ่งที่ทำให้เด็กประสบความสำเร็จทางการศึกษาได้ดีคือ "ความสงสัยใคร่รู้" (curiosity)

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน, โรงพยาบาลเด็ก ซี.เอส. มอตต์ และ ศูนย์เพื่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการเด็กใน ม.มิชิแกน ศึกษาพบว่าความสงสัยใคร่รู้ในเด็กส่งผลดีต่อการเรียนได้โดยไม่เกี่ยงว่าพวกเขาจะมีพื้นเพครอบครัวแบบใด พวกเขาทำการสำรวจจากข้อมูลของโรงเรียนอนุบาล 6,200 แห่ง โดยวัดผลเรื่อง "ความสงสัยใคร่รู้" จากแบบสอบถามด้านพฤติกรรมที่ผู้ปกครองเด็กเป็นคนทำ รวมถึงวัดผลด้านความสามารถในการอ่านและความสามารถทางคณิตศาสตร์ของเด็ก

ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีผลวิจัยระบุว่าเด็กที่มีฐานะยากจนกว่ามักจะมีโอกาสน้อยกว่าในการประสบความสำเร็จด้านการศึกษา แต่ไม่ใช่กับเด็กยากจนที่มีความสงสัยใคร่รู้ เด็กกลุ่มหลังนี้จะสามารถทำผลลัพธ์ด้านคณิตศาสตร์และการอ่านได้ดีเทียบเท่าเด็กที่มาจากครอบครัวที่มีรายได้สูงกว่า

ผู้นำการวิจัย ปราจี ชาห์ กล่าวว่าผลที่ออกมาแสดงให้เห็นว่าความสงสัยใคร่รู้จะส่งผลต่อบวกความสำเร็จด้านการศึกษาในเด็กทุกคนไม่ว่าจะมาจากพื้นเพแบบใดก็ตาม ชาห์เป็นกุมารแพทย์ด้านพัฒนาการและพฤติกรรมที่มอตต์และเป็นผู้ช่วยนักวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ศูนย์เพื่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการเด็ก ม.มิชิแกน

ชาห์กล่าวถึงนิยาม "ความสงสัยใคร่รู้" ว่าหมายถึง "ความรู้สึกยินดีที่ได้ค้นพบสิ่งใหม่ และความปรารถนาที่จะสำรวจตรวจตรา รวมถึงมีลักษณะของการมีแรงผลักดันในการค้นหาคำตอบในสิ่งที่ไม่รู้"

การศึกษาวิจัยเหล่านี้จะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับครอบครัว, นักการศึกษา และ นักการเมืองเอาไปพิจารณา โดยที่ชาห์บอกว่าการส่งเสริมเรื่องความสงสัยใคร่รู้มีความสำคัญโดยเฉพาะกับเด็กที่ขาดโอกาสทางเศรษฐกิจ ปัจจัยนี้ยังเป็นสิ่งที่มีคนนำมาพิจารณาน้อยเกินไปเวลาจะแก้ไขปัญหาการลดช่องว่างความสำเร็จระหว่างบุคคล

อย่างไรก็ตามสภาพแวดล้อมภายในบ้านของคนที่รวยกว่าก็ยังได้เปรียบมากกว่าคนจน ชาห์กล่าวว่าเด็กที่โตมาในสภาพทางการเงินที่มั่นคงมากกว่ามักจะสามารถเข้าถึงทรัพยากรที่เอื้อต่อการอ่านและการศึกษาคณิตศาสตร์ได้มากกว่า ขณะที่ครอบครัวยากจนจะมีสิ่งกระตุ้นเร้าเหล่านี้น้อยกว่า ทำให้แรงจูงใจหลักๆ ของเด็กในการอยากประสบความสำเร็จทางการศึกษาจะกลายเป็นขึ้นอยู่กับการสงสัยใคร่รู้จากในตัวเด็กเองอย่างเดียว

ขณะที่หลายคนมองว่าการควบคุมตัวเองให้มีสมาธิกับชั้นเรียนเป็นหนึ่งในสิ่งที่ทำให้เด็กอ่านและคำนวนได้ดี แต่ในการวิจัยชิ้นนี้ระบุว่าเด็กที่มีความสงสัยใคร่รู้ไม่จำเป็นต้องมีสมาธิในชั้นเรียนที่ดีเสมอไปพวกเขาก็สามารถมีทักษะการอ่านและคำนวนได้ดี อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่าจะให้ปล่อยปละละเลยแต่อย่างใด ชาห์บอกว่างานวิจัยนี้เพียงแค่ให้เน้นว่าควรจะหันมาใส่ใจความสงสัยใคร่รู้ของเด็กมากขึ้น

ทั้งนี้มีคำถามต่ออีกว่าเราจะสามารถกระตุ้นเพิ่มความสงสัยใคร่รู้ในตัวเด็กได้หรือไม่ เรื่องนี้ยังต้องอาศัยการวิจัยอื่นๆ หลังจากนี้ต่อไป

เรียบเรียงจาก

Study explores link between curiosity and school achievement, Phys, 30-04-2018


Watana Muangsook

“ป่าแหว่ง ประชาธิปไตยโหว่”


ผมขอชื่นชมพี่น้องประชาชนชาวเชียงใหม่ ที่ได้ร่วมกันแสดงพลังอย่างกล้าหาญปกป้องผืนป่าดอยสุเทพจนได้รับชัยชนะ การรวมตัวครั้งนี้บ่งบอกถึงนัยสำคัญว่าแม้จะเป็นการชุมนุมทางการเมืองเกินกว่าห้าคนซึ่งถือเป็นความผิดตามคำสั่งหัวหน้า คสช. แต่เมื่อประชาชนรวมตัวกันได้เป็นจำนวนมากเผด็จการก็ไม่กล้าดำเนินคดี แต่หากมีคนน้อยจะถูกดำเนินคดีด้วยข้อหาร้ายแรงเหมือนพี่น้องประชาชนที่ออกมาเรียกร้องสิทธิเลือกตั้ง

น่าเสียดายคือคนไทยกล้าออกมาทวงสิทธิของตัวเองเพียงบางเรื่อง แต่หลงลืมที่จะทวงคืนสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่จะนำไปสู่การปกป้องสิ่งที่เหลือทั้งหมดนั่นคือประชาธิปไตย จึงปล่อยให้ลูกหลานและเพื่อนร่วมชาติต่อสู้เพียงลำพังจนถูกเผด็จการตั้งข้อหาร้ายแรงเพื่อปิดปาก เราทนเห็นผืนป่าถูกทำลายไม่ได้แต่กลับทนได้ที่เห็นเผด็จการทำลายประชาธิปไตย ทำลายการเมืองและหลักนิติธรรม กระทำสิ่งที่น่ารังเกียจเพื่อสืบทอดอำนาจ เช่น ใช้ทำเนียบรัฐบาลตั้งพรรคทหาร ดูดนักการเมืองเข้าก๊วน หาเสียงด้วยเงินภาษีประชาชน ยื้อการเลือกตั้งโดยไม่ละอายและไม่เคยเห็นหัวประชาชน


หากคนไทยเห็นว่าประชาธิปไตยที่หายไปมีค่าไม่น้อยกว่าป่าแหว่ง เราคงจะได้ร่วมกันทวงคืนศักดิ์ศรีเจ้าของประเทศกลับคืนได้ในเร็ววัน ผมได้ยินว่าวันที่ 5 พฤษภาคม น้องๆ กลุ่มคนอยากเลือกตั้งจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจเพื่อหยุดระบอบ คสช. ใครสนใจจะไปร่วมรับฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจนอกสภาก็เชิญได้ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ การรวมตัวของพี่น้องชาวเชียงใหม่ได้สร้างบรรทัดฐานให้เห็นแล้วว่า หากประชาชนพร้อมใจกันเมื่อไรต่อให้ร้อยประยุทธ์ก็เอาไม่อยู่ เพราะเผด็จการไม่เคยชนะประชาชน

วัฒนา เมืองสุข
30 เมษายน 2561

[right-side]


Fahroong Srikhao ฟ้ารุ่ง ศรีขาว

คลิป3 สมยศ พฤกษาเกษมสุข นักเคลื่อนไหวและอดีตนักโทษ 112 ได้รับการปล่อยตัว หลังอยู่ในเรือนจำ 7 ปี


[right-side]


Voice TV - Wake Up News

หมู่บ้านป่าแหว่ง อุจาดนัยน์ตา 85% ประชาชนไม่เอาด้วย

ติดตามชมรายการ #WakeUpNews ประจำวันที่ 30 เมษายน 2561 >> https://www.voicetv.co.th/wat…/ryaAfZNTz





Atukkit Sawangsuk

ทักกี้ยังแข็งแกร่งในปฐพี 🤣🤣🤣
(ยืมภาพมาจากอาณาจักรไบกอน Returns เพราะดูขลังดี)
https://www.facebook.com/bygonreturn/photos/a.1442550169305741.1073741828.1437868739773884/2246646615562755/?type=3&theater

อย่างที่ปุ๊ ธนาพล ว่าไว้ ชัชชาติคงไม่ใช่มาแค่ผู้ว่า กทม. แต่น่าจะถึงเก้าอี้นายกฯ โน่นเลย เพียงแต่ตอนนี้เพื่อไทยคงยังไม่ชูชัชชาติ 100% เป็นการชิงจังหวะบลั๊ฟไว้ก่อน เอาไว้เข้าสู่เลือกตั้งจริงๆ ค่อยเดินตามสูตร 49 วันปั้นนายกฯ แบบตีนแตะขอบสนามเมื่อไหร่ จึงจะเห็นฝีเท้าเพื่อไทย แชมป์ตัวจริง


ปมที่น่ามองลึกลงไปมี 2-3 ข้อ หนึ่ง ชัชชาติน่าจะอยู่เฉยๆ สบายกว่า ทำไมกลับมารนหาที่ เล่นการเมืองสีเสื้อเพื่อไทยวันนี้ไม่ใช่สนุกนะ ผมมองว่าทักษิณสามารถปลุกความมั่นใจ ว่าเพื่อไทยยังแข็งแกร่ง เพราะยิ่ง คสช.หุ้นตกเท่าไหร่ เพื่อไทยก็ยิ่งหุ้นขึ้น แถมทักษิณยังมั่นใจว่าถ้าเพื่อไทยชนะถล่มทลาย 220up ก็ยังสามารถเป็นรัฐบาล หรือสามารถพลิกสถานการณ์ได้

คือสถานการณ์หลังเลือกตั้ง ถ้าเพื่อไทยได้ 200-220 อนาคตใหม่ได้ซัก 20-30 พรรคอื่นๆ ที่ไม่เอาทหาร ได้ซัก 10 ไม่ได้บอกว่ารวมกันได้นะ แต่หมายถึงพรรคที่ไม่เอาทหารจะได้คะแนนเสียงรวมกันเกือบครึ่ง ขณะที่ ปชป.เมื่อท่าทีอภิสิทธิ์มาถึงขั้นนี้ ก็คงผสมพันธ์ไม่ได้ง่ายๆ การสืบทอดอำนาจจะมีอุปสรรคทันที ถึงแม้อาศัย 250 ส.ว.ได้ แต่รัฐบาลไปไม่รอดแหง ขั้วอำนาจอนุรักษ์นิยมจะถูกบีบให้ต้องคิดใหม่ จะทำลายทักกี้ซ้ำซากแบบปี 49,57 เห็นทีไม่ไหว ฉิบหายกันทั้งประเทศแน่ๆ ฉะนั้นจะต้องเกิดการเจรจาหาทางอยู่ร่วมกัน (ซึ่งจะเป็นแบบไหนก็ยังเดาไม่ถูก เพราะเป็นสถานการณ์ปลายเปิด)

สอง การเมืองช่วงนี้ ยังไม่ได้ไปสู่เลือกตั้งเลย การเมืองช่วงนี้เป็นช่วง "บลั๊ฟ" กัน เปล่า ไม่ใช่พรรคการเมืองสร้างกระแสบลั๊ฟกัน แต่เป็นการแข่งกันสร้างกระแสบลั๊ฟ คสช.ซึ่งอยู่ในช่วงตกต่ำ

เพื่อไทยปั่นหุ้น เฮ้ย ชัชชาติมาแล้ว! ธนาธร ปิยบุตร เดินสาย เป็นกระแสฮือฮาในคนรุ่นใหม่คนชั้นกลาง ปชป.ขายไอติมมั่ง ขายวาทกรรมสู้เผด็จการมั่ง พร้อมกับรุมยำ คสช.สูบนักการเมืองปฏิกูล

การรุมบลั๊ฟโดยไม่ต้องนัดหมายจะทำให้เห็นว่า การสืบทอดอำนาจ คสช.ไปไม่รอดแน่ๆ อย่าลืมว่านี่แค่เดือนเมษา นับถอยหลังๆๆ ยังมีอะไรแย่ๆๆ อีกเยอะ ฉะนั้นเวลาใครถามว่ามีเลือกตั้งแน่ไหม ผมตอบว่าไม่รู้สิ แต่ถ้าไม่มี ก็มีอะไรสนุกๆ ให้ดูชัวร์

[right-side]
ขับเคลื่อนโดย Blogger.