แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภัยแล้ง แสดงบทความทั้งหมด


ไทยเผชิญสภาพอากาศร้อนจัดขณะที่ภัยแล้งยังรุกคืบ
กรมอุตุวิทยาเตือนภาคเหนืออากาศร้อนจัดได้ถึง 44 องศา ด้านกรมชลประทานเผยปริมาณน้ำ 4 เขื่อนหลักใช้การได้ 11% ขณะที่กรมทรัพยากรน้ำเชื่อเพียงพอถึงฤดูฝน มีรายงานว่าแพทย์เตือนให้ระวังภัยเงียบคร่าชีวิตในช่วงที่อากาศร้อนจัด
เว็บไซต์ของกรมอุตุนิยมวิทยาให้ข้อมูลว่าในระหว่างวันที่ 20-21 ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไป และมีอากาศร้อนจัดหลายพื้นที่ในทุกภาค โดยภาคเหนืออุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 38-44 องศาเซลเซียส ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิสูงสุด 37-42 องศาเซลเซียส ภาคกลางอุณหภูมิสูงสุด 40-43 องศาเซลเซียส ภาคตะวันตกและภาคใต้อุณหภูมิสูงสุด 33-38 องศาเซลเซียส
ด้านนายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติว่าคาดว่าเดือนพฤษภาคมนี้สภาพอากาศจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติและเริ่มเข้าฤดูฝน แต่จะเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงในปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม ก่อนที่ปริมาณฝนจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ทั้งนี้ ในเว็บไซต์ของกรมชลประทานให้ข้อมูลสภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อยฯ และป่าสักชลสิทธิ์ ในวันนี้ (20 เม.ย.) ว่ามีปริมาตรน้ำรวม 8,688 ล้าน ลบ.ม. แต่เป็นปริมาตรน้ำที่ใช้การได้ 1,992 ล้าน ลบ.ม. หรือ 11% โดยปริมาณน้ำใช้ได้ในเขื่อนภูมิพลเหลือน้อยที่สุด อยู่ที่ 485 ล้าน ลบ.ม.
นายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ บอกกับสำนักข่าวไทยว่าปริมาณน้ำในเขื่อนปีนี้น้อยกว่าปีที่แล้วประมาณ 4,000 ล้าน ลบ.ม. แต่ได้มีการบริหารจัดการที่ดี จึงจะสามารถใช้ในการอุปโภคบริโภคและทำการเกษตรได้ถึงเดือนกรกฎาคม และเมื่อฤดูฝนจะมาถึงในเดือนพฤษภาคมนี้ ก็จะทำให้ปัญหาภัยแล้งหมดไป
ด้านเว็บไซต์ นสพ.เดลินิวส์ รายงานว่า ที่ จ.เพชรบูรณ์มีผู้เสียชีวิต วัย 55 ปี รายหนึ่งซึ่งได้รับการผ่าชันสูตรศพที่ รพ.พุทธชินราช พบว่าเกิดจากเส้นเลือดก้านสมองแตก ซึ่ง น.พ.ชวกิต ศรีเมืองวงศ์ นิติเวช รพ.พุทธชินราชเปิดเผยว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด หรือโรคประจำตัว จึงทำให้ผู้เสียชีวิตหมดสติ ทั้งนี้ อาการของเส้นเลือดในสมองแตกถือเป็นภัยเงียบในปัจจุบัน มีสาเหตุจากความดันสูง ผู้ป่วยจะมีอาการปวดศีรษะ หรือบางรายอาจไม่มี กับมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน อาจหมดสติ แขนขา อ่อนแรง พูดไม่ชัด ซึ่งทุกคนควรสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงที่สภาพอากาศร้อนจัดอาจทำให้เกิดอาการดังกล่าวได้ ‪#‎ภัยแล้ง‬ ‪#‎ร้อนจัด‬
(ภาพ 1-2 กว๊านพะเยา ภาพ 3-4 คลองใน จ.ชัยนาท)




หอการค้าไทยประเมินภัยแล้งกระทบเศรษฐกิจกว่าแสนล้านบาท
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินผล กระทบภัยแล้งต่อเศรษฐกิจไทยว่าจะเสียหายสูงถึง 119,278 ล้านบาท และกระทบจีดีพีราว 0.85% คาดเกษตรกรจะมีหนี้เพิ่มราว 12% หรือมีหนี้สินเฉลี่ยเกิน 160,000 บาทต่อครัวเรือน
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ สำรวจข้อมูลจากภาคธุรกิจ เกษตรกร และหน่วยงานภาครัฐ ระหว่างวันที่ 7-16 มีนาคม ที่ผ่านมา พบว่ามีโอกาสเป็นไปได้สูงที่จะเกิดภัยแล้งต่อเนื่องจนถึงเดือนมิถุนายน 2559 ซึ่งจะส่งผลกระทบราว 119,278 ล้านบาท แยกเป็นผลกระทบต่อภาคการเกษตร 77,861 ล้านบาท กับภาคธุรกิจทั้งทางตรงและทางอ้อม 41,416 ล้านบาท หรือคิดเป็นผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ หรือจีดีพี 0.85%
ทั้งนี้ เกษตรกรจะมีต้นทุนในการจัดหาน้ำมากขึ้น ขณะที่รายได้ลดลง ทำให้ต้องหันไปพึ่งพาสินเชื่อนอกระบบมากขึ้น ส่งผลให้เกษตรกรจะมีหนี้สินเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อนหรือมีหนี้สินเฉลี่ย 167,452 บาทต่อครัวเรือน ในขณะที่ภาคธุรกิจกังวลว่าหากภัยแล้งกินเวลายาวนานอาจทำให้ภาคธุรกิจประสบปัญหาหนักถึงขึ้นปิดกิจการ
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ยังปรับลดการประมาณการเติบโตทางเศรษฐกิจจากที่เคยคาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ 3-3.5% เป็นมีโอกาสโตต่ำกว่า 3%
ก่อนหน้านี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ปรับลดการประมาณการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปีนี้จากเดิมที่คาดว่าจะโต 3.5% เหลือ 3.1% และปรับลดการขยายตัวของการส่งออกของไทยปีนี้จากที่คาดว่าจะโต 0% เป็นติดลบ 2%
(ภาพอ่างเก็บน้ำแม่จาง ต.นาสัก อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ถ่ายเมื่อ 14 มี.ค.2559)

ขับเคลื่อนโดย Blogger.