แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เวเนซุเอลา แสดงบทความทั้งหมด


ชาวเวเนซุเอลาก่อจลาจลปล้นชิงร้านค้า ตำรวจจับกุมผู้ก่อความวุ่นวายได้ 400 ราย
ตำรวจเวเนซุเอลาจับกุมฝูงชนอย่างน้อย 400 คน ซึ่งเข้าปล้นชิงสินค้าในร้านค้ากว่า 100 แห่งที่เมืองคูมานา โดยเหตุจลาจลดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1 ราย
บรรดานักการเมืองฝ่ายค้านระบุว่า ฝูงชนจำนวนมากเข้าปล้นชิงสินค้าจำพวกอาหาร เนื่องจากเศรษฐกิจที่ตกต่ำของเวเนซุเอลาทำให้ประสบปัญหาขาดแคลนอาหาร ยา และสินค้าจำเป็นมาเป็นเวลานาน อย่างไรก็ตาม ฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐบาลระบุว่าร้านที่ถูกปล้นชิงสินค้าในครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นร้านจำหน่ายสุรา ร้านแว่นตาและเสื้อผ้า
มีรายงานว่า ในแต่ละวันมีความพยายามก่อเหตุจลาจลเพื่อปล้นสินค้าตามร้านในเวเนซุเอลานับสิบครั้ง เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นถึง 180% ทำให้สินค้าขาดแคลน และประชาชนต้องเข้าคิวเพื่อรับการปันส่วนอาหารและสินค้าจากทางรัฐวันละหลายชั่วโมง
นักการเมืองฝ่ายค้านกล่าวโทษว่า สถานการณ์ดังกล่าวเลวร้ายลงเพราะรัฐบาลไม่ยอมรับว่าบริหารผิดพลาดจนเกิดวิกฤติเศรษฐกิจขึ้น ด้านฝ่ายรัฐบาลซึ่งนำโดยประธานาธิบดี นิโคลาส มาดูโร กล่าวตอบโต้ว่า เหตุจลาจลและความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น เป็นแผนโค่นล้มรัฐบาลของพรรคฝ่ายค้าน ‪#‎Venezuela‬‪#‎Looting‬ ‪#‎FoodShortage‬



วิกฤติเศรษฐกิจทำพิษ ผู้นำเวเนซุเอลาขู่ยึดโรงงาน-จำคุกเจ้าของกิจการที่หยุดผลิตสินค้า
ประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลาขู่จะยึดและปิดโรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งจำคุกเจ้าของกิจการที่หยุดการผลิตสินค้า หลังวิกฤติเศรษฐกิจประเทศเลวร้ายหนัก ส่งผลให้โรงงานเครื่องดื่มยักษ์ใหญ่ต้องหยุดการผลิตเบียร์ชั่วคราว เพราะรัฐบาลสั่งระงับการนำเข้าข้าวบาร์เลย์
นายมาดูโร กล่าวปราศรัยต่อกลุ่มผู้สนับสนุนในกรุงการากัสว่า ประเทศจะต้องพลิกฟื้นกำลังการผลิตสินค้าขึ้นมาอีกครั้งเพื่อต่อสู้กับวิกฤติเศรษฐกิจที่รุนแรง ซึ่งคำขู่ของเขามีขึ้นหลังจากบริษัทโพลาร์ กรุ๊ป ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มรายใหญ่ที่สุดของประเทศระงับการผลิตเบียร์ โดยกล่าวโทษการบริหารงานที่ผิดพลาดของรัฐบาลที่สั่งระงับการนำเข้าข้าวบาร์เลย์ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตเบียร์
ทั้งนี้ นายลอเรนโซ เมนโดซา เจ้าของโพลาร์ กรุ๊ป เป็นผู้ที่มักออกมาวิพากษ์วิจารณ์นายมาดูโรอย่างรุนแรง ซึ่งผู้นำเวเนซุเอลากล่าวหาว่าการระงับการผลิตสินค้าของโรงงานต่าง ๆ เป็นแผนการของเหล่านายทุนที่ต้องการสร้างความเสียหายให้ประเทศชาติ
วิกฤติเศรษฐกิจที่เลวร้ายหนัก ทำให้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (13 พ.ค.) ประธานาธิบดีมาดูโร ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฉบับใหม่ให้มีผลครอบคลุมทั่วประเทศ เป็นการขยายการประกาศ “สถานการณ์ฉุกเฉินทางเศรษฐกิจ” ที่มีขึ้นเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา โดยนายมาดูโร ระบุว่า นี่เป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อต่อสู้กับภัยรุกรานของต่างชาติ ซึ่งเขามักกล่าวโทษว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากบรรดานายทุนและสหรัฐฯที่ทำสงครามเศรษฐกิจต่อเวเนซุเอลา ขณะเดียวกันก็ประกาศว่า กองทัพจะจัดการซ้อมรบในช่วงสุดสัปดาห์หน้าเพื่อรับมือกับภัยคุกคามต่างชาติ
ทางด้านกลุ่มผู้ประท้วงฝ่ายค้าน ได้ออกมาชุมนุมในกรุงการากัสเพื่อผลักดันให้มีการจัดการลงประชามติเพื่อถอดถอนนายมาดูโรออกจากตำแหน่ง และนำไปสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่
เวเนซุเอลา มีปริมาณน้ำมันดิบสำรองมากที่สุดในโลก แต่ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ตกต่ำได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจประเทศ และทำให้เมื่อปีก่อนเศรษฐกิจเวเนซุเอลาหดตัว 5.7% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อก็พุ่งแตะ 180% ส่งผลให้เกิดปัญหาขาดแคลนอาหาร ยา และสินค้าอุปโภคบริโภคขั้นพื้นฐานอย่างรุนแรง


เวเนซุเอลาให้หน่วยงานรัฐทำงานสัปดาห์ละ 2 วัน แก้ปัญหาวิกฤติพลังงาน
รัฐบาลเวเนซุเอลาประกาศให้หน่วยงานรัฐลดการทำงานเหลือเพียงสัปดาห์ละ 2 วัน อันเป็นมาตรการชั่วคราวเพื่อรับมือกับวิกฤติขาดแคลนพลังงาน ซึ่งเป็นผลมาจากการที่เวเนซุเอลาเผชิญภัยแล้งรุนแรงจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่ทำให้ระดับน้ำในเขื่อนหลักที่ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าลดลงอย่างฮวบฮาบ
รองประธานาธิบดีอริสโตบูโล อิสตูริซ ประกาศเรื่องนี้ผ่านทางสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ โดยให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐเข้าทำงานเฉพาะวันจันทร์ และวันอังคาร โดยให้หยุดงานเพิ่มในวันพุธ วันพฤหัสบดี และวันศุกร์ ยกเว้นหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่รับผิดชอบที่สำคัญ มาตรการนี้จะดำเนินไปจนกว่าวิกฤติพลังงานจะสิ้นสุดลง และมีผลต่อเจ้าหน้าที่รัฐ 2 ล้านคน
นี่ถือเป็นมาตรการล่าสุดของรัฐบาลเวเนซุเอลาในการรับมือกับวิกฤติขาดแคลนพลังงาน โดยก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ได้ประกาศให้ลูกจ้างรัฐ 2.8 ล้านคนหยุดงานทุกวันศุกร์ระหว่างเดือนเม.ย.-พ.ค. เพื่อตัดลดปริมาณการใช้ไฟฟ้า และเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมารัฐบาลได้สั่งการให้ศูนย์การค้าต่างๆลดเวลาเปิดทำการลงและหาทางผลิตกระแสไฟฟ้าใช้เอง นอกจากนี้ยังสั่งให้ปรับเวลาให้เร็วขึ้น 30 นาทีเพื่อลดปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าในช่วงหัวค่ำ และเมื่อสัปดาห์ก่อนได้ประกาศใช้มาตรการตัดไฟวันละ 4 ชั่วโมง
ปัญหาขาดแคลนพลังงานส่งผลให้วิกฤติเศรษฐกิจของเวเนซุเอลายิ่งเลวร้ายลงอีก บรรดานักธุรกิจและนักการเมืองฝ่ายค้านกล่าวโทษว่าวิกฤติพลังงานและปัญหาขาดแคลนสินค้าอุปโภคบริโภคขั้นพื้นฐานมาจากการบริหารงานด้านเศรษฐกิจที่ผิดพลาดของรัฐบาล
ภาพประกอบ (บน) ประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร (ล่างซ้ายและกลาง)ผู้คนต้องจุดเทียนในยามค่ำคืนและใช้ไฟฉายส่องดูสินค้า เพราะไม่มีไฟฟ้าใช้ (ล่างขวา) เขื่อนแทบไม่มีน้ำเหลืออยู่เนื่องจากภัยแล้ง




ขับเคลื่อนโดย Blogger.