วิกฤติเศรษฐกิจทำพิษ ผู้นำเวเนซุเอลาขู่ยึดโรงงาน-จำคุกเจ้าของกิจการที่หยุดผลิตสินค้า
ประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลาขู่จะยึดและปิดโรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งจำคุกเจ้าของกิจการที่หยุดการผลิตสินค้า หลังวิกฤติเศรษฐกิจประเทศเลวร้ายหนัก ส่งผลให้โรงงานเครื่องดื่มยักษ์ใหญ่ต้องหยุดการผลิตเบียร์ชั่วคราว เพราะรัฐบาลสั่งระงับการนำเข้าข้าวบาร์เลย์
นายมาดูโร กล่าวปราศรัยต่อกลุ่มผู้สนับสนุนในกรุงการากัสว่า ประเทศจะต้องพลิกฟื้นกำลังการผลิตสินค้าขึ้นมาอีกครั้งเพื่อต่อสู้กับวิกฤติเศรษฐกิจที่รุนแรง ซึ่งคำขู่ของเขามีขึ้นหลังจากบริษัทโพลาร์ กรุ๊ป ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มรายใหญ่ที่สุดของประเทศระงับการผลิตเบียร์ โดยกล่าวโทษการบริหารงานที่ผิดพลาดของรัฐบาลที่สั่งระงับการนำเข้าข้าวบาร์เลย์ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตเบียร์
ทั้งนี้ นายลอเรนโซ เมนโดซา เจ้าของโพลาร์ กรุ๊ป เป็นผู้ที่มักออกมาวิพากษ์วิจารณ์นายมาดูโรอย่างรุนแรง ซึ่งผู้นำเวเนซุเอลากล่าวหาว่าการระงับการผลิตสินค้าของโรงงานต่าง ๆ เป็นแผนการของเหล่านายทุนที่ต้องการสร้างความเสียหายให้ประเทศชาติ
วิกฤติเศรษฐกิจที่เลวร้ายหนัก ทำให้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (13 พ.ค.) ประธานาธิบดีมาดูโร ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฉบับใหม่ให้มีผลครอบคลุมทั่วประเทศ เป็นการขยายการประกาศ “สถานการณ์ฉุกเฉินทางเศรษฐกิจ” ที่มีขึ้นเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา โดยนายมาดูโร ระบุว่า นี่เป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อต่อสู้กับภัยรุกรานของต่างชาติ ซึ่งเขามักกล่าวโทษว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากบรรดานายทุนและสหรัฐฯที่ทำสงครามเศรษฐกิจต่อเวเนซุเอลา ขณะเดียวกันก็ประกาศว่า กองทัพจะจัดการซ้อมรบในช่วงสุดสัปดาห์หน้าเพื่อรับมือกับภัยคุกคามต่างชาติ
ทางด้านกลุ่มผู้ประท้วงฝ่ายค้าน ได้ออกมาชุมนุมในกรุงการากัสเพื่อผลักดันให้มีการจัดการลงประชามติเพื่อถอดถอนนายมาดูโรออกจากตำแหน่ง และนำไปสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่
เวเนซุเอลา มีปริมาณน้ำมันดิบสำรองมากที่สุดในโลก แต่ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ตกต่ำได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจประเทศ และทำให้เมื่อปีก่อนเศรษฐกิจเวเนซุเอลาหดตัว 5.7% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อก็พุ่งแตะ 180% ส่งผลให้เกิดปัญหาขาดแคลนอาหาร ยา และสินค้าอุปโภคบริโภคขั้นพื้นฐานอย่างรุนแรง

แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.