4 ข้อสงสัยที่เป็นเหตุผลว่า "ทำไมคนไทยผู้รักประชาธิปไตย รักความถูกต้องยุติธรรม ต้องไปสถานทูตเยอรมัน"-

.

1. นับตั้งแต่ในหลวงวชิราลงกรณ์ขึ้นครองราชย์

เป็นเวลากว่า 4 ปีแล้วที่ในหลวงวชิราลงกรณ์เลือกที่จะพำนักอาศัยอยู่ที่ประเทศเยอรมนีเป็นส่วนมาก โดยบินกลับมาประเทศไทยบ้างเพียงสองสามเดือนครั้ง?

.

2. เนื่องจากช่วงที่ในหลวงภูมิพลตายจากไป เป็นช่วงเวลาที่ในหลวงวชิราลงกรณ์อาศัยอยู่ที่เยอรมนี (ณ ขณะนี้ก็ยังคงเป็นที่อยู่อาศัยหลักอยู่ บินกลับมาประเทศไทยบ้างเพียงสองสามเดือนครั้ง) ดังนั้นในหลวงวชิราลงกรณ์จะต้องเสียภาษีมรดกให้กับประเทศเยอรมนีหรือไม่ หากจะต้องเสียจะต้องเสียเป็นจำนวนเท่าไร?

.

3. ในหลวงวชิราลงกรณ์ใช้อำนาจอธิปไตยขณะพักอาศัยในเยอรมนี เช่น ลงนามในกฎหมาย ออกคำสั่งแต่งตั้งข้าราชการ ออกพระบรมราชโองการที่ส่งผลต่อการเมืองหรือไม่ กรณีเหล่านี้เป็นการละเมิดอำนาจอธิปไตยและศักดิ์ศรีของประเทศเยอรมนีอันจะนำมาซึ่งความขัดแย้งในทางระหว่างประเทศหรือไม่?

.

4. ทางประเทศเยอรมนีจะยอมให้ข้าราชบริพารของในหลวงวชิลาลงกรณ์ที่อาจจะมีพฤติการณ์เข้าข่ายการซ้อมทรมาน อุ้มหาย ประชาชนผู้เห็นต่างทางการเมือง รวมถึงข้าราชบริพาร ได้พักอาศัยอยู่ในประเทศเยอรมันนีที่เคารพในสิทธิเสรีภาพของมนุษย์อย่างยิ่งต่อไปหรือไม่

.



Voice TV

"ตาและหัวใจสว่าง"
"อดีตมีแต่คนกลัว ตอนนี้มีแต่คนกล้า"

.
ที่แยกราชประสงค์ เขตปทุมวัน การชุมนุมของคณะราษฎร บัณฑิต อาร์ณีญาญ์ วัย 80 ปี ผู้ถูกดำเนินคดีผิดกฎหมายอาญา มาตรา 112 จำนวน 4 คดี ร่วมชุมนุมแยกราชประสงค์วันนี้ กล่าวว่า ตอนนี้ประชาชนตื่นแล้ว "ตาและหัวใจสว่าง" กว่าในอดีต เชื่อว่าไม่นาน เผด็จการจะพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ
.
ชายคนนี้ถูกดำเนินคดี มาตรา 112 ครั้งเเรกเมื่อปี 2518 เล่าว่า เห็นการเติบโตทางความคิดของประชาชนเรื่อยมาตลอด จากอดีตที่มีแต่คนกลัว ผิดกับปัจจุบันมีแต่คนกล้า
.
"สมัยก่อนใครกล้า เขาหาว่าบ้า เจ้าหน้าที่บอกว่าผมเป็นบ้าถึงสองคดีก่อนจะยกฟ้อง แต่คนอื่นบอกว่าผมมาก่อนกาล" เขาบอก จำเป็นต้องมีคนเกิดก่อนกาล "ไม่อย่างนั้นไม่ได้เกิดซะที"
.
ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ครั้งที่ 3 ของบัณทิตถูกยกฟ้อง ขณะที่คดีที่ 4 อยู่ระหว่างพิจารณาของศาล ซึ่งจะมีความคืบหน้าในเดือน พ.ย.นี้
.
ชายวัย 80 ปี แสดงความคิดเห็นต่อการไล่จับแกนนำและผู้ชุมนุมของภาครัฐว่า "โง่มาก" เป็นการตัดสินใจที่ผิดของคนหวงอำนาจ ทางออกที่ถูกต้องคือยอมรับปัญหา รับฟังข้อเสนอ เจรจาอย่างสันติ เพื่อนำประเทศชาติไปข้างหน้าอย่างมีอนาคต
.
"เสียเวลามาก ชนะประชาชนแบบนี้ คุณอยู่ได้ไม่นาน"
.
บัณฑิตบอกว่าวันนี้เขามาร่วมชุมนุมและขายสินค้า ที่เผยเเพร่ข้อความที่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นคน
.
"รวยเมื่อไหร่ ผมจะเอาข้อความเหล่านี้ไปประกาศให้ทั่วเสาไฟฟ้าทุกต้นเลย" เขาบอก
เสกสรร โรจนเมธากุล
#VoiceOnline
#ม็อบ25ตุลา
#แยกราชประสงค์
#WhatsHappenningInThailand



Voice TV - Talking Thailand

ยืนยันจะต่อสู้กับเผด็จการที่คอยกดทับ ยืนยันพวกเราไม่ได้ชังชาติและมั่นใจว่าเราปรารถนาดีต่อชาติ

23 ต.ค.63 นางสาวภัสสราวารี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ มหานคร ย้ำว่าเพื่อนเราที่เข้าไปเป็นนักสู้ และยืนยันจะต่อสู้กับเผด็จการที่คอยกดทับเราดังนั้นจึงไม่ควรมีใครที่ถูกกระทำเช่นนี้ ไม่ควรมีใครถูกกระทำเยี่ยงอาชญากรเพียงเพราะแค่นิยามคำว่ารักชาติต่างกัน ยืนยันพวกเราไม่ได้ชังชาติไปน้อยกว่าใคร และมั่นใจว่าเราปรารถนาดีต่อชาติไม่แพ้กับพวกที่อยู่ในสภา

หากผู้มีอำนาจรู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่มันผิดให้เร่งปล่อยตัวเพื่อนของเรา เราทุกคนมารอรับเพื่อนเราอยู่ที่นี่ หากรัฐบาลปล่อยตัวเพื่อนเราทุกคนจะถือเป็นการ ถอยคนละก้าวด้วยความจริงใจ
เรามีความหวังว่าทุกคนจะได้อิสรภาพกลับคืนมาตามที่ควรจะได้ หลายคนมีหน้าที่ทางการศึกษา แต่เพื่อนเรากลับถูกจำกัดอิสรภาพ เพราะไม่ต้องการให้เพื่อนเราออกมาสอบ พร้อมย้ำว่าการถอยที่เราจะยอมรับได้ในขั้นแรกคือรัฐบาลต้องปล่อยตัวนักสู้เพื่อประชาธิปไตยทุกคนให้อิสรภาพทุกคน อย่าปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของพวกเรา และหลังจากนี้ต้องไม่มีประชาชนคนใดถูกดำเนินคดีทางการเมืองอีก

พร้อมยืนยันว่าหน้าที่ในการวิพากษ์วิจารณ์ผู้มีอำนาจ คือหน้าที่ของทุกคนภายใต้ระบอบประชาธิปไตย รวมถึงการตรวจสอบและ วิพากษ์ วิจารณ์คือการทำหน้าที่ของประชาชนไทย
โดยระบุด้วยว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่มีศักยภาพในการบริหารราชการแผ่นดิน ดังนั้นพลเอกประยุทธ์ จึงต้องยอมถอยและลาออก

ขณะเดียวกันย้ำว่าการปฏิรูปสถาบันไม่ใช่การล้มล้าง แต่การปฏิรูปจะเป็นทางออกในการแก้ไขปัญหาลดความขัดแย้งในสังคมไทย และสถาบันจะกลับมาอยู่ในจุดที่เป็นมิ่งขวัญอย่างที่ควรจะเป็น "แปลว่าทำให้ดีขึ้นไม่ใช่ล้มล้างจำเอาไว้"



Chaturon Chaisang

รัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร มีผู้นำเป็นอดีต ผบ.ทบ. ที่เอาเรื่องความตายมาข่มขู่นักเรียนนักศึกษาได้อย่างหน้าตาเฉย การใช้ความรุนแรงต่อนักเรียนนักศึกษาประชาชนจึงเกิดขึ้นเพื่อรักษาอำนาจของพวกตนโดยไม่มีความละอายใดๆ
ขอประณามการใช้กฎหมายอย่างไม่เป็นธรรมและการใช้ความรุนแรงของรัฐในครั้งนี้
รัฐบาลที่บังคับใช้กฎหมายโดยปราศจากหลักนิติธรรม ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินโดยไร้เหตุผล จับนักศึกษาประชาชนไปขังตามอำเภอใจ ลิดรอนเสรีภาพสื่อและประชาชน กระทั่งใช้ความรุนแรงปราบประชาชน ย่อมจะปกครองไม่ได้ แม้รักษาอำนาจไว้ได้ก็เพียงชั่วคราวเท่านั้น
#หยุดทำร้ายประชาชน
#หยุดคุกคามประชาชน
ขอบคุณภาพจากข่าวสด



Voice TV

ม็อบแสดงพลังชุมนุม เจอกัน 5 โมงเย็น 16 ต.ค.

มวลชนร่วมชุมนุมเป็นจำนวนมากจนถึงช่วงท้ายสุดท้ายก่อนปิดเวทีแยกราชประสงค์เพื่อยุติการชุมนุมของคณะราษฎร 2563 เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 15 ต.ค. 2563 โดยคณะราษฎร 2563 นัดหมายชุมนุมอีกครั้งในวันที่ 16 ต.ค. 2563 เวลา 17.00 น. ที่แยกราชประสงค์ ขณะเดียวกันยังมีการโพสต์เฟซบุ๊กระบุุว่าหากมีการรัฐประหารหรือมีรัฐบาลแห่งชาติ ก็จะออกมาต่อต้านจนถึงที่สุด
โดยแกนนำคณะราษฎรได้วางยุทธศาสตร์การต่อสู้ให้ชุมนุมไปเรื่อยๆ แต่ไม่ปักหลักยืดเยื้อ ซึ่งเป็นยุทธวิธีดาวกระจายหรือ 'ฮ่องกงโมเดล'
ในขณะที่ท่าทีของทางตำรวจที่แถลงเมื่อเวลา 22.30 น. ยืนยันจะไม่จู่โจมหรือจับกุมแกนนำม็อบในทันที แต่จะให้วิธีการดำเนินคดีกับแกนนำทุกรายตามกฎหมาย
อ่านต่อ https://www.voicetv.co.th/read/158OxcuU4
เสกสรร โรจนเมธากุล




การเมืองไทย ในกะลา

สภานิสิตนศ.จุฬาฯ-มธ.-มหิดล ออกแถลงการณ์ป้องม็อบคณะราษฎรไม่ได้หมิ่นสถาบัน
สภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสภานักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกันออกแถลงการณ์เรื่อง การชุมนุมทางการเมืองในวันที่ 14 ตุลาคม และสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน มีเนื้อหาดังนี้


ตามที่ได้มีการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย บริเวณทำเนียบรัฐบาลและบริเวณใกล้เคียงในวันที่ 13-15 ตุลาคม ที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ และปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ และสถานการณ์ดังกล่าวยังคงดำเนินมาอยู่จนถึงปัจจุบัน ซึ่งยังไม่มีทีท่าว่าจะคลายความตึงเครียดลงนั้น
พวกเรา ผู้แทนนิสิตนักศึกษาทั้งสามมหาวิทยาลัย ขอแสดงท่าทีต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
1.การจับกุมแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมต่างๆ ในวันที่ 13 และ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา แม้ว่าการดำเนินการจับกุมดังกล่าว จะเป็นไปตามหมายจับที่ศาลได้อนุมัติไว้ก่อนหน้า แต่การดำเนินการเกี่ยวกับการจับกุม รวมถึงการพิจารณาการประกันตัวผู้ต้องหานั้น จะต้องเป็นไปโดยธรรม เปิดโอกาสให้ผู้ต้องหาที่ไม่มีพฤติการณ์หลบหนีหรือพฤติการณ์อื่น ๆ ตามมาตรา 108/1 ได้มีสิทธิในการปล่อยตัวชั่วคราวเพื่อต่อสู้คดี และต้องให้ผู้ต้องหานั้นมีสิทธิในการติดต่อทนายความได้ พวกเรา ผู้แทนนิสิตนักศึกษาทั้งสามมหาวิทยาลัย จึงขอเรียกร้องไปยังหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ให้ใช้บังคับกฎหมายอย่างเป็นธรรม และไม่ใช้บังคับกฎหมายและดำเนินการจับกุมเพียงเพราะต้องการให้การชุมนุมนั้นยุติลงหรือเพียงเพื่อขัดขวางไม่ให้แกนนำผู้ชุมนุมนั้นได้ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองต่อไป
อนึ่ง พวกเรา ผู้แทนนิสิตนักศึกษาทั้งสามมหาวิทยาลัยได้รับข่าวสารว่า มีนิสิตนักศึกษาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ถูกจับกุมเนื่องในการชุมนุมในวันดังกล่าวด้วย พวกเรา ผู้แทนนิสิตนักศึกษาทั้งสามมหาวิทยาลัย จึงขอเรียกร้องไปยังทางมหาวิทยาลัยประสานงานช่วยเหลือนิสิตดังกล่าวเพื่อให้ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวฯ โดยพวกเราเชื่อว่า “ไม่มีบุคคลใดต้องถูกจับกุมเพียงเพราะเขามีความเห็นต่าง”
2.การสลายการชุมนุมและการขอคืนพื้นที่เมื่อเย็นวันที่ 13 ตุลาคม และคืนวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา การดำเนินการสลายการชุมนุมและขอคืนพื้นที่นั้นจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อได้มีการร้องขอต่อศาลแพ่งหรือศาลจังหวัดก่อนตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการเข้ารื้อที่ตั้งของผู้ชุมนุมบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม จึงมีปัญหาความชอบด้วยกฎหมาย ส่วนการสลายการชุมนุมเมื่อคืนวันที่ 14 ตุลาคมนั้น คาดว่าน่าจะเป็นการสลายการชุมนุมโดยอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ แต่อย่างไรก็ดี การสลายการชุมนุมนั้นก็คงยังต้องเป็นไปตามหลักสากลและคำนึงถึงการใช้สิทธิและเสรีภาพของประชาชนเป็นสำคัญ และไม่พึงสลายการชุมนุมในช่วงเวลายามวิกาล พวกเรา ผู้แทนนิสิตนักศึกษาทั้งสามมหาวิทยาลัย จึงขอเรียกร้องไปยังผู้บังคับใช้กฎหมาย ให้ใช้บังคับกฎหมายอย่างละมุนละม่อม จากเบาไปหาหนัก เพื่อมิให้เกิดความรุนแรงระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจขึ้น
3.กรณีขบวนเสด็จพระราชดำเนินผ่านมาบริเวณที่กลุ่มผู้ชุมนุมปิดทางจราจรอยู่ กรณีนี้ พวกเรา ผู้แทนนิสิตนักศึกษาทั้งสามมหาวิทยาลัย เห็นว่า การชุมนุมในบริเวณดังกล่าว แม้ส่งผลให้ขบวนเสด็จพระราชดำเนินฯ นั้นต้องชะลอตัวลงอยู่บ้าง แต่ก็มิได้เกิดความรุนแรงหรือการกระทำใดอันอาจถือว่าเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพหรือดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ได้แต่อย่างใด ทั้งนี้ พวกเรา ผู้แทนนิสิตนักศึกษาทั้งสามมหาวิทยาลัย เห็นว่า ไม่ควรมีผู้ใดนำเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นในวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมานี้ ไปบิดเบือนหรือไปใช้ปลุกระดมมวลชนเพื่อให้เกิดความรุนแรงหรือความกระทบกระทั่งระหว่างกัน เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ความสูญเสียครั้งประวัติศาสตร์ เช่น เหตุการณ์สังหารหมู่ที่ธรรมศาสตร์เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ต้องเกิดขึ้นอีก และเพื่อไม่ให้เป็นการเปิดทางไปสู่การรัฐประหารในอนาคต
ทั้งนี้ สภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสภานักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้สันติวิธีและการเจรจาในการแก้ไขปัญหา เคารพสิทธิ เสรีภาพและความเห็นต่างทางการเมือง เพื่อระบอบประชาธิปไตยที่ยั่งยืนต่อไป
ผู้แทนนิสิตนักศึกษาสามมหาวิทยาลัย




Chaturon Chaisang

การใช้กำลังจับนักศึกษาและควบคุมตัวไปอย่างที่ตำรวจทำในวันนี้ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นไปตามเจตนาและตัวบทกฎหมายของพรบ.การชุมนุมฯ

การชุมนุมโดยไม่แจ้งให้ตำรวจทราบก่อนในพื้นที่ที่ไม่ใช่พื้นที่ต้องห้าม หากเป็นความผิดก็มีโทษสถานเบาคือโทษปรับเท่านั้น

แม้มีการชุมนุมในพื้นที่ต้องห้าม ตำรวจก็ยังต้องไปชี้แจงเจรจาก่อน และจะให้ยุติการชุมนุมก็ต้องร้องขอให้ศาลสั่ง เว้นแต่มีเหตุจำเป็นซึ่งหน้าเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการหรือสาธารณชน

การที่ตำรวจใช้กำลังจับนักศึกษาโดยไม่แจ้งสิทธิ์ ไม่แจ้งข้อหาครั้งนี้จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่เป็นผลดีต่อการดูแลป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งหรือการกระทบกระทั่งจนอาจบานปลายไปได้

ไม่ทราบว่าผู้มีหน้าที่รับผิดชอบทั้งหลายต้องการอะไรและคำนึงหรือไม่ว่าจะมีผลอย่างไร







ขับเคลื่อนโดย Blogger.