แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศิโรฒม์ แสดงบทความทั้งหมด


Sirote Klampaiboon (ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์)

ไทยไม่เคยถอนตัวจากการจัดอันดับคอรัปชั่นโลก (CPI)


เห็นสื่อโทรทัศน์และเว็บไซด์หลายแห่งลงข่าวว่าไทยถอนตัวจากการจัดอันดับการทุจริตโลกแล้วตกใจ เพราะข่าวมาช่วงรัฐบาลขาลง นาฬิกาประวิตรยังไม่จบ ประเด็นประธาน ปปช.ช่วยอดีตนายมาแรง รัฐบาลถอนตัวจากอันดับคอรัปชั่นยิ่งชวนให้คิดว่ามีการปกปิดกลุ่มโกงทั้งแผ่นดิน

อย่างไรก็ดี เรื่องนี้ อ.มานะ นิมิตรมงคล ชี้แจงว่าไม่จริงครับ ท่านเป็นเลขาองค์กรต่อต้านคอรัปชั่น ข้อมูลท่านเรื่องนี้จึงน่าจะเป็นข้อเท็จจริง


สรุปสั้นๆ ท่านบอกว่า "ประเทศไทย" ไม่ได้ถอนตัวจากการสำรวจเรื่องโกงกิน คนที่ถอนตัวคือ NGO ของ อ.จุรี วิจิตรวาทการ ซึ่ง "มูลนิธิเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย” ถอนตัวจากองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติครับ

สรุปสั้นลงไปอีก จัดอันดับคอรัปชั่นปีนี้มีไทยต่อไป คนออกคือภาคเอกชน ไม่ใช่ประเทศ นี่เป็นเรื่องเอกชนออกจากองค์กร ไม่ใช่ประเทศไทยออกจากมาตรฐานโลกอย่างที่พูดกัน

"การประเมินและจัดอันดับคอร์รัปชันของประเทศทั่วโลก เป็นการสำรวจข้อมูลอย่างอิสระโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (TI) โดยไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกประเมินและจัดอันดับทุกปีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 เป็นต้นมา และเชื่อว่าจะยังคงมีต่อไป

โดยการประกาศผลการประเมินและจัดอันดับประจำปี 60 จะมีขึ้นในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 นี้

เดิมที “มูลนิธิเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย” เป็นสมาชิกขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติด้วย แต่เมื่อราวสองปีที่แล้วได้ “ถอนตัวจากการเป็นสมาชิก” เนื่องจากมีข้อจำกัดบางประการ โดยจะไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อการประเมินและจัดอันดับคอร์รัปชัน

“มูลนิธิเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย” ก่อตั้งปี 2543 โดยมีท่านอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธาน และ รศ.ดร. จุรี วิจิตรวาทการ เป็นเลขาธิการ

มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือในสังคมไทย โดยมุ่งผนึกกำลังของปัจเจกบุคคลและองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน สื่อมวลชน ตลอดจนองค์กรภาคประชาสังคมอื่นๆ เพื่อให้การต่อต้านคอร์รัปชันประสบผลสำเร็จ มีผลงานสำคัญ เช่น โครงการโตไปไม่โกง

ดังนั้นประเด็นที่ว่า ไทยถอนตัวจากการจัดอันดับการทุจริตโลก จึงเป็นข่าวที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง


Sirote Klampaiboon (ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์)

เศรษฐกิจส่งสัญญาณบวกจนสมคิดโหมกระแสว่ารัฐบาลผลงานดี แต่มองในภาพรวมแบบยาวๆ เศรษฐกิจบวกจากฐานเดิมที่ต่ำมากจนต้องคุยให้เห็นภาพรวมว่า "ดีขึ้น" ยังไม่เท่ากับ "ดีจริง" และมาตรฐานของประเทศไม่ควรตั้งแค่ "ดีขึ้น" จากฐานที่ต่ำมาก แต่ต้องมองไปข้างนอกว่าเราอยู่ตรงไหน และมองจากข้างนอกแล้วเราต้องแก้ไขปัญหาอย่างไร?

มองระดับภาพรวม ตัวเลขเศรษฐกิจไทยหลายตัวยังรั้งท่้ายอาเซียนจากปี 2557 และทั้งหมดสะท้อนปัญหาที่ประเทศนี้ต้องแก้อีกเยอะครับ ค้าปลีกไทยโตรั้งท้ายอาเซียนแทบจะติดต่อกันสี่ปีรวบ แค่นี้ก็สะท้อนปัญหาเรื่องกำลังซื้อที่ประเทศนี้ถดถอยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคเดียวกัน และสภาพนี้ตรงข้ามกับที่คุณสมคิดพูดว่าไทยค้าปลีกกำลังพุ่งแรง

ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและการขยายตัวของอุตสาหกรรมเราก็มี่ปัญหาครับ สองเรื่องนี้อยู่ท้ายแถวอาเซียนมาตลอดสามสี่ปีหลังยึดอำนาจ ย้ำอีกครั้งว่ามันไม่ได้แค่ตกต่ำลง แต่มันถดถอยระดับลงไปท้ายแถวอาเซียนด้วยซ้ำ พูดง่ายๆ คือเรามีปัญหาเรื่องคนลงทุนต่ำและไม่กล้าใช้เงินเกือบมากที่สุดในประเทศระดับเดียวกันครับ

รัฐบาลขอบบ่นว่าเศรษฐกิจไทยไม่ดีเพราะเศรษฐกิจโลกแย่ แต่ตัวเลขของธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชียบอกว่าไทยแย่มากว่าเพื่อนบ้านครับ ความเสื่อมทรามแบบนี้โทษโลกไปหมดไม่ได้ เพราะการที่เรารั้งท้ายแสดงว่ามีปัญหาบางอย่างของไทยที่ทำให้ประเทศนี้แย่ลงทุกปี


Sirote Klampaiboon (ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์)

สถานการณ์พลเอกประวิตรยังไม่ดี ชายชาติทหารเดินหนีสื่อเกือบ 20 วัน สะท้อนความหวั่นไหวที่ไม่ปกติ นายกนายพลสั่งให้สื่อหยุดก็ยังไร้สื่อฟัง รองนายกนายพลอีกรายบอกสื่อให้เบาหน่อยก็ไม่มีใครเชื่อ ทุกคนเดินหน้าไล่บี้ไล่ขยี้ระดับจะเอากันให้พัง

วันนี้พลเอกประวิตรโดนแฉว่าซุกนาฬิกาหรูอีกสองเรือนครับ เรือนแรกชื่ออ่านยาก เรือนสองโรเลกซ์แบบโคตรไฮโซ สองเรือนรวมกันราว 1.6 ล้าน รวมกับ Richard Mille, Patek , Rolex ฯลฯ ที่ถูกแฉก่อนอีกสี่เรือน มูลค่าตอนนี้อาจถึง 14 ล้านแล้ว ยังไม่รวมอีกห้าหกเรือนซึ่งยังไม่ระบุยี่ห้อและราคา

ตอนนี้เหมือนวัดกันครับว่าใครจะอึดกว่ากันระหว่างพลเอกประวิตรและสื่อ รองนายกนายพลหวังปิดเรื่องโดยหนีสื่อถึง 8 ม.ค. วันที่ ปปช.ให้แจ้งที่มาทรัพย์สิน ส่วนสื่อสู้โดยไล่แฉนาฬิกาแพงสร้างกระแสไม่เลิก ขณะที่เพื่อไทย/ประชาธิปัตย์ ขย่มเรื่องนี้ไม่หยุด

ถ้ารองนายกนายพลแมนๆ แถลงเรื่องนี้ให้ชัดก็จบ แต่พอท่านต่ำแมนขั้นงัดมุขมีเพื่อนสุดรักให้ยืมนาฬิการาคาหลายล้าน ภาพลักษณ์ท่านยิ่งดูเละ และเผลอๆ อาจเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ห้อยคอรัฐบาล

Sirote Klampaiboon (ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์)

ตลาดหุ้นปลายปีสุดร้อนแรง เหลืออีก 3.6% ก็จะทำซูเปอร์นิวไฮ ทะลุจุดสูงสุดตลอดกาลของตลาดหุ้นตั้งแต่ปี 2537 เศรษฐกิจดูดีในสายตาคนเล่นหุ้นแล้ว เพราะหุ้นบวกสะท้อนความเชื่อว่าซื้อตอนนี้น่าจะมีกำไร

กลัวนิดเดียวครับว่านายกจะโหนตลาดหุ้นแล้วบอกว่ารัฐบาลผลงานดี เอาเข้าจริงๆ นายกนายพลควรคิดว่าทำไมตลาดหุ้นแรงท่ามกลางรากหญ้าที่พังย่อยยับ, SMEs แห้งตาย, ยางราคาร่วง, ชาวนาขาย ข้าวได้ลุ่มๆ ดอนๆ, คนงานค่าแรงระดับเศษอาหารนายก, เด็กจบปริญญาตรีเงินเดือนไม่ขึ้นแล้วหกปี

ดัชนีหุ้นพุ่งแบบนี้ไม่โอเค เพราะสะท้อนความเหลื่อมล้ำในรัฐบาลปัจจุบัน ท่านโอบอุ้มคนรวย ช่วยแต่ผู้ส่งออก คบแค่กับเจ้าสัว เปิดทำเนียบให้อภิมหาเศรษฐีไม่กี่ตระกูล ยกเว้นภาษีให้นายทุนประชารัฐ คืนภาษีให้ธุรกิจห้าง แต่กับคนจนคนรากหญ้าท่านทำอะไรน้อยมาก แค่จะร้องทุกข์ยังถูกตวาดเหมือนประมงปัตตาน


ตลาดหุ้นดีคือข่าวดีของคนมีเงิน แต่ข่าวดีนี้ไม่ควรเกิดท่ามกลางหยาดน้ำตาคนจนทั้งแผ่นดิน

https://www.voicetv.co.th/watch/Sk_rriIGG


Sirote Klampaiboon (ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์)

สังคมเบื่อรัฐบาลทำรัฐบาลขาลงไม่หยุด ประยุทธ์ลงใต้ฉาวเรื่องตวาดประมงกับจับคนค้านถ่านหิน โฆษกใส่ความครูสอนศาสนาเรื่องชู้สาว ส่วนรองนายกก็มีเรื่องปกปิดแหวนเพชรและนาฬิกาหรูที่อาจแพงถึงสิบล้าน ซ้ำก่อนหน้านี้ก็พูดจาแบบหมิ่นน้ำใจเรื่องเด็กเตรียมทหารตาย

คนถามเยอะว่าเละขนาดนี้ทำไมไม่ไป วันนี้มีการขยับจากสังคมล่ารายชื่อไล่ประวิตรแล้วครับ คนทำคืออดีตสมาชิกสภาปฏิรูปและกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ คุณ "ทิชา ณ นคร" ซึ่งพูดชัดว่าผู้นำต้องรับผิดชอบทั้งเรื่องน้องเมยและปกปิดทรัพย์สิน ไม่ใช่หลบหน้าไม่กล้าพบสื่ออย่างปัจจุบัน

ตัวรองนายกนายพลทำตัวเองเรื่องนี้เละเทะครับ ใช้ของแพงแบบไม่แจ้งก็แย่แล้ว หนีสื่อก็แย่อีก ล่าสุดใช้วิธีปล่อยข่าวว่าแหวนแม่ให้มา ส่วนนาฬิกายืมเพื่อน ซึ่งทั้งหมดนี้พาเรื่องนี้เลอะขั้นหลุดโลกไปอีก ขณะ ปปช.ก็อมสากเรื่องนี้ พูดได้แค่รอประวิตรส่งเอกสารให้ ไม่ต้องพูดเรื่องพลเอกประยุทธ์ที่ปิดปากเงียบเรื่องลูกน้องที่เป็นอดีตหัวหน้าตัวเอง

จับตาให้ดีนะครับ จากคดีหมิ่นน้องเมยถึงปกปิดนาฬิกา กระแสเบื่อรัฐบาลกำลังลามไม่หยุดจนพร้อมไล่บี้ทุกเรื่องแบบปัจจุบัน



Sirote Klampaiboon (ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์)

เรื่องดาราปลอมเป็นตำรวจยาเสพติดแล้วข่มขู่คนนั้นไม่ธรรมดา ไม่ว่านายคนนี้จะทำเพราะบ้าหรือหาเงิน มันก็คืออาการสังคมที่ผิดปกติครับ มันสะท้อนระบบที่เจ้าหน้าที่รัฐคลั่งศาลเตี้ย มันคือสังคมที่คนเชื่อว่าตัวเองมีโอกาสถูกรัฐเล่นนอกกฎหมาย และมันเป็นผลผลิตของสังคมที่คนในเครื่องแบบคุกคามประชาชน

คุ้ยเรื่องนี้ให้ดี ประเด็นอยู่ที่ทำไมคนพร้อมจะเชื่ออาชญากรครับ รักษาการ ผบ.นครบาลพูดเองว่าเหตุแบบนี้มีเยอะ แปลว่ามีคนเจอแบบนี้แล้วเชื่ออยู่มาก ตำรวจดีๆ ต้องคิดต่อว่าทำไมคนเชื่อ
แต่ตำรวจผู้ใหญ่ท่านนี้ทำแค่บอกให้ประชาชนโทรแจ้งเวลาสงสัย ซึ่งฟังอีกนิดก็เหมือนท่านกำลังตำหนิคนที่ไม่รู้จักโทร

ถามว่าเรื่องแบบนี้เกิดในประเทศอื่นมั้ย คำตอบคือมีแน่ๆ แต่ผมว่าข่าวนี้สะท้อนสภาพที่เราเห็นทหารตำรวจอุ้มหรือหิ้วประชาชนโดยไม่แจ้งข้อหาเป็นประจำ สังคมไร้หลักนิติธรรมคือเนื้อดินให้เจ้าหน้าที่แบบนี้เติบใหญ่ ส่วนโจรก็สวมรอยสิ่งที่่เจ้าหน้าที่ทำจนเป็นเรื่องธรรมดา

คนไทยมีคำพูดแรงๆ ว่าเจ้าหน้าที่บางคนไม่ต่างจากโจร ดุเดือดหน่อยก็บอกสีเขียวสีกาบางคนคือโจรในเครื่องแบบ ถ้าความเป็นจริงอันเลวร้ายแบบนี้ลดลง โจรคงหลอกคนว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐยากขึ้น และเหตุแบบนี้คงไม่เกิดมากอย่างตำรวจบอกเอง


Sirote Klampaiboon (ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์)

ใครๆ ก็รู้ว่ายุคนี้เศรษฐกิจไม่ดี ค้าขายฝืดเคือง เงินทองขัดสน แต่พอตัวเลขเศรษฐกิจขยับขึ้นนิดนึง รัฐบาลต้องรีบประโคมว่าเศรษฐกิจดีแล้วทุกครััง พฤติกรรมเหมือนคนความน่าเชื่อล้มละลายที่มีอะไรให้โหนก็ต้องคว้าไว้ก่อน ต่อให้หลายครั้งตัวเลขเหล่านั้นจะไม่ได้สะท้อนเศรษฐกิจชาติหรือฝีมือรัฐบาลก็ตาม

ขณะที่รัฐบาลโหนธนาคารโลกเลื่อนอันดับด้านความสะดวกทางธุรกิจของไทยจาก 46 เป็น 26 ไปอ้างว่าไทยเป็นประเทศน่าลงทุน อันดับทำธุรกิจง่ายหมายถึงการลดขั้นตอนราชการ ส่วนการลงทุนจะโตหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องครับ ยิ่งกว่านั้นคือเป็น คสช.ที่ทำไทยร่วงจากอันดับที่ 18 เป็น 46 ในปี 2558 จากเคยอยู่ที่ 12-19 ช่วง 2547-2557 จนการเลื่อนอันดับในปีนี้ยังไร้ค่า ซ้ำยังสะท้อนยุคที่รัฐ "ช่วยธุรกิจ" แต่ไม่คำนึงถึง "เศรษฐกิจ" ในภาพรวม


https://shows.voicetv.co.th/overview/536563.html


Sirote Klampaiboon (ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์)

ถือวิสาสะดึงรูปจากพี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ หลายท่านเพื่อคุยว่ารัฐต้องชี้แจงสาเหตุน้ำท่วมกรุงเทพรอบนี้ครับ ทุกคนรู้แล้วว่าเช้านี้กรุงเทพน้ำท่วมหนัก ประเด็นของผมคือนอกจาก "หนัก" ก็มีหลายพื้นที่ซึ่งท่วม ทั้งที่ปี 54 ไม่ท่วม นี่แสดงว่าพื้นที่มีปัญหามากขึ้นหรือเปล่า เรื่องนี้รัฐและ กทม. (ซึ่งนายกตั้ง) ต้องอธิบาย

หนึ่งในภาพน้ำท่วมวันนี้คือทองหล่อครับ ไม่แน่ใจว่าจุดนี้ท่วมมั้ยในปี 54 แต่วันนี้มีเหตุน้ำท่วมที่เอกมัย จุดนี้ปี 54 ไม่ท่วม คำถามคือกรณีแบบนี้เกิดได้อย่างไร

น่าสังเกตด้วยครับว่ารอบนี้คนบ่นเรื่องความเสียหายเยอะ หลักๆ คือเพราะยกของไม่ทัน เหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะไม่มีใครแจ้ง ภาพที่สองมาจากรัชดาซอยต้นๆ คำถามคือทำไมไม่แจ้งครับ

สรุปสั้นๆ เรื่องที่รัฐควรอธิบายคือทำไมมีพื้นที่ใหม่ท่วม และทำไมไม่มีคนแจ้ง นอกจากนั้น ถ้าน้ำท่วมเพราะระบายไม่ทัน คำถามคือกทม.เริ่มเปิดประตูน้ำเพื่อระบายตอนเวลาไหน?

บางคนบ่นว่าฝนตกตีสอง แต่ประตูน้ำเริ่มเดินตอนตีสี่ บางคนบอกว่าบางจุดเครื่องสูบน้ำพังหมด ทั้งหมดนี้เป็นข้อเท็จจริงหน้างานที่ต้องเปิดเผยต่อประชาชน ไม่ต้องหาคนรับผิดชอบก็ได้ แต่จะได้ป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำครับ

อยากเห็นผู้ว่า กทม.ออกมาแสดงความรับผิดชอบกับประชาชน ถึงแม้ท่านจะไม่มีประชาชนเลือก แต่ความรับผิดชอบก็ยังต้องม

(ขออนุญาตไม่ tag เจ้าของภาพนะครับ ช่วงนี้โจทย์เยอะ กลัว tag แล้วทำทุกท่านเดือดร้อนครับ)









Sirote Klampaiboon (ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์)

รู้ครับว่ารัฐบาลนี้ไม่เข้าใจเรื่องสวัสดิการประขาขน รู้ครับว่ามีคนมองว่าการทำสวัสดิการคือภาระเยอะไปหมด บัตรทองก็ถูกท่านคุมจนงบเพิ่มในสัดส่วนที่ต่ำมาก ตอนนี้เบี้ยคนชราเดือนละ 600 ท่านก็ยังหาทางจะประหยัดงบอีก แต่เกินไปครับที่่เอาเหรียญเจ้าคุณธงชัยปลุกเสกล่อให้คนแก่เลิกรับเบี้ยแบบนี้ จะอ้างว่าเป็นแผนลดคนเพื่อเอาเงินไปเฉลี่ยให้คนจนนั้นฟังไม่ได้ ไม่มีหลักประกันว่าจะทำจริง

รัฐบาลดีๆ ต้องหาเงินทำเรื่องนี้เพิ่มครับ ไม่ใช่กดจำนวนคนแก่รับเบี้ยเดือนละ 600 ให้น้อยลง

ขอย้ำอีกครั้ง ประเทศนี้มีงบช่วยผู้สูงอายุสองกอง กองใหญ่คือกองบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองนี้ใช้เงินปีละ 200,000 ล้าน แต่จ่ายให้คนแค่สองล้านคนกว่าๆ พวกอธิบดีพวกนายพลพวกปลัดก็เกษียณแบบเสวยสุขในเงินกองนี้ นายกและรัฐมนตรีตอนนี้ก็ด้วย ส่วนอีกกองคือกองเบี้ยผู้สูงอายุครับ กองนีั้ใช้เงินปีละ 64,000 ล้าน แต่ดูแลคนแก่เกือบ 8 ล้าน

คำถามคือทำไมคนแปดล้านได้เงินน้อยกว่าข้าราชการอีกสองล้าน ทั้งที่คนแปดล้านคือคนจ่ายภาษีเป็นบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

ถ้ารัฐบาลอยากเฉลี่ยเงินให้คนแก่ยากจนเพิ่มขึ้น ท่านต้องหาเงินเพิ่ม และท่านควรเกลี่ยเงินที่ปรนเปรอข้าราชการมาดูแลคนจนครับ พวกอธิบดีพวกปลัดพวกนายพลน่ะ ยอมลดเงินบำนาญตัวเองได้มั้ย ทำไมประชาชนต้องส่งเสียพวกท่านเดือนละสี่ห้าหมื่นจนกว่าจะตายกันไปข้าง จะเกลี่ยเงินประชาชนด้วยกันแบบนี้มันใช้ไม่ได้ อย่ามาใช้ประชาชนเบียดเบียนประชาชน
ขับเคลื่อนโดย Blogger.