เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง ร่วมกับองค์กรภาคประชาสังคม จัดวงเสวนาวิชาการหัวข้อ "ชะตากรรมคนจนในช่วงเปลี่ยนผ่าน" สะท้อนสถานการณ์คนจนในประเทศไทยในปัจจุบัน ซึ่งกำลังถูกรุกไล่จากนโยบายเพื่อประโยชน์ของนายทุน ทั้งในเมืองและชนบท เผยปัจจุบันยิ่งรุนแรงขึ้น เพราะไม่สามารถเรียกร้องได้ และมีการใช้อำนาจรัฐเข้ากดดันอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่

โดยหนึ่งในสถานการณ์ที่กำลังเป็นปัญหา คือสถานการณ์ของเกษตรกรในชนบท ซึ่งนางสาวสุดใจ สุขสิงห์ ตัวแทนชาวนาจากอำเภอบางปะหัน จังหวัดอยุธยา ได้กล่าวถึงปัญหาของชาวนาจากสถานการณ์ราคาข้าวตกต่ำที่ผ่านมา ระบุว่าสืบเนื่องจากในปัจจุบัน การทำนามีต้นทุนที่สูงขี้น แต่ราคาข้าวในตลาดกลับไม่สัมพันธ์กับต้นทุน และเป็นราคาที่ไม่ช่วยการดำรงชีวิตได้จริงๆ ส่วนตัวจึงเห็นว่าควรมีนโยบายการแทรกแซงราคา ให้เหมาะสมกับต้นทุน เพราะที่ผ่านมาชาวนาหลายภาคส่วนต่างพยายามหลายวิธีการเพื่อลดต้นทุนแล้ว

ส่วนอีกปัญหาหนึ่งที่คนจนในชนบทกำลังประสบปัญหาในปัจจุบัน คือกรณีการพัฒนาทางอุตสาหกรรมที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนในด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งนางสาวสายรุ่ง คึขุนทด ตัวแทนจากกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด อำเภอบำเหน็จณรงค์ จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งกำลังประสบผลกระทบจากปัญหารการทำเหมืองแร่และโรงไฟฟ้าถ่านหิน ระบุว่าหลายการณี การเข้ามาของอุตสาหกรรมในชุมชน ไม่เคยมีส่วนร่วมหรือการขอความคิดเห็นจากชุมชน และยิ่งในยุครัฐบาลทหารปัจจุบัน การแสดงออกเห็นแย้งหรือต่อต้าน ยิ่งเป็นไปได้ยาก และแนวทางของรัฐ ก็ะเน้นให้ประโยชน์แก่นายทุนมากกว่าคนจนอย่างเห็นได้ชัด

นอกจากนี้ ตัวแทนจากชาวบ้านในหลายพื้นที่ ยังได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนถึงสถานการณ์ที่กำลังเผชิญในปัจจุบัน ซึ่งต่างมีลักษณะใกล้เคียงกัน คือการได้รับผลกระทบจากนโยบายรัฐ ที่เอื้อประโยชน์แก่นายทุนมากกว่าชุมชน เช่นการจัดทำเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่มีการเวนคืนไล่ที่ชาวบ้านในหลายพื้นที่ไปให้นายทุน การพัฒนาด้านอุตสาหกรรมหลายจังหวัด มีการใช้อำนาจรัฐเข้ากดดันชาวบ้าน โดยไม่สนใจความต้องการของชุมชนมากเท่าที่ควร


คลิปเหตุการณ์รถทัวร์พุ่งชนแท่งแบริเออร์จนหลุดโค้ง ก่อนตกเหวเขาพลึง จ.อุตรดิตถ์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 18 ราย

จากกรณีอุบัติเหตุรถทัวร์นักท่องเที่ยววัยเกษียณตกเหวเขาพลึง บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 11 ขาเข้าเมืองอุตรดิตถ์ ต.บ้านด่านนาขาม อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา

ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 พ.ย. สมาชิกเฟซบุ๊กชื่อ "สมเกียรติ เเจ้งกิตติ" โพสต์คลิปวีดีโอจากกล้องติดรถยนต์ พร้อมข้อความว่า “เสี้ยววินาทีเองก่อนรถจะตกเหวเขาพลึง กล้องหน้ารถผมจับเอาไว้ได้ ขอไห้ใช้ความระมัดระวังกันเยอะๆ ครับ” เผยให้เห็นวินาทีที่รถทัวร์คันดังกล่าวขับมาด้วยความเร็วสูง ก่อนจะเสียหลักพุ่งชนแท่งแบริเออร์กลางถนน แล้วหลุดโค้งร่วงตกเหว จนทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 18 รายและบาดเจ็บ 20 คน

อย่างไรก็ตาม กรมการขนส่งทางบกระบุได้ส่งทีมวิเคราะห์อุบัติเหตุเชิงลึก ตรวจสอบข้อมูลสภาพถนน ตัวรถ ผู้ขับขี่ และสภาพแวดล้อม อีกทั้งสัมภาษณ์ผู้เห็นเหตุการณ์ พบว่า ถนนช่วงเกิดอุบัติเหตุเป็นทางโค้งลาดชันประมาณ 3 กิโลเมตร มีป้ายเครื่องหมายจำกัดความเร็วและเตือนการใช้ทางตลอดบริเวณ ซึ่งได้จัดเก็บข้อมูลต่างๆเพื่อนำมาวิเคราะห์ถึงความเร็วที่ใช้ในการขับขี่ รวมถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุต่อไป


การถึงแก่อสัญกรรมของนาย ฟิเดล คาสโตร อดีตผู้นำการปฏิวัติคิวบา ก็ทำให้เกิดปฏิกริยาที่หลากหลายทั้งจากประชาชนและผู้นำทั่วโลก ซึ่งมีทั้งคนที่ชื่นชมเขาในฐานะผู้นำที่ยิ่งใหญ่ ขณะที่คนจำนวนมากก็มองว่าเขาเป็นผู้นำเผด็จการที่กดขี่ประชาชน

ประชาชนในคิวเข้าสู่ช่วงเวลาของการไว้ทุกข์ให้แก่การจากไปของ นายฟิเดส คาสโตร อดีตประธานาธิบดีและผู้นำการปฏิวัติคิวบา เป็นเวลา 9 วัน ตามที่รัฐบาลประกาศไว้ โดยสถานที่ราชการได้ลดธงครึ่งเสาทั่วประเทศ และพิธีฌาปนกิจศพของคาสโตรจะจัดขึ้นทันทีตามความความประสงค์ที่ระบุไว้ในพินัยกรรม และจะมีการนำเถ้ากระดูกของนายคาสโตรเคลื่อนไปตามทางที่เคยจัดคาราวานแห่งเสรีภาพในปี 1959 เพื่อไปฝังไว้ที่เมืองซานติอาโก ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ อย่างสมเกรียติในวันที่ 4 ธันวาคมนี้

อย่างไรก็ตาม บรรยากาศกลับเป็นไปอย่างตรงกันข้าม ในเมืองไมอามี มลรัฐฟลอริดาของสหรัฐ ซึ่งชาวอเมริกันเชื้อสายคิวบาได้ออกมารวมตัวกันเฉลิมฉลองการจากไปของนายคาสโตรบนท้องถนนอย่างคึกคัก โดยมีการเคาะหม้อและโห่ร้องยินดี เพราะพวกเขามองว่า นายคาสโตรเป็นผู้นำเผด็จการเลวร้าย ที่เคยละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงและกำจัดผู้เห็นต่างจำนวนมากในระหว่างการปฏิวัติ

เช่นเดียวกับปฏิกริยาของผู้นำโลกเสรีและคอมมิวนิสต์ที่มีท่าทีแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดนนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียกล่าวว่า การถึงแก่อสัญกรรมของนายคาสโตรเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญคนหนึ่งของประวัติศาสตร์โลกยุคใหม่ ขณะที่นายสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ก็กล่าวว่า "สหายคาสโตร" จะอยู่ในความทรงจำของชาวจีนตลอดไป

ด้านผู้นำโลกเสรี อย่างนายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่าประวัติศาสตร์จะทำหน้าที่จารึกและตัดสินสิ่งที่นายคาสโตรได้ทำเอาไว้ ขณะที่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯคนใหม่ก็ออกแถลงการณ์ว่า นายคาสโตรเป็นเผด็จการที่เลวร้าย และเขาหวังว่า คิวบาจะสามารถหลีกหนีจากความโหดร้ายที่ชาวคิวบาต้องทนทุกข์มานาน และก้าวไปสู่อนาคตที่มีเสรีภาพที่ชาวคิวบาสมควรได้รับ


แพร่ - ตำรวจพร้อมเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเข้าจับกุมหญิงสาวลักลอบค้าซากสัตว์ป่าผ่านเฟซบุ๊ก ยึดหนังเสือ-เขากวาง

เมื่อวันที่ 27 พ.ย. พ.ต.อ.สุชาติ สิงห์ขรณ์ ผกก.สภ.สอง จ.แพร่ รับแจ้งประสานจาก นายรังสรรค์ อินตะพันธ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าดอยหลวง(โครงการตามพระราชดำริ) และ นายวีระ พวงภู่ นายอำเภอสอง เหตุมีการร้องเรียนว่ามีการลักลอบขายหนังสัตว์ป่าสงวนผ่านเฟซบุ๊ก จึงได้สั่งการให้ ร.ต.อ. นรินทร์ เชิดอยู่ พนักงานสอบสวน สภ.สอง เข้าร่วมตรวจสอบ ที่บ้านพักแห่งหนึ่งใน ต.หัวเมือง อ.สอง จ.แพร่ ซึ่งเป็นสถานที่จำหน่ายที่ประกาศไว้ในเฟซบุ๊ก

จากการตรวจสอบพบ เขากวางและหนังเสือจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ยังพบกล่องพัสดุที่ส่งมาจาก อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ภายในพบเขี้ยวสัตว์ ลักษณะคล้ายเขี้ยวเสือ จำนวน 1 คู่ ในบ้านพบ ชายหญิง 2 คนอยู่ภายในบ้าน สอบถามจึงทราบว่าซากสัตว์ทั้งหมดเป็นของบุตรสาวอายุ 18 ปี ซึ่งขณะเจ้าหน้าที่เข้าทำการจับกุมไม่อยู่บ้าน จึงทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดและแจ้งหญิงวัย 18 ปีให้มารับทราบข้อหา

เบื้องต้นพนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อหาความผิดตาม พระราชบัญญัติเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ มาตรา 19 ห้ามมิให้ผู้ใดมีไว้ครอบครองซึ่งสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ซาก สัตว์ป่าสงวน หรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง และมาตรา 20 ห้ามมิให้ผู้ใดค้าสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าสงวน ซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 4 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา


เหลืออีกเพียง 3 วันที่ดีเอสไอ ต้องส่งมอบตัวพระธัมมชโย ให้อัยการสูงสุด ดำเนินการตามกฎหมาย หลังถูกสั่งฟ้องในข้อหาร่วมกันฟอกเงินและรับของโจร ในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งดีเอสไอก็พร้อมหลังเตรียมแผนปฏิบัติการในการเข้าจับกุมไว้อย่างดีที่สุด ขณะที่ทางเข้าออกวัดพระธรรมกาย ถูกปิดใช้ เหลือเพียงประตูเข้าวัดประตู 7 เพียงแห่งเดียว

บรรยากาศภายในวัดพระธรรมกาย ตำบลคลองสอง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ยังเป็นไปด้วยความเงียบสงบ มีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับสื่อมวลชนที่มารอติดตามความเคลื่อนไหวภายในวัดพระ ธรรมกาย แต่ทางวัดได้ปิดประตู โดยรอบวัด ให้ใช้เพียงประตู 7 เพียงประตูดียว และทางวัดทราบข่าวที่เจ้าหน้าที่ เตรียมเข้าไปจับกุมพระธัมมชโยแล้ว ภายในวัดก็จะมีการปฏิบัติธรรมตามปกติ ส่วนที่มีข่าวว่าวัดมีการก่ออิฐทำกำแพงวัดให้สูงขึ้นนั้น เป็นกำแพงเก่าแต่เดิม ต่อเติมขึ้นเพื่อดูแลความปลอดภัยให้คนภายในวัด และยืนยันได้ว่าไม่ต้องการให้เกิดความวุ่นวายขึ้น แต่ถ้าเกิดความวุ่นวายไม่ใช่เกิดจากลูกศิษย์วัดพระธรรมกายแน่นอน แต่เป็นมือที่สาม

ทางด้านพันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ย้ำว่า ดีเอสไอมีแผนปฏิบัติการในการเข้าจับกุมพระธัมมชโยไว้พร้อมอยู่แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างประเมินสถานการณ์และได้ประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มีหมายจับพระธัมมชโยในคดีบุกรุกป่าด้วยเช่นกัน หากพระธัมมชโยยังประสงค์เข้ามอบตัว ดีเอสไอก็พร้อมรับมอบตัวและนำตัวส่งพนักงานอัยการ

ขณะที่​พระครูวิจิตรอาภากร เจ้าคณะตำบลคลองสี่ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า ยังไม่ได้รับการประสานจากดีเอสไอ ในการเข้าเจรจากับทางวัดพระธรรมกาย เพื่อให้พระธัมมชโย มอบตัว


นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯบอกว่าความพยายามที่จะนับผลคะแนนเลือกตั้งในมลรัฐวิสคอนซินใหม่อีกครั้ง เป็นเรื่องขี้โกงและไร้สาระ และขอให้ทุกฝ่ายควรมองไปข้างหน้าเพื่อร่วมกันพัฒนาประเทศ

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯกล่าวว่า การยื่นเรื่องให้มีการนับคะแนนใหม่โดยพรรคกรีนของนางจิล สไตน์ เป็นเพียงแค่กลโกงในการระดมทุนของพรรคกรีน ซึ่งเงินที่ได้มาอาจไม่ถูกนำไปใช้ในการนับคะแนนใหม่เลยด้วยซ้ำ ซึ่งก่อนหน้านี้ พรรคกรีนระดมทุนได้มากกว่า 2 ล้านดอลลาร์ หรือราว 70 ล้านบาท เพื่อยื่นเรื่องให้คณะกรรมการจัดการเลือกตั้งนับคะแนนในมลรัฐวิสคอนซิน รวมถึงมิชิแกน และเพนซิลเวเนียใหม่ หลังมีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีความผิดพลาดหรือการแฮ็กผลการเลือกตั้ง จนทำให้นายโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้

ด้านทีมงานหาเสียงของนางคลินตันเปิดเผยว่า พวกเขาจะไปร่วมตรวจสอบการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ด้วย แม้ขณะนี้จะไม่พบสัญญาณที่บ่งบอกถึงความผิดปกติของผลการเลือกตั้ง แต่ก็เพื่อให้ประชาชนกว่า 64 ล้านคนที่เลือกนางคลินตันมั่นใจว่าไม่มีสิ่งผิดปกติในการนับคะแนน

นายโดนัลด์ ทรัมป์ให้ความเห็นว่า การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาถือว่าสิ้นสุดลงไปแล้ว เนื่องจาก นางฮิลลารี คลินตัน ได้ประกาศยอมรับความพ่ายแพ้และแสดงความยินดีกับเขาไปแล้ว ซึ่งเป็นสัญญาณว่าทุกฝ่ายควรจะมองไปข้างหน้าเพื่อร่วมกันพัฒนาประเทศต่อไป


วันที่ 27 พ.ย. 59 – ประเทศที่มีประชากร 12 ล้านคน ที่ชื่อ “สาธารณรัฐคิวบา” ซึ่งเป็นประเทศหมู่เกาะเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่บนทะเลเเคลิเบียน ในทวีปอเมริกากลาง ระยะทาง 145 กิโลเมตร จากคิวบาถึงรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา นั้น “คิวบา” ไม่น่าจะมีพิษสงใด ๆ ต่อมหาอำนาจหมายเลข 1 ของโลกได้

เเต่เมื่อ “ฟิเดล อาเลคันโดร กัสโตร รุซ” หรือ ฟิเดล คาสโตร เจ้าของฉายา “เอล คอมมานดานเต้” ขึ้นปกครองกรุงฮาวานาเเละทุกเมืองในคิวบาเมื่อปี 2502 ด้วยลัทธิคอมมิวนิสต์นั้น ชาวคิวบาจำนวนไม่น้อยที่ลี้ภัยไปอยู่ในสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะเมืองไมอามีนั้นเรียกได้ว่าเป็น “ลิตเติลคิวบา” ก็มิผิด จากวันนั้นถึงวันนี้การตั้งฉากเป็นศัตรูกันของ 2 ชาติ บนภูมิรัฐศาสตร์การเมืองก็บังเกิดขึ้นทันที

ไม่น่าเชื่อว่า “สหรัฐอเมริกา” ไม่เคยเอาชนะคิวบาได้ ประเทศที่ส่งออกซิก้าร์ เหล้ารัม น้ำตาล ตั้งแต่ศึกตึงเครียดที่อ่าวพิกส์เมื่อปี 2504 หรือวิกฤตขีปนาวุธที่ทำให้โลกเสี่ยงเกิดสงครามนิวเคลียร์ในปีถัดมา

เเม้จะมีมาตรการคว่ำบาตรทางการค้าของอเมริกาและแผนลอบสังหาร “ฟิเดล คาสโตร” ซึ่งสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา 10 คน ไม่สามารถจัดการคิวบาได้ ไล่เรียงตั้งเเต่ ดไวท์ ดี.ไอเซนฮาวร์, จอห์น เอฟ เคนเนดี้, ลินดอน บี.จอห์นสัน, ริชาร์ด นิกสัน, เจอรัลด์ ฟอร์ด, จิมมี คาร์เตอร์, โรนัลด์ เรเเกน, จอร์จ เฮช.บุช, บิลล์ คลินตัน เเละจอร์จ ดับเบิลยู. บุช

43ปี ในการครองบัลลังก์ผู้นำคิวบานั้น สร้างความอึดอัดใจให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เสมอมา เเละบางช่วงบางตอนผู้นำสหรัฐฯ บางคนมีคำสั่งปลิดชีวิต “เอล คอมมานดานเต้” เพราะเป็นภัยต่อสหรัฐฯ อย่างเลี่ยงไม่ได้

หลังจากที่ “ฟิเดล คาสโตร” กับ “เช กูวาร่า” โค่นล้ม “ฟุลเคนซิโอ บาติสตา” ได้สำเร็จ รายงานของสำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (ซีไอเอ) เปิดเผยว่า ฟิเดล คาสโตร สามารถรอดจากการลอบสังหารจากซีไอเอได้หลายต่อหลายครั้ง อาทิ แผนวางยาพิษของกลุ่มมาเฟียอเมริกันที่สูญเสียผลประโยชน์จากการถูกยึดกิจการโรงแรม-กาสิโน ในคิวบา ที่มีการร่วมมือกับซีไอเอในปี 2503 เช่นเดียวกับความพยายามของ “มาริตา ลอเรนซ์” คู่รักของฟิเดล คาสโตร ที่สมคบคิดกับซีไอเอ วางแผนลอบสังหารคาสโตรด้วยยาพิษในปีเดียวกัน


เจ้าหน้าที่คิวบาอ้างว่า ตลอดระยะเวลาดำรงตำแหน่ง “ฟิเดล คาสโตร” ถูกลอบสังหารกว่า 600 ครั้ง (เเต่ยากที่จะสามารถหาข้อมูลยืนยันสถิตินี้ได้)

ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ชื่อเสียงในการ “โกงความตาย” ของ ฟิเดล คาสโตร นั้น มีมาก่อนที่จะดำรงตำแหน่งผู้นำคิวบา ขณะที่คาสโตรยังเป็นนักปฏิวัติอายุน้อยนั้น สื่อมวลชนคิวบาเคยรายงานข่าวการเสียชีวิตของคาสโตรมาแล้วถึง 2 ครั้ง

ครั้งหนึ่ง คือ ข่าวการเสียชีวิตในการลุกฮือขึ้นโจมตีค่ายทหารที่มอนคาดา ซึ่งประสบความล้มเหลว และอีกครั้งในการเดินทางกลับจากการลี้ภัยพร้อมกองกำลังกบฏสู่คิวบาทางเรือ

ไม่เว้นแม้แต่ในการประชุมสุดยอดผู้นำละตินอเมริกาและยุโรป ที่ประเทศปานามา เมื่อปี 2543 ที่คาสโตรอ้างว่า อดีตทหารคิวบาที่แปรพักตร์เข้ากับซีไอเอ พยายามลอบสังหารตนด้วยอาวุธรวมถึงระเบิดในการประชุมครั้งนั้น ซึ่งแน่นอนว่า คาสโตรรอดมาจนถึงทุกวันนี้

จนกระทั่ง บารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐฯ คนปัจจุบันจะยื่นไมตรีกับคิวบา เเต่ ฟิเดล คาสโตร ยังมีทัศนคติเเง่ลบกับพญาอินทรีอยู่เสมอ มิเปลี่ยนเเปลงเเม้กระทั่งวันสิ้นลมหายใจในวัย90ปี เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2559 ก็ตาม


ขับเคลื่อนโดย Blogger.