Atukkit Sawangsuk

รู้สึกทู่เรศที่เห็นยะใสออกมาเรียกร้องให้ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เห็นนวยนิ่มออกมาด่าในฐานะกรรมการปฏิรูปประเทศ เห็นองค์กรต้านโกงดิ้นพล่าน

วิธีคิดต้านโกงของคนพวกนี้ คือเอากระบวนการยุติธรรมออกไปจากนักการเมือง ออกไปเป็นอิสระ อิสระกระทั่งไม่ยึดโยงประชาชน ไม่เห็นหัวประชาชน ยกตนเป็นเทวดา ไม่ว่าศาลองค์กรอิสระ
กินเงินภาษีประชาชน แต่ประชาชนไม่สามารถตรวจสอบได้ ไม่มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน เอาผิด หรือกระทั่งวิจารณ์ไม่ได้ ศาลวิจารณ์ไม่ได้ กกต.วิจารณ์แล้วฟ้องเอาผิด
วิธีคิดแยกกระบวนการยุติธรรมเป็นอิสระ ที่ผิดเพี้ยนที่สุด คือแยกอัยการเป็นอิสระ ในรัฐธรรมนูญ 2550 ต่อเนื่องมาถึง 2560 (แต่พอรัฐประหารเด้งอัยการสูงสุดได้)
ว่าโดยหลักการ อัยการต้องมีอิสระในการสั่งคดี อำนาจการเมืองแทรกแซงสั่งการไม่ได้ แต่โดยระบบ อัยการก็ต้องเกาะเกี่ยวอยู่กับอำนาจบริหาร เพราะอัยการเป็นทนายของรัฐ ทำหน้าที่ฟ้องคดีอาญาแทนรัฐบาล ซึ่งต้องรับผิดชอบความสงบเรียบร้อยความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินประชาชน
อัยการต้องรับผิดชอบต่อรัฐบาล แล้วรัฐบาล(ที่มาจากเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย)รับผิดชอบต่อประชาชนอีกที
ไม่ใช่อัยการไม่ต้องรับผิดชอบต่อใคร ทำงานไม่มีประสิทธิภาพ ฉ้อฉล สำนวนอ่อน ฟ้องโจรผู้ร้ายฆาตกรหลุดเพียบ ประชาชนหวาดผวา แล้วรัฐบาลก็แบะๆ เราทำอะไรอัยการไม่ได้ ไม่อยู่ใต้อำนาจรัฐบาลที่ประชาชนเลือกมา ทั้งที่เป็นอำนาจบริหาร เป็น "ทนายแผ่นดิน" จะอยู่ใต้อำนาจต่อเมื่อมารับเบี้ยประชุมแพงๆ เป็นบอร์ดรัฐวิสาหกิจ
อันนี้ไม่ใช่ไม่ยอมรับหลักวินิจฉัยอิสระ แต่จะต้องมีความยึดโยงที่ประชาชนให้คุณให้โทษได้ และโดยหลักการแบ่งแยกอำนาจก็ต้องอยู่ใต้ฝ่ายบริหาร ไม่ใช่ศาลซึ่งแยกไปเป็นอำนาจตุลาการ (กระนั้นก็ควรยึดโยงอำนาจประชาชนเหมือนกัน)
โครงสร้างแต่เดิมมา อัยการก็มีอิสระระดับหนึ่ง จากกรมอัยการสังกัดมหาดไทย แยกมาเป็นสำนักงานอัยการสูงสุด มี ก.อ.แต่งตั้งโยกย้าย เพียงยังเกาะเกี่ยวอยู่ใต้นายกฯ แล้วช่วงหนึ่งก็มาเกาะเกี่ยวกับกระทรวงยุติธรรม
ปัญหาของคำว่าอิสระ ยังมีอีกข้อ คือไม่ใช่คิดแต่อิสระจากนักการเมือง แต่นายสั่งได้ ระบบภายในสำนักงานกลายเป็นเจ้าขุนมูลนาย ผู้น้อยผู้ใหญ่ ถ้าอย่างนั้นอิสระก็ไม่มีความหมายอะไร (เหมือนอิสระของผู้พิพากษาคุณากร)
คนชั้นกลางเกลียดนักการเมือง รัฐธรรมนูญ 2540 จึงงอกองค์กรอิสระ คิดว่าจะมีเทวดาเปาบุ้นจิ้นลอยจากฟากฟ้าบริสุทธิ์ผุดผ่อง
ที่ไหนได้ กลายเป็นข้าราชการแก่ๆ ผู้พิพากษาแก่ๆ มีอคติต่อประชาธิปไตย มีคอนเนคชั่นในแวดวงขุนนาง
พอเกลียดกลัวทักษิณเห็นว่าจะแทรกแซงองค์กรอิสระได้ ก็ไม่ให้ยึดโยงอำนาจเลือกตั้ง แล้วบ้าอิสระ รธน.50 ก็มาแยกอัยการเป็นอิสระ ซึ่งไม่ได้เพิ่มประสิทธิภาพตรงไหนเลย อัยการเอาแต่เรียกร้องให้ตัวเองได้ทุกอย่างใกล้เคียงผู้พิพากษา ได้เงินเดือนเงินประจำตำแหน่งค่ารถประจำตำแหน่งและได้เข้าเฝ้าถวายสัตย์ก่อนรับตำแหน่งเหมือนผู้พิพากษา



Atukkit Sawangsuk

คดีบอสเป็นเรื่องของระบอบ ไม่ใช่แค่ตำรวจอัยการ 2-3 คนอุ้มคนรวยพ้นคดี
:
เงินทองใช้ภูตผีโม่แป้งได้ แต่ไม่เคยเย้ยสังคมได้ถึงขั้นนี้ อย่างเก่งก็เล่นกลชั้นตำรวจ ชั้นพนักงานสอบสวน แต่ครั้งนี้ เตะถ่วงทั้งตำรวจ ข้ามไปถึงอัยการ ใช้กรรมาธิการ สนช. ที่มาจากรัฐประหาร มีน้องชายพี่ใหญ่เป็นประธาน มีตำรวจคับคั่ง มี 3 ผบ.ตร. มีอดีตอัยการสูงสุดด้วย
:
มันแสดงว่าอำนาจที่เป็นปึกแผ่น สามารถใช้บิดเบือนกระบวนการยุติธรรม
ซึ่งใครจะด่าว่าอย่างไรก็ตาม ระบอบนักการเมืองไม่สามารถทำได้ถึงขั้นนี้
:
กระทั่ง ปปช.ชี้มูลความผิดตำรวจ 7 นายที่ไม่สั่งฟ้องเมาขับ ไม่ตั้งข้อหาเสพยา ก็บอกว่าผิดวินัยไม่ร้ายแรง พนักงานสอบสวนเจ้าของสำนวนโดนกักยามแค่ 3 วัน
นี่ถ้ามีการร้อง 7 ตำรวจพร้อมกับเอาผิดยิ่งลักษณ์ฐาน "ปล่อยปละละเลย"
ไอ้ 7 คนนี่โดนไล่ออกแหง
:
กระบวนการยุติธรรมมันพังหมดแล้ว เพราะใช้เล่นงานฝ่ายตรงข้าม ใช้เล่นงานคนเห็นต่างทางการเมือง ใช้ตำรวจยัดข้อหาเกินกว่าเหตุได้ หรือตั้งข้อหาอ่อนกว่าที่ควรจะเป็นได้ อัยการบอกว่าเป็นอิสระ แต่ คสช.ย้ายอัยการสูงสุดได้ ม.44 เด้งอัยการได้
:
ภายใต้ระบอบอำนาจเบ็ดเสร็จ กระบวนการยุติธรรมสั่งได้ อภิสิทธิ์ชนสวมรอยขอใช้บ้าง จะเป็นไรไป
นี่จึงไม่ใช่เรื่องของคนไม่กี่คน ไม่ใช่เรื่องที่ประยุทธ์จะลอยตัว ตั้งวิชา มหาคุณ มาสอบเอาผิด เพื่อฟอกตัวเอง


ขอเขียนแชร์ความคิดเห็นส่วนตัว:

.

.

1. บุคคลที่กล่าวว่า นักเรียน, นิสิต, นักศึกษา ไม่ได้เสียภาษีให้กับรัฐ จะมาเรียกร้องอะไร เพราะตนเองมีหน้าที่เรียนหนังสืออย่างเดียว  

.

.

คนที่คิดแบบนี้คงจะไม่ทราบว่า บุคคลเหล่านี้แหละ (รวมทั้งลูกหลานของพวกเขา/พวกเธออีกหลายรุ่น) ที่จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบกับการจ่ายดอกเบี้ย ภาษี เงินกู้ยืมของรัฐบาลในปัจจุบัน รวมทั้งส่งบำเหน็จบำนาญให้กับบุคคลที่รับราชการและเกษียณอายุไปในเวลานี้ ซึ่งอาจจะเป็นเวลาหลายสิบปีสำหรับชีวิตรุ่นของเขา/ของเธอ  

.

ภาษีอากรที่ใช้จ่ายไป มันคุ้มค่าสำหรับใครบ้าง และแทนที่จะจ่ายอย่างนั้น มาจ่ายเป็นแบบนี้แทนจะดีกว่าหรือไม่  คำถามแบบนี้ มีให้เห็นอยู่ทั่วไป 

.

อย่างไรก็ตาม คนที่มีอำนาจกู้ยืม ก็ยังได้รับบำเหน็จบำนาญอย่างปกติตลอดจนชั่วชีวิตของตนเองู่

.

.

2. เมื่อระบบที่แฟร์ในการสร้างโอกาสการหางานจากฝีไม้ลายมือของพวกเขา/พวกเธอเองถูกลดลงจากการใช้เส้นสาย และการช่วยเหลือพวกพ้อง นิสิตนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาจะเผชิญกับสถานการณ์การว่างงานนับแสนคน ซึ่งเปรียบเสมือนกับการปิดประตูสำหรับชีวิตการทำงานและสร้างชีวิตในอนาคตอีกหลายสิบปีข้างหน้า  

.

เพราะฉะนั้น มันไม่มีอะไรสูญเสียอีกแล้วสำหรับการเรียกร้องโดยใช้เสียงและสิทธิ์ของตนเองเป็นเดิมพันในเวลานี้

.

.

-------------------------------------------------------

.

.

3. นิสิตนักศึกษาส่วนใหญ่ เติบโตขึ้นมาจากโลกอินเตอร์เนท โลกออนไลน์ รวมไปถึงการค้นคว้าข้อมูลที่เข้ามานับร้อยชิ้นต่อวัน ทำให้นักศึกษาเหล่านี้ ได้รับฟังข้อมูลหลายด้าน บวกกับการเห็นการปฏิบัติตัวของ "ผู้มีอำนาจ" และการกระทำหลายมาตรฐานในเรื่องคล้ายคลึงกัน แต่ผลออกมาแตกต่างกันแทบทั้งสิ้น

.

เมื่อเห็นการกระทำแบบนี้กันอยู่ทุกๆ วัน ก็ทราบกันดีว่า ชีวิตในอนาคตจะต้องตัดสินใจอย่างไร เพื่อตนเองสามารถมีที่ยืนอยู่ในสังคมได้

.

เพราะฉะนั้น ระบบ “ท่องจำ” “ยัดเยียดความคิด” มันไม่สามารถประสบความสำเร็จได้เนื่องจากเด็กๆ รุ่นใหม่ ตั้งคำถามง่ายๆ ว่า “ทำไม” หรือ “เพราะอะไร” อยู่เสมอ เพื่อหาเหตุผลจากเรื่องนั้นๆ  ต้องลองถามตนเองว่า ความคิดความอ่านของกลุ่ม Baby Boomers ที่พยายามนำเข้ามาปฏิบัตินั้น มันประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน

.

.

4. นักเรียน นิสิต นักศึกษารุ่นนี้ทราบดีว่า สิ่งที่ตนเองเรียกร้องจริงๆ คือ ความยุติธรรมในสังคม ข้อเรียกร้องที่เกิดขึ้น มันมีเรื่องใหญ่อยู่เรื่องเดียวคือ ความยุติธรรมที่แสวงหากันอยู่ เพราะจากที่เห็นจากการปฏิบัติและมาตรฐานต่างๆ แล้ว มันมีความแตกต่างกันซึ่งขึ้นอยู่ว่า บุคคลนั้นเป็นใคร  มันไม่ใช่แบบ Justice is blind อย่างที่สอนๆ กันมาในชั้นเรียนกันเลย

.

นิสิตนักศึกษาเหล่านี้ ทราบดีถึง "ความยุติธรรม" ว่าอะไรเป็นอะไร ไม่ใช่คิดแต่ว่า ฝ่าย“ผู้ใหญ่” เองอาบน้ำร้อนมาก่อน จะต้องรู้ดีกว่าทุกอย่าง  หากรู้ดีกว่าและเกิดมาก่อนเด็กๆ ทำไมถึงปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยไม่พัฒนาประเทศให้กลายเป็น "เสือ" อีกตัวหนึ่งของเอเชียกัน? 

.

ยิ่งไปกล่าวหาว่า เด็กๆ นักศึกษาเหล่านี้ "ถูกจ้างมา" โดยใช้วาทะกรรมแบบเดิมๆ มันยิ่งเป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึง "การกล่าวร้ายป้ายสี" อย่างที่พวกเขา/พวกเธอได้ยินกันมาให้ประสบโดยตาตนเองได้

.

สิ่่งที่เด็กๆ นักศึกษาเห็นกันตอนนี้ ตัวอย่างคือ การอนุญาตให้ใช้สถานที่ทำกิจกรรมซึ่งผู้มีอำนาจเอง เคยยินยอมมาก่อนกับพวกพ้อง แต่ไม่สามารถใช้ได้ในเวลานี้ หรือแม้แต่มีการใช้อำนาจของ "การเป็นครู" เข้ามาข่มขู่ นักศึกษา ผู้ปกครอง รวมทั้ง "ตัดคะแนนความประพฤติ" อะไรแบบนั้น ก็เป็นเรื่องที่ "ขัด" กับการใช้สิทธิเสรีภาพตามที่รัฐธรรมนูญระบุไว้  จะอ้างว่า มี พรก ฉุกเฉิน แต่กลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาลก็สามารถกระทำได้โดยสะดวก  เด็กๆ เหล่านี้ ถึงเห็นการปฏิบัติหลายมาตรฐานโดยตนเอง

.

สงสัยเหมือนกันว่า การที่ครูอาจารย์" เอา "คะแนน" มาใช้ข่มขู่กันแบบนี้ มันต่างกับ"โจรเรียกค่าไถ่" หรือเปล่า?  รวมทั้งต้องมีการลงนามสัญญาเพื่อความเข้าใจซึ่งกันและกัน (Memorandum of Understanding หรือ MOU)  เพื่อที่จะ "กวาดซุกปัญหา" ให้ไปอยู่ใต้พรมต่อหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ?  ถ้าลงนามแล้ว ก็ถือว่า "ปล่อยตัว" ไปได้...

.

.

-------------------------------------------------------

.

.

ถ้ากล่าวจริงๆ สิ่งที่เรียกร้องนี้ ก็คือ What is in it for me? อนาคตเขาจะเป็นอย่างไรจากการกระทำและการปฏิบัติของผู้มีอำนาจในปัจจุบัน เมื่อพวกเขาและพวกเธอเกิดความหวั่นใจ การเรียกร้องเหล่านี้ จึงเกิดขึ้นอย่างที่เห็นๆ กัน 

.

และท่านก็คงทราบกันดีว่า วิธีการปลุกระดมอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนั้น มันจะไม่เหมือนกับสมัยก่อนๆ แล้ว เพราะทุกๆ คน ต้องการมีโอกาสที่ดีสำหรับชีวิตเพื่ออนาคตของตนเอง

.

.

ขอตัวไปพักฟื้นต่อ Have a great and pleasant day. Stay safe ค่ะ

.

.

Doungchampa Spencer-Isenberg

[full-post]




ชาว "แฮมสเตอร์" วิ่งฉลุย ด้านบก.ลายจุดเลี้ยงแมคโดนัลด์คนต่อคิวคึกคัก

วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 มีกำหนดจัดกิจกรรมที่แยกราชดำเนินในเวลาไล่เลี่ยกัน 3 กิจกรรม กิจกรรมแรกในเวลา 16.00 น. สมบัติ บุญงามอนงค์หรือ บก. ลายจุด นัดเลี้ยงแมคโดนัลด์ในกิจกรรม #กรูไม่ทนกรูหิว ที่ร้านแมคโดนัลด์ สาขาราชดำเนิน จากนั้นในเวลา 16.30 น. กลุ่มเยาวชนที่ใช้ทวิตเตอร์รวมตัวกันเฉพาะกิจจัดกิจกรรม "วิ่งกันนะแฮมทาโร่" วิ่งรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก่อนที่กลุ่ม นวชีวิน ที่มีสมาชิกบางส่วนปักหลักค้างคืนอดอาหารบริเวณถนนลูกหลวง คลองผดุงกรุงเกษม จัดกิจกรรมปราศรัยผ้าเบรกครม. โดยกิจกรรมทั้งสามผ่านไปด้วยดีตามลำดับเหตุการณ์ดังนี้ 

15.30 น. ผู้สังเกตการณ์ไอลอว์เดินทางไปถึงที่หน้าร้านแมคโดนัลด์ ถนนราชดำเนิน พบว่าทางตำรวจนำแผงเหล็กมากั้นระว่างขอบทางเท้ากับผิวจราจรแล้วเพื่อป้องกันไม่ใช้ผู้มาร่วมกิจกรรมลงบนผิวจราจร ขณะที่บนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยก็มีการกั้นรั้วติดข้อความ “ห้ามเข้าก่อนได้รับอนุญาต อยู่ระหว่างปรับปรุง” และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบยืนรักษาการอยู่ในรั้ว นอกจากนั้นก็พบว่า บริเวณหน้าร้านแมคโดนัลด์ สถานที่นัดหมายทำกิจกรรมทั้ง #วิ่งกันนะแฮมทาโร่ และ #กรูหิวกรูไม่ทน มีการตัดต้นไม้ใหญ่สามต้นจนโล่งแม้ว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่มีบ้านเรือนหรือเสาไฟฟ้าแต่อย่างใด เทียบกับพื้นที่อีกมุมหนึ่งของวงเวียนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยที่มีต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น

ผู้จัดกิจกรรม #วิ่งกันนะแฮมทาโร่ นำป้ายผ้าเขียนข้อความ "ทำไม่ได้ก็ไสหัวไป" มาแขวนกับแนวรั้วของเจ้าหน้าที่ นอกจากนั้นก็นำป้ายไวนิลโปสเตอร์กิจกรรมมาติดตั้ง ในส่วนของเครื่องเสียงทางผู้จัดเตรียมลำโพงมาสองตัว และมีการแจกจ่ายเมล็ดทานตะวันซึ่งเป็นอาหารของหนูแฮมสเตอร์ซึ่งเป็นตัวการ์ตูนในเรื่องแฮมทาโร่มาแจกจ่ายผู้ร่วมกิจกรรมด้วย 

15.42 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เครื่องขยายเสียงชี้แจงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งมาตรการป้องกันโรคระบาดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ นอกจากนั้นก็ขอความร่วมมือให้ผู้ร่วมกิจกรรมอยู่บนทางเท้าไม่ลงไปบนพื้นผิวจราจรด้วย  

15.58 น. สมบัติ บุญงามอนงค์ ผู้จัดกิจกรรม #กรูไม่ทนกรูหิว ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวหน้าร้านแมคโดนัลด์พร้อมชี้แจงกติกาว่าทำอย่างไรจึงจะได้กินฟรี หลังชี้แจงเป็นเวลาสั้นๆ ก็กลับไปยืนที่หน้าเคาน์เตอร์เพื่อรอชำระเงินให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม โดยมีประมาชนไม่ต่ำกว่า 150 คน ที่เข้าไปต่อคิวรอกินแมคโดนัลด์ฟรีทำให้ร้านแมคโดนัลด์ราชดำเนินแน่นขนัด โดยคาดว่าหลังรับประทานแมคโดนัลด์ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมบางส่วนน่าจะตามมาร่วมกิจกรรม #วิ่งกันนะแฮมทาโรด้วย สำหรับกิจกรรมของสมบัติ เป็นเพียงการเลี้ยงอาหาร ไม่มีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์อื่น และไม่มีเจ้าหน้าที่เข้ามาชี้แจงข้อกฎหมายใดๆ เหมือนกรณีกิจกรรม #วิ่งกันนะแฮมทาโร

16. 43 น. มีรายงานว่าเครื่องปั่นไฟของทางผู้จัดกิจกรรม #วิ่งกันนะแฮมทาโร่ ชำรุด ไม่สามารถใช้ลำโพงได้ กิจกรรมจึงล่าช้าจากเดิมที่จะเริ่มรวมตัวทำความเข้าใจก่อนวิ่งในเวลา 16.30 น. ต่อมาในเวลา 16.45 น. ทางกลุ่มใช้โทรโข่งประชาสัมพันธ์ให้ผู้เข้าร่วมทั้งหมดเริ่มมารวมตัวเพื่อซ้อมร้องเพลงแฮมทาโร่ที่มีการดัดแปลงให้เป็นเพลงเสียดสีรัฐบาล

16.57 น. ทางผู้จัดเริ่มตั้งแถววิ่ง จัดผู้เข้าร่วมยืนเป็นแถวตอนเรียงสอง หัวแถวอยู่บริเวณโรงเรียนสตรีวิทยา หางแถวยาวไปถึงหน้าศึกษาภัณฑ์ จากนั้นก็มีคนมา
ต่อแถวเรื่อยๆ 

17.07 น. ทางผู้จัดแจ้งผู้เข้าร่วมผ่านโทรโข่งว่า ตำรวจจราจรจะดูแลความปลอดภัยและจัดการจราจรระหว่างการวิ่งให้ ระหว่างนั้นมีประชาชนทยอยมาสมทบเรื่อยๆ จนกระทั่งในเวลา 17.15 น. น่าจะมีคนมาร่วมขบวนไม่ต่ำกว่า 1000 คนแล้ว ทางผู้จัดจึงต้องปรับขบวนจากแถวตอนเรียงสองเป็นแถวตอนเรียงสามและจัดให้มีการเว้นระยะห่าง ทั้งในและระหว่างแถว 

17.29 น. ทางผู้จัดเริ่มปล่อยแถววิ่ง เส้นทางวิ่งคือหน้าโรงเรียนสตรีวิทย์ฯ ข้ามถนนราชดำเนินผ่านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไปฝั่งกองสลาก จากนั้นวิ่งตรงมุ่งหน้าไปอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา แยกคอกวัว จากนั้นข้ามถนนราชดำเนินและวิ่งกลับมาจุดออกตัวที่โรงเรียนสตรีวิทย์ ระหว่างการวิ่งมีเจ้าหน้าที่ทำรวจคอยดูแลความปลอดภัยในการใช้ถนนให้ ในช่วงที่มีการข้ามถนน เจ้าหน้าที่ไม่ได้ปิดถนนโดยสิ้นเชิงแต่ตัดขบวนวิ่งปล่อยรถวิ่งชั่วระยะหนึ่งแล้วจึงหยุดรถให้ขบวนที่เหลือวิ่งต่อ ระหว่างนั้นจะมีรถตำรวจจราจรติดลำโพงคันหนึ่งคอยวิ่งตามและประกาศให้ผู้ร่วมวิ่งอยู่บนทางเท้าไม่ลงมาบนผิวจราจร 

17.56 น. หัวขบวน #วิ่งกันนะแฮมทาโร่  วิ่งถึงจุดเริ่มต้นหน้าร้านแมคโดนัลด์หลังวิ่งครบ 2 รอบ ทางผู้จัดประกาศขอให้หยุดขบวนวิ่งก่อนเพื่อจะร้องเพลงชาติร่วมกัน เมื่อท้ายขบวนทั้งหมดตามมาทันในเวลาประมาณ 18.09 ทางผู้จัดก็เปิดเพลงชาติด้วยลำโพงหลวงจากซ่อมเครื่องปั่นไฟจนใช้การได้ ระหว่างการเคารพธงชาติ ทางผู้จัดยังขอให้ผู้เข้าร่วมชูสัญลักษณ์ 3 นิ้วด้วย หลังร้องเพลงชาติ ทางผู้จัดประกาศให้ผู้เข้าร่วมหันหน้ามองอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและตะโกนว่า "สวนสวยจริงๆ 10 ครั้ง" จากนั้นจึงประกาศยุติกิจกรรม

18.10 น. หลังกิจกรรม #วิ่งกันนะแฮมทาโร่ ยุติลง กลุ่มนวชีวิน ซึ่งมีสมาชิกคนหนึ่งทำกิจกรรมอดอาหารและค้างคืนที่บริเวณคลองผดุงกรุงเกษมได้เปิดเวทีปราศรัยสั้นๆ ภายใต้ชื่อ #ผ้าเบรกครมสัญจร ที่บริเวณเวทีจัดกิจกรรม #วิ่งกันนะแฮมทาโร่ การปราศรัยใช้เวลาสั้นๆและยุติลงในเวลาประมาณ 18.39 น. ด้วยความเรียบร้อย

ทั้งนี้กิจกรรมกินแมคโดนัลด์ #กรูไม่ทนกรูหิว ไม่มีข้อเรียกร้อง ข้อเสนอ หรือประเด็นในการสื่อสารที่ชัดเจน สำหรับกิจกรรม #วิ่งกันนะแฮมทาโร สื่อสารด้วยเพลงของการ์ตูนให้มีเนื้อหาเสียดสีรัฐบาล เรียกร้องให้ยุบสภา ที่ใช้แฮมทาโร่ซึ่งเป็นหนูแฮมสเตอร์เป็นสัญลักษณ์เพราะต้องการเปรียบเทียบประชาชนและผู้เข้าร่วมเป็นหนูที่อยู่ในกรงจึงต้องออกนอกกรงเพื่อมาเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ ส่วนกลุ่มนวชีวินปราศรัยสะท้อนปัญหาการบริหารประเทศของรัฐบาลและมีข้อเรียกร้องคือให้ยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน




หมายเหตุ ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก ประชาไท Prachatai.com



ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์

ประวัติศาสตร์เก็บขยะ : จากความสะอาดของบ้านเมือง ถึงการสร้างประชาธิปไตย
โ
ครงเรื่องเนื้อหา

1. เจ้านายนำเก็บขยะ : กำเนิดสุขาภิบาลสมัยรัชกาลที่ 5
2. คณะราษฎรให้ประชาชนร่วมเก็บขยะ : กำเนิดเทศบาล 2476
3. คณะทหารรัฐประหารนำเก็บขยะ : ระบอบรัฐทหาร 2494-2518 รวมศูนย์อำนาจ หัวหน้าหน่วยปกครองท้องถิ่น ผู้ว่า นายอำเภอ กร่างทั้งแผ่นดิน ภายใต้ผู้บัญชาการทหารบก และแม่ทัพภาคทั้งสี่
4. ประชาชนลุกขึ้นเก็บขยะ : ปฏิวัติตุลาคม เลือกตั้งปกครองท้องถิ่น
5. คณะรัฐประหารแย่งชิงเป็นขยะ : การเก็บขยะพฤษภา 2535 ทำให้เกิด อบต. ทั้งประเทศ และปี 2546 เลือกตั้งผู้นำท้องถิ่นทุกแห่งโดยประชาชน นายก อบต. นายกเทศมนตรี นายก อบจ.
6. คณะรัฐประหารแช่แข็งท้องถิ่นไม่ให้ประชาชนเข้าร่วมเก็บขยะ 2557-ปัจจุบัน
7. นักเรียนนักศึกษาประชาชนอยากเก็บขยะรัฐประหาร
บทสรุป ขยะ การต่อสู้เพื่อนำการเก็บขยะ และการแปรเป็นขยะรัฐประหาร ในหนึ่งศตวรรษ
วันนี้ การชุมนุมที่แหลมแท่น ชลบุรี ที่นักเรียนนักศึกษาไปช่วยกันเก็บขยะ ทำให้ภาพ "ขยะ" ในสังคมไทยชัดเจนมากว่า ขยะ คืออะไร
ขอบคุณที่ทำให้ได้บทความวิชาการว่าด้วยขยะที่แท้จริงของประเทศไทยเมื่อมุ่งสู่ประชาธิปไตยสากล คนเท่ากัน
ขอบคุณภาพ voice TV.
#ประชาธิปไตย #นักเรียนนักศึกษาประชาชน #เก็บขยะ #รัฐประหาร



ไทย ในกะลา

[ญัตติด่วนให้สภามีมติให้รัฐบาลเปิดรับฟังความคิดเห็นของนศ.]

วันเสาร์ที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา ดิฉันในฐานะกมธ.พัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน ได้เข้าไปสังเกตการณ์ชุมนุมของนศ.ปชช.ที่อนุสาวรีย์ปชต.

ข้อสังเกตแรกคือ ช่วงกลางวัน มีการนำกระถางต้นไม้ไปเรียงไว้แน่นขนาดรอบ ๆ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ลานรอบอนุสาวรีย์ไม่เหลือที่ให้ใครได้ยืนทำกิจกรรม
ดิฉันได้พบว่าการชุมนุมของพวกเขามีข้อเรียกร้อง 3 ข้อคือให้ยุบสภา ให้หยุดคุกคามประชาชน และให้มีการแก้ไขรธน.
ประเมินโดยพื้นที่แล้วผู้มาชุมนุมมีไม่ต่ำกว่า 3 พันคนคำถามคือพวกเขาโกรธอะไรกันคะ อยู่ดี ๆ เขาออกมากันทำไมมากมายขนาดนี้ ทั้งที่ทุกคนในประเทศนี้อยู่ในบรรยากาศของความกลัว ที่ผ่านมามีคนที่ออกมาทำกิจกรรมแม้แต่เล็กน้อยแต่ถูกตั้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีมากมายโดยอ้างพรก.ฉุกเฉินมากมาย
ท่านสงสัยหรือไม่ทำไมเขาถึงออกมา ทำไมไม่กลัวทั้ง ๆ ที่มีการเชือดไก่ให้ลิงดูเป็นระยะ ๆ
ผู้ที่ออกมาชุมนุมมีเหตุผล 4 ข้อดังนี้ค่ะ
1. ท่านเป็นรัฐบาลที่มีที่มาไม่ชอบธรรม ดำรงอยู่จนถึงขณะนี้ก็ไม่ชอบทำเพราะจนป่านนี้ก็ยังไม่มีการถวายสัตย์ปฏิญาณให้ครบ
2. ท่านไม่เคยมีเสถียรภาพเพราะมีพรรคการเมืองถึง 19 บาทเป็นรัฐบาล จึงไม่สามารถบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพได้
3. ท่านคุกคามประชาชนผู้เห็นต่างอย่างต่อเนื่อง เพื่อกดเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นของประชาชนไว้ เป็นวิธีอำนาจตามความเคยชินแบบเผด็จการ
4. ท่านไร้ความสามารถทำงานไม่เป็นแต่ใช้เงินเก่ง
ท่านจึงเป็นนายกคนที่ 29 ที่ถูกตราหน้าว่าสร้างหนี้ทิ้งไว้ให้พวกเขามากที่สุดคือก่อหนี้ 4.1 ล้านล้านบาทในช่วงเวลา 7 ปี
ความไม่เป็นธรรมที่นศ. ที่ทำงานพาร์ทไทม์ไม่ได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาทจากรัฐ
ใครมันคุกคามมาใกล้ตัว พวกเขาเรื่อยๆ จะมีคนตกงาน ถึง 8.4 ล้านคน และนักเรียนนักศึกษาจะต้องหลุดออกจากระบบการศึกษาถึง 6.7 แสนคน เนื่องจากครอบครัวยากจนและรายได้หดหาย ซึ่งพิษภัยทางเศรษฐกิจนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะการมาเยือนของโควิด-19 แต่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ท่านยึดอำนาจ
รัฐประหารเข้ามา
6 ปีกว่าที่ผ่านมาท่านไม่มีอดีตที่น่าจดจำ ท่านไม่มีอนาคตหรือความหวังให้พวกเขาและอย่าว่าแต่อนาคตเลยแม้ปัจจุบันท่านก็ไม่มีที่ยืนให้กับพวกเขาเพราะไม่มีการปกป้องคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงความเห็นที่มีรองรับไว้ตามรธน.
ถ้าเปรียบประเทศไทยเป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่หน้าปกเขียนตัวโต ๆ ว่าประชาธิปไตย เมื่อพลิกดูเราจะพบว่า เป็นหนังสือที่มีเนื้อหาด้านในไม่ตรงปกค่ะ
.
รัฐบาลการ์ดตกกับโควิช-19 ความเสียหายที่ตอนนี้ยังประเมินค่าไม่ได้ แต่ไม่เคยการ์ดตกกับการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนเลยตลอด 6 ปีกว่าที่ผ่านมา
.
ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป
ค่านิยมของคนหนุ่มสาวยุคนี้ต่างไปจากยุคของพวกเรามาก พวกเขาใส่ใจให้คุณค่าต่อเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ความเท่าเทียม สิทธิเสรีภาพ และพวกเขาต้องการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นมีส่วนร่วมเปลี่ยนแปลงสังคมผิดปกติที่พวกเขาอาศัยอยู่นี้ให้ดีกว่าเก่า
.
หากท่านอยากประสบความสำเร็จในการเป็นรัฐบาล อยากแก้ปัญหาได้ตรงจุด ท่านต้องเริ่มจากการปรับทัศคติของตัวเอง ไม่ใช่ปรับธรรมดาแต่ต้องปรับอย่างเข้มข้น
.
ประเทศในโลกใบนี้ไม่ได้ถูกล้อมรั้วอีกต่อไปแล้วมันเป็นโลกที่ไร้พรมแดน
.
รั้วของกองทัพรั้วของด้ามขวานทอง ที่เคยจำกัดลานสายตาของท่านวันนี้ถูกรื้ออกไปหมด มันไม่มีอีกแล้ว
ท่านต้องเชื่อก่อนว่าคนรุ่นใหม่ในยุคโลกไร้พรมแดนพวกเขามีแหล่งศึกษาหาความรู้ที่ได้อย่างไม่จำกัด ในวัยเท่ากันเทียบกับคนรุ่นก่อนพวกเขาเฉลียวฉลาดและคิดเองเป็น มีการตัดสินใจที่จะกระทำหรือไม่กระทำสิ่งใดด้วยตัวเอง
.
ทัศนคติกล่าวหาดูถูกนร.นศ.คนรุ่นใหม่ที่ออกมาเคลื่อนไหวว่ามีกลุ่มคนชักใย คอยยุยงสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง เป็นทัศนคติที่ผิดพลาด หากตั้งต้นแบบนี้ท่านไม่มีทางจะแก้ปัญหาอะไรได้
คนที่มีเบื้องหลังก็คือพวกท่านค่ะไม่ใช่นร.นศ.
ท่านจำเป็นต้องปรับทัศคติเสียใหม่และโอบรับความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลายให้ได้
.
ก่อนหน้านี้ ประเทศเราเคยได้รับยกย่องว่ามีภาคประชาชนที่มีการเคลื่อนไหวค่อนข้างชัดเจน มีความเป็นอิสระเสรีของสื่อ มีความเคลื่อนไหวเรื่องการปฏิรูปสื่อ และมีการขยายกำแพงพัฒนาเรื่องเสรีภาพประชาชน
แต่จากรายงาน Freedom on the NET ปี 2019 เราได้คะแนนเพียง 35 เต็ม 100 นั่นแสดงว่าเรามาถึงจุดที่มีอันตรายแล้วค่ะ
.
ท่านประธานคะ สิ่งที่นักเรียนนักศึกษาและคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ต้องการในขณะนี้ไม่ใช่แค่การเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็น ที่พวกเขาต้องการมากกว่าคือการปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของพวกเค้า เขาพื้นที่ที่ปลอดภัยในการแสดงค.คิดเห็น
.
นอกจาดกการปิดกั้นทำลาย เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นแล้ว ยังมีหาเหตุยัดเยียดคดีความให้กับนร.นศ.และกลุ่มคนที่มีความตื่นตัวทางการเมือง
ผู้บริหารสถานศึกษายังกีดกันกิจกรรมที่เป็นการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองโดยสุจริตด้วยทัศนะแบบเก่า
ทั้งที่การชุมนุมหรือการประท้วงใด ๆ ที่ทำตามขอบเขตของรธน.เป็นสิ่งสามัญที่สากลโลกให้การยอมรับ ทั้งยังเป็นเรื่องปกติพบเห็นกันในชีวิตประจำวันของปท.ที่ปกครองระบอบปชต.
การชุมนุมตามขอบเขตของรธน.โดยสงบ สันติปราศจากอาวุธไม่เท่ากับความวุ่นวายค่ะ
การชุมนุมที่สร้างสรรค์คือการเสนอทางออกบอกความขัดแย้ง ที่จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงสังคมนี้ให้ดีขึ้น
(แสดงคลิปแฟลชม็อบ)
ถ้าท่านมีทัศนคติที่ถูกต้องปัญหาก็จะลดน้อยลง
ทุกวันนี้สังคมเรายังมีการ ประจานตีตราและลดทอนด้อยค่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของนร. ด้วยการกล้อนผมเด็กนร. ตามที่เป็นข่าวอยู่ทั่วไป ทั้งๆที่การละเมิดสิทธิเด็กเป็นสิ่งที่โลกใบนี้ไม่สามารถยอมรับได้อีกต่อไป
.
นร.นศ.และกลุ่มพลังต่าง ๆ ของคนหนุ่มสาวหมดหวังกับระบอบเผด็จการและการสืบทอดอำนาจ และต่อมาก็หมดหวังกับระบบรัฐสภา
.
พวกเขาตั้งคำถามว่าสภาทำอะไรให้พวกเขาได้บ้าง
ฟางเส้นสุดท้ายของพวกเขาคือการยุบพรรคฝ่ายค้านที่เป็นพรรคที่คนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ของประเทศเลือกเข้ามาเป็นตัวแทนพวกเขาในสภา เมื่อถูกทุบทำลายความหวัง พวกเขาจึงออกมาตั้งคำถามผ่านทางรูปแบบกิจกรรมของแฟลชม็อบ การแสดงออกผ่านแคมเปญต่าง ๆ ถูกกีดกัน ถูกคุกคามโดยเจ้าหน้าที่รัฐอย่างที่เรารู้เห็นกันอยู่
.
ล่าสุดเวทีรับฟังความคิดเห็นเมืองอุตสาหกรรมต้นแบบที่อำเภอจะนะ จ.สงขลา ซึ่งดิฉันได้ลงไปสังเกตการณ์ด้วยตัวเองในฐานะกมธ.พัฒนาการเมืองฯ ก็พบว่าทางรัฐบาลโดยศอ.บต. ได้สร้างบรรยากาศแห่งความกลัวปกคลุมไปทั่วพื้นที่ 3 ตำบลของอ.จะนะ
มีการใช้กำลังเจ้าหน้าที่ มหาศาลมาควบคุมเวทีการรับฟังความคิดเห็น
มีการปิดถนนทั้งสองฝั่งมีการตรึงกำลังตรวจค้นหลายจุด และ
มีข้อกังวลขอบคนในพื้นที่ไม่เชื่อมั่นในความโปร่งใสเรื่องปิดกั้นกลุ่มคนที่คัดค้านไม่เห็นด้วยไม่ให้เข้ามาในพื้นที่
มีการนำมวลชนบางส่วนเข้าไปนอนค้างคืน เตรียมการไว้ล่วงหน้าในสถานที่ที่จัดเวทีรับฟังความคิดเห็น
.
ล่าสุด 22 เม.ย.พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายก ได้มอบนโยบายการปฏิบัติงานแก่ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม
โดยขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาดูแลเฟคนิวส์ทั่วประเทศและย้ำว่าต้องมีการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อผู้กระทำผิดกรณีข่าวปลอมอย่างจริงจังเด็ดขาด เพื่อให้เกิดความสงบในบ้านเมืองช่วงวิกฤตโควิด
นี่หมายความว่าอะไร ท่านเข้าใจความสงบในระบอบปชต.ว่าอย่างไร สงบแบบเกาหลีเหนือหรือไม่ที่ท่านต้องการ
แทนที่จะสร้างค.เชื่อมั่นให้ประชาชน ท่านกลับกำลังรุกคืบพื้นที่การแสดงความเห็นในโลกออนไลน์อีก ขอให้พิจารณาเรื่องนี้ให้ดีค่ะว่าต่อไปเราจะอยู่กันอย่างไรตัวอย่างการไม่เปิดรับฟังความคิดเห็นอีกอย่างนึงคือ
การประกาศต่ออายุพรก.ฉุกเฉินที่เปรียบเสมือนเป็นการทำรัฐประหารซ้ำเป็นครั้งที่ 2 เพราะเป็นกฎหมายที่ให้อำนาจเบ็ดเสร็จต่อนายกการต่อพรก.ฉุกเฉินคือการถือโอกาสใช้มันเป็นเครื่องมือใหม่ของรัฐบาลในการจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนต่อไป
พรก.นี้มีเนื้อหานิรโทษไปในตัวให้กับข้าราชการคือข้าราชการไม่ต้องรับผิดถ้าปฏิบัติตามคำสั่งของนายก
การต่ออายุพรกฉุกเฉินนี้ไปเรื่อย ๆ ไม่มีประเทศไหนทำกันเพราะมันไม่ใช่กฎหมายที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ในสถานการณ์โรคระบาด
แต่พรกฉุกเฉินถูกสร้างขึ้นมีเจตนาเพื่อใช้แก้ไขสถานการณ์รุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนใต้เป็นถูกสร้างขึ้นมาในสมัยรัฐบาลนายกทักษิณ
.
และเหตุที่ต้องมีการต่ออายุทุกๆ 3 เดือนก็เป็นเครื่องยืนยันว่ากฎหมายนี้ไม่มีความเหมาะสมที่จะประกาศใช้อย่างต่อเนื่องไปนาน ๆ โดยไม่มีความจำเป็นพอ
.
เป็นที่ชัดเจนว่ารัฐบาลมีวัตถุประสงค์อื่นที่ไม่ใช่เรื่องของโรคระบาดค่ะ
.
จากการรวบรวมความคิดเห็นของนร.นักศึกษาดิฉันได้ข้อเสนอแนะมาดังนี้ค่ะ
.
พวกเขาต้องการมีตัวแทนของนักศึกษาร่วมอยู่ในสภามหาวิทยาลัยด้วยในแบบที่สภามหาวิทยาลัยรามคําแหงมีแต่ตอนนี้มหาวิทยาลัยอื่น ๆ ยังไม่มี
การเปิดโอกาสให้นศ.ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในสภามหาวิทยาลัยจะทำให้นักศึกษาได้มีสิทธิ์ร่วมลงคะแนนเสียงเลือกอธิการบดีของเขา และมีโอกาสได้แสดงความคิดเห็นได้ร่วมตัดสินใจลงมติในวาระต่าง ๆ ในฐานะที่พวกเขาเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ที่สุดของมหาวิทยาลัย
ทำให้มีอำนาจต่อรองและมีสิทธิ์มีเสียงเพิ่มมากขึ้น เสียงเรียกร้องของพวกเขาจะดังขึ้นและถูกได้ยินมากขึ้น
.
พวกเขาอยากให้มีการแก้ไขพรบ.ของมหาวิทยาลัยต่างๆซึ่งเป็นประดุจธรรมนูญสูงสุด และขอให้มีการรับรองสิทธิเสรีภาพของนักศึกษาไว้ในพ. รบ.ด้วย
.
ในส่วนของกระบวนการทางรัฐสภา พวกเขาต้องการมีสิทธิ์มีเสียงและมีส่วนร่วมมากกว่านี้ อยากให้รัฐสภาจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเมื่อมีการพิจารณาเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวข้อง เช่น สิทธิเด็ก การศึกษา การเคลื่อนไหวของนักศึกษา
และให้มีเวทีนี้ในชั้นกรรมาธิการในการแต่งตั้งกรรมาธิการวิสามัญต่างๆขอให้มีสัดส่วนที่เป็นตัวแทนเยาวชนด้วย
.
ในการอภิปรายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพวกเขาขอให้มีการเชิญตัวแทนจากองค์กรนิสิตนักศึกษามาให้ถ้อยแถลงกับรัฐสภาได้ด้วยเช่นกัน
.
ท่านประธานคะหมดเวลาของ"สังคมห้ามคิดชีวิตห้ามสงสัย"
ถึงเวลาของการสนับสนุนให้ตั้งคำถาม
ถึงเวลาสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เยาวชนรุ่นใหม่ได้แสดงความรู้สึก ได้ตั้งคำถามและเรียกร้องการเปลี่ยนแปลง
.
ขอบคุณมากตั้งแต่การตั้งคำถามทั่วไปถึงครัวจานเช่นทำไมพวกเขาต้องถูกให้ถอดรองเท้าเข้าอาคารเรียนแต่คุณครูไม่ต้อง ไปจนถึงเรื่องในสเกลที่ใหญ่กว่านั้น เช่น
▪︎ การเข้ามามีอำนาจโดยไม่ชอบธรรมของกองทัพ
▪︎ ทำไมรมต.สาธารณสุขและทีมโฆษกสบค.ถึงไปแออัดในงานเลี้ยงที่สถานทูตในวันชาติอเมริกา 4 ก.ค.ที่ผ่านมาได้โดยไม่ต้องใส่หน้ากากและเว้นระยะห่างไกล ๆ ในขณะที่ประชาชนไปยืนหน้าสถานทูตเพื่อทวงถามเรื่องผู้ลี้ภัยที่ถูกอุ้มหาย นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ถูกหมายเรียกถูกดำเนินคดีทำผิดพรก. ฉุกเฉิน
▪︎ ทำไม นักศึกษาที่ออกมาทำกิจกรรมผูกโบว์ขาวทวงคืนความเป็นธรรมในแคมเปญผูกโบว์ขาวทวงคืนค.ยุติธรรม ถึงถูกนำตัวไปโรงพักและพยายามยัดเยียดข้อหาตามพรก.ฉุกเฉินให้
สุดท้ายทำไม่ได้ก็ยังอุตสาหะแจ้งข้อหาพรบ.ความสะอาดและความผิดไม่พกบัตรประจำตัวประชาชนกับน้องนศ.
▪︎ ทำไมหมู่อาร์ม ออกมาเปิดโปงทุจริตการเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงของผู้บังคับบัญชาถึงโดนปลด ทั้งที่ไปยื่นเรื่องขอคุ้มครองพยานที่ปปช.ล่วงหน้านานเป็นเดือนแล้ว
เหล่านี้สะท้อนว่าแค่เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็เอา ก็ทำให้เป็นเรื่องเพื่อเขียนเสือให้วัวกลัว
.
เมื่อคดีความเหล่านี้ขึ้นสู่ศาลก็ถูกตัดสินว่าไม่มีความผิดท่านก็ทราบดีอยู่แล้ว แต่ก็ยังทำมาต่อเนื่อง
.
ดิฉันขอเรียกร้องให้ท่านเปิดรับฟัง ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วม
ดิฉันขอให้นายกรมต.และรัฐบาลหยุดการลุแก่อำนาจปราศจากความละอาย
▪︎หยุดสร้างบรรยากาศแห่งความกลัว ปรับท่าทีให้เป็นรัฐบาลที่รับฟังตามมาตรฐานประเทศปชต.แบบสากล
▪︎ดิฉันขอให้ท่านให้ความคุ้มครองปกป้องกันผู้ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นแทนการยัดเยียดคดีความ
▪︎ดิฉันเรียกร้องให้สภาแห่งนี้สนับสนุนให้มีการศึกษาในคณะกมธ.เพื่อเปิดช่องทางรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มพลังทางสังคมหนุ่มสาว โดยมอบให้เป็นหน้าที่ของกมธ.พัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่เป็นกรรมาธิการที่มีอำนาจหน้าที่ตรงกับเรื่องการมีส่วนร่วมนี้มากที่สุด
ขอบคุณค่ะ
.
อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล
สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล
22 กรกฎาคม 2563
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=3274962825917775&id=100002122704302

[full-post]



จักรภพ เพ็ญแข - Jakrapob Penkair

ต่อจิ๊กซอว์ขบวนการประชาชน
โดย จักรภพ เพ็ญแข


ชัดเจน สง่างาม กล้าหาญ สำหรับการแสดงออกทางการเมืองของคนรุ่นใหม่ ไม่มีอะไรในระบบการเมืองจะยิ่งใหญ่ไปกว่าอุดมการณ์ที่ทำเพื่อคนส่วนมากในสังคม อะไรที่ทำเพื่อคน ๆ เดียว หรือเพื่อคนกลุ่มเดียว โดยอ้างว่าเป็นตัวแทนของคนส่วนใหญ่แต่ไม่ยอมผ่านการพิสูจน์ใด ๆ เลยนั้น ต่อให้มีกองทัพโจร ศาลโจร พรรคโจร มหาวิทยาลัยโจร บริษัทโจร สื่อโจร หรือมูลนิธิโจร ฯลฯ เพราะจัดตั้งมานาน และทำลายคู่แข่งที่เป็นประชาธิปไตยมานาน ก็ช่วยอะไรไม่ได้เมื่อเวลาที่แท้จริงมาถึง อนิจจังต้องเกิด เราเห็นกันมามากแล้วในประวัติศาสตร์ ใครที่พร่ำพูดว่าเมืองไทยไม่เหมือนใคร มั่นใจว่าจุดจบของปัญหาบางอย่างในเมืองไทยจะแตกต่างจากสังคมอื่น ๆ สังเกตได้ว่าคนที่พูดนั้นกำลังพูดแบบปากกล้าขาสั่น
ชื่นชมแล้วก็ขอร่วมคิดแบบสั้น ๆ ครับ:
1. นักสู้เพื่อเสรีภาพ (freedom fighters) โปรดหนีให้ห่างที่สุดจากระบบยึดตัวบุคคล อย่าให้หลักการและอุดมการณ์ในการต่อสู้เล็กกว่าตัวบุคคลที่กำลังนำ หรือตาม หรือช่วยเราต่อสู้อยู่ เรารักผู้นำของเราได้ครับ แต่กรุณาอย่าหลง และอย่ายกย่องจนเขาทั้งหลายลืมความเป็นคน ก็ความหลงลืมว่าเป็นคน นึกว่าตัวเป็นหิ้งพระนี่มิใช่หรือ ที่ทำให้สังคมไทยของเราเข้าสู่วิกฤติกันจนถึงทุกวันนี้
2. อย่าโกรธกันเลยครับว่าผู้ประท้วงรุ่นไหนมาก่อนรุ่นไหน ผมร่วมก่อตั้งขบวนการเสื้อแดงมากับพวกเรามวลชน ในใจก็ยังระลึกถึง เจ้าตาก ระลึกถึง หมอเหล็ง ศรีจันทร์ แห่งขบวนประชาธิปไตย ร.ศ. 130 ระลึกถึง คณะราษฎร นึกถึงทหารเรือแมนฮัตตัน ระลึกถึง ครูครอง จันดาวงศ์และคณะพรรค ระลึกถึง ครูบาศรีวิชัย ผู้นำมวลชน ระลึกถึง ส.ส. เตียง ศิริขันธ์ ระลึกถึง คนเดือนตุลาทุก ๆ ตุลา ระลึกถึง พฤษภาทมิฬ ระลึกถึงสมาชิกพระราชวงศ์กลุ่มหนึ่งที่มีสติพอจะเขียนจดหมายถึงรัชกาลที่ 5 ให้พิจารณาการมีส่วนร่วมของประชาชน ก่อนที่จะสายเกินแก้ คนเหล่านี้เป็นครูการเมืองของพวกเราทั้งนั้น ความรู้ในชีวิตไม่ได้อยู่ที่ครูสอนอย่างเดียว แต่อยู่ในสิ่งที่ครูทำ ถ้าคิดแบบนี้ได้ ความผิดพลาดของครูก็ย่อมเป็นครูของเราได้ด้วย
3. ผมจะป้องกันขบวนการประชาชนอย่างเต็มที่ ขอให้นักสู้เพื่อเสรีภาพเดินหน้ากันต่อไปอย่างสมัครสมานกันเถิด คำพูดประโยคนี้ผมไม่ได้พูดเพื่อปลุกใจ สนุกปาก หรือคุยโม้โอ้อวด ขอตราเอาไว้ตรงนี้ครับ
โปรดดูสถานการณ์กันให้ดี ตีความให้แตก อย่าเตะหมูเข้าปากหมา อย่าทะเลาะกันรุนแรงเกินไป มีอะไรก็เตือนกันแบบเบาะ ๆ ให้มองหน้ากันได้ต่อไป นี่เพิ่งจะช่วงหัวค่ำเท่านั้นเอง.
ขอแสดงความคารวะต่อมวลชนผู้เคารพในความเป็นมนุษย์ที่แท้ของตนเอง
จักรภพ เพ็ญแข
21 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
ขับเคลื่อนโดย Blogger.