แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จีน แสดงบทความทั้งหมด


บีบีซีไทย - BBC Thai
จีนสร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์ทรงพลังที่สุดในโลก

รายงานล่าสุดจากการจัดอันดับของ Top500 ผู้จัดเก็บสถิติระบบคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง ระบุว่า ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ “ซันเวย์ ไท่หูไลท์” ของจีนซึ่งตั้งอยู่ที่ศูนย์ซูเปอร์คอมพิวเตอร์แห่งชาติ ในเมืองอู๋ซี เป็นซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ทรงพลังและประมวลผลเร็วที่สุดในโลก โดยมีอัตราความเร็วในการประมวลผล 93 เพตาฟลอปต่อวินาที

ซันเวย์ ไท่หูไลท์ สามารถประมวลผลได้รวดเร็วเป็นสองเท่า และทำงานมีประสิทธิภาพมากเป็น 3 เท่าของ “เทียนเหอ 2” ของจีนเช่นกัน ซึ่งเป็นแชมป์เก่าในการจัดอันดับในครั้งก่อน โดยซันเวย์ ไท่หูไลท์ ถูกพัฒนาขึ้นสำหรับใช้งานด้านต่าง ๆ อาทิ การผลิตขั้นสูง การพยากรณ์อากาศ และการวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมาก

ซันเวย์ ไท่หูไลท์ ประกอบไปด้วยแกนประมวลผลซึ่งผลิตในจีนกว่า 10.5 ล้านชุด มีจุดเชื่อมต่อกว่า 40,000 จุด และทำงานด้วยระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ ซึ่งการจัดอันดับ Top500 ครั้งล่าสุดนี้ถือเป็นครั้งแรกที่จีนแซงหน้าสหรัฐฯ ขึ้นเป็นประเทศที่มีซูเปอร์คอมพิวเตอร์ถึง 167 เครื่อง โดยในจำนวนนี้ 2 เครื่องติดอันดับ 1 ใน 10 ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ทรงพลังที่สุดในโลกด้วย

ด้านสหรัฐฯ มีซูเปอร์คอมพิวเตอร์ 165 เครื่องและในจำนวนนี้ 4 เครื่องติดอันดับ 1 ใน 10 ของการจัดอันดับครั้งนี้ ส่วนประเทศอื่น ๆ ที่ครอบครองซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ทรงพลังมากที่สุด 10 อันดับของโลก ได้แก่ ญี่ปุ่น สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี และซาอุดีอาระเบีย ‪#‎ซูเปอร์คอมพิวเตอร์‬



จีนต้อนรับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีเหนือ พร้อมย้ำความสัมพันธ์ฉันท์มิตร
นายรี ซู ยอง รองประธานพรรคแรงงานแห่งเกาหลีเหนือ เดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ วันนี้ (2 มิ.ย.) ขณะที่รายงานข่าวระบุว่าการปฏิบัติภารกิจของนายรีเป็นความพยายามสานความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ซึ่งเริ่มสั่นคลอนนับตั้งแต่เกาหลีเหนือเริ่มดำเนินกิจกรรมทางการทหารในช่วงที่ผ่านมา
การเดินทางเยือนจีนของนายรีเป็นภารกิจอย่างเป็นทางการครั้งแรกของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีเหนือ นับตั้งแต่มีการประชุมพรรคแรงงานเกาหลีเหนือครั้งแรกในรอบหลายสิบปีเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา และนายรียังกล่าวด้วยว่านายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือ จะไม่ยุติโครงการนิวเคลียร์
สำนักข่าวซินหัวของจีนไม่ได้รายงานคำกล่าวของนายรีที่พูดถึงโครงการนิวเคลียร์ แต่รายงานว่าผู้นำคิมแห่งเกาหลีเหนือหวังจะกระชับความสัมพันธ์กับจีนมากขึ้น พร้อมรายงานว่านายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ยังยืนยันว่าความสัมพันธ์ฉันท์มิตรระหว่างจีนและเกาหลีเหนือเป็นสิ่งสำคัญ และจะดำเนินนโยบายของจีนที่มีต่อสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีต่อไป โดยจีนเรียกร้องให้ทุกฝ่ายอยู่ในความสงบและอดทน เพิ่มการเจรจาสื่อสารเพื่อความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาค
เกาหลีเหนือยังต้องพึ่งพิงการค้ากับจีน แต่จีนมีท่าทีไม่พอใจเกาหลีเหนือเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าจีนยังคงยืนยันสถานะประเทศพันธมิตรของเกาหลีเหนือ แต่ขณะเดียวกันก็มีพันธกิจในฐานะสมาชิกถาวรของสหประชาชาติ ซึ่งต้องคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ ฐานละเมิดข้อตกลงระหว่างประเทศด้วยการยิงทดสอบขีปนาวุธหลายครั้งช่วงต้นปีที่ผ่านมา


จีนทดลองผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตาหมูให้มนุษย์มากขึ้น เพื่อรักษาผู้พิการทางสายตา
จีนเป็นประเทศที่มีประชากรสูญเสียการมองเห็นมากเป็นอันดับ 5 ของโลก โดยมีผู้พิการทางสายตาประมาณ 8 ล้านคน จากประชากรทั้งหมด 1,400 ล้านคน กว่าครึ่งของคนเหล่านี้ตาบอด เนื่องจากเกิดความเสียหายที่กระจกตา ซึ่งความหวังที่จะกลับมองเห็นได้อีกครั้งอยู่ที่การปลูกถ่ายกระจกตาใหม่เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม การขาดแคลนผู้บริจาคกระจกตา ทำให้รัฐบาลจีนอนุมัติให้โรงพยาบาลทดลองผ่าตัด เพื่อปลูกถ่ายกระจกตาหมูเข้าแทนที่กระจกตาของมนุษย์เมื่อปีที่แล้ว นับแต่นั้นมา ได้มีการทดลองปลูกถ่ายให้กับคนไข้ไปประมาณ 200 ราย
ติดตามรายละเอียดของการผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตาหมูได้ ในวิดีโอนี้ค่ะ


50 ปีการปฏิวัติวัฒนธรรมจีน
ในเดือนพฤษภาคม ปี 1966 เหมา เจ๋อตง ได้เริ่มการปฏิวัติวัฒนธรรม เพื่อสถาปนาลัทธิเหมาให้เป็นอุดมการณ์หลักของพรรคคอมมิวนิสต์จีน รวมทั้งมุ่งขจัดแนวคิดทุนนิยมและอนุรักษ์นิยมที่ยังเหลืออยู่ในสังคมจีนให้หมดไป ศูนย์กลางของขบวนการปฏิวัติวัฒนธรรมนี้ คือกลุ่มเยาวชนเรดการ์ดที่คอยพิทักษ์อุดมการณ์ของเหมาและเดินหน้าต่อต้านชนชั้นกระฎุมพีด้วยความรุนแรง โดยพวกเขาเชิดชู "ประธานเหมา" เหนือบุคคลอื่นใดทั้งหมด
ในโอกาสครบรอบ 50 ปีการปฏิวัติวัฒนธรรมจีนในเดือนนี้ บีบีซีแผนกภาษาจีนได้รวบรวมภาพสิ่งของที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของการปฏิวัติวัฒนธรรมจีนมาให้ชมกันดังนี้
ภาพบน: หนังสือเล่มเล็กสีแดงซึ่งรวบรวมวาทะของประธานเหมา เป็นเสมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่กลุ่มเยาวชนเรดการ์ดจะต้องพกติดตัวไว้เสมอ และต้องแสดงความเคารพต่อคำสอนด้านในทุกตัวอักษร คาดว่าระหว่างการปฏิวัติวัฒนธรรม มีการพิมพ์หนังสือนี้ถึงกว่า 5,000 ล้านเล่ม
ภาพล่างซ้าย: หน้าคำนำของหนังสือเล่มแดงเขียนโดยจอมพลหลินเปียว ซึ่งต่อมาได้มีการขีดฆ่าชื่อของเขาออก หลังเขาต้องประสบเคราะห์กรรมทางการเมือง
ภาพกลางแถวล่าง: โปสเตอร์อวยพรให้ประธานเหมามีอายุยืนนาน โดยโปสเตอร์แบบนี้พบได้ทั่วไปตามอาคารสำนักงานและโรงงานต่าง ๆ ผู้คนในสมัยการปฏิวัติวัฒนธรรมมักต้องกล่าวปฏิญาณตนต่อหน้าโปสเตอร์นี้
ภาพล่างขวา: ปลอกแขนของกลุ่มเยาวชนเรดการ์ด
ภาพสุดท้าย: วาทะของประธานเหมาจากหนังสือเล่มแดงหน้า 11 มีใจความว่า "การปฏิวัติไม่ใช่งานเลี้ยงอาหารค่ำ ไม่ใช่การเขียนบทความหรือวาดภาพ จะให้งดงามหรูหรา ผ่อนคลาย และนุ่มนวลไม่ได้ การปฏิวัติคือเหตุจลาจล เป็นการกระทำรุนแรงโดยชนชั้นหนึ่ง เพื่อโค่นล้มอีกชนชั้นหนึ่ง"


หนังสือเล่มเล็กสีแดงซึ่งรวบรวมวาทะของประธานเหมา เป็นเสมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่กลุ่มเยาวชนเรดการ์ดจะต้องพกติดตัวไว้เสมอ และต้องแสดงความเคารพต่อคำสอนด้านในทุกตัวอักษร คาดว่าระหว่างการปฏิวัติวัฒนธรรม มีการพิมพ์หนังสือนี้ถึงกว่า 5,000 ล้านเล่ม



หน้าคำนำของหนังสือเล่มแดงเขียนโดยจอมพลหลินเปียว ซึ่งต่อมาได้มีการขีดฆ่าชื่อของเขาออก หลังเขาต้องประสบเคราะห์กรรมทางการเมือง


โปสเตอร์อวยพรให้ประธานเหมามีอายุยืนนาน โดยโปสเตอร์แบบนี้พบได้ทั่วไปตามอาคารสำนักงานและโรงงานต่าง ๆ ผู้คนในสมัยการปฏิวัติวัฒนธรรมมักต้องกล่าวปฏิญาณตนต่อหน้าโปสเตอร์นี้


ปลอกแขนของกลุ่มเยาวชนเรดการ์ด


วาทะของประธานเหมาจากหนังสือเล่มแดงหน้า 11 มีใจความว่า "การปฏิวัติไม่ใช่งานเลี้ยงอาหารค่ำ ไม่ใช่การเขียนบทความหรือวาดภาพ จะให้งดงามหรูหรา ผ่อนคลาย และนุ่มนวลไม่ได้ การปฏิวัติคือเหตุจลาจล เป็นการกระทำรุนแรงโดยชนชั้นหนึ่ง เพื่อโค่นล้มอีกชนชั้นหนึ่ง"






จีนส่งคณะนักร้องนักแสดงไปปลอบขวัญกองกำลังในทะเลจีนใต้
สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานว่า รัฐบาลได้จัดส่งคณะผู้ให้ความบันเทิง ซึ่งนำโดยนักร้องเพลงปลุกใจชื่อดังของกองทัพ “ซ่ง จู่ยิง” พร้อมด้วยบรรดานักแสดงและนักมายากล ไปปลอบขวัญเจ้าหน้าที่ทหารและคนงานก่อสร้างที่เกาะเทียม ซึ่งจีนสร้างขึ้นบนแนวปะการัง ไฟเออรี ครอสส์ และแนวปะการังควอเทอรอน ในพื้นที่พิพาททางเขตแดนในทะเลจีนใต้
การแสดงดังกล่าวมีชื่อว่า “ทัพเรือของประชาชนจีนเดินหน้า” โดยในระหว่างการแสดงครั้งนี้ ซ่ง จู่ยิง ได้ขับร้องเพลง “เชิดชูผู้พิทักษ์ทะเลใต้” ซึ่งมีเนื้อร้องท่อนหนึ่งว่า “กองกำลังของชายผู้แข็งแกร่ง มือถือปืนยืนหยัดสู้คลื่นลม พิทักษ์ประตูรั้วของชาติ”
การแสดงนี้มีการบันทึกเทปไว้ เพื่อนำออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของทางการจีนด้วย โดยสำนักข่าวซินหัวรายงานอีกว่า บรรดาเจ้าหน้าที่ทหารและคนงานบนเกาะเทียม ต่างรู้สึกตื่นเต้นที่มีคณะนักแสดงชื่อดังมาเยือน และบอกว่าพวกเขาจะยืนหยัดปกป้องแนวปะการังนี้ทุกตารางนิ้วจนถึงที่สุด
นอกจากนี้ ภาพที่บันทึกไว้จากการแสดงครั้งนี้ ยังแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของจีนในการก่อสร้างอาคาร ลานบิน และประภาคาร บนเกาะเทียม โดยในภาพถ่ายใบหนึ่งยังแสดงให้เห็นเรือสะเทินน้ำสะเทินบก ชนิด 071 ของจีนจอดอยู่ ซึ่งเรือแบบนี้สามารถบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ได้ 4 ลำ และกำลังพลอีกราว 800 นาย
(ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ: ซ่ง จู่ยิง นักร้องชื่อดังประจำกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน)



ตัวเลขการผลิตของจีนขยายตัวเล็กน้อยในเดือน เม.ย.
ทางการจีนเปิดเผยข้อมูลกิจกรรมในภาคการผลิตของประเทศประจำเดือน เม.ย.ว่า มีการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง แต่เป็นการขยายตัวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่งผลให้หลายฝ่ายเกิดความกังขาถึงความยั่งยืนในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของจีน
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ซึ่งแสดงถึงปริมาณการสั่งซื้อวัตถุดิบเพื่อเตรียมการผลิตล่วงหน้าของกิจการต่าง ๆ ประจำเดือน เม.ย. อยู่ที่ระดับ 50.1 ลดลงเล็กน้อยจากตัวเลขในเดือน มี.ค.ซึ่งอยู่ที่ระดับ 50.2 แต่ยังอยู่เหนือระดับ 50 ที่เป็นเกณฑ์ชี้วัดการขยายตัวและการหดตัวทางเศรษฐกิจ โดยหากตัวเลขสูงกว่าระดับ 50 หมายถึงเศรษฐกิจมีการขยายตัว แต่หากต่ำกว่าก็จะสะท้อนถึงการหดตัว
ดัชนี PMI ในเดือนเม.ย. ถือว่าต่ำกว่าตัวเลขที่สำนักข่าวรอยเตอร์คาดการณ์เอาไว้ก่อนหน้านี้ที่ระดับ 50.4 โดยประเมินจากข้อมูลในเดือน มี.ค.ซึ่งให้ความหวังว่าเศรษฐกิจที่ซบเซาของจีนอาจกำลังฟื้นตัว
ด้านนายโจว เฮา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก Commerzbank ในสิงคโปร์ ระบุว่า ตัวเลข PMI ที่ออกมาล่าสุดนี้เป็นข้อมูลที่น่าผิดหวัง อีกทั้งยังบ่งชี้ว่า แนวโน้มเศรษฐกิจจีนที่เริ่มกระเตื้องขึ้นนั้นอาจเป็นภาวะที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น


จีนปรับขึ้นค่าเงินหยวนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบเกือบ 11 ปี
ธนาคารกลางจีน ประกาศปรับขึ้นอัตราอ้างอิงของสกุลเงินหยวนเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯให้มาอยู่ที่ 6.4589 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อวานนี้ (29 เม.ย.) หรือเพิ่มขึ้น 0.56% จากวันก่อนหน้า นับเป็นการปรับขึ้นค่าเงินหยวนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบเกือบ 11 ปี
โดยปกติแล้วจีนมักปล่อยให้เงินหยวนแข็งค่าหรืออ่อนค่าลงเพียง 2% ในการประกาศอัตราแลกเปลี่ยนประจำวันของธนาคารกลางจีน เพื่อไม่ให้เกิดภาวะผันผวนและช่วยให้สามารถควบคุมเงินตราของจีนได้
นักวิเคราะห์ชี้ว่า ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้สะท้อนถึงนโยบายในอนาคตเกี่ยวกับเงินหยวนของจีน ทว่าเกิดจากปฏิกิริยาตอบสนองอย่างฉับพลันของธนาคารกลางจีนต่อการที่เงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าลงในเวลาชั่วข้ามคืน โดยเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงอย่างมากเมื่อเทียบกับเงินเยนของญี่ปุ่น หลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่นสร้างความประหลาดใจให้นักลงทุนด้วยการตัดสินใจไม่ออกมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติม
การปรับขึ้นค่าเงินหยวนครั้งนี้ส่งผลให้ตลาดหุ้นในเอเชียปรับตัวลดลงกันอย่างถ้วนหน้าเมื่อวานนี้ โดยดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดตลาดปรับตัวลดลง 7.26 จุดไปอยู่ที่ 2,938.32 จุด ส่วนดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกงปิดตลาดปรับตัวลดลง 320.98 จุดไปอยู่ที่ 21,067.05 จุด ขณะที่ดัชนีคอสปิของเกาหลีใต้ปิดตลาดปรับตัวลดลง 0.3% ไปอยู่ที่ 1,994.15 จุด
ทั้งนี้ เมื่อเดือน ส.ค.ปีก่อนจีนเคยสร้างความตกใจให้แก่นักลงทุนทั่วโลกด้วยการปรับลดค่าเงินหยวนลงเกือบ 5% ภายในเวลา 1 สัปดาห์


ปริมาณการลงทุนของจีนในอเมริกาในปีนี้คาดว่าจะสูงขึ้นเป็นสถิติใหม่
ชาวจีนแห่ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ

นักลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ของจีนกำลังพยายามเสาะหาแหล่งลงทุนทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอเมริกาและออสเตรเลีย รวมทั้งในตลาดใหม่ๆ อย่างเช่น ดูไบ แม้รัฐบาลจีนกำลังคุมเข้มเรื่องการเคลื่อนย้ายเงินทุนนอกประเทศ

เมื่อเร็วๆนี้ ธนาคารกลางของจีนมีคำสั่งให้ควบคุมการถอนเงินทาง ATM จากธนาคารสาขาของจีนในประเทศตะวันตก

แต่ตัวเลขการซื้ออสังหาริมทรัพย์ของชาวจีนในต่างประเทศเมื่อปีที่แล้ว ยังสูงขึ้นถึง 30% แสดงให้เห็นว่าบรรดาเศรษฐีชาวจีนยังคงขนเงินออกนอกประเทศเป็นปริมาณเกินกว่าที่รัฐบาลจีนอนุญาตคือ 50,000 ดอลลาร์

นักวิเคราะห์เชื่อว่าสาเหตุที่ชาวจีนพากันซื้ออสังหาริมทรัพย์ไว้ในต่างประเทศ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะต้องการย้ายถิ่นฐานออกจากจีน หรือเพื่อส่งลูกไปเรียนในประเทศที่ตนมีบ้านไว้รองรับ

นั่นทำให้ประเทศทางตะวันตกหลายประเทศปรับนโยบายด้านวีซ่าเสียใหม่เพื่อรองรับชาวจีนที่ต้องการเข้ามาอาศัยอย่างถาวรผ่านการซื้ออสังหาริมทรัพย์ เช่นในสเปน โปรตุเกส กรีซ และไซปรัส


FILE - New million-dollar homes are pictured under construction at sunset in southern Sydney, Aug. 14, 2014. More wealthy Chinese are moving their money out of China to invest in Australia's property market.


อเมริกากลายเป็นจุดหมายหลักของนักลงทุนจากจีน

ปริมาณการลงทุนของจีนในอเมริกาในปีนี้ คาดว่าจะสูงขึ้นเป็นสถิติใหม่ เนื่องจากมีบริษัทจีนหลายบริษัทกำลังพยายามหาลู่ทางควบรวมกิจการกับบริษัทสหรัฐฯ ด้วยเม็ดเงินลงทุนที่คาดว่าจะมีมูลค่าราว 20,000 - 30,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มจากระดับ 15,000 ล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว และ 12,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงสองปีก่อน

อย่างไรก็ตาม ปริมาณการลงทุนของจีนในสหรัฐฯ ยังถือเป็นส่วนน้อย คือมีเพียง 1/8 เท่านั้นเมื่อเทียบการปริมาณการลงทุนของจีนในยุโรปและเอเชีย โดยเฉพาะในญี่ปุ่น เยอรมนี และอังกฤษ

นักวิเคราะห์ระบุว่า การลงทุนของจีนในสหรัฐฯในปัจจุบัน ส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่ภาคบริการ เช่น ธุรกิจบันเทิง การบริการสุขภาพ ตลอดจนการบริการด้านเทคโนโลยีและการเงิน ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจของจีน จากมุ่งเน้นด้านการผลิตไปเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีและการบริการมากขึ้น ทำให้บริษัทจากจีนต้องการควบรวมกิจการกับบริษัทที่มีชื่อเสียงด้านเทคโนโลยีในประเทศตะวันตกมากกว่า


เศรษฐกิจจีนไตรมาสแรกของปีนี้ขยายตัวที่ 6.7% นักวิเคราะห์คาดยังต้องเจ็บตัวอีกมาก
รัฐบาลจีน เปิดเผยว่า เศรษฐกิจช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ขยายตัวเพียง 6.7% ซึ่งถือเป็นการขยายตัวรายไตรมาสที่เชื่องช้าที่สุดในรอบ 7 ปี และยังต่ำกว่าช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีก่อนที่เศรษฐกิจขยายตัว 6.8% อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังคงเป็นไปตามเป้าหมายของรัฐบาลจีนซึ่งกำหนดอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้ไว้ที่ระหว่าง 6.5 - 7%
แม้ข้อมูลล่าสุดนี้จะเป็นเครื่องยืนยันถึงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวของจีน ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก แต่ขณะเดียวกันก็ยังคงมีสัญญาณการเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่บ้าง โดยตัวเลขการลงทุนในทรัพย์สินทางอุตสาหกรรมและด้านโครงสร้างสาธารณูปโภคเพิ่มขึ้น 10.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว นอกจากนี้ ยังดูเหมือนว่าผู้บริโภคยังคงใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง โดยตัวเลขยอดค้าปลีกในเดือน มี.ค.เพิ่มขึ้น 10.5% สอดคล้องกับความพยายามของรัฐบาลจีนที่ต้องการเปลี่ยนเศรษฐกิจจีนที่ขับเคลื่อนด้วยการส่งออก ให้เป็นเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยการบริโภคภายในและธุรกิจอุตสาหกรรมภาคบริการ
ผู้สื่อข่าวบีบีซี บอกว่า ที่ผ่านมาผู้สื่อข่าวในจีนมักประสบปัญหากับข้อมูลทางเศรษฐกิจจีน เพราะไม่มั่นใจว่าตัวเลขที่เปิดเผยออกมานั้นมีความแม่นยำเพียงใด โดยที่ผ่านมาพบว่าบางมณฑลและบริษัทรายงานตัวเลขการผลิตดีเกินจริง ขณะที่บางส่วนรายงานตัวเลขต่ำกว่าความเป็นจริงเพื่อให้ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล ด้วยเหตุนี้นักเศรษฐศาสตร์บางคนจึงวัดสภาพเศรษฐกิจของจีนโดยใช้ข้อมูลการใช้ไฟฟ้าแทน ซึ่งผลที่ได้บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจจีนยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่เป็นการขยายตัวอย่างช้าๆ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นไปตามความต้องการของทางการจีนที่ต้องการปรับพื้นฐานของเศรษฐกิจ และในระยะยาวหลายฝ่ายเชื่อว่านี่เป็นสิ่งที่ควรทำ แต่นั่นหมายถึงว่า จีนยังจะมีปัญหาตามมาอีกมากจากการปรับตัวหนนี้
ทางด้านนักวิเคราะห์ต่างประเทศในภูมิภาคอีกหลายรายเห็นว่า นี่เป็นทิศทางที่ถูกต้อง และคนที่เฝ้ามองเศรษฐกิจจีนต่างรู้สึกโล่งอกเพราะเห็นได้ว่ากำลังมีการปฎิรูป สิ่งที่เป็นปัญหาคือบางฝ่ายรู้สึกว่า ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ประกาศออกมาอาจจะสูงไปด้วยซ้ำ



จีนแถลง พนักงานร้านอาหารเกาหลีเหนือที่แปรพักตร์ เข้าออกจีนอย่างถูกกฎหมาย
ทางการจีนระบุว่า ชาวเกาหลีเหนือ 13 คนที่ทำงานในร้านอาหารเกาหลีเหนือและพร้อมใจกันแปรพักตร์เข้าไปอยู่ในเกาหลีใต้เมื่อสัปดาห์ก่อนนั้น ได้เข้าไปทำงานในจีนและเดินทางออกนอกประเทศโดยมีเอกสารถูกต้องตามกฎหมาย
ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า การที่จีนออกมาแสดงความเห็นในเรื่องนี้อย่างเปิดเผย เป็นความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก เพราะที่ผ่านมา จีนมักมองชาวเกาหลีเหนือที่หลบหนีเข้าไปในจีนเป็นผู้อพยพทางเศรษฐกิจที่ผิดกฎหมาย และมักส่งตัวคนเหล่านี้กลับประเทศ
ปัจจุบันชาวเกาหลีเหนือกลุ่มนี้อาศัยอยู่ในเกาหลีใต้ และได้รับความช่วยเหลือในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ โดยทางการเกาหลีใต้ประกาศข่าวการแปรพักตร์ของคนงานกลุ่มนี้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (8 เม.ย.) และว่าเป็นการแปรพักตร์กลุ่มใหญ่ที่สุดนับแต่เคยมีมา ด้านนายหลู กัง โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน เผยว่า คนงานกลุ่มนี้เดินทางออกจากจีนเมื่อวันที่ 6 เม.ย.ด้วยหนังสือเดินทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งต่างจากชาวเกาหลีเหนือแปรพักตร์ส่วนใหญ่ที่เดินทางเข้าออกจีนโดยผิดกฎหมาย
สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานอ้างแหล่งข่าวที่ขอสงวนนามว่า ร้านอาหารที่คนกลุ่มนี้เคยทำงานอยู่ ตั้งอยู่ในเมืองหนิงโป มณฑลเจ้อเจียง ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน แต่ข่าวก่อนหน้านี้ระบุว่า เป็นร้านอาหารเกาหลีเหนือที่เพิ่งปิดตัวลงในเมืองดานังของเวียดนาม
ทั้งนี้ เกาหลีเหนือเปิดธุรกิจร้านอาหารในต่างแดนราว 130 แห่ง เพื่อหารายได้เข้าประเทศ ซึ่งร้านส่วนใหญ่อยู่ในประเทศแถบเอเชีย โดยพนักงานของร้านมักได้รับคัดเลือกเพราะเป็นบุคคลที่มีความจงรักภักดีต่อทางการเกาหลีเหนือ



ธนาคารโลกคาด ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในจีน ฉุดรั้งการเติบโตของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียไปอีกอย่างน้อย2 ปี
รายงานฉบับล่าสุดของธนาคารโลกระบุว่า ภาวะเศรษฐกิจของจีนที่ชะลอความร้อนแรงลง จะส่งผลให้ประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก มีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ลดลงนับแต่นี้ ไปจนถึงปี 2561 เป็นอย่างน้อย
ธนาคารโลกคาดการณ์ว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกจะหดตัวลง จากที่มีการเติบโตร้อยละ 6.5 ในปีที่ผ่านมา คาดว่าจะมีการเติบโตร้อยละ 6.3 ในปีนี้ และปรับลงไปเป็นร้อยละ 6.2 ในปีหน้าและปี 2561 ทั้งนี้เนื่องจากการปรับตัวของภาวะเศรษฐกิจจีน ที่กำลังเปลี่ยนแปลงจากการเน้นภาคอุตสาหกรรมส่งออก มาเป็นภาคการค้าและบริการที่เน้นการบริโภคภายในประเทศแทน ซึ่งจะส่งผลให้จีนมีการเติบโตที่ลดลงมาในระดับปานกลางและมีความยั่งยืนขึ้นในระยะยาว โดยธนาคารโลกคาดการณ์ว่าจีนจะมีการเติบโตที่ร้อยละ 6.7 ในปีนี้ และที่ร้อยละ 6.5 ในปีหน้าและปี 2561
อย่างไรก็ตาม บางประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เช่นเวียดนามและฟิลิปปินส์ ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี แม้ภาวะเศรษฐกิจโลกยังคงประสบกับความผันผวนของตลาดเงินและราคาสินค้าตกต่ำ โดยธนาคารโลกคาดการณ์ว่า ในปีนี้เวียดนามและฟิลิปปินส์จะมีอัตราการเติบโตที่ร้อยละ 6.5 และ 6.4 ตามลำดับ แต่ประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียส่วนใหญ่ยังคงเผชิญกับความเสี่ยง จากการที่เศรษฐกิจโลกอาจไม่สามารถกลับฟื้นตัวขึ้นได้ในระดับที่คาดการณ์ไว้ หรือภาวะเศรษฐกิจจีนอาจตกต่ำลงไปอีกอย่างคาดไม่ถึง



ทุนจีนเตรียมขยายพื้นที่ปลูกกล้วยส่งออกที่เชียงรายเพิ่มอีก 700 ไร่
ชาวบ้านเชียงรายเผยจีนเตรียมขยายพื้นที่ปลูกกล้วยอีก 700 ไร่ เพิ่มเติมจากที่ทำอยู่แล้ว 2,700 ไร่ เร่ง กสม.ตรวจสอบการใช้น้ำและสารเคมี ด้านนายอำเภอพญาเม็งรายเผยยังไม่ได้ข้อสรุปการตรวจสอบสารพิษที่อาจปนเปื้อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา ตัวแทนชาวบ้าน ต.ต้า อ.ขุนตาล จ.เชียงราย ได้ยื่นหนังสือต่อคณะอนุกรรมการสิทธิชุมชนและทรัพยากร ในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ให้เร่งตรวจสอบผลกระทบกรณีนายทุนจากประเทศจีน บริษัทหงต๋า อินเตอร์เนชั่นแนล เช่าที่ดินริมแม่น้ำอิง ในเขต อ.พญาเม็งราย ราว 2,700 ไร่ สำหรับปลูกกล้วยหอมส่งออกไปจีน โดยมีรายงานว่า ในขณะนี้นายทุนจีนกำลังขยายพื้นที่เตรียมปลูกกล้วยเพิ่มใน อ.ขุนตาล อีกราว 700 ไร่
นายเลื่อน ผิวผ่อง กำนันตำบลต้า เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า ชาวบ้านในพื้นที่มีความกังวลต่อผลกระทบจากสวนกล้วยจึงร่างข้อเสนอถึง กสม. ให้ตรวจสอบขั้นตอนการใช้น้ำในการผลิต ทั้งจากแหล่งน้ำธรรมชาติหรือแหล่งน้ำบาดาล การใช้สารเคมี และเสนอให้กระทรวงพาณิชย์เฝ้าระวังไม่ให้มีการขยายไปยังพื้นที่อื่น ๆ
ทั้งนี้ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ชาวบ้าน อ.ขุนตาล และ อ.พญาเม็งราย เคยร้องเรียนต่อภาครัฐ หลังจากบริษัทหงต๋า อินเตอร์เนชั่นแนล สูบน้ำจากแม่น้ำอิงไปใช้จนแห้งขอด ส่งผลกระทบต่อการเกษตรของชุมชน ในเวลาเดียวกันชาวบ้านส่วนใหญ่ยังกังวลเรื่องของการใช้สารเคมีในกระบวนการเพาะปลูก
ด้านนายภูเบศร์ จูละยานนท์ นายอำเภอพญาเม็งราย จ.เชียงราย บอกบีบีซีไทยว่า จ.เชียงราย มีมาตรการเบื้องต้นห้ามบริษัทดังกล่าวสูบน้ำจากแม่น้ำอิงไปใช้ โดยสามารถขุดบ่อน้ำบาดาลใช้แทนได้ พร้อมสุ่มเก็บตัวอย่างเลือดของคนงาน ตัวอย่างน้ำ และผลผลิตทางการเกษตร หาค่าสารพิษที่เป็นอันตราย ซึ่งทั้งหมดนี้ยังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบ จึงยังไม่สามารถระบุข้อสรุปได้
ด้านนายสมเกียรติ์ เขื่อนเชียงสา หนึ่งในอนุกรรมการฯ เปิดเผยว่า กรณีนี้ถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่มีการปลูกกล้วยในพื้นที่จำนวนมาก และมีแนวโน้มที่ขยายเพิ่มขึ้น จึงจะยื่นเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบต่อไป
(ภาพประกอบข่าว)



ญี่ปุ่นตั้งสถานีเรดาร์ในทะเลจีนตะวันออก หลายฝ่ายคาดมุ่งสกัดอิทธิพลจีน
ญี่ปุ่นเปิดใช้งานสถานีเรดาร์แห่งใหม่บนเกาะโยนากุนิ ในทะเลจีนตะวันออก โดยสถานีดังกล่าวตั้งอยู่ใกล้กับไต้หวัน และหมู่เกาะเซนกากุ ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาททางทะเลที่จีนและญี่ปุ่นอ้างกรรมสิทธิ์ทับซ้อนกัน
สถานีเรดาร์ดังกล่าวจะมีกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นจำนวนหนึ่งประจำการอยู่ด้วย โดยหลายฝ่ายมองว่าการเปิดสถานีเรดาร์นี้ จะทำให้ญี่ปุ่นสามารถสอดส่องพื้นที่พิพาททางทะเล และปฏิบัติการตอบโต้ได้ทันทีหากมีเหตุเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สามารถตรวจจับการยิงขีปนาวุธพิสัยไกลจากเกาหลีเหนือได้ด้วย
อย่างไรก็ตาม คาดว่าการเปิดสถานีเรดาร์ที่มีกองกำลังป้องกันตนเองประจำการอยู่ครั้งนี้ อาจทำให้จีนไม่พอใจนัก เนื่องจากเป็นเสมือนการสกัดกั้นอิทธิพลของจีนในน่านน้ำบริเวณดังกล่าว
ก่อนหน้านี้ ญี่ปุ่นมีแผนยุทธศาสตร์สร้างเสริมกองกำลังป้องกันตนเองบนเกาะต่าง ๆ ของตน ที่เรียงรายกันเป็นแนวในทะเลจีนตะวันออก โดยจะเพิ่มกำลังพลอีก 1 ใน 5 เป็นเกือบ 10,000 นายบนเกาะเหล่านี้



ภาคประชาสังคมเรียกร้องจีนเผยข้อมูลระดับน้ำในแม่น้ำโขง
ตัวแทนภาคประชาสังคมหลายกลุ่มเรียกร้องให้จีนเปิดเผยข้อมูลระดับน้ำในแม่น้ำโขงตอนบน ด้านนายกรัฐมนตรีจีนชี้ 6 ชาติลุ่มแม่น้ำโขงเป็นเสมือนครอบครัวเดียวกัน หนุนให้เงินกู้อีก 11,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อยู่ระหว่างเข้าร่วมการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง ครั้งที่ 1 ในหัวข้อ แบ่งปันแม่น้ำ แบ่งปันอนาคต (Shared River Shared Future) ที่ประเทศจีน โดยมีผู้นำรัฐบาลจาก ลาว, กัมพูชา,เมียนมา และเวียดนาม เข้าร่วม ในฐานะตัวแทนกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขงที่เชื่อมต่อแม่น้ำล้านช้าง หรือแม่น้ำโขงตอนบนที่อยู่ในจีน เพื่อจัดตั้งกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง และร่วมกันบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน คำนึงถึงประชาชนเป็นหลัก
อย่างไรก็ดี เครือข่ายประชาชนและตัวแทนโครงการฟื้นฟูนิเวศในภูมิภาคแม่น้ำโขงของไทย เปิดแถลง
ข่าววันนี้ชี้ว่าสถานการณ์เขื่อนบนแม่น้ำโขงและกระแสน้ำแปรปรวนจากเขื่อนในจีน ส่งผลกระทบต่อชุมชนลุ่มแม่น้ำโขง พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลกลุ่มประเทศแม่น้ำโขงเปิดให้ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบมีส่วนร่วมในการจัดการน้ำในแม่น้ำโขงด้วย
นายมนตรี จันทวงศ์ จากโครงการฟื้นฟูนิเวศในภูมิภาคแม่น้ำโขง ระบุว่าจีนมีเป้าหมายในการจัดการน้ำโขงในเขื่อนของตนโดยคำนึงเพียงเรื่องการเดินเรือจากสิบสองปันนาของจีนลงมายัง อ.เชียงแสนของไทยเพื่อค้าขายสินค้า การผลิตไฟฟ้า และเพื่อพร่องน้ำในเขื่อนของจีนที่อยู่บนแม่น้ำโขงตอนบนให้สามารถรับน้ำได้ในช่วงฤดูฝน แต่ไม่เกี่ยวกับการปล่อยน้ำเพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้งในประเทศลุ่มแม่น้ำโขงอื่นๆ และแม่น้ำโขงไม่ได้ไหลตามธรรมชาตินับตั้งแต่จีนเริ่มสร้างเขื่อน 6 เขื่อนในแม่น้ำโขงตอนบนตั้งแต่ปี 2536 เป็นต้นมา
นายมนตรีระบุด้วยว่ารัฐบาลจีนเปิดเผยข้อมูลวัดระดับน้ำในแม่น้ำโขงตอนบนตั้งแต่ปี 2552 พร้อมย้ำว่าการเก็บกักน้ำในเขื่อนจีนไม่ส่งผลกระทบต่อลุ่มน้ำโขงตอนล่าง แต่ข้อมูลที่เปิดเผยเป็นการวัดระดับน้ำช่วง 15 มิ.ย.-15 ต.ค.ของทุกปี โดยไม่มีการแบ่งปันข้อมูลระดับน้ำช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. ซึ่งเป็นช่วงหน้าแล้ง หากรัฐบาลจีนพร้อมแบ่งปันข้อมูลจริงก็ควรแบ่งปันข้อมูลน้ำจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งเปิดเผยรายละเอียดทางเทคนิคอื่นๆ ประกอบกัน
ด้านนายจิรศักดิ์ อินทยศ ตัวแทนประชาชนกลุ่มรักษ์เชียงของ ย้ำว่าการปล่อยน้ำจากเขื่อนของจีนส่งผลกระทบต่อระดับน้ำในแม่น้ำโขงตอนล่าง เห็นได้จากที่หน้าแล้งฝนไม่ตก แต่น้ำก็ยังท่วม 3-4 ครั้งต่อปีโดยไม่เกี่ยวเนื่องกับฝน ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านที่ไม่อาจทำการเกษตรริมโขงหรือทำประมงได้ตามฤดูกาล
ขณะที่นางอ้อมบุญ ทิพย์สุนา ตัวแทนสภาองค์กรชุมชนตำบลลุ่มแม่น้ำโขง 7 จังหวัดภาคอีสาน ประเทศไทย เสนอให้รัฐบาลลุ่มแม่น้ำโขงทบทวนโครงการสร้างเขื่อนตลอดแนวแม่น้ำโขงทั้งหมด ไม่เฉพาะเขื่อนในจีน แต่รวมถึงเขื่อนไซยะบุรีในลาว เพราะเป็นโครงการที่อยู่ไม่ห่างจากพรมแดนไทย หากเขื่อนสร้างเสร็จและมีการกักเก็บน้ำหรือปล่อยน้ำย่อมกระทบต่อชุมชนลุ่มแม่น้ำ
วันนี้ นายหลี่ เค่อ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน กล่าวในระหว่างการประชุมสุดร่วมกับผู้นำจากเมียนมา ลาว ไทย กัมพูชาและเวียดนาม ว่า 6 ชาติลุ่มแม่น้ำโขงเปรียบเสมือนอาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกันและเป็นครอบครัวเดียวกัน ทั้งนี้ จีนได้เสนอให้เงินกู้ 11,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้กับทั้งห้าชาติเพื่อนำไปใช้ก่อสร้างโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานทั้งถนน ท่าเรือ และรถไฟ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มเติมจากที่เคยเสนอให้กู้ 20,000 ล้านดอลลาร์เมื่อสองปีก่อน


สำนักข่าวเอเอฟพีและไฟแนนเชียลไทม์สรายงานว่า สำนักงานศุลกากรจีนเปิดเผยเมื่อวันที่ 8 มีนาคมว่า การส่งออกของจีนในเดือนกุมภาพันธ์หดตัวลงมากกว่าที่คาดไว้ นับเป็นสัญญาณความอ่อนแอล่าสุดของการค้าโลก และอุปสงค์ต่อโภคภัณฑ์ในประเทศยังคงเซื่องซึมจากการที่เศรษฐกิจของประเทศที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกแห่งนี้ชะลอตัวลง

การส่งออกของจีนในเดือนกุมภาพันธ์ร่วงลง 25.4 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

ขณะที่การนำเข้าร่วงลง 13.8 เปอร์เซ็นต์  เป็นการร่วงลง 16 เดือนติดต่อกัน

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ปรับคาดการณ์การค้าโลกประจำปี 2559 และ 2560 ลงมากกว่า 0.5 เปอร์เซ็นต์เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยอ้างความซบเซาของเศรษฐกิจจีน บราซิล และตะวันออกกลาง

ด้านนักวิเคราะห์ระบุว่า ตัวเลขของเดือนกุมภาพันธ์ส่วนหนึ่งสะท้อนข้อมูลที่บิดเบี้ยวซึ่งเกี่ยวข้องกับวันหยุดยาวช่วงตรุษจีนที่ปีนี้เกิดขึ้นเร็วกว่าปีที่แล้ว แต่หากรวมข้อมูลการค้าในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้เข้าด้วยกันก็ยังเห็นว่าลดลงอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับช่วงปลายปีที่แล้ว


ขับเคลื่อนโดย Blogger.