
50 ปีการปฏิวัติวัฒนธรรมจีน
ในเดือนพฤษภาคม ปี 1966 เหมา เจ๋อตง ได้เริ่มการปฏิวัติวัฒนธรรม เพื่อสถาปนาลัทธิเหมาให้เป็นอุดมการณ์หลักของพรรคคอมมิวนิสต์จีน รวมทั้งมุ่งขจัดแนวคิดทุนนิยมและอนุรักษ์นิยมที่ยังเหลืออยู่ในสังคมจีนให้หมดไป ศูนย์กลางของขบวนการปฏิวัติวัฒนธรรมนี้ คือกลุ่มเยาวชนเรดการ์ดที่คอยพิทักษ์อุดมการณ์ของเหมาและเดินหน้าต่อต้านชนชั้นกระฎุมพีด้วยความรุนแรง โดยพวกเขาเชิดชู "ประธานเหมา" เหนือบุคคลอื่นใดทั้งหมด
ในโอกาสครบรอบ 50 ปีการปฏิวัติวัฒนธรรมจีนในเดือนนี้ บีบีซีแผนกภาษาจีนได้รวบรวมภาพสิ่งของที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของการปฏิวัติวัฒนธรรมจีนมาให้ชมกันดังนี้
ภาพบน: หนังสือเล่มเล็กสีแดงซึ่งรวบรวมวาทะของประธานเหมา เป็นเสมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่กลุ่มเยาวชนเรดการ์ดจะต้องพกติดตัวไว้เสมอ และต้องแสดงความเคารพต่อคำสอนด้านในทุกตัวอักษร คาดว่าระหว่างการปฏิวัติวัฒนธรรม มีการพิมพ์หนังสือนี้ถึงกว่า 5,000 ล้านเล่ม
ภาพล่างซ้าย: หน้าคำนำของหนังสือเล่มแดงเขียนโดยจอมพลหลินเปียว ซึ่งต่อมาได้มีการขีดฆ่าชื่อของเขาออก หลังเขาต้องประสบเคราะห์กรรมทางการเมือง
ภาพกลางแถวล่าง: โปสเตอร์อวยพรให้ประธานเหมามีอายุยืนนาน โดยโปสเตอร์แบบนี้พบได้ทั่วไปตามอาคารสำนักงานและโรงงานต่าง ๆ ผู้คนในสมัยการปฏิวัติวัฒนธรรมมักต้องกล่าวปฏิญาณตนต่อหน้าโปสเตอร์นี้
ภาพล่างขวา: ปลอกแขนของกลุ่มเยาวชนเรดการ์ด
ภาพสุดท้าย: วาทะของประธานเหมาจากหนังสือเล่มแดงหน้า 11 มีใจความว่า "การปฏิวัติไม่ใช่งานเลี้ยงอาหารค่ำ ไม่ใช่การเขียนบทความหรือวาดภาพ จะให้งดงามหรูหรา ผ่อนคลาย และนุ่มนวลไม่ได้ การปฏิวัติคือเหตุจลาจล เป็นการกระทำรุนแรงโดยชนชั้นหนึ่ง เพื่อโค่นล้มอีกชนชั้นหนึ่ง"
หนังสือเล่มเล็กสีแดงซึ่งรวบรวมวาทะของประธานเหมา เป็นเสมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่กลุ่มเยาวชนเรดการ์ดจะต้องพกติดตัวไว้เสมอ และต้องแสดงความเคารพต่อคำสอนด้านในทุกตัวอักษร คาดว่าระหว่างการปฏิวัติวัฒนธรรม มีการพิมพ์หนังสือนี้ถึงกว่า 5,000 ล้านเล่ม
หน้าคำนำของหนังสือเล่มแดงเขียนโดยจอมพลหลินเปียว ซึ่งต่อมาได้มีการขีดฆ่าชื่อของเขาออก หลังเขาต้องประสบเคราะห์กรรมทางการเมือง
โปสเตอร์อวยพรให้ประธานเหมามีอายุยืนนาน โดยโปสเตอร์แบบนี้พบได้ทั่วไปตามอาคารสำนักงานและโรงงานต่าง ๆ ผู้คนในสมัยการปฏิวัติวัฒนธรรมมักต้องกล่าวปฏิญาณตนต่อหน้าโปสเตอร์นี้
ปลอกแขนของกลุ่มเยาวชนเรดการ์ด
วาทะของประธานเหมาจากหนังสือเล่มแดงหน้า 11 มีใจความว่า "การปฏิวัติไม่ใช่งานเลี้ยงอาหารค่ำ ไม่ใช่การเขียนบทความหรือวาดภาพ จะให้งดงามหรูหรา ผ่อนคลาย และนุ่มนวลไม่ได้ การปฏิวัติคือเหตุจลาจล เป็นการกระทำรุนแรงโดยชนชั้นหนึ่ง เพื่อโค่นล้มอีกชนชั้นหนึ่ง"
แสดงความคิดเห็น