
ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์
จิตร ภูมิศักดิ์ ตอนที่ 6
โยนบกจิตร
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อบ่ายของวันที่ 28 ตุลาคม 2496 (ขณะจิตรอายุ 23 ปี เรียนอักษรฯปีที่ 3 แต่เรียนซ้ำชั้นปี 2 เพราะสอบตกในวิชาประวัติศาสตร์ ขณะที่จิตรมักให้คำตอบว่า สอบตกวิชาภาษา โดยไม่ระบุว่าภาษาอะไร)
ในที่ประชุมนิสิตจุฬาฯ ในหอประชุมใหญ่ เพื่อชี้แจงเรื่องหนังสือ มหาวิทยาลัย หนังสือแจกประจำปีวันที่ 23 ตุลาคม ของจุฬาฯปีนี้ ที่ไม่ได้นำออกมาแจกจ่าย แต่ถูกเซ็นเซอร์ และจิตรถูกกล่าวหาว่า “เอียงซ้าย” เป็นคอมมิวนิสต์
ในบริบทที่รัฐบาลทหารไทยกำลังโฆษณาต่อต้านคอมมิวนิสต์ ด้วยวลีสั้นๆ เช่น “คอมมิวนิสต์มา ศาสนาหมด” “คอมมิวนิสต์ทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์”
จิตรในฐานะที่เป็นสาราณียากรมีหน้าที่จัดทำหนังสือฉบับปีนี้ ขึ้นชี้แจงต่อที่ประชุมถึงความมุ่งหมายที่ต้องการสร้างสรรค์รูปแบบและเนื้อหาใหม่ “แหวกแนว”
และจิตรขอให้เปิดเผยข้อความทั้งหมดของบทความบทกวีที่ถูกกล่าวอ้าง ที่นำมาอ่านให้นิสิตฟังเฉพาะบางตอน
จิตรชี้แจงได้ระยะหนึ่ง ก็ถูกนิสิตคณะวิศวะฯ 3 คนบุกขึ้นจับจิตร “โยนบก” จากเวทีลงสู่พื้นด้านล่าง
ข้อหาโยนบกครั้งนี้ คือ ปกหนังสือไม่มีพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 ทั้งด้านเนื้อหามีงานหลายชิ้นจากบทกวีและบทความรวม 40 ชิ้นในหนังสือนี้มีประเด็นที่ “ผู้ใหญ่” ในมหาวิทยาลัยบางคนรับไม่ได้
เช่น บทความแปลจากภาษาต่างประเทศที่พูดถึงเมืองไทยในแง่ที่ไม่ดี พูดถึงตลาดขายสินค้าที่ขโมยของมา
และอีกสองบทความที่เป็นของจิตรโดยใช้นามปากกานั้น ได้แก่
บทวิพากษ์พุทธศาสนาเรื่อง “ผีตองเหลือง” ที่มีชื่อเต็มว่า “พุทธปรัชญาแก้สภาพสังคมตรงกิเลส วัตถุนิยมไดอะเลคติคแก้สภาพสังคมที่ตัวสังคมเอง และแก้ได้ด้วยการปฏิวัติ มิใช่ปฏิรูปตามแบบของสิทธารถ ปรัชญาวัตถุนิยมไดอะเลคติคกับปรัชญาของสิทธารถ ผิดกันอย่างฉกรรจ์ที่ตรงนี้” ที่เขียนในนาม “นาครทาส”
และอีกชิ้นเป็นกลอนเกี่ยวกับแม่ ชื่อเรื่อง “เธอคือหญิงรับจ้างแท้ใช่แม่คน” ในนามว่า “ศูลภูวดล”
แม้ว่าจิตรให้คำอธิบายกับเพื่อนสนิทต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า “พวกวิศวะฯ เขาเกลียดอั๊ว เพราะว่าเขาขอให้อั๊วลงบทความของเขา แล้วอั๊วไม่ลงให้เขาว่ะ”
บทความนิสิตวิศวะฯนี้เกี่ยวกับเครื่องจักร เครื่องยนต์ เครื่องกล เครื่องใช้ “มันเขียนรูปเยอะ ต้องเสียสตางค์ค่าทำบล็อก ไม่มีสตางค์”
คำอธิบายนี้ จิตรได้ลดทอนจากการขัดแย้งทางสังคมการเมืองมาเป็นระดับความขัดแย้งส่วนตัว
แต่ในใจจิตรแล้ว จิตรตระหนักดีว่ามันคือจุดเปลี่ยนทางความคิดความเชื่อที่ตนเคยมีมา จากชุดที่ถูกครอบงำโดยวาทกรรม “ศักดินา”
ดังนั้น เหตุการณ์นี้มันคือความขัดแย้งในระดับสังคมการเมืองที่เป็นจุดหักเหเส้นทางปัญญาชนของจิตรอย่างไม่มีวันย้อนกลับคืน
แต่อย่างไรก็ตาม คดีโยนบก และ “เอียงซ้าย” คอมมิวนิสต์ ก็จะเป็น “ตราประทับ” อยู่ในแฟ้มของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และจะถูกนำมาใช้ประกอบคดีกวาดจับผู้มีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์อีกครั้งเมื่อจิตรถูกจับหลังรัฐประหารปี 2501
ในส่วนหนังสือ มหาวิทยาลัย 23 ตุลา ก็มีการจัดพิมพ์แจกนิสิตในระยะต่อมา โดยตัดบทความหลายเรื่องออกไป และปกก็ใช้ปกเดิมของจิตร เพียงแต่เพิ่มพระบรมรูปทรงม้าให้ปรากฏในวงกลมสีขาววงหนึ่ง
จิตรถูกลงโทษโดยพักการเรียนไป 18 เดือน หรือโดยรวมก็ 2 ปี (ปีการศึกษา 2496 เรียนปี 3 เฉพาะเทอมต้น ไม่ได้เข้าสอบกลางปีตอนช่วงต้นตุลาคม เพราะมุ่งใช้เวลาทำหนังสือ มหาวิทยาลัย ให้เสร็จทันเวลา ต้นเดือนพฤศจิกายนต่อมา จิตรได้รับหนังสือจากคณบดีอักษรฯ ให้พักการเรียนตั้งแต่เทอมสอง จนถึงสิ้นปีการศึกษา 2497)
พร้อมคำสั่งให้รายงานตัวต่อตำรวจอย่างสม่ำเสมอ
ส่วนนิสิตที่รุมกันทำร้ายจิตร ทุกคนไม่ได้รับการลงโทษรุนแรงแค่ให้ “เดินลงน้ำไปเฉยๆ”
ส่วนเก็ดนีย์ที่จิตรช่วยงานและอาศัยอยู่ด้วยนั้น ก็ได้รับผลกระทบ โดยถูกกล่าวหาว่าเป็น “แดง” หรือคอมมิวนิสต์ด้วย ทั้งถูกเชื่อมโยงว่าเกี่ยวข้องสนับสนุนจิตรในด้านต่างๆ เก็ดนีย์ต้องเดินทางออกจากประเทศไทยในอีกสองเดือนกว่าต่อมา
การโยนบกจิตร ทำให้แม่และพี่สาวของจิตรสร้างบ้านไม้สองชั้นหลังหนึ่งโดยเช่าที่ทรัพย์สินฯ บริเวณเชิงสะพานเสาวณีย์ ตรงข้ามโรงพยาบาลสงฆ์ ถนนศรีอยุธยา บริเวณแถวนี้เป็นแหล่งน้ำคลำ ทางเดินเข้าบ้านจากหน้าปากซอยราว 100-200 เมตร “เป็นสะพานไม้กระดานตลอด... มันแตกกิ่งก้านสาขาออกไป” ยังบ้านอีกมากมายในแอ่งน้ำคลำนี้ (ปัจจุบันคือที่ตั้งของกระทรวงการต่างประเทศ)
แม่ได้ย้ายมาอยู่กับจิตรด้วยตั้งแต่นั้น จิตรอาศัยที่บ้านนี้จนถึงวันที่ถูกจับในปลายปี 2501
กรณีโยนบกจิตรนี้ ได้เป็นแสงส่องฉายให้จิตรโดดเด่นบนเวทีนิสิตนักศึกษาปัญญาชนในสังคมไทย
ขณะเดียวกันก็เป็นหลักหมายที่สำคัญในสังคมไทย ที่การควบคุมครอบงำจิตใจคนในประเทศด้วยพลังราชาชาตินิยมและรัฐทหาร จะเริ่มปฏิบัติการลงไปยังทุกกลุ่มทุกระดับ
โดยเริ่มจากคนในสถาบันการศึกษาระดับสูงของประเทศด้วยข้อหา “เอียงซ้าย” หรือ คอมมิวนิสต์ ว่าคือการทำลายชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ จะได้รับการปราบปรามอย่างรุนแรงเพิ่มขึ้นจากรัฐทหาร
บรรยายโดย ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์
#จิตรภูมิศักดิ์ #อักษรศาสตร์จุฬา #โยนบก #คอมมิวนิสต์ #แม่ #พุทธปรัชญา #รัฐทหาร #ธำรงศักดิ์เพชรเลิศอนันต์ #ตายูอีบุ๊คส #TAYOOeBooks
ภาพ ศิลปะในงาน Architech'18 2018
[right-side]
ในที่ประชุมนิสิตจุฬาฯ ในหอประชุมใหญ่ เพื่อชี้แจงเรื่องหนังสือ มหาวิทยาลัย หนังสือแจกประจำปีวันที่ 23 ตุลาคม ของจุฬาฯปีนี้ ที่ไม่ได้นำออกมาแจกจ่าย แต่ถูกเซ็นเซอร์ และจิตรถูกกล่าวหาว่า “เอียงซ้าย” เป็นคอมมิวนิสต์
ในบริบทที่รัฐบาลทหารไทยกำลังโฆษณาต่อต้านคอมมิวนิสต์ ด้วยวลีสั้นๆ เช่น “คอมมิวนิสต์มา ศาสนาหมด” “คอมมิวนิสต์ทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์”
จิตรในฐานะที่เป็นสาราณียากรมีหน้าที่จัดทำหนังสือฉบับปีนี้ ขึ้นชี้แจงต่อที่ประชุมถึงความมุ่งหมายที่ต้องการสร้างสรรค์รูปแบบและเนื้อหาใหม่ “แหวกแนว”
และจิตรขอให้เปิดเผยข้อความทั้งหมดของบทความบทกวีที่ถูกกล่าวอ้าง ที่นำมาอ่านให้นิสิตฟังเฉพาะบางตอน
จิตรชี้แจงได้ระยะหนึ่ง ก็ถูกนิสิตคณะวิศวะฯ 3 คนบุกขึ้นจับจิตร “โยนบก” จากเวทีลงสู่พื้นด้านล่าง
ข้อหาโยนบกครั้งนี้ คือ ปกหนังสือไม่มีพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 ทั้งด้านเนื้อหามีงานหลายชิ้นจากบทกวีและบทความรวม 40 ชิ้นในหนังสือนี้มีประเด็นที่ “ผู้ใหญ่” ในมหาวิทยาลัยบางคนรับไม่ได้
เช่น บทความแปลจากภาษาต่างประเทศที่พูดถึงเมืองไทยในแง่ที่ไม่ดี พูดถึงตลาดขายสินค้าที่ขโมยของมา
และอีกสองบทความที่เป็นของจิตรโดยใช้นามปากกานั้น ได้แก่
บทวิพากษ์พุทธศาสนาเรื่อง “ผีตองเหลือง” ที่มีชื่อเต็มว่า “พุทธปรัชญาแก้สภาพสังคมตรงกิเลส วัตถุนิยมไดอะเลคติคแก้สภาพสังคมที่ตัวสังคมเอง และแก้ได้ด้วยการปฏิวัติ มิใช่ปฏิรูปตามแบบของสิทธารถ ปรัชญาวัตถุนิยมไดอะเลคติคกับปรัชญาของสิทธารถ ผิดกันอย่างฉกรรจ์ที่ตรงนี้” ที่เขียนในนาม “นาครทาส”
และอีกชิ้นเป็นกลอนเกี่ยวกับแม่ ชื่อเรื่อง “เธอคือหญิงรับจ้างแท้ใช่แม่คน” ในนามว่า “ศูลภูวดล”
แม้ว่าจิตรให้คำอธิบายกับเพื่อนสนิทต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า “พวกวิศวะฯ เขาเกลียดอั๊ว เพราะว่าเขาขอให้อั๊วลงบทความของเขา แล้วอั๊วไม่ลงให้เขาว่ะ”
บทความนิสิตวิศวะฯนี้เกี่ยวกับเครื่องจักร เครื่องยนต์ เครื่องกล เครื่องใช้ “มันเขียนรูปเยอะ ต้องเสียสตางค์ค่าทำบล็อก ไม่มีสตางค์”
คำอธิบายนี้ จิตรได้ลดทอนจากการขัดแย้งทางสังคมการเมืองมาเป็นระดับความขัดแย้งส่วนตัว
แต่ในใจจิตรแล้ว จิตรตระหนักดีว่ามันคือจุดเปลี่ยนทางความคิดความเชื่อที่ตนเคยมีมา จากชุดที่ถูกครอบงำโดยวาทกรรม “ศักดินา”
ดังนั้น เหตุการณ์นี้มันคือความขัดแย้งในระดับสังคมการเมืองที่เป็นจุดหักเหเส้นทางปัญญาชนของจิตรอย่างไม่มีวันย้อนกลับคืน
แต่อย่างไรก็ตาม คดีโยนบก และ “เอียงซ้าย” คอมมิวนิสต์ ก็จะเป็น “ตราประทับ” อยู่ในแฟ้มของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และจะถูกนำมาใช้ประกอบคดีกวาดจับผู้มีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์อีกครั้งเมื่อจิตรถูกจับหลังรัฐประหารปี 2501
ในส่วนหนังสือ มหาวิทยาลัย 23 ตุลา ก็มีการจัดพิมพ์แจกนิสิตในระยะต่อมา โดยตัดบทความหลายเรื่องออกไป และปกก็ใช้ปกเดิมของจิตร เพียงแต่เพิ่มพระบรมรูปทรงม้าให้ปรากฏในวงกลมสีขาววงหนึ่ง
จิตรถูกลงโทษโดยพักการเรียนไป 18 เดือน หรือโดยรวมก็ 2 ปี (ปีการศึกษา 2496 เรียนปี 3 เฉพาะเทอมต้น ไม่ได้เข้าสอบกลางปีตอนช่วงต้นตุลาคม เพราะมุ่งใช้เวลาทำหนังสือ มหาวิทยาลัย ให้เสร็จทันเวลา ต้นเดือนพฤศจิกายนต่อมา จิตรได้รับหนังสือจากคณบดีอักษรฯ ให้พักการเรียนตั้งแต่เทอมสอง จนถึงสิ้นปีการศึกษา 2497)
พร้อมคำสั่งให้รายงานตัวต่อตำรวจอย่างสม่ำเสมอ
ส่วนนิสิตที่รุมกันทำร้ายจิตร ทุกคนไม่ได้รับการลงโทษรุนแรงแค่ให้ “เดินลงน้ำไปเฉยๆ”
ส่วนเก็ดนีย์ที่จิตรช่วยงานและอาศัยอยู่ด้วยนั้น ก็ได้รับผลกระทบ โดยถูกกล่าวหาว่าเป็น “แดง” หรือคอมมิวนิสต์ด้วย ทั้งถูกเชื่อมโยงว่าเกี่ยวข้องสนับสนุนจิตรในด้านต่างๆ เก็ดนีย์ต้องเดินทางออกจากประเทศไทยในอีกสองเดือนกว่าต่อมา
การโยนบกจิตร ทำให้แม่และพี่สาวของจิตรสร้างบ้านไม้สองชั้นหลังหนึ่งโดยเช่าที่ทรัพย์สินฯ บริเวณเชิงสะพานเสาวณีย์ ตรงข้ามโรงพยาบาลสงฆ์ ถนนศรีอยุธยา บริเวณแถวนี้เป็นแหล่งน้ำคลำ ทางเดินเข้าบ้านจากหน้าปากซอยราว 100-200 เมตร “เป็นสะพานไม้กระดานตลอด... มันแตกกิ่งก้านสาขาออกไป” ยังบ้านอีกมากมายในแอ่งน้ำคลำนี้ (ปัจจุบันคือที่ตั้งของกระทรวงการต่างประเทศ)
แม่ได้ย้ายมาอยู่กับจิตรด้วยตั้งแต่นั้น จิตรอาศัยที่บ้านนี้จนถึงวันที่ถูกจับในปลายปี 2501
กรณีโยนบกจิตรนี้ ได้เป็นแสงส่องฉายให้จิตรโดดเด่นบนเวทีนิสิตนักศึกษาปัญญาชนในสังคมไทย
ขณะเดียวกันก็เป็นหลักหมายที่สำคัญในสังคมไทย ที่การควบคุมครอบงำจิตใจคนในประเทศด้วยพลังราชาชาตินิยมและรัฐทหาร จะเริ่มปฏิบัติการลงไปยังทุกกลุ่มทุกระดับ
โดยเริ่มจากคนในสถาบันการศึกษาระดับสูงของประเทศด้วยข้อหา “เอียงซ้าย” หรือ คอมมิวนิสต์ ว่าคือการทำลายชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ จะได้รับการปราบปรามอย่างรุนแรงเพิ่มขึ้นจากรัฐทหาร
บรรยายโดย ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์
#จิตรภูมิศักดิ์ #อักษรศาสตร์จุฬา #โยนบก #คอมมิวนิสต์ #แม่ #พุทธปรัชญา #รัฐทหาร #ธำรงศักดิ์เพชรเลิศอนันต์ #ตายูอีบุ๊คส #TAYOOeBooks
ภาพ ศิลปะในงาน Architech'18 2018
แสดงความคิดเห็น