แฟ้มภาพ

Posted: 25 May 2018 03:00 AM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท www.prachatai.com)

รังสิมันต์ โรม เผยหลังตำรวจส่งฟ้อง 9 แกนนำคนอยากเลือกตั้งกลุ่ม MBK 39 ระบุปากกาไม่ได้อยู่ที่เรา แต่อยู่ที่อำนาจอันไม่ชอบธรรม ส่วนอัยการนัดฟ้องคำสั่งฟ้องหรือไม่ 28 มิ.ย. นี้

25 พ.ค. 2561 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เวลาประมาณ 10.45 น. ที่สำนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษอาญากรุงเทพใต้ 4 พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน นัดหมายผู้ต้องหาแกนนำในคดีชุมนุมของคนอยากเลือกตั้ง ที่บริเวณสกายวอล์คแยกปทุมวัน เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2561 หรือคดี MBK39 เพื่อส่งตัวและส่งสำนวนให้พนักงานอัยการ

สำหรับในส่วนของแกนนำในคดีนี้ มีผู้ต้องหา 9 คน ได้แก่ รังสิมันต์ โรม, สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์, อานนท์ นำภา, เอกชัย หงส์กังวาน, สุกฤษฎ์ เพียรสุวรรณ, เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล, ณัฏฐา มหัทธนา, สมบัติ บุญงามอนงค์ และวีระ สมความคิด ทั้งหมดถูกกล่าวหาในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116, ข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 3/2558 เรื่องชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป และข้อหาชุมนุมห่างจากเขตพระราชฐานไม่เกิน 150 เมตร ตามพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ

ในวันนี้วีระ สมความคิด ไม่สามารถเดินทางมาตามนัดได้ เนื่องจากติดภารกิจที่ศาลอื่น ทำให้พนักงานสอบสวนส่งตัวผู้ต้องหา 8 คน ให้พนักงานอัยการ โดยที่ทางพนักงานสอบสวนมีความเห็นให้สั่งฟ้องคดีนี้ ในส่วนพนักงานอัยการเมื่อได้รับสำนวนไว้ จะพิจารณามีความเห็นทางคดีต่อไป และให้นัดฟังคำสั่งอีกครั้งในวันที่ 28 มิ.ย. 2561 เวลา 10.00 น. ทั้งนี้ คดีนี้หากมีการฟ้องต่อศาล จะอยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลอาญากรุงเทพใต้

รังสิมันต์ โรม เปิดเผยหลังจากเข้ารับทราบนัดจากอัยการ ว่าการดำเนินคดีกับการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งล้วนเป็นคดีทางการเมือง เป็นข้อหาทางการเมืองทั้งหมด โดยผู้จัดการชุมนุมก็ทราบว่ามีโอกาสที่จะถูกดำเนินคดี และตระหนักว่าปากกาไม่ได้อยู่ที่เรา ไม่ได้อยู่ที่ประชาชน แต่อยู่ที่อำนาจที่ไม่ชอบธรรม จึงไม่แปลกที่จะถูกดำเนินคดีเยอะแยะมากมาย แต่ทางเราก็พร้อมต่อสู้เต็มที่ แม้คดีต่างๆ จะก่อภาระมากมาย ให้ต้องเดินทางมาต่อสู้คดี แต่อีกด้านหนึ่งเราเชื่อว่าคดีของเราจะทำให้สังคมได้เห็นว่าใครคือคนที่ถูกรังแก และใครเป็นผู้รังแก

รังสิมันต์ยังย้ำว่าการเคลื่อนไหวที่ผ่านมาของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และเวลาพูดถึงเรื่องความวุ่นวายนั้น แท้จริงความวุ่นวายไม่ได้เกิดจากผู้ชุมนุม อย่างกรณีวันที่ 22 พ.ค. การปิดถนนเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ และผู้ชุมนุมมีการแจ้งการจัดการชุมนุมต่อตำรวจ แจ้งเส้นทางที่ชัดเจน มีการขอใช้พื้นผิวถนน 1 ช่องทางจราจร และเดินขบวนไปโดยสงบ เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ

ในส่วนของคดีของผู้เข้าร่วมชุมนุมกรณี MBK 39 ซึ่งแยกออกจากแกนนำนั้น เหลือผู้ต้องหาจำนวนอีก 28 คน ถูกกล่าวหาในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 และพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ อัยการก็ยังไม่ได้มีความเห็นทางคดีเช่นกัน โดยก่อนหน้านี้อัยการเจ้าของสำนวนมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ทำให้ต้องรอฟังผลการพิจารณาจากอัยการสูงสุด นัดครั้งต่อไปในวันที่ 26 มิ.ย. 2561 เวลา 10.00 น.

แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.