
ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์
จิตร ภูมิศักดิ์ ในวัยเยาว์
จิตร ภูมิศักดิ์ เกิด 25 กันยายน 2473 ที่ในเขตใกล้ตลาดของตัวอำเภอประจันตคาม ห่างจากตัวจังหวัดปราจีนบุรีราว 30 กิโลเมตร
ชื่อแรกเกิดคือ “สมจิตต์” หรือ “สมจิตร”
บิดาชื่อ ศิริ อาชีพรับราชการตำแหน่งนายตรวจสรรพสามิตที่นี้ตั้งแต่ปี 2472 ก่อนจิตรเกิดหนึ่งปี มารดาชื่อ แสงเงิน (สกุลเดิม ฉายาวงศ์ 2449-2520) มีพี่สาวหนึ่งคนชื่อ ภิรมย์ (2471-2555)
ดังนั้น จิตรจึงเกิดในช่วงปีเกือบสุดท้ายของระบอบเก่า สมบูรณาญาสิทธิราชย์
เมื่อมีปฏิวัติ 2475 โดยคณะราษฎร เริ่มสร้างระบอบประชาธิปไตย จิตรก็มีอายุได้หนึ่งขวบครึ่ง
ภิรมย์ได้บันทึกใน “คิดถึงแม่...คิดถึงน้อง จิตร ภูมิศักดิ์” ไว้ว่าราวปี 2475 ได้ย้ายตามบิดามาอยู่ในตัวเมืองปราจีนบุรี ริมแม่น้ำบางปะกงฝั่งตัวจังหวัด ไม่ไกลจากวัดหลวงปรีชากูล
อีกสี่ปีต่อมาในปี 2479 บิดาได้ย้ายไปประจำที่ในตัวอำเภอเมืองกาญจนบุรี
ที่นี้จิตรได้เข้าเรียนชั้นประถมปีที่ 1-4 โรงเรียนสตรีกาญจนานุเคราะห์ โรงเรียนเดียวกับพี่สาว ซึ่งแม้จะเป็นโรงเรียนสตรี แต่ก็รับนักเรียนชายเข้าเรียนด้วยในระดับประถม
จิตรอยู่ที่กาญจนบุรีราว 5 ปี อายุ 6-10 ปี (ช่วงปี 2479 – ปลายเดือนมีนาคมปี 2484 แต่บันทึก “คำให้การ” จิตรว่าไปเข้าเรียนชั้นประถมที่กาญจนบุรีปี 2478) ซึ่งเมื่อคำนวณแล้วจิตรน่าจะเรียนชั้นประถม 1 ในปี 2480 และจบประถม 4 เมื่อปลายมีนาคม 2484
เพราะต้นปี 2484 บิดาต้องพาครอบครัวย้ายไปประจำที่อำเภอเมืองสมุทรปราการ แต่จิตรยังต้องสอบไล่ชั้นประถม 4 บิดาจึงฝากจิตรให้อยู่กับเพื่อนบ้านที่กาญจนบุรี จนสอบไล่เสร็จจึงรับจิตรมาอยู่ด้วยที่สมุทรปราการ
(การศึกษาไทยสมัยนั้น จัดเป็นชั้นประถมศึกษา 4 ปี ชั้นมัธยมศึกษา 6 ปี และมีชั้นเตรียมอุดมเพื่อเตรียมเข้าศึกษาระดับมหาวิทยาลัยอีก 2 ปี บางทีเรียกว่าชั้นเตรียมปี 1 เตรียมปี 2 หรือเรียกกันว่าชั้น ม.7 ชั้น ม.8 การศึกษาภาคบังคับของไทยในสมัยนั้นคือประถมปีที่ 4 แต่การศึกษาชั้นประถมก็ยังไม่ทั่วถึงทั้งประเทศ)
ที่กาญจนบุรี จิตรชอบดูลิเกและเล่นลิเก
ที่บ้าน “นิยมร้องเพลงทุกย่ำค่ำสนธยา” และมีเพื่อนบิดามาร่วมสังสรรค์ร้องเพลงที่บ้านด้วยบ่อยๆ
บิดาของจิตร “เป็นนักสะสมหนังสือ นักอ่านหนังสือ” ทั้ง “มีวาจาเป็นเลิศ จีบสตรีไม่ว่างเว้น” และ “เป็นนักเล่าเรื่องได้เยี่ยมยอด”
ส่วนแม่ของจิตรนั้น “รู้วรรณคดีไทยแทบทุกเรื่อง... อ่านและจำได้หมด”
ก่อนแต่งงาน แม่ของจิตรเกิดในครอบครัวขายของกินของใช้เป็นร้านโชวห่วย บ้านอยู่ริมแม่น้ำนครนายก ตำบลวังกระโจม อำเภอเมือง นครนายก
บิดาของแม่มีอาชีพสมุห์บัญชี ภารกิจของแม่คือไปซื้อสินค้าจากเรือที่ล่องมาขายของเพื่อเอาสินค้ามาขายที่ร้าน และเย็บผ้าขาย ไม่ต้องทำงานบ้านงานครัว
แม่พูดภาษาจีน “พอขอข้าวขอน้ำกินได้” แต่บิดามารดาของแม่ “เกิดเมืองไทยทั้งน้าน”
ดังนั้น เพื่อหาเงินจุนเจือรายจ่ายในครอบครัว แม่ของจิตรจึงเปิดร้านขายเสื้อผ้าที่กาญจนบุรี
ที่สมุทรปราการ จิตรอายุ 11 ปี เข้าเรียนชั้นมัธยมปีที่ 1 ที่โรงเรียนประจำจังหวัดสมุทรปราการ
แต่ในราวกลางปี 2484 บิดาต้องย้ายไปประจำจังหวัดใหม่คือจังหวัดพระตะบอง ที่ไทยเพิ่งได้มาจากอินโดจีนฝรั่งเศสตามอนุสัญญากรุงโตเกียว ที่ไทยกับฝรั่งเศสลงนามกันเมื่อ 9 พฤษภาคม 2484 ภายใต้การช่วยเหลือของรัฐบาลทหารญี่ปุ่น
(ดินแดนที่ไทยได้มาจัดเป็น 4 จังหวัด มี 2 จังหวัดในดินแดนกัมพูชา ได้แก่ จังหวัดพระตะบอง และจังหวัดเสียมราฐ โดยไทยตั้งชื่อใหม่เป็น จังหวัดพิบูลสงคราม พื้นที่จังหวัดนี้ที่ฝรั่งเศสขีดเส้นให้ไม่ครอบคลุมโบราณสถานกลุ่มพระนครทั้งหมดและตัวเมืองเสียมเรียบ
ส่วนอีก 2 จังหวัดจากดินแดนประเทศลาว ได้แก่ จังหวัดนครจำปาศักดิ์ (จำปาสัก) ในลาวภาคใต้ติดกับอุบลราชธานี และจังหวัดลานช้าง หรือแขวงไซยะบุรีในลาวภาคเหนือติดกับน่านและเชียงราย)
แม่ของจิตรไปอยู่พระตะบองด้วย และเปิดร้านขายสินค้า เป็นเอเยนต์ขายบุหรี่ และรับซื้อผลเร่วในท้องถิ่น เพื่อหาเงินส่งลูกเรียน
ทั้งภิรมย์และจิตรยังคงเรียนอยู่ที่สมุทรปราการ โดยจิตรเรียนชั้นมัธยมปีที่ 1-3 โดยฝากให้เป็นลูกศิษย์วัด อาศัยอยู่กับเจ้าอาวาส “วัดนอกปากน้ำ” ในตัวเมืองสมุทรปราการ
ส่วนภิรมย์นั้นเข้ากรุงเทพฯปี 2485 เรียนชั้นมัธยมปีที่ 5 ที่โรงเรียนวัดมหาพฤฒาราม โดยอาศัยอยู่กับอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียน (เรียนต่อชั้นเตรียมอุดม หรือชั้นมัธยม 7-8 ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา)
ราว 2-3 ปีที่จิตรอยู่กับวัด จิตรได้วิชาตั้งชื่อบุคคล หมอดู และเวทย์มนต์คาถามาด้วย
จบตอน จิตรในวัยเยาว์
ชื่อแรกเกิดคือ “สมจิตต์” หรือ “สมจิตร”
บิดาชื่อ ศิริ อาชีพรับราชการตำแหน่งนายตรวจสรรพสามิตที่นี้ตั้งแต่ปี 2472 ก่อนจิตรเกิดหนึ่งปี มารดาชื่อ แสงเงิน (สกุลเดิม ฉายาวงศ์ 2449-2520) มีพี่สาวหนึ่งคนชื่อ ภิรมย์ (2471-2555)
ดังนั้น จิตรจึงเกิดในช่วงปีเกือบสุดท้ายของระบอบเก่า สมบูรณาญาสิทธิราชย์
เมื่อมีปฏิวัติ 2475 โดยคณะราษฎร เริ่มสร้างระบอบประชาธิปไตย จิตรก็มีอายุได้หนึ่งขวบครึ่ง
ภิรมย์ได้บันทึกใน “คิดถึงแม่...คิดถึงน้อง จิตร ภูมิศักดิ์” ไว้ว่าราวปี 2475 ได้ย้ายตามบิดามาอยู่ในตัวเมืองปราจีนบุรี ริมแม่น้ำบางปะกงฝั่งตัวจังหวัด ไม่ไกลจากวัดหลวงปรีชากูล
อีกสี่ปีต่อมาในปี 2479 บิดาได้ย้ายไปประจำที่ในตัวอำเภอเมืองกาญจนบุรี
ที่นี้จิตรได้เข้าเรียนชั้นประถมปีที่ 1-4 โรงเรียนสตรีกาญจนานุเคราะห์ โรงเรียนเดียวกับพี่สาว ซึ่งแม้จะเป็นโรงเรียนสตรี แต่ก็รับนักเรียนชายเข้าเรียนด้วยในระดับประถม
จิตรอยู่ที่กาญจนบุรีราว 5 ปี อายุ 6-10 ปี (ช่วงปี 2479 – ปลายเดือนมีนาคมปี 2484 แต่บันทึก “คำให้การ” จิตรว่าไปเข้าเรียนชั้นประถมที่กาญจนบุรีปี 2478) ซึ่งเมื่อคำนวณแล้วจิตรน่าจะเรียนชั้นประถม 1 ในปี 2480 และจบประถม 4 เมื่อปลายมีนาคม 2484
เพราะต้นปี 2484 บิดาต้องพาครอบครัวย้ายไปประจำที่อำเภอเมืองสมุทรปราการ แต่จิตรยังต้องสอบไล่ชั้นประถม 4 บิดาจึงฝากจิตรให้อยู่กับเพื่อนบ้านที่กาญจนบุรี จนสอบไล่เสร็จจึงรับจิตรมาอยู่ด้วยที่สมุทรปราการ
(การศึกษาไทยสมัยนั้น จัดเป็นชั้นประถมศึกษา 4 ปี ชั้นมัธยมศึกษา 6 ปี และมีชั้นเตรียมอุดมเพื่อเตรียมเข้าศึกษาระดับมหาวิทยาลัยอีก 2 ปี บางทีเรียกว่าชั้นเตรียมปี 1 เตรียมปี 2 หรือเรียกกันว่าชั้น ม.7 ชั้น ม.8 การศึกษาภาคบังคับของไทยในสมัยนั้นคือประถมปีที่ 4 แต่การศึกษาชั้นประถมก็ยังไม่ทั่วถึงทั้งประเทศ)
ที่กาญจนบุรี จิตรชอบดูลิเกและเล่นลิเก
ที่บ้าน “นิยมร้องเพลงทุกย่ำค่ำสนธยา” และมีเพื่อนบิดามาร่วมสังสรรค์ร้องเพลงที่บ้านด้วยบ่อยๆ
บิดาของจิตร “เป็นนักสะสมหนังสือ นักอ่านหนังสือ” ทั้ง “มีวาจาเป็นเลิศ จีบสตรีไม่ว่างเว้น” และ “เป็นนักเล่าเรื่องได้เยี่ยมยอด”
ส่วนแม่ของจิตรนั้น “รู้วรรณคดีไทยแทบทุกเรื่อง... อ่านและจำได้หมด”
ก่อนแต่งงาน แม่ของจิตรเกิดในครอบครัวขายของกินของใช้เป็นร้านโชวห่วย บ้านอยู่ริมแม่น้ำนครนายก ตำบลวังกระโจม อำเภอเมือง นครนายก
บิดาของแม่มีอาชีพสมุห์บัญชี ภารกิจของแม่คือไปซื้อสินค้าจากเรือที่ล่องมาขายของเพื่อเอาสินค้ามาขายที่ร้าน และเย็บผ้าขาย ไม่ต้องทำงานบ้านงานครัว
แม่พูดภาษาจีน “พอขอข้าวขอน้ำกินได้” แต่บิดามารดาของแม่ “เกิดเมืองไทยทั้งน้าน”
ดังนั้น เพื่อหาเงินจุนเจือรายจ่ายในครอบครัว แม่ของจิตรจึงเปิดร้านขายเสื้อผ้าที่กาญจนบุรี
ที่สมุทรปราการ จิตรอายุ 11 ปี เข้าเรียนชั้นมัธยมปีที่ 1 ที่โรงเรียนประจำจังหวัดสมุทรปราการ
แต่ในราวกลางปี 2484 บิดาต้องย้ายไปประจำจังหวัดใหม่คือจังหวัดพระตะบอง ที่ไทยเพิ่งได้มาจากอินโดจีนฝรั่งเศสตามอนุสัญญากรุงโตเกียว ที่ไทยกับฝรั่งเศสลงนามกันเมื่อ 9 พฤษภาคม 2484 ภายใต้การช่วยเหลือของรัฐบาลทหารญี่ปุ่น
(ดินแดนที่ไทยได้มาจัดเป็น 4 จังหวัด มี 2 จังหวัดในดินแดนกัมพูชา ได้แก่ จังหวัดพระตะบอง และจังหวัดเสียมราฐ โดยไทยตั้งชื่อใหม่เป็น จังหวัดพิบูลสงคราม พื้นที่จังหวัดนี้ที่ฝรั่งเศสขีดเส้นให้ไม่ครอบคลุมโบราณสถานกลุ่มพระนครทั้งหมดและตัวเมืองเสียมเรียบ
ส่วนอีก 2 จังหวัดจากดินแดนประเทศลาว ได้แก่ จังหวัดนครจำปาศักดิ์ (จำปาสัก) ในลาวภาคใต้ติดกับอุบลราชธานี และจังหวัดลานช้าง หรือแขวงไซยะบุรีในลาวภาคเหนือติดกับน่านและเชียงราย)
แม่ของจิตรไปอยู่พระตะบองด้วย และเปิดร้านขายสินค้า เป็นเอเยนต์ขายบุหรี่ และรับซื้อผลเร่วในท้องถิ่น เพื่อหาเงินส่งลูกเรียน
ทั้งภิรมย์และจิตรยังคงเรียนอยู่ที่สมุทรปราการ โดยจิตรเรียนชั้นมัธยมปีที่ 1-3 โดยฝากให้เป็นลูกศิษย์วัด อาศัยอยู่กับเจ้าอาวาส “วัดนอกปากน้ำ” ในตัวเมืองสมุทรปราการ
ส่วนภิรมย์นั้นเข้ากรุงเทพฯปี 2485 เรียนชั้นมัธยมปีที่ 5 ที่โรงเรียนวัดมหาพฤฒาราม โดยอาศัยอยู่กับอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียน (เรียนต่อชั้นเตรียมอุดม หรือชั้นมัธยม 7-8 ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา)
ราว 2-3 ปีที่จิตรอยู่กับวัด จิตรได้วิชาตั้งชื่อบุคคล หมอดู และเวทย์มนต์คาถามาด้วย
จบตอน จิตรในวัยเยาว์
แสดงความคิดเห็น