Posted: 30 Apr 2018 09:28 AM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท www.prachatai.com)

อดีต กกต. สมชัย เฟสบุ๊คไลฟ์ อัดปม 'ดูด ส.ส.' การเมืองไม่สร้างสรรค์ ชี้ใครถูกดูดได้ ไม่น่าไปเลือก เหตุไม่มีจุดยืนทางการเมืองที่แน่นอน ด้าน ปณิธาน ชี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ต้องทำตามกติกา

30 เม.ย.2561 สำนักข่าวไทย รายงานว่า สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ทดลองการเฟสบุ๊คไลฟ์ครั้ังแรกหลังจากพ้นจากตำแหน่ง กกต. ซึ่งจะเป็นการจัดรายการวิเคาระห์การเมืองในประเด็นต่าง ๆ โดยกล่าวว่า วันนี้ (30 เม.ย.) เป็นวันสุดท้ายที่พรรคการเมืองเดิม ที่ กกต.เปิดให้สมาชิกยืนยันความเป็นสมาชิกกับหัวหน้าพรรคการเมือง เข้าใจว่าทุกพรรคจะเร่งดำเนินการ ซึ่งคาดว่าอีก 1-2 วัน จะทราบตัวเลขสมาชิกของแต่ละพรรคการเมือง อย่างไรก็ตาม แม้ว่ายืนยันการเป็นสมาชิกแล้วแต่จำนวนสมาชิกสามารถเปลี่ยนแปลงได้ จะมีความชัดเจนต่อเมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปลดล็อกทางการเมือง ซึ่งจะสมัครสมาชิกพรรคได้อีกครั้ง

สมชัย กล่าวถึงกระแสการเมืองเรื่องพลังดูด ส.ส. ว่า ไม่ทราบว่าใครดูดใคร เข้าใจว่าเป็นการเตรียมการไปสู่การเลือกตั้งของแต่ละฝ่าย ซึ่งรัฐบาลระบุว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ จึงขอใช้ประโยคนี้ว่าใครก็ตามที่ถูกดูดได้ก็ไม่น่าไปเลือกเขา แปลว่าเขาไม่มีจุดยืนทางการเมืองที่แน่นอน เพราะถ้าหากคุณเป็นนักการเมือง คุณจะต้องมีจุดยืนว่าจะอยู่กับกลุ่มใด พรรคใด เจตนาที่จะอยู่กับพรรคการเมืองคืออุดมการณ์ร่วมกันที่จะทำงานการเมืองให้เกิดความสำเร็จ

“ไม่ใช่เรื่องเพียงว่าอยากจะดูว่าตัวเองจะมีโอกาสไปร่วมรัฐบาลได้หรือไม่ ตรงไหนไปได้ก็จะเฮไปทางซีกนั้น ซึ่งผมมองว่าสิ่งนี้ไม่ก่อให้เกิดผลดีต่อการเมืองไทย คนที่ไปดูดคนอื่นเขา หากเรียกว่าเป็นการทาบทามคนซึ่งมีอุดมการณ์ทางการเมืองมาร่วมกันทำงานอาจจะเรียกว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่หากไม่สนใจอะไรว่าเขาเป็นใคร มีประวัติการทำงานอย่างไร มีอุดมการณ์ทางการเมืองอย่างไร เคยมีพฤติกรรมทางการเมืองในอดีตเป็นที่ชื่นชอบ หรือเป็นที่น่ารังเกียจของคนในบ้านเมืองอย่างไร แต่จะเอาคนนั้นมาเพราะเขามีโอกาสได้เป็นส.ส.หรือมีคะแนนเสียงในพื้นที่ มีความเป็นเจ้าของพื้นที่ก็ดึงมาร่วมอันนี้ขอใช้คำว่าน่าเกลียด เท่ากับว่าดูดไม่เลือก ไม่ใช้วิจารณญาณกลั่นกรองคนดีเข้ากลุ่ม ไม่ได้ทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์” สมชัย กล่าว


สมชัย กล่าวว่า ขณะเดียวกันในมุมของคนที่ถูกดูดก็คงต้องคิดอีกมุมว่า ถ้าหากคุณถูกดึงไปจะสามารถทำงานการเมืองภายใต้อุดมการณ์ที่สอดคล้องกับที่มีอยู่หรือไม่ ถ้าได้ก็ไป ถ้าคิดว่าไปแล้วได้เป็นรัฐบาลไม่ใช่สิ่งที่ดี ไม่ใช่การเมืองอย่างสร้างสรรค์ อยากให้คนที่ดูดดูด้วยว่าคนที่จะไปดูดเป็นคนดีหรือไม่ คนที่ถูกดูดต้องคิดด้วยว่าพรรคหรือหน่วยงานที่คุณจะไปอุดมการณ์เหมือนคุณหรือไม่

“หลังจากนี้ต้องรอผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับร่าง พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว. ว่าจะออกมาอย่างไร เข้าใจว่าภายในเดือนพฤษภาคมน่าจะทราบผลว่าประเด็นที่เสนอให้ศาลพิจารณาขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้าขัดก็ต้องใช้ระยะเวลาในการปรับแก้ไขและต้องลงมติใหม่ในสภานิติบะญญัติแห่งชาติ(สนช.) ก่อนนายกรัฐมนตรีจะนำร่างฯ ทูลเกล้าฯ ซึ่งต้องใช้เวลา จะบอกว่าไม่ใช้เวลาก็คงไม่ใช่ ทุกอย่างก็คงจะต้องขยับออกไปตามกรอบของเวลา” สมชัย กล่าว

ปณิธาน ชี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ต้องทำตามกติกา

ข่าวสดออนไลน์ รายงานว่า ปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ว่าการที่คนในรัฐบาลเตรียมจัดตั้งพรรคการเมือง และมีการดึงคนจากพรรคอื่นไปร่วม จะส่งผลกระทบต่อการสร้างความปรองดองหรือไม่ เพราะฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลอาจไม่พอใจนั้น ปณิธาน กล่าวว่า เรื่องการจัดตั้งพรรคการเมืองก็ต้องทำตามกติกา และทำให้ทุกฝ่ายรับได้ ซึ่งบางคนเป็นนักการเมืองอยู่แล้วจึงอยากทำงานการเมืองต่อ แต่ก็ต้องทำตามกติกา ขณะเดียวกันเรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ทุกรัฐบาลที่อยู่ในช่วงใกล้จะมีการเลือกตั้งเขาก็เดินงานการเมืองต่อ ไม่ถือว่าได้เปรียบและไม่มีผลต่อการเลือกตั้งตนคิดว่าตรงนี้ต้องดูภาพรวมทั้งหมด และถือเป็นธรรมชาติในช่วงที่จะมีการเปลี่ยนรัฐบาล ซึ่งก็เคยมีบางรัฐบาลได้กลับมาอีกครั้ง แต่บางรัฐบาลก็ไม่ได้กลับมา แต่สิ่งที่สำคัญคือการรับฟังความกังวลของผู้ที่จะลงแข่งขันทางการเมือง และอาจต้องคิดถึงกลไกเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเขา ซึ่งสิ่งเหล่านี้นายกรัฐมนตรีก็รับทราบและพยายามตอบคำถามออกมาเป็นระยะๆ

เมื่อถามว่า ขณะนี้เกิดการตั้งคำถามว่า คสช. เองกำลังจะเปลี่ยนบทบาทจากกรรมการ มาเป็นผู้เล่นเสียเองแล้วแผนการสร้างความปรองดองจะเกิดขึ้นเพื่ออะไร ปณิธาน กล่าวว่า ตนไม่แน่ใจว่าคสช.จะเป็นผู้เล่นแบบไหน แต่คสช.ยังต้องทำงานด้านความมั่นคง ต้องดูแลพื้นที่ สร้างความปลอดภัยให้กับทุกคน และทุกพรรคการเมือง โดยในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งทุกพรรคต้องมีความปลอดภัยและสามารถหาเสียงได้ทุกพื้นที่ ส่วนใครจะสนับสนุน คสช. ในทางการเมืองก็ว่ากันไปตามระบบทางการเมือง ตนคิดว่าการตั้งข้อสังเกตหรือวิพากษ์วิจารณ์เป็นเรื่องที่ดี เพราะถ้ายิ่งมีความโปร่งใสมากแค่ไหน ผลการเลือกตั้งที่จะออกมาจะมีความชอบธรรมมากขึ้นเท่านั้น จึงต้องรักษาบรรยากาศการตรวจสอบเอาไว้พร้อมกับรับฟังความคิดเห็น และตนคิดว่าคนไทยเข้าใจธรรมชาติทางการเมือง

[full-post]

แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.