ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

“รู้สึกแย่ตลอดตั้งแต่ตอนถูกควบคุมตัวทั้งในชั้นตำรวจที่กองปราบฯ แล้วก็ถูกฝากขังถึง 2 ครั้งที่ทัณทสถานหญิง มันเลยทำให้ความรู้สึกแย่มากกับการถูกกระทำแบบนี้


“แล้วการที่ต้องเดินทางไปมาเพื่อสู้คดี เราก็สู้เต็มที่เพราะเราบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้ฝ่าฝืนคำสั่ง (เรียกรายงานตัว) แต่ก็ทำให้เรารู้สึกไม่มั่นใจ ไม่มั่นคงในชีวิตเลย จะถูกยกเลิกประกันตัวตอนไหน ครั้งหน้าก็จะตัดสินคดีแล้ว ก็ไม่รู้ว่าผลมันจะเป็นยังไง มันมีข้อกังวลทั้งหมด เพราะถ้าตามกฎหมายปกติเราก็ไม่มีความผิดนะ แต่พอมันอยู่ภายใต้ระบบแบบนี้ มันทำให้เรารู้สึกแย่ มันไม่สามารถคาดการณ์อะไรได้ แต่ว่ากันตามกฎหมายเขาไม่ควรจับเราตั้งแต่แรก ไม่ควรออกหมายจับ อัยการก็ไม่ควรจะส่งมาถึงศาลแต่แรกอยู่แล้ว แต่พอมันเข้ามาสู่กระบวนการทางศาล ก็คงตอบอะไรไม่ได้ ว่าศาลจะตัดสินยังไง

“การมาขึ้นศาลทหารเป็นเรื่องแปลกประหลาดสำหรับเรา แต่ไม่ได้รู้สึกซับซ้อนอะไรมาก เรายึดหลักว่าเราพูดข้อเท็จจริงว่ามันเป็นแบบนี้

“การขอลี้ภัยเป็นเรื่องใหญ่มาก การที่ตัดสินว่าจะไม่กลับ ไม่เจอหน้าครอบครัวอีก ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ใหญ่มากๆ และต้องเด็ดเดี่ยวมากๆ ต้องเคารพคนที่ตัดสินใจแบบนี้มากๆ แต่ว่าสำหรับพี่ หนึ่ง คือ ไม่สามารถจะลี้ภัยได้ สอง คือ คิดว่าเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่มากที่จะต้องตัดสินใจลี้ภัย เรื่องถูกเรียกรายงานตัวแล้วไม่มาก็ถูกออกหมายจับนี่เป็นเรื่องเล็กน้อยมาก คือเราไม่ได้ทำอะไรผิด เรามั่นใจในความบริสุทธิ์ของตัวเองมากว่าเราไม่ได้กระทำความผิดอะไร เราต้องกลับมาพิสูจน์ความจริง แต่พูดแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าพวกที่ลี้ภัยเขาได้ทำอะไรผิดนะ

“เวลาเห็นข่าวที่เมืองไทย ถ้าเป็นสวีเดนจะไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นแน่ๆ จนคนสวีเดนที่เรารู้จักหรือพูดคุยด้วยเนี่ย เขาไม่เข้าใจเรื่องที่เป็นไปในประเทศไทยเลย พอเราบอกว่าวันนี้ประเทศไทยเกิดเรื่องแบบนี้ เขาก็จะบอกว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง มันมีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ จนเราเหมือนอยู่กันคนละโลก แล้วก็เป็นในหลายๆ เรื่องด้วย ไม่ใช่แค่เรื่องทางกฎหมาย แม้กระทั่งเรื่องในชีวิตประจำวันมันก็คนละอย่างกันเลย การเคารพคน แล้วในฐานะที่เป็นนักสหภาพแรงงานนะ เมื่อเทียบราคาอาหารกับค่าจ้างของเขาก็ถือว่าถูกมาก เปรียบเทียบกันนะที่นี่ทำงานแค่ชั่วโมงนึงด้วยค่าจ้างขั้นต่ำ ซื้อหมูได้ 2 กิโล ในขณะที่อยู่เมืองไทยทำงานทั้งวัน 300 บาท ก็ได้หมู 2 กิโล เหมือนกัน แต่ 1 วัน กับ 1 ชั่วโมง มันคนละเรื่องกันเลยนะ

“อยู่ที่นี่คุณภาพชีวิตดีกว่าคนละเรื่องเลย ทั้งเรื่องการเมือง สิทธิเสรีภาพ เรื่องอาหาร เรื่องการที่คนเคารพกันของผู้คน

“สังคมไทยเป็นสังคมที่คาดเดาอะไรไม่ได้ เพราะเป็นสังคมที่ไม่มีมาตรฐาน มีแต่อารมณ์และความรู้สึกของผู้คนล้วนๆ มันขึ้นอยู่กับอารมณ์ของผู้บริหารประเทศเลยว่าจะเอาแบบไหน คือเราไม่รู้ว่าวันไหนจะมีประกาศอะไรออกมา ประกาศนั้นจะเป็นอะไรก็ไม่รู้มีเหตุผลอะไรรองรับก็ไม่รู้ ทำให้เราอยู่ภายใต้สังคมที่คาดการณ์อะไรไม่ได้ มันทำให้เรารู้สึกแย่”

จิตรา คชเดช นักกิจกรรมด้านแรงงาน ถูกตั้งข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งเรียกรายงานตัวของ คสช. ขณะที่เธออาศัยอยู่ที่ประเทศสวีเดน แม้จะรายงานตัวต่อสถานทูตไทยและชี้แจงเหตุขัดข้องที่ไม่สามารถมารายงานตัวต่อ คสช. แล้ว แต่ก็ยังคงถูกออกหมายจับในคดีดังกล่าว คดีของเธอจะพิพากษาวันที่ 6 ก.ค. 2560

#3ปีแล้วนะ #ผลงานคสช

อ่านเรื่องของจิตราได้ที่
- '‘จิตรา’ ยืนยันไม่เจตนาฝ่าฝืนคำสั่งเรียกรายงานตัว แต่ไปแจ้งสถานทูตแล้วไม่รับแจ้ง หลังสืบพยานจบศาลนัดพิพากษา 6 ก.ค.นี้'
(http://www.tlhr2014.com/th/?p=4129)
- 'ฐานข้อมูลคดี จิตรา : ฝ่าฝืนคำสั่งรายงานตัวคสช.'(https://freedom.ilaw.or.th/th/case/617)
- 'คุยกับ ‘จิตรา คชเดช’ ทำไมกลับไทยกับเงื่อนที่คสช.ผูกและกระบวนการทำให้เป็นนักโทษ'
(https://www.prachatai.com/journal/2014/07/54817)

และรอติดตามรายงานปีที่ 3 โดยศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน 21 พฤษภาคมนี้

แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.