Posted: 19 May 2018 12:38 AM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท www.prachatai.com)

บก.ทัพไทยสั่งสำรองราชการ 'ร.ท.ฐิติทัศน์ นิพนธ์พิทยา' นายทหารสังกัดศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) ซึ่งต้องสงสัยว่าเกี่ยวพันกับคดีเงินทอนวัด ชี้ภายใน 15 วันไม่มารายงานตัว ถูกปลดออกจากราชการทันที ด้านกองปราบบุก 3 จุด บ้านหรู-ร้านสังฆภัณฑ์ คุ้ยโอน 5 ล้านเอี่ยวเงินทอนวัด

19 พ.ค. 2561 สำนักข่าวไทย รายงานว่า พล.อ.หัสพงศ์ ยุวนวรรธนะ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ทำการแทนผู้บัญชาการทหารสูงสุด ลงนามในคำสั่ง กองบัญชาการกองทัพไทย ที่ 208/2561 สำรองราชการ ร.ท.ฐิติทัศน์ นิพนธ์พิทยา นายทหารสังกัดศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) ซึ่งต้องสงสัยว่าเกี่ยวพันกับคดีเงินทอนวัด ทั้งนี้หากภายใน 15 วัน ร.ท.ฐิติทัศน์ ไม่มารายงานตัว ก็จะถูกปลดออกจากราชการทันที สืบเนื่องมาจาก พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริงเป็นการเร่งด่วน และคณะกรรมการได้พยายามติดตามตัว ร.ท.ฐิติทัศน์ มาสอบสวน แต่ไม่สามารถติดต่อได้

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่าจากการตรวจสอบประวัติการเข้ารับราชการของ ร.ท.ฐิติทัศน์ พบว่าได้ใช้วุฒิปริญญามหาบัณฑิตนิเทศศาสตร์ สื่อสาร การท่องเที่ยวและบันเทิง มหาวิทยาลัยเกริก เข้ารับราชการทหารประจำ ศรภ. เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2559 ในยุคที่ พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด จากนั้นได้ถูกส่งตัวมาช่วยราชการที่สำนักงานของ พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี เสนาธิการทหาร ที่ในขณะนั้นเป็นรองเสนาธิการทหาร แต่ปรากฏว่า ร.ท.ฐิติทัศน์ ไม่เคยมาทำงานที่สำนักงาน รอง เสธ.ทหาร มีแต่ชื่อขอฝากเอาไว้เท่านั้น เพราะถูกขอตัวไปช่วยราชการที่สำนักตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อไปดูแลนายพิศิษฐ์ ลีลาวัชโรภาส ผู้ว่าฯ สตง.ตั้งแต่ปี 2559

ทั้งนี้ตามระเบียบทางราชการผู้ว่าฯ สตง.สามารถร้องขอนายทหาร ไปติดตามดูแลได้ เพราะการทำหน้าที่ของผู้ว่าฯ สตง.ในเรื่องการตรวจสอบต่าง ๆ อาจมีอันตราย ซึ่ง ศรภ.มีหน้าที่รับผิดชอบในการส่งนายทหารไปดูแลรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญตามคำร้องขอ อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่าจากการตรวจสอบของคณะกรรมการสอบสวนฯ ปรากฎว่าไม่พบว่ามีหนังสือขอตัวไปช่วยราชการที่ สตง.ของ ร.ท.ฐิติทัศน์ อย่างเป็นลายลักษณ์อักษรแต่อย่างใด แต่ทว่าเป็นที่รับรู้กันภายในว่า ร.ท.ฐิติทัศน์ ไปติดตามนายพิศิษฐ์ จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ขึ้นหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปค้นบ้านพักและพบอาวุธปืนจำนวนมาก

กองปราบบุก 3 จุด บ้านหรู-ร้านสังฆภัณฑ์ คุ้ยโอน 5 ล้านเอี่ยวเงินทอนวัด

เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ รายงานว่าเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 19 พ.ค.2561 พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) และเจ้าหน้าที่ปอท.พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามจำนวนหนึ่ง นำหมายค้นเข้าตรวจค้นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น เลขที่ 64/16 หมู่บ้านธรินกรณ์วิลล่า ม.4 ต.วัดชะลอ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี หลังตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่ามีเงินที่ทางสำนักพระพุทธศาสนาโอนให้กับวัดชื่อดังแห่งหนึ่งใน กทม.จำนวน 5,000,000 บาท เพื่อนำไปใช้สอนพระปริยธรรม แต่กลับพบว่าวัดดังกล่าวไม่ได้นำเงินไปใช้ในการสอนแต่กลับโอนเงินเข้าบัญชีมาให้กับบุคคลที่อยู่ในบ้านหลังดังกล่าว โดยทางเจ้าของบ้านได้ยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นแต่ไม่ยอมให้สื่อมวลชนที่มารอทำข่าวตามเข้าไปภายในบ้านแต่อย่างใด โดยใช้เวลาในการตรวจค้นภายในบ้านนานกว่า 2 ชั่วโมง

พล.ต.ต.ไมตรี กล่าวว่าสืบเนื่องจากกรณีที่ทางสำนักงานพระพุทธศาสนามีการตรวจสอบพบการทุจริตเงินทอนวัดจนพบว่ามีวัดขนาดใหญ่ใน กทม.เข้าข่ายกระทำผิดนั้น จนมีการมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ปปป.ทำการตรวจสอบ ในส่วนของกองปราบปรามนั้นได้ตรวจสอบพระและวัดที่มีพฤติกรรมไม่ชอบในเรื่องนี้ ซึ่งจากการตรวจสอบในวันนี้เป็นการลงพื้นที่พร้อมกันทีเดียว 3 จุด คือที่บ้านหลังดังกล่าวและร้านขายเครื่องสังฆภัณฑ์กับทาวน์เฮาส์หลังหนึ่ง ซึ่งเจ้าของคือบุคคลภายในบ้านโดยมีความสนิทสนมและเลื่อมใสในวัดแห่งหนึ่ง ที่พบว่ามีการโอนเงินจากทางสำนักงานพระพุทธศาสนาจำนวน 5,000,000 บาท มาให้ที่วัดก่อนที่ทางวัดจะโอนเงินจำนวนดังกล่าวเข้าบัญชีบุคคลในบ้านจำนวน 3 ครั้งเป็นเงิน 5,000,000 บาท

นอกจากนี้จากการตรวจสอบพบว่าบุคคลในบ้านที่เป็นเจ้าของบัญชี พบว่ามีการทำธุรกรรมร่วมกับวัดในเรื่องการเช่าที่ดินจากวัดแถวสะพานปิ่นเกล้า กทม. ในราคา 30,000 บาทต่อเดือน แต่นำไปปล่อยเช่าต่อในราคา 300,000 บาทต่อเดือน หลังจากนี้จะเชิญตัวบุคคลในบ้านที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปให้ปากคำเพิ่มเติมที่กองบังคับการตำรวจปราบปราม พร้อมอายัดเอกสารและเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับทางวัดที่พบในบ้านไปตรวจสอบอีกด้วย โดยยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับบุคคลใดภายในบ้านจนกว่าจะสอบสวนเสร็จก่อนเดินทางกลับ

[right-side]

แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.