
หน่วยปราบปรามพบภาครัฐทุจริตหนักมาก
ภาครัฐถกแนวทางแก้ปัญหาทุจริต ชี้กลโกงสลับซับซ้อนและรุนแรงมากขึ้น มีการใช้เงินตราเสมือนจริงเป็นเครื่องมือโกง ขณะที่ในอดีตยังเป็นเพียงการเขียนเช็คเกินจำนวนจริง เผยการดำเนินคดีล่าช้าเป็นประเด็นที่ถูกตำหนิมากที่สุด พร้อมหนุนตั้งศาลคดีทุจริตให้ผู้ได้รับความเสียหายจากเจ้าหน้าที่รัฐมีสิทธิ์ฟ้องร้องดำเนินคดีเองได้ อธิบดีอัยการชี้ผู้ทุจริตเป็นผู้มีอิทธิพลและมีอำนาจ
พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.)ให้ข้อมูลว่าเมื่อ 10 ปีก่อน องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานที่ทุจริตมากที่สุด แต่มักเป็นการทุจริตในรูปแบบตรง เช่น เขียนเช็คที่มีจำนวนเงินเกินควร แต่ปัจจุบันรูปแบบการทุจริตมีความสลับซับซ้อน มีการใช้เงินตราเสมือนจริงในโลกออนไลน์อย่างบิทคอยน์เป็นกลไกในการโกง ทำให้การตรวจสอบทำได้ยาก ขณะที่ผู้ทุจริตประมาณ 90% ไม่ถูกลงโทษ เพราะการดำเนินคดีล่าช้า หรือไม่ก็เสียชีวิตไปก่อน ทำให้กระบวนการสอบสวนยุติ ดังนั้นหากต้องการปราบปรามทุจริตได้สำเร็จ ก็ต้องดำเนินคดีอย่างรวดเร็ว
ด้านนายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ป.ป.ท. กล่าวว่าก่อนวันที่ 22 พ.ค.2557 มีปัญหาทุจริตเกิดขึ้นหนักมาก ถึงขั้นแสวงหางบประมาณเพื่อฉ้อโกงโดยเฉพาะ เขายกตัวอย่างว่าเพิ่งมีการปลดนาฬิกาเรือนละ 75,000 บาท ออกจากผนังที่รัฐสภาเมื่อไม่นานมานี้ ส่วนสาเหตุที่ทำให้มีการโกงอย่างรุนแรงเป็นเพราะไม่สามารถดำเนินกลไกในการปราบโกงได้เต็มที่
ขณะที่ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ระบุว่าการทุจริตในประเทศไทยยังรุนแรง ขณะที่การบังคับใช้กฎหมายหรือนิติรัฐ ยังไม่เป็นรูปธรรม และการดำเนินคดีล่าช้าเป็นประเด็นที่ถูกตำหนิมากที่สุด จึงได้สนับสนุนการจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ เพราะเห็นว่าผู้ได้รับความเสียหายจากเจ้าหน้าที่รัฐควรมีสิทธิ์ฟ้องร้องดำเนินคดีเองได้ เพื่อความรวดเร็ว เนื่องจากถ้าผ่านกระบวนการรัฐอาจใช้เวลายาวนาน
นายศักดิ์ชัย อัศวินอานันท์ อธิบดีอัยการสำนักงานคุ้มครองสิทธิ์และช่วยเหลือตามกฎหมายแก่ประชาชน หนึ่งในผู้ร่วมฟังอภิปราย แสดงความเห็นว่าหน่วยงานปราบทุจริตควรทำฐานข้อมูลเครือข่ายบุคลากรที่เกี่ยวข้องในกระบวนการทุจริตให้มีความเชื่อมโยงกัน เพราะผู้ทุจริตมักเป็นผู้มีอิทธิพลและมีอำนาจไม่สามารถที่จะเอาผิดได้โดยง่าย #Corruption
(ภาพประกอบข่าว)
(ภาพประกอบข่าว)
แสดงความคิดเห็น