"แจส" กับบทเรียนของ "กสทช." "คลื่น"ถูกตัดสินจากเอกสารตัวอักษรบนกระดาษ มากกว่าความเข้าใจ
********************************
เป็นข่าวใหญ่วันนี้ เมื่อบริษัทแจส โบมายด์ บรอดแบนด์ ไม่สามารถนำเงินที่ชนะการประมูลคลื่น 900 มูลค่า 70,000 กว่าล้านบาท ส่งผลให้คลื่น 900 ต้องหาผู้ประมูลรายต่อไป และแจส จะโดนยึดเงินประกัน 600 กว่าล้านบาท
.
ประเด็นที่น่าสนใจคือ
.
1.คนในวงการรู้ว่า ใบอนุญาตของคลื่น 900 ใบนี้หากต้องการทำธุรกิจให้อยู่รอดได้ ต้นทุนน่าจะไม่เกิน 40,000 ล้านบาท แค่นี้ก็หรูแล้ว แต่เพราะเมื่อแจส เข้าประมูล จึงดึงราคาขึ้นไปถึง 75,654 ล้านบาท สำหรับใบอนูญาตใบแรกที่แจสชนะการประมูล และพอใบอนุญาตใบที่สอง ราคาก็ต้องไม่ต่างจากใบแรก ทรูก็ชนะประมูลไปด้วยราคา 76,298 ล้านบาท เช่นกัน
.
2.เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน เมื่อองค์การโทรศัพท์เปิดการประมูลโทรศัพท์พื้นฐาน ทรูชนะการประมูลโทรศัพท์ในกรุงเทพฯ และ TT&T บริษั่ทลูกของแจส ชนะการประมูลในต่างจังหวัด แต่ทั้งสองบริษัททุกวันนี้ยังขาดทุน ทรูขาดทุนนับแสนล้าน ขณะที่ TT&T โดนฟ้องล้มละลาย เพราะราคาประมํลสูงและการเข้ามาของโทรศัพท์มือถือ ทำให้โทรศัพท์พื้นฐานไม่มีคนนิยมอีกต่อไป
.
3.ก่อนหน้านี้ กสทช.ประมูลทีวีดิจิทัล ด้วยราคาสูงเว่อร์ จนไม่สนใจความจริงทางธุรกิจ ส่งผลให้ทุกวันนี้ ทีวีหลายช่องไม่สามารถอยู่รอดได้ทางธุรกิจ เพราะคนดูหันไปดูสื่อออนไลน์มากขึ้น ทีวีดิจิทัลต่างเรียกร้องให้กสทช.ช่วยเหลือ ตั้งแต่ยืดระยะเวลาการจ่ายเงิน ปัญหาเรื่องโครงข่ายการเข้าถึงของผู้ชม คาดกันว่า อีกไม่นานจะเหลือไม่เกิน 10 ช่องจาก 24 ช่อง
.
4.กสทช. ก็ประมูลคลื่น แบบ เอากำไรสูงสุด โดยไม่สนใจเหตุปัจจัยอื่น จนเกิดกรณี แจส ไม่มาตามนัด ถามว่า เรามาถึงจุดนี้ไดอย่างไร จากหน่วยงานที่ดูแลผลประโยชน์ของประเทศชาติ
.
5.ลืมบอกไปว่า กสทช. ส่วนใหญ่อุดมไปด้ว่ยนักกฎหมาย อดีตข้าราชการทหารและพลเรือน แต่ไม่ค่อยมีคนที่รู้เรื่องวงการทีวีหรือวงการสื่อสารโทรคมนาคมอย่างถ่องแท้
.
6.คลื่นของประเทศนี้ จึงถูกกำหนดหรือตัดสินจากเอกสารตัวอักษรบนกระดาษ มากกว่าความเข้าใจในวงการนี้จริงๆ

.
วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์
อดีตผู้บริหารไทยพีบีเอส
นักเขียนสารคดี


แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.