จริยธรรมในการบริโภค : เรื่องใหม่ในสังคมไทย
นานาชาติกำลังให้ความสนใจเรื่องของการบริโภคแบบมีจริยธรรม หรือ Ethical consumption ขณะที่สังคมไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นรับรู้กระแสนี้ คุณสฤณี อาชวานันทกุล กรรมการผู้จัดการด้านการพัฒนาความรู้ บริษัทป่าสาละ จำกัด ซึ่งทำงานวิจัยเกี่ยวกับธุรกิจที่ยั่งยืน ตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ที่สังคมไทยจะนำแนวคิดการทำบุญตามหลักพุทธศาสนามาปรับใช้ในเรื่องการบริโภคให้คำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อม
คุณสฤณี คุยกับบีบีซีไทย เล่าถึงแนวคิดการบริโภคแบบมีจริยธรรมว่าเกิดขึ้นหลังจากการทำธุรกิจในช่วงที่ผ่านมาได้ส่งผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างมาก แนวคิดดังกล่าวเริ่มเป็นที่ยอมรับมากขึ้นในระดับสากล โดยในปีนี้ องค์การสหประชาชาติประกาศเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยรวมการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืนเข้าไว้ด้วย
สำหรับสังคมไทย คุณสฤณี เห็นว่าการบริโภคแบบมีจริยธรรมยังเป็นเรื่องที่ใหม่มาก และมองว่าแนวคิดนี้มีความคล้ายคลึงกับพุทธศาสนา โดยมีข้อสังเกตว่าแม้คนไทยส่วนใหญ่ใช้หลักคิดแบบพุทธในการทำบุญหรือการกุศล แต่เมื่ออยู่ในฐานะผู้บริโภคจะไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบจากการซื้อสินค้าว่าเกี่ยวข้องกับประเด็นจริยธรรมอย่างไร เช่น สินค้าที่ซื้อเกี่ยวโยงกับการทารุณสัตว์หรือไม่ ซึ่งสะท้อนถึงการคิดแบบแยกส่วน จึงเป็นความท้าทายว่าแนวคิดทั้งสองจะมาบรรจบกันได้หรือไม่ในสังคมไทย
สฤณีกล่าวว่า เรื่องที่น่าจะเป็นที่รับรู้มากที่สุดในสังคมไทยขณะนี้ คือ เรื่องการค้าที่เป็นธรรม หรือแฟร์เทรด และอาหารอินทรีย์ ซึ่งเติบโตมากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา แต่ยังมีสัดส่วนที่เล็กน้อยมากเมื่อเทียบมูลค่าของตลาดอาหารทั้งหมด และจากงานวิจัยหลายชิ้นพบว่ากว่าร้อยละ 70 ของผู้บริโภคไทยเลือกซื้ออาหารอินทรีย์เพราะดีต่อสุขภาพ ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่เกิดจากตัวผู้ซื้อเอง แต่หากมองในแง่ดี อาจเป็นประตูเปิดไปสู่ประเด็นอื่น ๆ ได้ในอนาคต เนื่องจากผู้บริโภครับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาสังคม การละเมิดสิทธิแรงงานมากขึ้น และสามารถเชื่อมโยงสิ่งนี้เข้ากับการบริโภคได้มากขึ้น แต่จะถึงขั้นนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ยังต้องรอดูต่อไป
คุณสฤณีมองด้วยว่า ภาคธุรกิจขนาดใหญ่ของไทยที่เข้าสู่ตลาดโลก หากไม่ใส่ใจกับเรื่องนี้ก็อาจถูกผู้บริโภคในต่างประเทศปฏิเสธ โดยยกตัวอย่างว่าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการใช้แรงงานทาสบนเรือประมง ผู้บริโภคจะมีปฏิกิริยาทันที ทำให้ผู้ผลิต และผู้ส่งออกต้องปรับตัว
ทั้งนี้ การบริโภคอย่างมีจริยธรรมจะเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของทุกฝ่าย ขณะที่รัฐต้องกำกับดูแลอย่างถูกต้องและให้สิทธิประโยชน์ ส่งเสริมธุรกิจเพื่อการบริโภคที่ยั่งยืน ภาคธุรกิจต้องพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นธุรกิจที่มีจริยธรรม สื่อและนักวิชาการต้องมีบทบาทในการพัฒนามาตรฐาน และองค์กรพัฒนาเอกชนจะต้องช่วยตรวจสอบว่าธุรกิจปฏิบัติตามแนวทางการบริโภคที่ยั่งยืนหรือไม่ ‪#‎EthicalConsumption‬‪#‎Fairtrade‬

แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.