ข้าหลวงใหญ่สิทธิ UN เรียกร้องกัมพูชา หยุดดำเนินคดี นศ.โพสต์เฟซบุ๊ก
Posted: 19 Mar 2016 02:13 AM PDT  (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เวบไซท์ประชาไท)

OHCHR ออกแถลงการณ์กรณี กง รายา นศ.ชาวกัมพูชา ถูกตัดสินจำคุก 18 เดือน ข้อหายั่วยุ-ปลุกปั่น หลังแสดงความเห็นบนเฟซบุ๊ก โดยเรียกร้องกัมพูชาหยุดดำเนินคดี-ปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด
19 มี.ค. 2559 สืบเนื่องจากกรณีที่ กง รายา นักศึกษาชาวกัมพูชาวัย 25 ปี ถูกตั้งข้อกล่าวหาจากการโพสต์เฟซบุ๊ก โดยมีใจความว่า "วันหนึ่ง ในอนาคต (ฉันจะ) ทำการปฏิวัติสีเพื่อเปลี่ยนแปลงระบอบเพื่อสังคมกัมพูชา" เขาถูกจับกุมในเวลาอันรวดเร็วหลังจากโพสต์ข้อความนี้ในเดือนสิงหาคม 2558 โดยศาลมีคำสั่งจำคุก 18 เดือน ในข้อหากระทำการยั่วยุปลุกปั่น มีรายงานว่า รายาเป็นคนกัมพูชาคนแรกที่ถูกลงโทษจากการโพสต์ความเห็นบนโซเชียลมีเดีย
ล่าสุด (18 มี.ค.) สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ (OHCHR) ออกข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลกัมพูชาหยุดการดำเนินคดี และปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน
ลอว์เรน มีลแลน ตัวแทน OHCHR ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า เสรีภาพในการแสดงออกเป็นสิทธิของประชาชนทุกคน และเป็นแก่นแท้ของการปกครองระบอบประชาธิปไตย ดังนั้น การที่มีคนยังต้องเผชิญกับความรุนแรงถ้าหากพวกเขาต้องการที่จะมีสิทธิ มีเสียง ก็คงเป็นตัวชี้วัดได้ว่า พื้นที่ประชาธิปไตยในกัมพูชานั้นน้อยลงไปเรื่อยๆ
นอกจากนั้น สำนักงาน OHCHR ประจำภูมิภาค ยังได้เรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชาหยุดการดำเนินคดีกับบุคคลที่เพียงแค่แสดงความคิดเห็น และปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนที่ได้มีพันธะผูกพันไว้ ในเรื่องเสรีภาพในการแสดงออกอีกด้วย
"ในกัมพูชา มีกฎหมายภายในประเทศ และกฎหมายระหว่างประเทศที่ปกป้องสิทธิในการแสดงออกและแสดงความคิดเห็น ซึ่งสิทธิเหล่านี้ก็ถูกเขียนอยู่ในรัฐธรรมนูญของกัมพูชา กัมพูชาควรที่จะส่งเสริม และเคารพในการบังคับใช้ และนำมาใช้ในการพิจารณาคดีเช่นเดียวกัน" มีลแลนกล่าว
สำหรับ "การปฏิวัติสี" เป็นคำที่ถูกใช้เพื่ออ้างถึงการเคลื่อนไหวอย่างสันติของประชาชน เพื่อต่อต้านระบอบการปกครองแบบเผด็จการ โดยรายากล่าวว่า การตัดสินในครั้งนี้ไม่ยุติธรรมสำหรับเขา และมากไปกว่านั้น การตัดสินครั้งนี้ไม่ยุติธรรมสำหรับคนกัมพูชาทั้งหมด และสาบานว่าจะไม่ยอมแพ้
สวาท อาของรายา กล่าวว่า รายาเพียงแค่ต้องการอิสระที่จะพูด เหมือนกับที่พวกเราพูดกันอยู่ทุกวัน อีกทั้งการพูดนั้นเป็นเพียงแค่คำพูดของรายาเพียงคนเดียว ไม่ใช่การยั่วยุเพื่อการปลุกปั่นแต่อย่างใด ในขณะที่คำ พ่อของรายา วัย 67 ปี กล่าวว่า การตัดสินจำคุกถึง 1 ปี 6 เดือนนั้นรุนแรงเกินไป
ทั้งนี้ กรณีของรายาเป็น 1 ใน 7 ของผู้ที่ถูกดำเนินคดีในเรื่องเสรีภาพทางการแสดงออกนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2558 เป็นต้นมา ตามที่ศูนย์สิทธิมนุษยชนของกัมพูชาเก็บข้อมูล ซึ่งยังไม่รวมถึงอีก 23 กรณีที่ถูกคุกคามในที่สาธารณะ
อัม สัม อัธ เจ้าหน้าที่จากกลุ่มสิทธิมนุษยชน Ricadho ในกัมพูชาตั้งข้อสังเกตว่า หลังจากการโพสต์ของรายา ก็ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงขึ้น เขากล่าวต่อว่า เรื่องนี้ไม่ก่อให้เกิดความวุ่นวาย ไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย ถ้าเราได้อ่านในสิ่งที่เขาเขียน จะพบว่า เขาเพียงแค่ตั้งคำถามว่าใครต้องการที่จะร่วมปฏิวัติ แต่กลับถูกตีความไปในเรื่องของการปลุกปั่นให้เกิดการปฏิวัติสี
ทั้งนี้ ปัญหาเรื่องเสรีภาพทางการแสดงออกในกัมพูชาไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับตัวบุคคลเท่านั้น สื่อในกัมพูชาหลายๆ แห่ง ก็ถูกจำกัดเสรีภาพทางการแสดงออกเหล่านี้เช่นเดียวกัน โดยพนมเปญโพสต์รายงานผลการสำรวจล่าสุดพบว่า ครึ่งหนึ่งของสื่อในกัมพูชากล่าวว่า พวกเขาไม่สามารถทำงานได้อย่างมีอิสระ และไม่สามารถทำงานได้โดยปราศจากความกลัวในผลลัพธ์ที่จะตามมา โดยร้อยละ 53 กล่าวว่า องค์กรที่พวกเขาทำงานนั้นไร้ซึ่งอิสระโดยสิ้นเชิง มักถูกแทรกแซงทั้งทางตรงและทางอ้อมจากรัฐบาลอยู่เสมอ ในขณะเดียวกันร้อยละ 26 กล่าวว่า พวกเขาเคยถูกคุกคามหนึ่งครั้ง หรือมากกว่านั้นจากการนำเสนอข่าว


แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.