Posted: 04 May 2018 02:13 AM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท www.prachatai.com)

เก็บตกวันกรรมกร ไม่เพียงแรงงานที่ กทม.หรือปริมณฑล เท่านั้นที่ถูก จนท. ขัดขวงการจัดกิจกรรม 'เครือข่ายแรงงานภาคเหนือ' ก็โดนด้วย ก่อนยื่น 10 ข้อเรียกร้องต่อ รบ.ไทย 3 ข้อต่อ รบ.เมียนมา 2 ข้อต่อก.แรงงาน และ 1 ข้อต่อผู้ว่าฯ จ.เชียงใหม่


วันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา หรือวันกรรมกรสากล กิจกรรมของคนงานถูกเจ้าหน้าที่ความมั่นคงทั้งทหารและตำรวจกีดกันอย่างเข้มงวด ตั้งแต่ก่อนวันนั้น ตัวแทนกลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง ถูกเจ้าหน้าที่เรียกคุยพร้อมสั่งห้ามชูป้ายข้อความประเด็นการเมือง โดยเฉพาะข้อเรียกร้อง 'เลือกตั้งปีนี้' หรือช่วงเช้าวันกรรมกรสากล กลุ่มแรงงานข้ามชาติที่มหาชัยถูกเจ้าหน้าที่ยึดป้ายข้อความ นักสหภาพแรงงานเจเนอร์รัลมอเตอร์ 4 คน ก็ถูกคุมตัวโดยตำรวจหลังจากที่พวกเขาได้จัดชุมนุมหน้าสถานทูตอเมริกาเพื่อพูดถึงการเลิกจ้างคนงานโดยบริษัทฯ เป็นต้น จนสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาติ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ออกมาแสดงท่าทีกังวลต่อการจำกัดเสรีภาพดังกล่าว พร้อมย้ำให้ไทยเครารพต่อกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ในฐานะที่เป็นประเทศสมาชิกด้วย

ไม่เพียงแต่พื้นที่กรุงเทพหรือปริมณฑลเท่านั้นที่ถูกเจ้าหน้าที่กีดกัน ในวันกรรมกรสากลที่ จ.เชียงใหม่ เครือข่ายแรงงานภาคเหนือ ซึ่งเป็นเครือข่ายที่รวมตัวกันของ 15 องค์กรในประเด็นแรงงานไทย แรงงานข้ามชาติ สิทธิมนุษยชนและความเป็นธรรมทางสังคมก็ถูกเจ้าหน้าที่กีดกันการจัดกิจกรรมวันกรรมกรสากลด้วยเช่นกัน


ศุกาญจน์ตา สุขไผ่ตา จากมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา หนึ่งเครือข่ายแรงงานภาคเหนือ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวประชาไทว่า ในวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา เครือข่ายมีกำหนดการจัดกิจกรรม ช่วงเช้าจัดเสวนาวิชาการที่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขณะที่ช่วงบ่ายจะเดินขบวนตั้งแต่อนุสาวรีย์ 3 กษัตริย์ ถึงสวนบวกหาด ซึ่งทางเครือข่ายทำกิจกรรมลักษณะแบบนี้เป็นปกติทุกปี แต่ปีนี้คณะทำงานของเครือข่ายถูก ตำรวจ สภ.ภูพิงค์ เชิญตัวไป พร้อมแจ้งว่าการจัดชุมนุมนี้มันอาจผิด พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ

ศุกาญจน์ตา กล่าวว่าเราแจ้งขอจัดกิจกรรมทุกปี แต่หนังสือตอบรับไม่ได้แจ้งเป็นหนังสือ เราก็ใช้วิธีการนี้มาโดยตลอด ครั้งนี้ก็ขอเทศบาล ขอตำรวจจราจรให้มาช่วยอำนวยความสะดวก แต่มาปีนี้มันผิดปกติ สภ.ภูพิงค์ กลับเรียกไปแจ้งว่า จะเข้า พ.ร.บ. ชุมนุม และพาพวกเราไปที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ (กองเมือง) โดยที่ตอนแรกก็อนุญาตให้เดินขบวนได้ แต่ให้รอหนังสือตอบจากผู้การฯ ก่อน ซึ่งรอตั้งแต่เช้าถึง 16.00 น. สุดท้ายขอไม่ให้พวกตนเดิน ถ้าจำเป็นจริงๆ ให้ไปจัดที่สวนบวกหาดเลย โดยที่ทางตำรวจบอกกับผู้ประสานงานเครือข่ายด้วยว่า ถ้ามีคนมาแจ้งความใช้เสียงรบกวน ก็จะดำเนินคดี ทำให้พวกตนไม่เดินขบวน และจัดเวทีกับพื้น และยกเลิกการใช้เครื่องเสียง เปลี่ยนเป็นโทรโข่งแทน และไปจัดที่สวนบวกหาด เนื่องจากผู้แทนภาครัฐรับปากมารับหนังสือเราที่นั่น
สำหรับกิจกรรมที่สวนบวกหาดนั้น ศุกาญจน์ตา กล่าวว่าเริ่มขึ้นตั้งแต่ 18.00 - 20.00 น. มีผู้รวมเหลือประมาณ 100 คน จากเดิมที่ประมาณกันไว้ที่ 300 คน เนื่องจากคนงานหลายคนกลัวตำรวจจึงเดินทางกลับก่อน โดเมื่อมีตัวแทนภาครัฐมารับหนังสือเครือข่ายก็เดินทางกลับเช่นกัน

ศุกาญจน์ตา ยังกล่าวด้วยว่า ปีก่อนๆ เครือข่ายจะเดินทางไปยื่นที่ศาลากลางจังหวัด โดยมีผู้ว่าฯ มารับหนังสือข้อเรียกร้อง แต่ครั้งนี้ไม่มา เครือข่ายจึงเชิญแรงงานจังหวัดมาแทนในฐานะตัวแทนกระทรวงแรงาน


ข้อเรียกร้องเนื่องในวันแรงงานของเครือข่ายแรงงานภาคเหนือ แบ่งเป็น 10 ข้อ เรียกร้องต่อรัฐบาลไทย 2 ข้อเรียกร้องต่อกระทรวงแรงงาน 1 ข้อเรียกร้องต่อผู้ว่าฯ จ.เชียงใหม่ และ 3 ข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

โดยมีรายละเอียดดังนี้

ข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลไทย

  1. ขอให้รัฐบาลไทยแก้ปัญหาการขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติ โดยเพิ่มจำนวนและกระจายศูนย์บริการไปยังระดับอำเภอ มีขั้นตอนดำเนินการที่สั้น ง่าย ใช้เอกสารน้อย และลดค่าใช้จ่ายลงให้น้อยกว่าที่เรียกเก็บอยู่ในปัจจุบัน เพื่อป้องกันการแสวงหาประโยชน์จากแรงงานข้ามชาติจากนายหน้า
  2. รัฐบาลต้องเข้มงวดในการดำเนินการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองแรงงาน เพื่อให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างต่อแรงงานทุกคนตามกฎหมายค่าแรงขั้นต่ำ
  3. เพื่อเป็นการลดอคติและสร้างทัศนคติที่ดีต่อแรงงานข้ามชาติในสังคมไทย ขอให้รัฐบาลแก้ไขคำว่า “แรงงานต่างด้าว” ในกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้เป็น “แรงงานข้ามชาติ” 
  4. ขอให้รัฐบาลปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ เป็นค่าจ้างเพื่อชีวิต (living wage) ในอัตรา 450 บาทต่อวัน เพื่อให้เกิดค่าจ้างที่เป็นธรรม คุ้มครองคนทำงาน และสมาชิกครอบครัว ตามที่ได้ยื่นข้อเรียกร้องไว้ในปี 2560
  5. ขอให้รัฐบาลไทยรับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัว และเร่งดำเนินการรับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 98 ว่าด้วยสิทธิในการรวมตัวและการเจรจาต่อรอง ภายในปี 2561
  6. ขอให้รัฐบาลไทยเร่งดำเนินการรับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 189 ว่าด้วยงานที่มีคุณค่าสำหรับลูกจ้างทำงานบ้าน ภายในปี 2561 เพื่อส่งเสริมสิทธิของคนงานทำงานบ้าน
  7. ขอให้รัฐบาลกำหนดให้แรงงานทุกคน ทุกอาชีพเข้าสู่ระบบประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทนอย่างเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ
  8. ขอให้รัฐบาลกำหนดให้พนักงานบริการ ผู้ทำงานบ้าน แรงงานนอกระบบ แรงงานในภาคเกษตรที่ไม่มีการจ้างงานกันตลอดทั้งปี เป็นอาชีพที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแรงงานทุกฉบับ ไม่เลือกปฏิบัติ
  9. ให้แรงงานข้ามชาติทำงานได้ทุกอาชีพตามความสามารถของตน ขยายอายุของแรงงานข้ามชาติให้สามารถทำงานได้ถึงอายุ 60 ปี
  10. ขอให้รัฐบาลประเทศไทยและรัฐบาลประเทศต้นทางมาปฏิบัติตามอนุสัญญา ILO 181 ว่าด้วยบริษัทจัดหางานเอกชน ตามมาตรา 7 บริษัทนายหน้าต้องไม่คิดค่าบริการใดๆ จากคนงานไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม

ข้อเรียกร้องต่อกระทรวงแรงงาน

  1. ให้กระทรวงแรงงานกำหนดให้มีหน่วยงานที่รับผิดชอบในการฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพของคนทำงาน ในประเด็นสิทธิการรวมกลุ่มและการเจรจาต่อรอง โดยไม่เลือกปฏิบัติ
  2. แรงงานข้ามชาติสามารถเข้าถึงสิทธิการพัฒนาฝีมือแรงงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยมีสิทธิได้รับประกาศนียบัตร และนำไปใช้ในการประกอบอาชีพได้อย่างแท้จริง

ข้อเรียงร้องต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่

เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ ให้จังหวัดเชียงใหม่ จัดระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมและราคาถูกสำหรับคนทำงานทุกคน

ข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

  1. ขอให้รัฐบาลสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาดูแลให้แรงงานที่กลับไปยังประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาได้เข้าถึงสิทธิในด้านต่างๆ เช่นทางทะเบียนราษฎร์ ทางการศึกษา สุขภาพและอาชีวอนามัย และสิทธิพลเมือง
  2. ขอให้รัฐบาลสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาเปิดให้จดทะเบียนสมรสและทำบัตรประชาชนได้ในสถานฑูตสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาประจำประเทศไทย
  3. ขอให้รัฐบาลสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาดำเนินการให้มีระบบประกันสังคมโดยเร่งด่วน
  4. ในแถลงข้อเรียกร้องดังกล่าวของเครือข่ายระบุด้วยว่า เครือข่ายแรงงานภาคเหนือ ซึ่งประกอบด้วย องค์กรที่ทำงานด้านส่งเสริมสิทธิด้านแรงงาน กว่า 15 องค์กร นักวิชาการจากสถาบันการศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ และตัวแทนคนทำงานงานทุกสาขาอาชีพในพื้นที่ ได้ประเมินและพิจารณาถึงสถานการณ์ด้านแรงงานภายในพื้นที่ภาคเหนือ และพบว่า แรงงานในโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ของภาคเหนือยังคงมีปัญหาและอุปสรรคในการจัดตั้งสหภาพแรงงาน และไม่มีส่วนร่วมในคณะกรรมการไตรภาคีชุดต่างๆ คนงานทำงานบ้านและคนทำงานในภาคเกษตรกรรมไม่สามารถเข้าสู่ระบบประกันสังคม และกองทุนเงินทดแทน รวมถึงไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เช่น เรื่องค่าจ้างขั้นต่ำ วันหยุดที่ได้รับค่าจ้าง วันหยุดพักผ่อนประจำปี เป็นต้น

แรงงานข้ามชาติส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับสิทธิเฉกเช่นแรงงานทั่วไปตามที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนด เช่น ไม่ได้รับค่าจ้างตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ไม่มีวันหยุดประจำสัปดาห์ ไม่ได้รับค่าจ้างในวันหยุดและวันลาตามที่กฎหมายกำหนด ต้องทำงานล่วงเวลาโดยไม่สมัครใจ และเข้าไม่ถึงระบบประกันสังคม เนื่องจากมีข้อจำกัดเรื่องอาชีพ และเอกสารที่ใช้ในการขึ้นทะเบียน นายจ้างบางรายไม่ได้นำลูกจ้างไปขึ้นทะเบียนประกันสังคม และคนงานส่วนที่เข้าสู่ระบบประกันสังคมก็ยังมีปัญหาการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ เช่น การใช้สิทธิเบิกเงินสงเคราะห์บุตร และกรณีการรับเงินบำเหน็จชราภาพ มีการเลือกปฏิบัติในการจ่ายค่าจ้างระหว่างแรงงานหญิงและแรงงานชาย และแรงงานในภาคบริการยังคงถูกเลือกปฏิบัติและตีตราจากสังคม ด้วยเหตุผลของความแตกต่างทางเพศ ยังไม่สามารถเข้าถึงสิทธิด้านสุขภาพเฉกเช่นแรงงานทั่วไป

[full-post]

แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.