เพิ่มคำอธิบายภาพ
จะป้องกันโรคเบาหวานกันอย่างไรดี ?
องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า มีผู้คนกว่า 350 ล้านคนทั่วโลกป่วยด้วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และจำนวนนี้จะเพิ่มขึ้นถึง 500 ล้านคนในอีก 20 ปีข้างหน้า ซึ่งการที่มีผู้ป่วยเบาหวานเพิ่มขึ้นทั่วโลกนั้น มาจากการบริโภคและการใช้ชีวิตแบบสมัยใหม่ที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เราจะป้องกันแก้ไขเรื่องโรคเบาหวานซึ่งกลายเป็นปัญหาระดับโลกไปแล้วได้อย่างไร ? ติดตามหาคำตอบเรื่องนี้ได้ จากบทความชุด Fixing The World ของบีบีซี ซึ่งรวบรวมแนวคิดและจินตนาการอันหลากหลายของศิลปิน นักคิดนักเขียน และนักวิทยาศาสตร์ ที่อยากเห็นโลกของเราน่าอยู่ขึ้น
เบาหวานเกิดจากการที่ตับอ่อนผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้ไม่เพียงพอ หรือร่างกายไม่สามารถนำอินซูลินไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้มีระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดสูง เบาหวานมีอยู่สองชนิด โดยเบาหวานชนิดที่ 1 มักเกิดขึ้นแต่วัยเด็ก เกิดจากร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ส่วนเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งพบมากถึงร้อยละ 90 เกิดจากบริโภคอาหารและโรคอ้วน เบาหวานทั้งสองชนิดหากมีอาการรุนแรงจะทำให้ตาบอดและเกิดแผลเรื้อรังจนต้องตัดแขนขาทิ้งได้
โรคเบาหวานกำลังพบมากขึ้นในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งรับวัฒนธรรมการกินอาหารฟาสต์ฟู้ดและอาหารที่มีน้ำตาลสูงมาจากโลกตะวันตก โดยปัจจุบัน จีนนั้นเรียกได้ว่าเป็นนครหลวงแห่งเบาหวานของโลก เพราะมีผู้ป่วยถึง 109 ล้านคน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 10 ของประชากร ส่วนอินเดียนั้นมีผู้ป่วยเบาหวาน 69 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 9 ของประชากรทีเดียว
การที่เบาหวานชนิดที่ 2 แพร่ระบาดไปทั่วโลกนั้น เกิดจากอุปนิสัยการกินที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ทำให้มีผู้เสนอแนวคิดเรื่องการควบคุมน้ำหนักที่จะช่วยลดโอกาสการเกิดเบาหวานลงได้ เช่นการควบคุมน้ำหนักโดยอดอาหารในระยะเวลาสั้น ๆ ซึ่งนายแพทย์ไมเคิล มอสลีย์ ผู้สื่อข่าวสุขภาพของบีบีซีได้ทดสอบใช้วิธีการอดอาหารแบบ 5:2 ด้วยตนเอง ซึ่งก็คือการแบ่งเวลารับประทานอาหารตามปกติ 5 วัน และอดอาหาร 2 วัน ในรอบหนึ่งสัปดาห์
การทดลองอดอาหารแบบ 5:2 นี้ เป็นส่วนหนึ่งของการถ่ายทำสารคดี “กิน อด และอายุยืนขึ้น” (Eat, Fast and live Longer) ของบีบีซี โดยมีข้อจำกัดว่าในวันที่อดอาหารนั้น ผู้หญิงจะต้องรับประทานไม่เกิน 500 แคลอรี่ และผู้ชายรับประทานไม่เกิน 600 แคลอรี่ ซึ่งผลการทดลองเป็นเวลา 5 สัปดาห์ของ นพ. มอสลีย์ พบว่าสามารถลดน้ำหนักลงได้กว่า 6 กิโลกรัม และมีระดับน้ำตาลในเลือดและคอเลสเตอรอลลดลง
อย่างไรก็ตาม สำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (NHS) เตือนว่า การอดอาหารควรทำแต่พอดีไม่หักโหม และอยู่ในความดูแลของแพทย์ ส่วนสตรีมีครรภ์และผู้ป่วยเบาหวานที่รับประทานยาอยู่อาจเกิดอันตรายจากการอดอาหารได้ นอกจากนี้ ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มายืนยันมากพอถึงผลดีของการอดอาหารต่อโรคเบาหวาน ‪#‎FixingTheWorld‬ ‪#‎FixingTheWorldIn30Seconds‬

Loading video....
Posted by บีบีซีไทย - BBC Thai on Monday, March 21, 2016

แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.