ชาวเน็ตร่วมลงชื่อสนับสนุนการรณรงค์บังคับใช้ กม.อย่างเท่าเทียมในคดีคนขับรถหรูชนจนเกิดผู้เสียชีวิต 2 ราย
ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในประเทศไทยหลายพันคนร่วมกันลงชื่อสนับสนุนแคมเปญรณรงค์ให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกันในคดีที่นายเจนภพ วีรพร ขับรถยนต์หรูพุ่งชนท้ายรถยนต์อีกคันหนึ่งบนถนนในเขต อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยาเมื่อวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และเป็นคดีที่ได้รับความสนใจจากสาธารณชนและสื่อมวลชน ขณะที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสั่งโอนย้ายคดีจาก สภ.พระอินทร์ราชา มายังกองกำกับการตำรวจภูธร จ.พระนครศรีอยุธยา รวมถึงมีการตั้งคณะกรรมการสอบเจ้าของคดีเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงให้กระจ่าง
ด้านผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ชี้ว่ากระบวนการยุติธรรมไทยมีปัญหา พร้อมแนะให้เปลี่ยนระบบการใช้ดุลพินิจ ทั้งนี้ ผู้รณรงค์ประเด็นทางสังคมผ่านเว็บไซต์ change. org ซึ่งใช้นามแฝงว่า “คุกมีไว้ขังหมากับคนจน” รวบรวมรายชื่อผู้ร่วมสนับสนุนเพื่อนำไปร้องเรียนต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ผกก.สภ.พระอินทร์ราชา จ.พระนครศรีอยุธยา หลังมีรายงานว่านายเจนภพ วีรพร ปฏิเสธไม่ให้เจ้าหน้าที่ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดหลังเกิดเหตุรถชน และในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหาขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายแก่นายวีรพรเมื่อวันที่ 17 มี.ค. แต่การรณรงค์ดังกล่าวยังมีผู้ให้ความสนใจและร่วมลงชื่ออย่างต่อเนื่องจนเพิ่มเป็น 9,825 คน (ตัวเลขล่าสุดเมื่อเวลา 14.30 น. วันที่18 มี.ค.2559)
พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มีคำสั่งให้โอนคดีจากพนักงานสอบสวน สภ.พระอินทร์ราชา ไปที่กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี พ.ต.อ.สุรินทร์ ทับพันบุบผา รอง ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน และ พ.ต.อ.ภูวดิท ชนะคชภัทร์ รอง ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นประธานคณะกรรมการผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งยังมีคำสั่งให้ตั้งคณะกรรมการสอบเจ้าของคดีและผู้เกี่ยวข้องว่ามีการทำคดีบกพร่องที่ไม่สามารถเจาะเลือดผู้กระทำผิดมาตรวจได้ พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากผู้เห็นเหตุการณ์มาให้ปากคำและเป็นพยานเพื่อเป็นประโยชน์ในรูปคดี โดยระบุว่าคดีต้องมีความคืบหน้าภายใน 3-4 วัน เพราะเป็นคดีที่มีผู้ให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ หน้าเพจของการรณรงค์ดังกล่าวในเว็บไซต์ change. org ได้อ้างอิงข้อความที่คุณหญิง แพทย์หญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ก Khunying Porntip Rojanasunan ระบุว่ากรณีรถเบนซ์ชนท้ายรถเก๋งสะท้อนว่ากระบวนการยุติธรรมไทยมีปัญหาที่ต้นสายน้ำ พร้อมแนะนำให้เปลี่ยนระบบการใช้ดุลยพินิจที่เปิดช่องการทุจริตทุกรูปแบบ และย้ำด้วยว่าการรวบรวมพยานหลักฐานในจุดเกิดเหตุไม่สมบูรณ์หรือไม่ได้ดำเนินการเพราะดุลพินิจที่ไม่ได้นำนิติวิทยาศาสตร์มาใช้ หรือใช้นิติวิทยาศาสตร์ไม่ถูกต้อง ขณะเดียวกัน ผู้เกี่ยวข้องไม่มีโอกาสเข้าถึงข้อมูลการรวบรวมพยานหลักฐานและไม่มีระบบตรวจสอบการทำสำนวน เมื่อเหตุการณ์ต่างๆ กลายเป็นประเด็นทางสังคมก็มักจะมีการลดกระแสโดยการย้ายหรือเปลี่ยนผู้รับผิดชอบ ทำให้มาตรฐานความยุติธรรมไม่เคยเกิดขึ้น

แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.