สนช.รับหลักการ ร่าง พ.ร.บ.การสาธารณสุข เปิดช่องตั้ง กก.จังหวัด บังคับใช้ กม.ระดับพื้นที่
Posted: 01 Feb 2017 11:18 PM PST (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เวบไซท์ประชาไท)
มติ สนช. รับหลักการร่าง พ.ร.บ.การสาธารณสุข ไว้พิจารณา รมว.สาธารณสุข แจงตั้งคณะกรรมการสาธารณสุขจั งหวัด ทำหน้าที่ขับเคลื่อนการบั งคับใช้กฎหมายในระดับพื้นที่
(แฟ้มภาพ เพจ วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา)
2 ก.พ. 2560 เว็บไซต์วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา รายงานว่า ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่ งชาติ (สนช.) มีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญั ติ (พ.ร.บ.) การสาธารณสุข (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ไว้พิจารณาด้วยคะแนนเห็นด้วย 203 เสียง ไม่เห็นด้วยไม่มี งดออกเสียง 3 เสียง กำหนดระยะเวลาแปรญัตติ 7 วัน ระยะเวลาการดำเนินงาน 30 วัน
ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า เนื่องจาก พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ไม่มีกลไกหรือหน่วยงานที่ขั บเคลื่อนการบังคับใช้ กฎหมายในระดับพื้นที่โดยตรง ทำให้การจัดการปัญหาด้านอนามั ยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ไม่มี ประสิทธิภาพเท่าที่ควร ประกอบกับสภาพทางเศรษฐกิจและสั งคมที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้มีปัจจัยที่ก่อให้เกิ ดผลกระทบต่อสุ ขภาพของประชาชนมากขึ้น จึงควรกำหนดให้มี คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวั ดและคณะกรรมการสาธารณสุขกรุ งเทพมหานคร ทำหน้าที่ขับเคลื่อนการบังคั บใช้กฎหมายในระดับพื้นที่ โดยคำนึงถึงหลักการมีส่วนร่ วมของประชาชนและกำหนดให้เจ้าพนั กงานท้องถิ่นมีอำนาจประกาศพื้ นที่ควบคุมเหตุรำคาญ เพื่อระงับและจั ดการตามความจำเป็นมิให้เหตุ รำคาญนั้นเกิดขั้นอีก ตลอดจนกำหนดให้ผู้ขออนุญาตในกิ จการบางประเภทหรือบางขนาดต้ องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีว่ าการกระทรวงสาธารณสุ ขประกาศกำหนดก่อนที่เจ้าพนั กงานท้องถิ่นพิจารณาออกใบอนุญาต นอกจากนี้ เพื่ออำนวยความยุติธรรมแก่ ประชาชน สมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติ เกี่ยวกับการอุทธรณ์ให้เกิ ดความรอบคอบโดยให้มี คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ และกำหนดระยะเวลาการพิจารณาอุ ทธรณ์ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น รวมทั้งแก้ไขเพิ่มเติ มบทกำหนดโทษและบทบัญญัติเกี่ ยวกับการเปรียบเทียบให้ เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน
สมาชิก สนช. เห็นด้วยกับหลักการและมองว่ าการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้มีความสำคัญ และทำเพื่อให้เนื้อหาเกิ ดความสอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ ยนไปในปัจจุบัน ขณะเดียวกันได้ตั้งข้อสั งเกตและข้อเสนอแนะในหลายประเด็น อาทิ องค์ประกอบของคณะกรรมการจังหวัด ควรเพิ่มกลไกการมีส่วนร่ วมของภาคสังคมให้ชัดเจนมากยิ่ งขึ้น จะช่วยให้การบังคับใช้กฎหมายลั กษณะนี้เป็นไปโดยธรรมชาติ ไม่ใช่เกิดจากความหวาดกลัว แต่เกิดจากสำนึกความรับผิดชอบร่ วมกัน บทกำหนดโทษควรเพิ่มทั้งจำทั้ งปรับ รวมถึงควรระบุนิยามคำว่า "เหตุรำคาญ" ให้มีความชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิ ดการตีความภายหลัง
ที่มา : เว็บไซต์วิทยุและโทรทัศน์รั ฐสภา
แสดงความคิดเห็น