iLaw

#DemocracyAfterDeath

นวมทอง ไพรวัลย์ -หนึ่งทศวรรษกับทรงจำของทรงจำ'ประชาธิป'ไทย'


ค่ำคืนของวันนี้เมื่อสิบเอ็ดปีที่เเล้ว (31 ตุลาคม 2549) เพราะ “ต้องการลบคำสบประมาทของพ.อ.อัคร ทิพโรจน์ รองโฆษก คปค.ที่กล่าวว่า ไม่มีใครมีอุดมการณ์มากขนาดยอมพลีชีพได้” นวมทอง ไพรวัลย์ ชายวัย 60 ปี อดีตพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ ตัดสินใจผูกคอเสียชีวิตกับราวสะพานลอย ที่ถนนวิภาวดีรังสิตฝั่งขาออก เยื้องกับสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

บทกวีเพื่อประชาธิปไตยของรวี โดมพระจันทร์และกุหลาบ สายประดิษฐ์ ทั้งที่หน้าและหลังเสื้อยืดสีดำที่นวมทองสวมใส่ยืนยันอุดมการณ์ที่เขาตั้งใจพลีชีพให้

ก่อนหน้านั้นประมาณหนึ่งเดือน รถแท็กซี่สีม่วงคันหนึ่งพุ่งเข้าชนรถถังจนคนขับได้รับบาดเจ็บสาหัสโดยไม่ใช่อุบัติเหตุ และนวมทองคือผู้พยายามพรากชีวิตออกจากร่างกายในเหตุการณ์นั้น เพื่อประท้วงรัฐประหารไทยปี 2549 แม้ไม่ใช่ในรถคันนั้น แต่เป็นที่สะพานลอยแห่งนี้ที่นวมทองพลีชีพเพื่อประชาธิปไตย พร้อมพิสูจน์ถ้อยคำหยามเหยียดที่ว่า

ในหนึ่งทศวรรษที่ผันผ่าน คณะรักษาความสงบแห่งชาติพาประเทศไทยมาเผชิญการรัฐประหารอีกครั้ง เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ภายใต้บรรยากาศคืนความสุขที่ว่ากันว่า การชุมนุมและกิจกรรมทางการเมืองถูกปิดกั้น เสรีภาพการแสดงออกถูกปิดปาก ประชาชนจำนวนมากถูกเรียกไปปรับทัศนคติและดำเนินคดีเพราะความเห็นต่างทางการเมือง

ยิ่งเฉพาะกิจกรรมรำลึกการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 และที่เพื่อรำลึกถึงการลบคำสบประมาทด้วยชีวิตของนวมทองต่างถูกจับตามองตลอดสองปีที่ผ่านไปhttp://prachatai.com/journal/2015/10/62198

สิบปีก็อาจนานพอแล้วที่ข่าวหนึ่งจะถูกลบเลือนจากความทรงจำ และไม่มีใครกล้าหาญจนเป็นข่าวเช่นนี้อีก กระทั่งความตายของ 'ประชาธิป'ไทย' ที่น่าอับอาย ด้วยการฉีกฆ่ากฎหมายสูงสุดของบ้านเมืองเพราะความขลาดกลัว ที่ไม่เคยเป็นบทเรียนในทรงจำของทรงจำครั้งเเล้วครั้งเล่า

น่าคิดว่าวิญญาณที่ลับล่วงไปของทั้งนวมทองและประชาธิปไตยไทยคงหนีไม่พ้นรัฐประหาร ไม่ว่าเกิดใหม่ในอีกกี่ภพชาติก็ตาม เพราะปัญหาการเมืองไทยที่ย่ำย้ำซ้ำซากไม่เคยถูกแก้ด้วยกติกาและอุดมการณ์ประชาธิปไตยใดๆเลย

แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.