เหตุใดสาว ๆ จึงแข่งกันอวดเอวคอดเท่า “กระดาษA4”
ข่าวที่สาว ๆ ชาวจีนกำลังนิยมโพสต์รูปอวดเอวคอดกิ่วเท่าความกว้างของ “กระดาษA4” ซึ่งมีขนาดเพียง 21 ซม. ได้กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากทั้งในจีนและในต่างประเทศ บ้างก็วิจารณ์ว่าเป็นการกระทำที่ขาดความรับผิดชอบต่อสังคมเพราะจะก่อให้เกิดค่านิยมที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ขณะที่บางคนชี้ว่าเป็นการส่งเสริมให้ผู้คนหันมาดูแลรูปร่างและสุขภาพของตนเองให้มากขึ้น
อาซูร่า เก่อ นักศึกษาจีนที่อาศัยในนครบอสตัน ของสหรัฐฯ เป็นผู้หนึ่งที่รับคำท้าวัดขนาดรอบเอวกับกระดาษ A4 หรือที่เรียกว่า A4 challenge แล้วโพสต์รูปอวดเอวคอดกิ่วของตัวเองทางโซเชียลมีเดีย เธอบอกกับบีบีซี ว่า รู้สึกภูมิใจที่ได้อวดความคืบหน้าในการออกกำลังกายของตนเอง แต่ขณะเดียวกันก็ได้รับกระแสตอบรับเชิงลบหลังจากโพสต์ภาพดังกล่าว บ้างก็เรียกร้องให้เธอลบภาพออกไป ขณะที่บางคนวิจารณ์ว่าเธอมีปัญหาน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์
อาซูร่า บอกว่าเธอไม่เห็นด้วยกับข้อกล่าวหาที่ว่า การโพสต์ภาพแบบนี้จะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี และเป็นการสร้างค่านิยมผิดๆให้กับผู้อื่น อาซูร่า ชี้ว่า ชาวจีนมักมีแนวโน้มที่จะมีรูปร่างผอมบางกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว และคนเราต่างมีมุมมองเรื่องรูปร่างที่ดีแตกต่างกันออกไปตามวัฒนธรรม ส่วนตัวเธอคิดว่าสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่เป็นเรื่องปกติ เช่นเดียวกับ อู่จู หรวน นักศึกษาจีนวัย 20 ปีจากแคนาดา ที่โพสต์รูปเปรียบเทียบกระดาษ A4 กับเอวตัวเองทางอินสตาแกรม เพราะอยากอวดผลลัพธ์ที่ได้จากการลดน้ำหนัก แต่กลับมีผู้คนเข้าไปแสดงความคิดเห็นเชิงลบมากมาย เธอยืนกรานว่า สิ่งที่เธอทำอยู่ดีต่อสุขภาพ เพราะเธอเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์อย่างพืชผัก ปลา และเนื้อวัว
อย่างไรก็ตามสาวจีนบางคนกลับมีความเห็นต่างออกไป แองเจลา ฮุย นักเขียนที่อาศัยในกรุงลอนดอน เล่าว่า การเติบโตขึ้นมาในครอบครัวชาวจีนทำให้เธอต้องเผชิญกับแรงกดดันในการดูแลรูปร่างให้ผอมบาง เนื่องจากครอบครัวชาวเอเชียมักมีค่านิยมว่าการมีรูปร่างผอมบางราวตะเกียบเป็นความงาม ซึ่งนั่นทำให้เธอต้องเผชิญกับแรงกดดันมากมาย โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่สมาชิกในครอบครัวมาพบหน้ากัน และญาติพี่น้องมักทักเรื่องน้ำหนักจนทำให้เธอไม่มีความมั่นใจในตัวเอง และต้องหลีกเลี่ยงงานรวมญาติหลาย ๆ ครั้ง
ผู้สื่อข่าวบีบีซี บอกว่า แองเจลา ไม่ใช่คนเดียวที่คิดเช่นนี้ เพราะหลังจากข่าวความนิยมมีเอวบางเท่ากระดาษ A4 ของสาวจีนแพร่สะพัดออกไปก็เกิดกระแสต่อต้านมากมาย บางคนโพสต์ภาพล้อเลียน หรือวิพากษ์วิจารณ์ค่านิยมดังกล่าว
http://www.bbc.co.uk/news/blogs-trending-35892789

แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.