เบลเยี่ยมตั้งข้อหาแล้ว “ไฟซัล ซี” ฐานเกี่ยวข้องกับการโจมตีบรัสเซลส์ ด้านสื่อเบลเยี่ยมระบุเป็นมือระเบิดคนที่สาม
เจ้าหน้าที่บอกว่าบุคคลที่ถูกตั้งข้อหารายนี้ “ไฟซัล ซี” อันเป็นชื่อที่ทีมเจ้าหน้าที่เบลเยี่ยมเรียกชายดังกล่าว ถูกจับกุมตัวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ด้านนอกของสำนักงานของอัยการในกรุงบรัสเซลส์ แต่การค้นบ้านพักของเขาไม่พบอาวุธแต่อย่างใด
แถลงการณ์ของเจ้าหน้าที่ระบุอีกว่า ไฟซัล ซีถูกตั้งข้อหาว่า มีส่วนร่วมในการก่อเหตุของกลุ่มก่อการร้าย เจ้าหน้าที่ไม่ให้ข้อมูลอื่นเพิ่มเติม และไม่ให้ความเห็นแต่อย่างใดกับรายงานที่ปรากฎในสื่อเบลเยี่ยมที่บอกว่า ชายคนนี้คือบุคคลที่สามที่ปรากฎในภาพจากกล้องวงจรปิดซึ่งมีมือระเบิดสนามบินสองคนรวมอยู่ด้วย คือนาจีม ลาคราวีที่อยู่ทางซ้ายมือ กับบราฮิม เอล บาคราวี สื่อเบลเยี่ยมบอกว่าชายคนที่สามคือนายไฟซัล เชฟฟู เป็นนักข่าวอิสระ ส่วนอีกคนที่เกี่ยวข้องในการก่อเหตุไม่อยู่ในภาพ คือนายคาลิด เอล บาคราวี น้องหรือพี่ชายของบราฮิม เขาเป็นผู้ลงมือโจมตีที่รถไฟใต้ดินมาลบีค
ไฟซัล ซีเป็นหนึ่งในบุคคล 12 คนที่ถูกจับกุมเมื่อวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ที่ผ่านมาในการบุกค้นและจับกุมในเบลเยี่ยม ฝรั่งเศส และเยอรมนี นอกจากกรณีไฟซัล ซียังมีการจับกุมและตั้งข้อหาบุคคลอีกสามคนฐานมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุรุนแรง คนแรกชื่อ ราบาห์ เอ็น คนที่สองอาบูบาคาร์ และอับเดลรามาเน ซึ่งถูกจับหลังจากถูกยิงที่ขา
สื่อในยุโรปและสหรัฐฯต่างเกาะติดสถานการณ์และรายงานว่า การกวาดล้างเครือข่ายผู้ก่อเหตุร้ายในยุโรปดำเนินไปอย่างเข้มข้นเพื่อทำลายกลุ่มและป้องกันเหตุร้ายที่อาจมีการวางแผนตามมาด้วยการจับกุมในแบลเยี่ยม เยอรมนีและฝรั่งเศส โดยเฉพาะในเบลเยี่ยม ด้านประธานาธิบดีโอลองด์ของฝรั่งเศสเตือนว่า แม้จะจับกุมผู้คนได้จำนวนหนึ่งพร้อมทั้งป้องกันเหตุโจมตีได้แต่ยังมีความเป็นไปได้อยู่ที่จะมีการวางแผนก่อเหตุอีก
อีกด้านหนึ่ง เจ้าหน้าที่สนามบินบรัสเซลส์เปิดเผยว่า การตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุที่สนามบินของเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนขณะนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ว่ายังไม่สามารถเปิดใช้สนามบินได้จนกว่าจะหลังวันอังคารหน้า เจ้าหน้าที่ด้านเทคนิคและวิศวกรได้เข้าไปทำงานในที่เกิดเหตุ จะมีการประเมินความเสียหายและสภาพของอาคาร และเจ้าหน้าที่จะติดตั้งมาตรการดูแลความปลอดภัยใหม่ๆด้วย ก่อนหน้านี้พื้นที่เชคอินของสนามบินได้รับความเสียหายอย่างหนักเพราะเป็นจุดที่เกิดระเบิด
ภาพประกอบมาจากกล้องวงจรปิด

แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.