
เสนอทำประชามติ ให้คน จ.กระบี่ ตัดสิน 'เอา-ไม่เอา' โรงไฟฟ้าถ่านหิน
Posted: 19 Feb 2017 12:26 AM PST (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เวบไซท์ประชาไท)
'ไพบูลย์ นิติตะวัน' เสนอทางออกโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ให้ กกต.จัดลงประชามติ ให้ประชาชน 460,00 คนในจังหวัดชี้ขาดเอา-ไม่เอา
19 ก.พ. 2560 ASTV ผู้จัดการออนไลน์ รายงานว่านายไพบูลย์ นิติตะวัน ในฐานะประธานเครือข่ ายประชาชนปฏิรูป อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และอดีตสมาชิกวุฒิสภา แสดงความเห็นต่อกรณีที่ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่ งชาติ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้ประชุมเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 มีมติเห็นชอบให้ กฟผ.ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าถ่ านหินกระบี่ ขนาด 800 เมกะวัตต์ ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้ าของประเทศ พ.ศ. 2558-2579 (PDP 2015) เพื่อเพิ่มความมั่นคงให้ ระบบไฟฟ้าภาคใต้ โดยให้ กฟผ.เป็นหน่วยงานผู้รั บสนองนโยบายของรัฐบาลไปสู่ การปฏิบัติโดยมีเครือข่ ายประชาชนจังหวัดกระบี่ ออกมาประกาศสนับสนุนโครงการ แต่ในขณะเดียวกันมีเครือข่าย NGO อ้างว่าร่วมกับประชาชนในจังหวั ดกระบี่เช่นเดียวได้ออกมาคัดค้ านโครงการอย่างเข้มข้น และที่สำคัญยังมี แกนนำพรรคการเมืองใหญ่ทั้ งสองพรรคประกาศจะคัดค้ านโครงการจนถึงที่สุด ถึงกับประกาศว่าแม้ดำเนิ นโครงการไปแล้วก็จะหาทางยกเลิ กในภายหลัง
โดยทั้งฝ่ายหนุนและฝ่ายคัดค้ านต่างก็แสดงความเห็นยกเหตุ ผลสนับสนุนจุดยืนของฝ่ายตน โดยทุกฝ่ายก็อ้างว่ามี ประชาชนในพื้นที่สนับสนุนฝ่ ายตนเป็นจำนวนมากซึ่งมองแล้วเห็ นว่าหากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนิ นการต่อไป จะสร้างความขัดแย้งรอบใหม่หาข้ อยุติไม่ได้ เป็นชนวนนำไปปลุกปั่ นขยายผลความขัดแย้งสู่เรื่องอื่ นอีกมากมาย ซึ่งทางรัฐบาลในขณะนี้ไม่ว่ าจะเดินหน้าต่อไป หรือหยุดชะลอโครงการ ทางใดทางหนึ่งก็เกิดปัญหาทั้งสิ้ น จึงเสนอทางออกจากปัญหาว่า ในเมื่อทั้งฝ่ายหนุนและฝ่ายคั ดค้านล้วนอ้างทำเพื่ อประชาชนในจังหวัดกระบี่ทั้งสิ้ น ในเมื่อโครงการนี้ไม่ว่าจะทำหรื อไม่ทำผู้ที่ได้รั บผลกระทบโดยตรงก็คือประชาชนทุ กคนในจังหวัดกระบี่ จึงเสนอมายังรัฐบาลขอให้พิ จารณาอนุมัติให้คณะกรรมการเลื อกตั้งจัดทำประชามติ เฉพาะในเขตจังหวัดกระบี่ให้ ประชาชนทั้งจังหวัด 460,000 คน ออกมาใช้สิทธิตัดสินว่ าจะเอาโครงการนี้หรือไม่เอา เพื่อให้ได้ข้อยุติโดยเสียงข้ างมากของประชาชน ให้เป็นอำนาจของประชาชนเป็นผู้ ตัดสินว่าจะทำหรือไม่ทำโครงการ ไม่ใช่ให้หน่วยงานของรัฐ หรือเครือข่าย NGO หรือพรรคการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ งจะมาตัดสินแทนประชาชนทั้งจั งหวัดกระบี่
หากผลประชามติออกมาว่าประชาชนจั งหวัดกระบี่เสียงข้างมากสนับสนุ นให้ทำโครงการ รัฐบาลก็จะมีความชอบธรรมที่ จะดำเนินโครงการอย่างมั่นคง ไม่วุ่นวายในภายหลัง เพราะฝ่ายคัดค้านไม่ สามารถนำไปขยายความขัดแย้งให้ยื ดเยื้อต่อไป แต่หากประชาชนเสียงข้ างมากออกเสียงไม่เอาโครงการก็ เป็นเรื่องที่ดีที่แสดงให้เห็ นว่ารัฐบาลได้ฟังเสี ยงประชาชนอย่างแท้จริง เมื่อไม่ต้องการก็ยุติโครงการไป ไม่ได้ยุติโครงการเพราะเกิ ดจากกลุ่มคัดค้านหรือพรรคการเมื องออกมากดดันให้หยุดดำเนิ นโครงการ และจะเป็นการแก้ไขความขัดแย้ง เสริมสร้างความปรองดอง อย่างมีส่วนร่วมของประชาชน และจะได้เป็นแนวทางนำร่ องในการดำเนินโครงการของรัฐที่ แม้จะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิ จและสังคมอย่างมาก แต่ถ้าอาจจะมีผลกระทบต่อสิ่ งแวดล้อมหรือวิถีชุมชนอย่างมีนั ยสำคัญ และมีกลุ่มคัดค้านโครงการเกิดขึ้ นอย่างรุนแรง รัฐบาลก็อาจพิจารณาให้ ประชาชนในพื้นที่นั้นออกเสี ยงลงประชามติให้ได้ข้อยุติ เพราะเพียงแต่ไปทำประชาพิจารณ์ เท่าที่หน่วยงานรัฐทำมานั้น มักถูกกล่าวหาว่าเป็นเพียงพิธี กรรมรับรองโครงการเพื่อให้เกิ ดขึ้นเท่านั้น ทำให้ไม่ได้รับการยอมรับ เกิดความขัดแย้งไม่สิ้นสุด ทำให้หลายๆ โครงการที่ดีและประชาชนในพื้นที่ ส่วนใหญ่ต้องการก็เลยดำเนิ นการไม่ได้ไปด้วย
สำหรับความเห็นส่วนตัว เกียวกับโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิ นกระบี่ เนื่องจากเป็นผู้ริเริ่มเสนอให้ ประชาชนทั้งประเทศลงประชามติ คำถามพ่วงพร้อมกับร่างรัฐธรรมนู ญ เพราะยึดถือหลักการเชื่อมั่ นในอำนาจของประชาชน แต่ครั้งนี้เนื่องจากไม่ใช่ คนกระบี่จึงไม่อยากแสดงความเห็ นต่อโครงการ เกรงจะเป็นการก้าวล่วงการใช้ดุ ลพินิจตัดสินใจของประชาชนทุ กคนในจังหวัดกระบี่
แสดงความคิดเห็น