Posted: 28 Jul 2017 12:40 AM PDT  (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชไท)

รอง ผบ.ตร.เผยเตรียมแผน 'กรกฏ52' ใช้กำลังเต็มอัตราศึก รับมือวันตัดสินคดีจำนำข้าว พร้อมเตรียมขอศาลออกหมายจับ 3 คนข้อหายุยงปลุกปั่น 'ประวิตร' เชื่อไม่ถูกนำไปขยายผลจนเกิดความรุนแรง ด้าน ผบ.ตร.พร้อมรัษาความปลอดภัยเต็มที่



แฟ้มภาพ

เมื่อวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา รายงานข่าวระบุว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยการเตรียมรักษาความปลอดภัยในวันแถลงปิดคดีและตัดสินคดีโครงการจำนำข้าวในเดือนสิงหาคมนี้ว่า ตำรวจได้เตรียมใช้แผน "กรกฏ52" ในการดูแลความปลอดภัยบริเวณศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ยืนยันพร้อมใช้กำลังเต็มอัตราศึก ทั้งนี้ต้องรอคำสั่งของศาลฎีกาฯว่า จะต้องประเมินและปรับแผนดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างไรบ้าง

พล.ต.อ.ศรีวราห์ ระบุอีกว่า ขณะนี้พบมีกลุ่มมือที่ 3 คอยยุยงปลุกปั่นประชาชนในวันตัดสินคดี และรู้ตัวบุคคลแล้ว แต่ยังไม่ขอเปิดเผยว่าเป็นกลุ่มหรือบุคคลใด โดยภายในสัปดาห์หน้าเตรียมขอศาลออกหมายจับ 3 คนข้อหายุยงปลุกปั่นให้เกิดความวุ่ยวายในบ้านเมือง ส่วนกลุ่มประชาชนที่จะมาให้กำลังใจนั้นไม่ได้ห้าม ถือว่าเป็นสิทธิ์ แต่ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย หากเป็นการชุมนุมทางการเมืองก็จะเข้าข่ายความผิดทั้งกฎหมายอาญา, พ.ร.บ.ชุมนุม และขัดคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่า ไม่กังวลเหตุรุนแรงช่วงตัดสินคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เนื่องจากมีการพูดคุยทำความเข้าใจกับแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงไปแล้วหลายครั้ง จึงเชื่อว่า การตัดสินคดีครั้งนี้จะไม่ถูกนำไปขยายผลทางการเมืองจนเกิดความรุนแรง การพิจารณาคดีเป็นเรื่องของศาลไม่ใช่การสั่งการจากรัฐบาล ยืนยันว่า ไม่มีการสกัดกั้นมวลชน แต่ขอฝ่ายสนับสนุน อย่าเดินทางมาให้กำลังใจ เพราะอาจมีมือที่ 3 สร้างสถานการณ์ จนเกิดความวุ่นวายได้

ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวว่า ฝ่ายความมั่นคงมีการเตรียมพร้อมรักษาความปลอดภัยอย่างเต็มที่ รวมทั้งเฝ้าระวังด้านการข่าว โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองอย่างใกล้ชิด หากมีการทำผิดกฎหมาย ต้องดำเนินการตามขั้นตอน ส่วนการอายัดบัญชีทรัพย์สินของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำเลยในคดีนี้นั้น เป็นอำนาจของหน่วยที่เกี่ยวข้อง ยืนยันไม่กังวลว่าจะถูกนำมาเป็นประเด็นเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชน เพราะตำรวจเฝ้าระวังทุกประเด็น โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวทางโซเชียลมีเดีย

ที่มา สำนักข่าวไทย

แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.