Peace News

แจง อสส.สั่งปปช.สอบ 99 ศพไม่ได้
อ้างขัด ม. 44 กฎหมายปปช.ปี 42


อัยการยัน“ณัฐวุฒิ” ร้อง อสส.สั่ง ปปช.ไต่สวนคดี 99 ศพ ไม่ได้ ชี้ไม่มีอำนาจ ต้องทำตามมาตรา 44 ของ กม.ปปช. 42 ระบุ หากปรากฏพยานหลักฐานใหม่ยื่นอีกครั้ง

เมื่อ 15 ก.ย. 2560 มติชนออนไลน์ รายงานโดยแหล่งข่าวจากสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) กล่าวถึงกรณีแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นำโดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. จะนำผู้เสียหายในคดีนี้ยื่นคำร้องต่อ อสส. ให้ส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อไต่สวนความผิดของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ตามคำพิพากษาศาลฎีกา ในสัปดาห์หน้า ว่า ไม่สามารถกระทำได้

รายงานข่าวดังกล่าว อ้างว่าตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. ปี 2542 หมวด 4 เรื่องการไต่สวนข้อเท็จจริง โดย มาตรา 44 นั้นห้ามมิให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงในกรณีดังต่อไปนี้

1.เรื่องที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ไต่สวนข้อเท็จจริงเสร็จแล้ว และไม่มีพยานหลักฐานใหม่อันเป็นสาระสำคัญแก่การไต่สวน

2.ผู้ถูกกล่าวหาเป็นบุคคลคนเดียวกับผู้ถูกกล่าวหาในเรื่องที่อยู่ระหว่างการไต่สวนข้อเท็จจริงและมูลกรณีแห่งการกล่าวหาเป็นเรื่องเดียวกัน

กล่าวโดยสรุปคือเมื่อมีการไต่สวนแล้วไม่มีพยานหลักฐานใหม่อันเป็นสาระสำคัญก็ไม่สามารถไต่สวนได้

รายงานข่าวจากมติชน ยังอ้างแหล่งข่าวคนเดิมกล่าวว่า อีกกรณีที่อัยการจะสามารถส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ไต่สวนได้นั้น จะต้องเป็นกรณีที่มีการส่งสำนวนมาดำเนินคดีบางคน และบางคนไม่ดำเนินคดี และ ป.ป.ช.มีการแจ้งให้อัยการดำเนินคดี

“หากปรากฏว่ามีคนที่ ป.ป.ช.ไต่สวนแล้วไม่มีมูล แต่อัยการสูงสุดเห็นว่าน่าจะมีหลักฐานใหม่ อัยการสูงสุดก็สามารถแจ้งไปที่ ป.ป.ช.ให้หยิบยกขึ้นมาพิจารณา ซึ่งการจะเข้ากรณีแบบนั้นได้ จะต้องเป็นกรณีที่ ป.ป.ช.ไต่สวนแล้วส่งให้อัยการพิจารณาแต่ ถ้าไม่เคยส่งอัยการเลยแบบคดีนี้ ที่ ป.ป.ช.เคยไต่สวนแล้วคดีไม่มีมูล ให้ตีตกไป โดยไม่เคยส่งอัยการ ถึงจะมีการยื่นเรื่องมาที่อัยการ ทางอัยการก็จะไม่มีตัวเรื่องแจ้งกลับไปยัง ป.ป.ช.”

อัยการ กล่าวว่า ในเรื่องนี้วิธีการที่ถูกต้องคือผู้เสียหายจะต้องทำเรื่องไปยัง ป.ป.ช.โดยตรง และหากคดีนี้ ป.ป.ช.มีพยานหลักฐานใหม่ก็สามารถหยิบยกขึ้นมาได้ ฉะนั้นการที่จะใช้วิธีส่งเรื่องผ่านอัยการสูงสุดก็จะต้องพิจารณาด้วยว่าอัยการสูงสุดจะมีอำนาจที่จะส่งป.ป.ช.หรือไม่

“อัยการไม่เคยทราบเรื่องมาก่อนเลยแล้วอยู่ๆมาบอกว่ามีพยานหลักฐานใหม่อัยการจะเอาที่ไหนมาส่ง ถ้ามีแบบส่งมา 5 คนแล้วอัยการพิจารณาว่ามันน่าจะมีคนที่ 6 ด้วยอันนี้มีต้นเรื่องส่งให้ ป.ป.ช.แต่นี่ไม่มีต้นเรื่องมาเลย” แหล่งข่าวจากสำนักงานอัยการสูงสุดระบุ

PEACE NEWS

แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.