
"เราไม่ใช่เผด็จการ...คสช. ก็สร้างประชาธิปไตยเสียซิ...ก็จะเปลี่ยนจาก.."คสช.เผด็จการ..มาสู..คสช.ประชาธิปไตย" และ.. "ประเทศเผด็จการ..มาสู่..ประเทศประชาธิปไตย" ดังต่อไปนี้...
- คสช. เผด็จการ...เพราะมาจากการรัฐประหารอันเป็นวิธีเผด็จการ
และสร้างแต่รัฐธรรมนูญอันมาจากลัทธิรัฐธรรมนูญที่เป็นลัทธิเผด็จการของคณะราษฎร จึงยังคงรักษาระบอบเผด็จการรัฐสภาไว้ต่อไป ยังไม่ยกเลิกระบอบเผด็จการรัฐสภา ก็ทำให้ระบอบเผด็จการรัฐสภายังอยู่ เมื่อมาจากวิธีการเผด็จการ และมารักษาระบอบเผด็จการรัฐสภาไว้ จึงเป็น คสช.เผด็จการอย่างเป็นไปเอง แม้ว่า คสช.จะมีวัตถุประสงค์สร้างประชาธิปไตยสมบูรณ์ แต่ถูกนักวิชาการลัทธิรัฐธรรมนูญหลอก คสช.ว่าลัทธิรัฐธรรมนูญคือลัทธิประชาธิปไตย กำหนดให้สร้างประชาธิปไตยตามลัทธิรัฐธรรมนูญ คือ ใช้รัฐธรรมนูญสร้างประชาธิปไตย หรือเขียนประชาธิปไตยใส่รัฐธรรมนูญ หรือกำหนดยุทธศาสตร์ปฏิรูป 20 ปี โดยไม่ปฏิวัติประชาธิปไตย(Democratic Revolution) หรือปฏิรูปโดยไม่ปฏิวัติให้แล้วเสร็จก่อน(ไม่ยกเลิกระบอบเผด็จการรัฐสภา สร้างระบอบประชาธิปไตย) จึงเป็นการปฏิรูปของระบอบเผด็จการรัฐสภา หรือปฏิรูปโดยระบอบเผด็จการรัฐสภา
- ประเทศเผด็จการ...เพราะ คสช.ยังไม่ยกเลิกระบอบเผด็จการรัฐสภา สร้างระบอบประชาธิปไตย (เปลี่ยนอำนาจอธิปไตยของคนส่วนน้อย..มาเป็น..อำนาจอธิปไตยของปวงชน) ประเทศไทยยังคงเป็นประเทศที่มีการปกครองระบอบเผด็จการรัฐสภาเหมือนเดิม ประเทศไทยจึงเป็นประเทศเผด็จการ
แล้วจะได้เป็น...
- คสช.ประชาธิปไตย...ถ้า คสช.แม้จะมาด้วยวิธีการรัฐประหาร(ยึดอำนาจ)อันเป็นวิธีเผด็จการ...แต่มาทำการเปลี่ยนระบอบเผด็จการรัฐสภา..มาเป็น..ระบอบประชาธิปไตยตามลัทธิประชาธิปไตย (เปลี่ยนอำนาจอธิปไตยของคนส่วนน้อย..มาเป็น..อำนาจอธิปไตยของปวงชน นั่นคือ...
1. เปลี่ยนรัฐสภาของคนส่วนน้อย(มีผู้แทนของคนส่วนน้อยของชนชั้นสูง ไม่มีผู้แทนของชนชั้นกลางและชนชั้นล่างเลยแม้แต่คนเดียว)..มาเป็น..รัฐสภาของประชาชน(มีผู้แทนของประชาชนเต็มสภา มีทั้งผู้แทนนายทุน พ่อค้า นักธุรกิจ กรรมกรแรงงานชาวนา เกษตรกร ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม) เช่น สภาประชาชนปฏิวัติสันติแห่งชาติ
2. เปลี่ยนรัฐบาลของคนส่วนน้อยที่มีบุคคลชนชั้นบนเป็นรัฐมนตรี และมีนโยบายรักษาผลประโยชน์ของคนส่วนน้อยที่ร่ำรวยได้เปรียบในสังคม..มาเป็น..รัฐบาลของประชาชนที่มีบุคคลทั้งชนชั้นบน ชนชั้นล่าง ชนชั้นกลาง เป็นรัฐมนตรี และมีนโยบายสะท้อนผลประโยชน์ของประชาชนคนทั้งประเทศ
3. เปลี่ยนพรรคปกครอง(Ruling Party)ซึ่งเป็นพรรคสภา หรือพรรคของนักการเมือง หรือพรรคของคนส่วนน้อย หรือพรรคนายทุนผูกขาด หรือพรรค ส.ส. หรือพรรคของชนชั้นบน หรือพรรคคนได้เปรียบในสังคม..มาเป็น..พรรคปกครองของประชาชน หรือพรรคมวลชน ที่มีระบบพรรคการเมืองที่เข็มแข็ง คือ...
3.1 มีนโยบาย(Program or Policy)..ที่สะท้อนผลประโยชน์ของประชาชน และสะท้อนความต้องการของประชาชนทุกคนอย่างแท้จริง..ที่มาจากระบบความคิด(System of Thought)อันประกอบด้วยจุดยืน(Standpoint)เห็นแก่ผลประโยชน์ประชาชน และเห็นแก่ความหลุดพ้น(สุญญตา) มีวิธีคิด(Way of Thinking)ที่มีทฤษฎีต่างๆที่ประกอบขึ้นเป็นอุดมการลัทธิประชาธิปไตย(Ultimate Democracy)เพื่อสร้างสังคมประชาธิปไตยสมบูรณ์อันเป็นอุดมคติ(Ideal) คือ...
๐...ทฤษฎีทางโมกษธรรม
๐...ทฤษฎีทางปรัชญาสมบูรณ์
๐...ทฤษฎีทางการเมืองสมบูรณ์
๐...ทฤษฎีทางเศรษฐกิจสมบูรณ์
อันเป็น.. " 5 ดุลยภาพของ..กาย จิต สังคม จักรวาล ธรรม"
(The Equilibrium of 5...Body Mind Society Universal Dhamma) นั่นเอง
3.2 มีการจัดตั้งองค์การ(Organisation)..ตามหลักการจัดตั้งที่ประกันความสำเร็จของการปฏิบัตินโยบาย ดังต่อไปนี้...
๐...ข้างน้อยขึ้นต่อข้างมาก
๐...องค์กรระดับล่างขึ้นต่อองค์กรระดับบน
๐...บุคคลขึ้นต่อองค์การ
๐...ทั่วทั้งพรรคขึ้นต่อคณะธรรมการบริหารกลาง
๐...คณะกรรมการบริหารกลางขึ้นต่อสมัชชาแห่งชาติ
๐...สมัชชาแห่งชาติขึ้นต่อระบบความคิดสมบูรณ์
๐...ระบบความคิดสมบูรณ์ขึ้นต่อระบบปรัชญาสมบูรณ์
๐...ระบบปรัชญาสมบูรณ์ขึ้นต่อระบบธรรม
ที่มีความเป็นพรรคมวลชน เป็นพรรคที่มีการจัดตั้ง เป็นพรรคที่มีเอกภาพ เป็นพรรคที่มีความสุขุมคำภีรภาพ เป็นพรรคที่มีดุลยภาพ(Equilibrium)
- ประเทศประชาธิปไตย...เมื่อ คสช.สร้างประชาธิปไตยตามข้อ 1 ข้อ 2 ข้อ 3 มีรัฐสภาประชาธิปไตยของประชาชน มีรัฐบาลประชาธิปไตยของประชาชน มีพรรคมวลชนประชาธิปไตยของประชาชนขึ้นกุมรัฐ(กุมรัฐสภา กุมรัฐบาล กุมศาล)
เมื่อสร้างประชาธิปไตยสำเร็จดังกล่าวข้างต้นนี้...
คนทั้งโลก คนทั้งประเทศ...ก็จะเรียกดังต่อไปนี้...
- คสช.ประชาธิปไตยสมบูรณ์
- ประเทศประชาธิปไตยสมบูรณ์
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พลเอกประวิทย์ วงศ์สุวรรณ ก็จะรับการยกย่องให้เป็น.. "รัฐบุรุษประชาธิปไตยของประเทศชาติและประชาชน"...!!!
Source :- Line
แสดงความคิดเห็น