
อึ้งไปเลย !! 28 กม. ใน 7 นาที !! ผลตรวจกล่องบันทึกความจำเบนซ์ “เสี่ย เจนภพ” พบความเร็วแทบทะลุปรอท “จักรทิพย์” ย้ำไม่ช่วยใคร..ทำตามกฏ !!
เป็นกระแสเหตุการ์ณที่ยังคงอยู่ในความสนใจของประชาชนเป็นอย่างมาก จากกรณีเสี่ยเบนซ์ “เจนภพ” ซิ่งกระหน่ำชนท้ายรถฟอร์ดจะไฟลุกท่วม ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ เป็นนศ. ป.โท สร้างความเศร้าเสียใจเป็นอย่างมากให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต จนตอนนี้ตำรวจก็ได้รายงานความคืบหน้าของคดีตั้งแต่ก่อนเกิด ๆ จนมาเกิดเหตุการ์ณดังกล่าวไว้อย่างละเอียด และก็ได้พบหลักฐานชิ้นสำคัญ จากกล่องบันทึกความจำจากภายในรถเบนซ์คันที่ก่อเหตุ อีกทั้งซองยาที่ตรวจพบเจอสารบางอย่าง ที่มีผลต่อระบบประสาท ไปติดตามรายละเอียดเนื้อหาทั้งหมดค่ะ..
จาก เหตุนายเจนภพ วีรพร ไฮโซหนุ่ม ขับรถเบนซ์พุ่งชนรถเก๋งฟอร์ด เป็นเหตุให้ นายกฤษณะ ถาวี และน.ส.ธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย ทั้งคู่เป็นนิสิตปริญญาโท มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เสียชีวิตคาซาก รถฟอร์ดที่ไฟลุกไหม้ทั้งคัน ต่อมามีคำสั่งเปลี่ยนพนักงานสอบสวนใหม่ เนื่องจากทำคดีล่าช้าและสังคมมีข้อสงสัยหลายประการ พร้อมตั้งกรรมการสอบเจ้าหน้าที่ชุดเก่าด้วย ล่าสุดตำรวจไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตลอดเส้นทางที่นายเจนภพขับรถเบนซ์ผ่าน โดยให้ ผู้ชำนาญการคำนวณหาความเร็วรถจากภาพ สามารถสรุปว่าขณะเกิดเหตุรถเบนซ์มีความเร็วมากถึง 250 ก.ม.ต่อช.ม. ส่วนการตรวจสอบอาการทางจิตและซองยาที่พบในรถเบนซ์ พบว่านายเจนภพมีอาการซึมเศร้าทางจิตและอารมณ์ ตามที่เคยเสนอข่าวไปนั้น


เมื่อถามว่าผู้ต้องหาจะ ใช้ช่องทางนี้ในการสู้คดีหรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า สามารถสู้คดีได้ เนื่องจากเป็นสิทธิ์ของ ผู้ต้องหา ซึ่งต้องสู้ตามข้อกฎหมาย โดยตำรวจไม่กังวล แต่อย่าไปมองว่าตำรวจช่วยเหลือ ผู้ต้องหา ทุกอย่างต้องว่าไปตามกระบวนการกฎหมาย ตำรวจไม่สามารถไปลดโทษใครได้ บางครั้งเราสั่งฟ้องไปถึงศาล ศาลอาจสั่งยกฟ้องก็ได้ ซึ่งกรณีแบบนี้เกิดขึ้นจำนวนมาก
เมื่อถามว่าตำรวจเช็ก ประวัติการรักษาของผู้ต้องหาหรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ในสำนวน ไม่ทราบลึกขนาดนั้น ส่วนเรื่องข้อกฎหมายการปฏิเสธการตรวจแอลกอฮอล์ของผู้ต้องหา ถ้าผู้ต้องหาปฏิเสธก็ให้สันนิษฐานว่าเมา


พล.ต.ต.สุทธิกล่าวว่า ได้ให้เจ้าหน้าที่ของเบนซ์มาร่วมตรวจสอบรถด้วย เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้สอบถามถึงข้อมูลของรถเบนซ์คันเกิดเหตุว่ามีสมรรถนะ วันเดือนปีที่นำเข้า พร้อมตรวจหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมอีก ซึ่งยังไม่พบอะไรเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังให้ทีมทนายความของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายเข้าร่วมสังเกตการณ์ตรวจสอบและรับฟังการประชุมด้วย เพื่อความโปร่งใส ในส่วนของความเร็วรถเบนซ์นั้น ตอนนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันจากกองพิสูจน์หลักฐาน โดยอยู่ระหว่างนำพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และการคำนวณความเร็วจากภาพ ของกล้องวงจรปิดบนทางด่วน ช่วงเวลาที่รถเบนซ์ผ่านจากด่านหนึ่งไปยังอีกด่านหนึ่ง มาประกอบโดยในวันที่ 23 มี.ค. ได้ประสานเจ้าหน้าที่จากเมอร์เซเดสเบนซ์ ประเทศไทย ให้มาตรวจสอบกล่องความจำ เพื่อตรวจสอบความเร็วของรถเบนซ์คันเกิดเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้หาบริษัทที่มีความเป็นกลางและไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทของ ผู้ต้องหา เมื่อทราบถึงระดับความเร็วแล้วจะสามารถตั้งข้อกล่าวหาในเรื่องขับรถเร็วเกิน กว่าที่กฎหมายกำหนดได้อีก
รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตลอดเส้นทางที่นายเจนภพขับรถเบนซ์ ผ่าน ตั้งแต่บนทางด่วนมาจนถึงจุดเกิดเหตุ ก่อนนำภาพวงจรปิดที่ได้ทั้งหมดส่งไปยังกองพิสูจน์หลักฐาน โดยให้ผู้ชำนาญการคำนวณหาความเร็วรถจากภาพ ที่ได้ สามารถสรุปได้แล้วว่าขณะเกิดเหตุรถเบนซ์มีความเร็วมากถึง 250 ก.ม.ต่อช.ม. นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบนทางยกระดับโทลล์เวย์ในวัน เกิดเหตุ บริเวณด่านเก็บเงินดินแดง กทม. สามารถจับภาพนายเจนภพขับรถเบนซ์ผ่านด่านเก็บเงินแล้วขึ้นทางยกระดับโทลล์ เวย์ ก่อนขับไปลงปลายทางที่จ.ปทุมธานี ซึ่งระยะทางตั้งแต่ด่านเก็บเงินดินแดงไปจนถึงปลายทางที่จ.ปทุมธานี รวมระยะทางทั้งสิ้น 28.1 ก.ม. เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจเช็กจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพไว้ได้ พบว่านายเจนภพใช้เวลาในการ ขับรถเบนซ์บนทางยกระดับโทลล์เวย์ตั้งแต่ด่านเก็บเงินดินแดงไปจนถึงปลายทาง ที่จ.ปทุมธานี เพียงแค่ 7 นาทีเศษเท่านั้น เฉลี่ยใช้ความเร็วถึง 250 ก.ม.ต่อช.ม.
ขอบคุณภาพ รายละเอียดข่าวจาก siamupdate
แสดงความคิดเห็น