เมื่อวันที่ 6 มี.ค. เอเอฟพีเผยแพร่ภาพชีวิตนางแนนซี เรแกน อดีตสตรีหมายเลขหนึ่งสหรัฐอเมริกา ผู้จากไปในวัย 94 ปี ด้วยภาวะหัวใจล้มเหลว ที่นครลอสแองเจลิส หลังสร้างตำนานคู่ชีวิตแห่งทำเนียบขาวกับประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน เป็นที่ชื่นชมของชาวอเมริกันมากที่สุดคู่หนึ่ง
นางแนนซี่ใช้ชีวิตคู่กับนายเรแกนนาน 52 ปี โดยเป็นสตรีหมายเลขหนึ่งของอเมริกาช่วงปี 2524-2532 ได้ชื่อว่าเป็นสตรีหมายเลขหนึ่งที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ แม้ถูกวิจารณ์ในช่วงแรกของการรับตำแหน่งกรณีสั่งปรับปรุงทำเนียบขาวที่ใช้งบประมาณสูง แต่ต่อมากลับเป็นที่รักของชาวอเมริกัน
ห้องสมุดประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน แจ้งว่า ครอบครัวจะฝังศพนางแนนซีไว้ข้างๆ หลุมศพของนายเรแกน ในซิมี วัลเลย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย
ประธานาธิบดีบารัก โอบามา และนางมิเชล โอบามา มีข้อความไว้อาลัยว่า "แนนซี เรแกน เคยเขียนไว้ว่า ไม่มีอะไรที่จะช่วยคุณเตรียมตัวเข้าไปอยู่ในทำเนียบขาวได้ แน่นอนเธอพูดถูก แต่เราถือว่าเริ่มต้นอย่างได้เปรียบ เพราะเราโชคดีที่ได้สิ่งดีๆ จากตัวอย่างที่เธอภาคภูมิใจ คำแนะนำที่อบอุ่นและมีน้ำใจ อดีตสตรีหมายเลขหนึ่งแสดงบทบาทของเธออีกครั้งที่นี่"
ไมเคิล เรแกน ลูกเลี้ยงของนางแนนซี ส่งข้อความทางทวิตเตอร์ว่า "ผมเสียใจในการจากไปของคุณแม่เลี้ยงของผม แนนซี เรแกน ตอนนี้เธอได้ไปอยู่กับผู้ชายที่เธอรักแล้ว พระเจ้าทรงอำนวยพร"
นางแนนซีเหมือนกับนายเรแกนตรงที่เคยเป็นนักแสดงฮอลลีวู้ดมาก่อนที่จะเข้าสู่ทำเนียบขาว มีนามสกุลเดิมว่า แนนซี เดวิด แต่งงานกับเรแกน ซึ่งเป็นนักแสดงดังในปี 2495
เมื่อเรแกนเข้าสู่การเมืองในนามสมาชิกพรรครีพับลิกัน แนนซีเริ่มทำหน้าที่เป็นสตรีหมายเลขหนึ่งของรัฐแคลิฟอร์เนียก่อน เมื่อเรแกนเป็นผู้ว่าการรัฐในปี 2510-2518
จากนั้นเรแกนชนะจิมมี คาร์เตอร์ แห่งเดโมแครต ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2523 และเข้าดำรงตำแหน่งในหนึ่งปีถัดมา รวมระยะเวลา 2 สมัย หรือ 8 ปี นำพาอเมริกาสู่ความเป็นมหาอำนาจ ระหว่างแข่งขันกับสหภาพโซเวียตในช่วงสงครามเย็น กระทั่งสหภาพโซเวียตล่มสลายในปี 2534 หลังเรแกนลงจากตำแหน่ง
เรแกนยังคงเป็นที่เคารพรักของชาวอเมริกันเรื่อยมาจนถึงแก่อสัญกรรมด้วยโรคอัลไซเมอร์ ในปี 2547 ขณะอายุ 93 ปี





แสดงความคิดเห็น