
ชาวประมง-ผู้ประกอบการในพื้นที่สะท้อนปัญหาลุ่มน้ำโขงก่อนรัฐบาลร่วมประชุมกับจีนพรุ่งนี้
นักวิชาการเสนอให้ผู้นำไทยหารือกับประชาชนริมน้ำโขง 8 จังหวัดก่อนเดินทางไปร่วมประชุมกับประเทศจีนในวันพรุ่งนี้ ขณะที่ชาวประมงในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงระบุระดับน้ำที่ขึ้น-ลงเปลี่ยนไปอย่างมากกระทบต่ออาชีพริมฝั่ง ทั้งชาวประมงและการค้า การท่องเที่ยว รองโฆษกรัฐบาลแจง เตรียมหารือประเด็นดังกล่าวในการประชุม
ดร.ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เสนอว่าผู้นำของไทยที่จะเข้าร่วมประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้างครั้งที่ 1 (Mekong-Lancang Cooperation: MLC) ณ เมืองซานย่า มณฑลไห่หนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 22-24 มี.ค. นี้ ที่ประเทศจีนนั้น ควรรับฟังความเห็นจากประชาชนริมน้ำโขงทั้ง 8 จังหวัด เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการประชุมที่มีใจความสำคัญว่าจะความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ ยั่งยืน
ด้านเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบลลุ่มน้ำโขงภาคอีสาน (คสข.) ระบุว่ากรณีที่เขื่อนจีนปล่อยน้ำในปริมาณ 2,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ชาวบ้านกังวลว่าจะทำให้น้ำโขงขึ้นมาท่วมหาดทรายซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของท้องถิ่น และอาจส่งผลให้การลงทุนในธุรกิจท่องเที่ยวสูงขึ้น โดยต้องออกแบบร้านและสะพานให้มีความสูง ความแข็งแรงทนทาน เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
นายประยูร แสนแอ สมาชิกกลุ่มประมงพื้นบ้าน อ.เชียงคาน จ.เลย ระบุว่าขณะนี้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นถึง 2 เมตร ทำให้น้ำท่วมพื้นที่หาดสำคัญในเขต อ.เชียงคาน คือหาดไข่ และแก่งคุดคู้ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังซึ่งตามปกติระดับน้ำในพื้นที่ดังกล่าวจะลดลง และความแรงของน้ำทำให้ชาวประมงหาปลาลำบาก และในฤดูนี้เป็นฤดูที่สาหร่ายน้ำจืดที่มีราคาแพงอย่าง ไก หรือ ไค กำลังเติบโตตามโขดหินธรรมชาติ แต่ล่าสุดพบว่าสาหร่ายดังกล่าวหลุดออกมาติดแห-อวนชาวประมงจำนวนมาก
นายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา ผู้ประสานงานเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง- ล้านนา จ.เชียงราย กล่าวว่าเวลานี้จีนสามารถใช้เขื่อน 6 แห่งควบคุมแม่น้ำโขงได้ทั้งหมด ขณะที่รัฐบาลประเทศท้ายน้ำยังอาจห่วงผลประโยชน์อื่นๆ จากประเทศจีน ยังคิดว่าจีนใจดี แต่ขณะเดียวกันมีความเสียหายกับประชาชนในพื้นที่ที่สำคัญ และกระทบต่อระบบนิเวศ
ด้านพล.ต. วีรชน สุคนธปฏิภาค กล่าวว่าประเด็นผลกระทบจากการปล่อยน้ำจะถูกหยิบยกไปพูดคุยในการประชุม เนื่องจากมีประเด็นของการบริหารจัดการน้ำร่วมด้วย ซึ่งจะมีการหารือกันเรื่องศูนย์บริหารจัดการเพื่อการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โดยระบุว่า ที่ผ่านมาประเทศในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงมีความร่วมมือกันมาพอสมควรโดยไม่ได้มุ่งเน้นแต่ด้านเศรษฐกิจแต่ เน้นความร่วมมือทางสังคมและการพัฒนาด้วย ซึ่งที่ผ่านมานั้นการพัฒนาในภูมิภาคนี้เป็นไปอย่างสะเปะสะปะ และมีการทำลายสภาพแวดล้อม โดยประเทศไทยนั้นเตรียมไปแลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาที่ใช้แนวทางเศรษฐกิจพอเพียงทำให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน
ทั้งนี้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พลเอกวิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี มีกำหนดการเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว

แสดงความคิดเห็น