
ศาลเลื่อนไต่สวนมูลฟ้อง ไทยพีบีเอส กรณีนำเสนอข่าวพลเมืองหมิ่นประมาทเหมืองทองเมืองเลย
บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ขอเลื่อนการไต่สวนคดีที่เป็นโจทก์ฟ้องไทยพีบีเอสและบุคลากรของไทยพีบีเอสรวม 5 ราย เนื่องจากเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับผลลกระทบสิ่งแวดล้อมยังไม่ครบถ้วน ศาลอนุญาต และนัดไต่สวนมูลฟ้องใหม่เป็นวันที่ 30 พ.ค. เวลา 9.00 น. โดยกำชับให้โจทก์เตรียมพยานมาให้พร้อมสืบในนัดหน้า ไม่เช่นนั้นศาลจะสั่งตามเห็นสมควร
คดีนี้ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ฟ้องไทยพีบีเอสและบุคลากรของไทยพีบีเอสรวม 5 ราย ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วยเอกสารและโทรทัศน์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 91, 326, 328, 332 พ.ร.บ.การพิมพ์ พ.ศ. 2484 มาตรา 4 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 และ 16 จากกรณีการรายงานข่าวนักข่าวพลเมือง ตอน ค่ายเยาวชนฮักบ้านเจ้าของ ออกอากาศเมื่อวันที่ 1 ก.ย.2558 ทางโทรทัศน์และยูทูป โดยเยาวชนนักข่าวพลเมืองในพื้นที่ ซึ่งมีการระบุว่าลำน้ำฮวยได้รับผลกระทบจากอุตสาหกรรมเหมืองแร่ทองคำ ทำให้ใช้ดื่ม ใช้กินไม่ได้ ซึ่งโจทก์ฟ้องว่าข้อความดังข่าวเป็นเท็จ เป็นการใส่ร้ายทำให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง และเกิดผลกระทบต่อธุรกิจให้ได้รับความเสียหาย เรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 50 ล้านบาท ให้ ส.ส.ท.หยุดประกอบกิจการโทรทัศน์เป็นเวลา 5 ปี
จำเลยในคดีนี้ประกอบด้วย 1.นางสาววิรดา แซ่ลิ่ม ผู้ประกาศข่าวนักข่าวพลเมือง 2.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) 3.นายสมชัย สุวรรณบรรณ ผู้อำนวยการ ส.ส.ท.ในขณะนั้น 4.นายก่อเขต จันทเลิศลักษณ์ และ 5.นายโยธิน สิทธิบดีกุล เป็นจำเลยที่ 1 ถึง 5 ตามลำดับ
นอกจากนี้ จากเหตุการณ์เดียวกันบริษัททุ่งคำฯ ได้ทำหนังสือขออนุญาตฟ้องเยาวชนนักข่าวพลเมืองผู้รายงานข่าวในคดีอาญาข้อหาหมิ่นประมาท ต่อสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดเลย และยังได้แจ้งความดำเนินคดีกับเยาวชนนักข่าวพลเมืองต่อสถานีตำรวจนครบาลมีนบุรี (สน.มีนบุรี) ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร ภาพวาด ภาพระบายสี ภาพยนตร์ แต่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดเลยไม่อนุญาตให้ฟ้อง อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงสามารถใช้สิทธิในการฟ้องคดีเยาวชนโดยยื่นคำร้องต่อศาลได้ ตามพ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 99 วรรคสาม
แสดงความคิดเห็น