
ใช้เครื่องสแกนตรวจหามะเร็ง ช่วยลดความเสี่ยงจากการผ่าตัดตรวจหาเนื้อร้ายได้
ผลงานวิจัยจากอังกฤษบ่งชี้ว่า การใช้เครื่องเพท-ซีทีสแกน (PET-CT) เพื่อตรวจหามะเร็ง ช่วยให้ผู้ป่วยจำนวนมากไม่ต้องเผชิญความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการผ่าตัด
ตามปกติแล้ว ผู้ป่วยมะเร็งที่ศีรษะและลำคอมักได้รับการรักษาด้วยเคมีบำบัดและการรักษาด้วยรังสี แต่แพทย์จะต้องทำการผ่าตัดเพื่อตรวจดูว่ายังมีเนื้อร้ายหลงเหลืออยู่หรือไม่ โดยการผ่าตัดจะกินเวลาราว 3 ชม.และคนไข้ต้องพักฟื้นในโรงพยาบาลอย่างน้อย 1 สัปดาห์ นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ รวมถึงอาจทำให้คนไข้เสียโฉม และอาจทำให้มีปัญหาในการเคลื่อนไหวแขน หากเส้นประสาทสำคัญได้รับความเสียหายจากการผ่าตัด
แต่ผลงานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร New England Journal of Medicine บ่งชี้ว่า การใช้เครื่องเพท-ซีทีสแกน ตรวจหามะเร็งแทนการผ่าตัดช่วยให้คนไข้ 80% ไม่ต้องเผชิญความเสี่ยงดังกล่าว อีกทั้งยังมีอัตราการรอดชีวิตเท่ากันด้วย
ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม และมหาวิทยาลัยวอร์ริค ทำการศึกษาเรื่องนี้ในผู้ป่วยมะเร็ง 564 คน โดยใช้เครื่องเพท-ซีทีสแกน ซึ่งแพทย์จะฉีดสารเภสัชรังสีซึ่งเป็นอนุพันธ์ของน้ำตาลกลูโคสเข้าไปในร่างกายของคนไข้ แล้วสารดังกล่าวจะซึมเข้าสู่เนื้อเยื่อส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะบริเวณที่มีการแบ่งตัวมาก เช่น เนื้อเยื่อมะเร็งซึ่งจะจับสารนี้ไว้ในปริมาณมากกว่าเนื้อเยื่อปกติแล้วเปล่งรังสีออกมาในปริมาณสูง ทำให้แพทย์ตรวจจากภาพถ่ายเพท-ซีทีสแกนได้ว่า ศีรษะและลำคอของคนไข้ยังมีมะเร็งหลงเหลืออยู่หรือไม่ ทีมนักวิจัยพบว่ามีคนไข้ 1 ใน 5 เท่านั้นที่จำเป็นต้องรับการผ่าตัดเอามะเร็งออกไป
ศ.ฮิชาม เมฮันนา หนึ่งในทีมวิจัยบอกกับบีบีซีว่า เทคโนโลยีนี้ช่วยให้แพทย์ทราบว่าคนไข้รายใดจำเป็นต้องรับการผ่าตัดจริง ๆ อีกทั้งยังช่วยให้สำนักบริการสาธารณสุขแห่งชาติ (เอ็นเอชเอส) ของสหราชอาณาจักรประหยัดค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดคนไข้รายละประมาณ 74,600 บาทด้วย
แสดงความคิดเห็น