ผู้เชี่ยวชาญชี้ธุรกิจดิจิตอลไม่ได้สร้างงานตามการขยายตัวทางธุรกิจ
ผู้เขียนรายงานการเติบโตของเทคโนโลยีดิจิตอลระบุธุรกิจดิจิตอลไม่ได้สร้างงานมากเท่าการขยายตัวของธุรกิจประเภทนี้ เผยไทยมีจำนวนคนว่างงานที่มีทักษะระดับกลางและสูงเพิ่มขึ้นซึ่งสวนทางกับแนวโน้มของโลก
ดร.ดีภัก มิชารา ผู้เขียนรายงานเรื่องสถานการณ์การเติบโตของเทคโนโลยีดิจิตอลในโลก กล่าวในการบรรยายซึ่งกลุ่มธนาคารโลกจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ว่า ปัจจุบันการเติบโตทางเศรษฐกิจของธุรกิจดิจิตอลโดยเฉลี่ยของประเทศต่าง ๆ มีสัดส่วน 4-5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ แต่ถึงอย่างนั้นธุรกิจดิจิตอลกลับสร้างงานเพียง 1-2% และส่วนใหญ่ยังเป็นงานประเภทออฟไลน์
ในส่วนของไทย ดร.ดีภัก กล่าวว่าแม้เทคโนโลยีดิจิตอลจะเติบโต แต่จำนวนคนว่างงานที่มีทักษะระดับกลางและสูงกลับเพิ่มขึ้น ซึ่งถือว่าสวนทางกับแนวโน้มของโลก ลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นเพียงในไทย มองโกเลีย และแทนซาเนียเท่านั้น ซึ่งเขาเห็นว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับระบบจัดเก็บข้อมูลคนว่างงาน และมีประเด็นเรื่องการว่างงานแฝงซึ่งอาจเกิดจากการทำงานไม่ตรงกับสายงาน
ดร.ดีภัก กล่าวด้วยว่าคนทั่วไปคาดหวังว่าอินเทอร์เน็ตจะช่วยขยายขอบข่ายแห่งเสรีภาพและอิสรภาพ แต่จากการสำรวจพบว่าเทคโนโลยีดิจิตอลเป็นเครื่องมือทำให้รัฐบาลให้ข้อมูลแก่ประชาชนได้เพิ่มขึ้น ขณะที่ภาคประชาชนนั้นแม้จะได้รับข้อมูลมากขึ้น แต่การแสดงออกหรือแสดงพลังทางการเมืองในโลกออฟไลน์กลับลดลง ทั้งนี้ เขาเห็นว่าในประเทศที่มีความเป็นประชาธิปไตย หากจะมีการกีดกันการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตจะต้องเกิดขึ้นจากความกังวลของเสียงส่วนใหญ่ ขณะที่การดำเนินมาตรการเซ็นเซอร์ของประเทศต่าง ๆ นั้น จะส่งผลให้ประชาชนเซ็นเซอร์ตัวเองและลดระดับความคิดที่เป็นเสรีลง
ในรายงานของธนาคารโลกระบุด้วยว่ามีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในโลกราว 3,200 ล้านคน ในจำนวนนี้ 1,100 ล้านคน ใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ทั้งนี้ คนในอินเดียราว 1,063 ล้านคน และจีนราว 755 ล้านคน ไม่มีอินเทอร์เน็ตใช้ สำหรับไทย ยังมีประชากรอีกราว 48 ล้านคนที่ไม่มีอินเทอร์เน็ตใช้


แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.